PR
วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
"บิ๊กจิ๋ว"เปิดบ้าน จี้คสช.สละอำนาจโดยเร็ว ค้านอยู่ต่อห้าปี
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เปิดบ้านพักซอยปิ่นปรภาคม เพื่อให้สัมภาษณ์ถึงร่างรัฐะรรมนูญ และได้ทำทำจดหมายเปิดผนึกถึงประชาชนชาวไทยผู้รักชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลทั้งในและนอกเครื่องแบบ ประมาณ 10 คนร่วมสังเกตการณ์ แต่ครั้งนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารเฝ้าสังเกตการณ์และบันทึกภาพเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ทั้งนี้จดหมายเปิดผนึก ระบุว่า นับแต่ คสช.อาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาของชาติและความขัดแย้งของบ้านเมืองตั้งแต่วันที่22 พ.ค.57 ซึ่งสามารถระงับยับยั้งความขัดแย้งได้ในระดับหนึ่ง แต่จากการบริหารงานมาครบ 2 ปี ปรากฏว่าแนวทางที่รัฐบาล คสช.กำลังดำเนินการกลับมีแนวโน้มนำไปสู่ความขัดแย้งในบ้านเมืองยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนเดือดร้อน เศรษฐกิจเข้าสู่ยุคเงินฝืด ประชาชนขาดกำลังซื้อ การส่งออกลดลงอย่างรุนแรง
ขณะที่การร่างรัฐธรรมนูญที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานกรรมการยกร่าง นั้น ได้รับการต่อต้านจากหลายภาคส่วนมากยิ่งขึ้น โครงสร้างและเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตยที่อำนาจ อธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง มิหนำซ้ำยังถอยหลังเข้าคลองหลายสิบปี ทั้งนี้ ร่างดังกล่าวอยู่ระหว่างการปรับปรุงก่อนไปสู่ขั้นตอนการจัดทำประชามติ มีข่าวว่ารัฐบาลพยายามทุกวิถีทางผลักดันเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน ประชามติให้ได้ ขณะเดียวกันภาคประชาชนก็มีเครือข่ายเตรียมการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและไม่ให้ประชามติครั้งนี้ผ่านไปได้
“จากประสบการณ์ในชีวิตของข้าพเจ้าที่ได้มีส่วนเข้าไปแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศช่วงที่ผ่านมา เชื่อได้ว่าเป็นการยากที่ คสช. และรัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและรุมเร้าอยู่ได้ และทราบว่าเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมาผู้ช่วยเลขาธิการใหญ่องค์กรสหประชาชาติ ฝ่ายการเมืองและคณะได้เดินทางมาประเทศ ไทยเพื่อติดตามสถานการณ์ทางการเมือง โดยหวังให้ไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย”
เนื้อหา ระบุอีกว่า จากปัญหาที่ซับซ้อนดังกล่าว การเสียสละอำนาจของ คสช.ถ้าไม่เกิดขึ้นโดยเร็วก็ยากที่จะขจัดปัญหาให้หมดสิ้น ซึ่งจะตกเป็นภาระแก่ชนรุ่นหลัง ในฐานะนายทหารรุ่นพี่ขอร้อง คสช.ไตร่ตรองปัญหาประเทศโดยเมื่อท่านได้ทำหน้าที่รักษาความสงบของบ้านเมืองแล้วก็ควรจะเสียสละอำนาจส่งต่อภาระหน้าที่ให้กับคณะกรรมการกลางที่จะมาจากภาคส่วนต่างๆ ร่วมกันบริหารจัดการให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายในปี 2559 เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
จากนั้น พล.อ.ชวลิตให้สัมภาษณ์ถึงร่างรัฐธรรมนูญว่า ตนกับนายมีชัยและนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เคยทำงานร่วมกันมา ก็ไม่ทราบว่าจะผ่านหรือไม่ แต่ขอให้ช่วยร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับที่ดีที่สุด จะได้ไม่ถูกฉีกอีก ทั้งนี้ ขอให้นายมีชัยยืนอยู่บนแนวทางที่ถูกต้อง อย่าถึงขั้นต้องรับคำสั่งโดยตรง อย่าต้องถึงขั้นเดินให้ตรงเปี๊ยะ
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รับคำสั่งจาก คสช.เพื่อให้ประชามติผ่านหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา แต่ตนมองว่าอยากให้ทหารถอนตัว เพราะไม่ใช่หน้าที่ของทหาร
เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาล คสช.จะอยู่ต่อช่วงเปลี่ยนผ่านไปอีก 5 ปี พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า จะเป็นไปได้อย่างไร บอกหลายทีแล้วว่า คสช. มีภาระหน้าที่แค่ไหน ท่านเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเท่านั้น มีหน้าที่แค่นี้ จะขออยู่ต่ออีก 5 ปีได้อย่างไร แค่ 5 เดือนก็ไม่ไหวแล้ว เพราะตลอด 2 ปีที่บริหารประเทศก็เห็นแล้วว่าเป็นอย่างไร ยิ่งมีการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีก็ยิ่งแย่ เป็นไปไม่ได้ ส่วนถ้า คสช.อยู่ต่อแล้วอาจจะเหมือนอดีตรัฐบาลที่ผ่านมา ที่ตอนเข้ามาได้ดอกไม้ พอออกไปก็ได้รับก้อนอิฐ
เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับการเคลื่อนไหวและการให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในช่วงนี้ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เชื่อว่าท่านคงพูดด้วยความเป็นห่วงบ้านเมือง
เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า อยากให้คนไทยมีงานทำ อยากให้นายกฯ เอาของไปขายต่างประเทศ จะทำเป็นรถเข็นใช้ชื่อ “รถจันทร์โอชา” ก็ได้ เป็นรถขายข้าวราดแกง เอาไปตั้งขายตามเมืองต่างๆ ที่บริโภคข้าวไทย ซึ่งจะทำให้คนรู้จักประเทศไทยมากขึ้น ทำเป็นจอมอนิเตอร์แสดงสินค้าโอท็อปไปขายด้วยก็ดี คนไทยจะได้ไม่ตกงาน
สร้าง 'เยาวชน' ฐานประชามติ กับเนื้อหาว่าด้วย 'ในหลวง'
สร้าง 'เยาวชน' ฐานประชามติ กับเนื้อหาว่าด้วย 'ในหลวง'
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 00:00:09 น.
เป็นช่วงเดินสายของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) นำโดย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ในฐานะประธานฯ จัดทำ ซึ่งเป็นกำลังหลักในการไปพูดทำความเข้าใจกับหน่วยงานต่างๆ เกี่ยวกับร่าง รธน.ฉบับใหม่ พร้อมไปกับการรับฟังข้อเสนอแนะ ก่อนจัดทำร่างสุดท้าย เพื่อเตรียมนำไปลงประชามติ โดยกลุ่มแรกคือ "หน่วยทหาร" ซึ่งกำลังพลต้องใช้ "เนื้อหา" เหล่านั้นไปทำความเข้าใจ และชี้แจงถึงรายละเอียดให้ครอบครัว พร้อมทั้งมวลชนในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) เพื่อให้ออกมาลงประชามติในช่วงเดือนกรกฎาคม ตาม"โรดแมป" ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (ปตอ.) ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ได้จัดกิจกรรม "เสวนาการรับรู้ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อความผาสุกที่ยั่งยืน" ที่ห้องประชุมโชติปาโล โรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี โดยมีเรือโทกฤษณ์ จินตเวช นายอำเภอบางกรวย เป็นเจ้าบ้าน ซึ่งในงานได้เชิญนายมีชัย ฤชุพันธุ์ บรรยายถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มีการเสวนาจากตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ตัวแทนจากโรงเรียน ซึ่งในงานมีนักเรียนจากทั้ง 300 โรงเรียนมาร่วมกิจกรรมรวม 600 คน พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าส่วนราชการและประชาชนประมาณ 200 คน
ขณะที่ พลตรีสุรใจ จิตต์แจ้ง ผบ.พล.ปตอ. ระบุว่า ในฐานะผู้ประสานงานจัดกิจกรรม คาดหวังให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องการกระตุ้นให้สังคมตระหนักในการออกไปใช้เสียง สิทธิเสรีภาพของตนเองต่อร่าง รธน. กิจกรรมวันนี้มีความมุ่งหมายเพื่อทำความเข้าใจ และให้ทุกคนใช้ดุลยพินิจและวิจารณญาณในการลงประชามติอย่างไร ซึ่งในระหว่างนี้เรายังสามารถเสนอแนะต่อกรรมการร่าง รธน.
ซที่สำคัญคือ การเปิดเวทีให้กับอนาคตของชาติ เพราะหลายคนอายุเพิ่ง 18 ปี หลายคนมีสิทธิ์มีเสียงที่จะลงคะแนนได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะอยู่กับคนไทยไปอีกนาน การเสวนาครั้งนี้จึงเกี่ยวพันกับเรา " ผบ.พล.ปตอ. ระบุ
ที่น่าสนใจคือ การ บรรยายพิเศษ เรื่อง "การปกป้องและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุข" โดย พันเอกถิรวัฒน์ บุญเพ็ญ ราชองครักษ์ ประจำกรมราชองครักษ์ ที่ระบุว่า
"ปีนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทำงานครบ 70 ปี ดีพอหรือยังที่มีใครมาพูดถึงพระองค์ท่านว่าทำอะไรเพื่อคนทั้งประเทศแล้วเราจะนั่งตัวตรงฟัง ถ้าคิดได้แล้วช่วยกัน เชื่อว่าเราจะสู้อะไรได้หลายๆ อย่างในโลกนี้ ทั้งอาเซียนและสหภาพยุโรป แต่อยากให้หันมาดูตัวเองและหันมาทำอะไรเพื่อพระองค์ท่าน เพราะอย่างน้อยเมื่อทำตอนนี้ก็ได้ทำช่วงที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังมีชีวิตอยู่ วันนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะกลับมามองตรงนี้ หันมาทำอะไรเพื่อพระองค์ท่านอย่างจริงจัง อยากให้เริ่มทำตอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีชีวิตอยู่ ซึ่งท่านทำงานตั้งแต่ทรงอายุ 16 ปี........
......จุดเปลี่ยนในชีวิตของผมมาจากคุณยายของผมเองที่ไปเก็บขยะขาย ซึ่งได้บอกผมว่า เงินแค่บาทเดียวดูไม่มีความสำคัญ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นของเรา คำพูดนั้นส่งผลมาจนถึงทุกวันนี้ ในเมื่อในหลวงเป็นของพวกเรา ทำไมไม่ดูแลพระองค์ท่านบ้าง ผมเกิดมาในช่วงที่พระองค์ท่านทำงานอยู่ ผมบรรยายมากว่า 20 ปีทั่วภูมิภาคของประเทศ แต่ไม่เคยพูดเรื่องการเมือง สิ่งที่ผมอยากจะพูดคือ อยากให้เด็กๆ ทุกคนเป็นกลไกสร้างความสำนึกให้กับประเทศในอนาคต เด็กรุ่นใหม่ก็สามารถดูแลประเทศได้ เพียงต้องให้โอกาส"
เขายังบอกว่า คนไทยชอบรอให้คนอื่นช่วยเหลือ แต่เมื่อคนที่เข้ามาช่วยเหลืออ่อนแรงลงก็จะหันกลับมาพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็น แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มักจะช่วยสิ่งที่เรามองไม่เห็นเท่านั้น เมื่อหมดหนทางคนไทยจะหันมาโทษกันเอง และหาคนถูกคนผิดจนทะเลาะกัน ผมไปบรรยายมาหลายที่ และถามเยาวชนมามากว่าเคยเห็นผู้ใหญ่ที่เป็นแบบอย่างที่ดีในหมู่บ้านหรือในพื้นที่นั้นๆ หรือไม่ แต่เด็กไม่มีใครยกมือ เพราะตั้งแต่เด็กๆ อายุ 4 ขวบก็จะเห็นภาพผู้ใหญ่ทะเลาะกันทั้งที่บอกให้เด็กรู้จักคำว่าสามัคคี ดังนั้นโมเดลที่ประเทศไม่สามารถทำได้ คือ การสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นต่อคนในชาติ สุดท้ายต่อให้ทะเลาะกันแค่ไหนเราก็คือคนไทยต้องอยู่ในแผ่นดินเดียวกัน ก็คือแผ่นดินไทย เราก็คือคนไทยเหมือนกัน วันนี้ทุกคนในประเทศไม่สามารถตอบได้ว่าคนไทยสามัคคี
พันเอกถิรวัฒน์กล่าวอีกว่า ตลอดชีวิตของในหลวงไม่เคยขอให้คนไทยรักพระองค์ ไม่เคยมีคำสอนใด ขอให้รักแต่ขอให้พวกเรารักกัน วันนี้ถ้าจะทำอะไรเพื่อในหลวงไม่จำเป็นต้องใช้เงิน แต่ขอให้รักกันและดูแลประเทศนี้ เพราะในหลวงเป็นคนคนเดียวที่ทำงานเพื่อทุกคนในประเทศตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้จุดแข็งในประเทศของเราอยู่ที่ธงชาติไทยที่มี 3 สี ประกอบด้วย 1.สีแดง คือชาติ 2.สีขาว คือศาสนา 3.สีน้ำเงิน คือพระมหากษัตริย์ แต่เหตุใดจึงมีสีแดงและขาวถึง 2 แถบเพราะประเทศไทยมีประชากรหลายเชื้อชาติจึงไม่ต้องการให้เชื้อชาติมาแบ่งแยกความเป็นคนไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยกล่าวและมีคำว่า บวร แปลว่า บ้าน วัด โรงเรียน และอีกคำคือ คำว่าบรม แปลว่า บ้าน โรงเรียน มัสยิด สุดท้ายแม้จะหลายเชื้อชาติหลายศาสนา แต่ประเทศไทยก็ต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทุกคนคือพระมหากษัตริย์ วันนี้การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวออกมาแต่ละครั้งคิดเป็นวินาทีเพราะทรงประชวร
"วันนี้น้องๆ เยาวชนไม่สามารถที่จะเก็บภาพในพระราชกรณียกิจที่ในหลวงทรงปฏิบัติ ตั้งแต่ พ.ศ.2552 อีก 40 ปีข้างหน้าเราจะมีอะไรไปบอกลูกหลานว่า เราเกิดมาในรัชกาลที่ 9 แม้แต่คนต่างชาติก็ยังรักและบูชาในหลวง แล้ววันนี้พวกเราคนไทยทำอะไรเพื่อในหลวงบ้าง ทุกวันนี้คนไทยแสดงออกว่ารักในหลวง เพราะเห็นคนอื่นรักบ้างเคารพบ้าง ยืนตรงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพราะรู้ว่าเป็นเพียงทำเนียมปฏิบัติ แต่ไม่เคยคิดที่จะหาคำตอบว่าร้องเพื่ออะไร อยากขอให้หาคำตอบและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีชีวิตอยู่"
ราชองครักษ์ผู้นี้ยังบอกว่า ถ้าวันนี้ยังไม่รู้จะทำอะไรเพื่อใคร ไม่รู้ว่าจะสามัคคีเพื่ออะไร ขอให้ทบทวนว่าบ้านของเรา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยอมอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมในโรงพยาบาลและทำงานเพื่อคนไทย แม้ท่านจะประชวร ท่านมีเงินมากมายจะให้หมอไปอยู่ที่บ้านท่านก็ได้ แต่ท่านเลือกที่จะอยู่โรงพยาบาล ซึ่งโรงพยาบาลศิริราชมีทั้งหมด 16 ชั้น ท่านอยู่ชั้นที่ 16 ส่วนชั้น 14-15 เป็นชั้นของข้าราชบริพาร และชั้น 1-13 เป็นของขอทานที่ไม่มีเงินอยู่ร่วมกับพระองค์ท่าน หมอและเครื่องมือที่ใช้รักษาก็ทรงใช้ร่วมกัน
"วันนี้ประเทศไทยต้องเดินไปข้างหน้า อย่ามองว่าประชาธิปไตยจะเต็มใบหรือไม่ เพราะเมื่อ 40 ปีที่แล้วที่ประเทศไทยยังเป็นระบอบคอมมิวนิสต์มีแต่พระองค์ท่านที่ลงไปแก้ปัญหาและช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยจนทุกวันนี้ ซึ่งถึงเวลาที่คนไทยต้องมองข้ามผลประโยชน์ส่วนตน และหันมามองผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อลูกหลานจะได้มีแผ่นดินอยู่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่พระองค์ท่านทรงทำงานอยู่จนทุกวันนี้" พันเอกถิรวัฒน์ระบุ
อาจมองได้ว่านอกจากเนื้อหาที่กองทัพต้องการให้เยาวชนได้เห็นถึงความสำคัญของ รธน.ว่ามีจุดแข็งตรงไหน มีกลไกในการดูแลสถานการณ์บ้านเมืองให้สงบเรียบร้อยในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อไม่ให้สถานการณ์วนกลับไปสู่วิกฤติก่อนวันที่ 22 พ.ค.57 อย่างไร แต่ก็ยังมีเนื้อหาในส่วนของสถาบันกษัตริย์ที่คนรุ่นใหม่ต้องพิทักษ์รักษาปกป้องไว้อีกด้วย
และฐานเสียงที่สำคัญ และ คสช.คาดหวังว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญก็คือ "เยาวชน" กลุ่มที่เพิ่งมีสิทธิ์ลงคะแนนประชามติเป็นครั้งแรก!!!
"วันนี้ประเทศไทยต้องเดินไปข้างหน้า อย่ามองว่าประชาธิปไตยจะเต็มใบหรือไม่ เพราะเมื่อ 40 ปีที่แล้วที่ประเทศไทยยังเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ มีแต่พระองค์ท่านที่ลงไปแก้ปัญหาและช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยจนทุกวันนี้ ซึ่งถึงเวลาที่คนไทยต้องมองข้ามผลประโยชน์ส่วนตนและหันมามองผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อลูกหลานจะได้มีแผ่นดินอยู่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่พระองค์ท่าน"ทรงทำงานอยู่จนทุกวันนี้"
บรรยายใต้ภาพ
พันเอกถิรวัฒน์ บุญเพ็ญ
อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/tpd/2370302
วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
คสช.เพิ่มมหามิตร ดึง รัสเซีย ถ่วงดุลย์ สหรัฐอเมริกา-จีน
ผู้แทนเหล่าทัพและ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.
จึงขอให้ร่วมกันทำงานเพื่อขับเคลื่อน ผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจระหว่างไทย - รัสเซีย ใน 5 ด้าน อันประกอบด้วย ด้านการส่งออกนำเข้าสินค้าระหว่างกัน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านพลังงาน ด้านความมั่นคงและการทหาร และด้านการท่องเที่ยวให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ
'ชวลิต'แนะรบ.ไม่ยุ่งเปลี่ยนผ่าน5ปีอย่าสนรธน.มาก
ทั้งนี้ สำหรับการเปิดบ้านพักให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนของ พล.อ.ชวลิต วันนี้ มีการแจกจ่ายจดหมายเปิดผนึกให้แก่สื่อมวลชนด้วย โดยได้กล่าวถึงสถานการณ์ของประเทศ และขอร้องให้ คสช. หาทางแก้ไขปัญหาประเทศด้วยการเดินสายกลาง โดยให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมการแก้ไขปัญหาของชาติ และควรเสียสละส่งต่ออำนาจส่งต่อให้คณะกรรมการกลางที่มาจากฝ่ายต่าง ๆ ร่วมกันจัดให้มีการเลือกตั้ง ในปี 2559 เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เข้ามาแก้ไขปัญหาในทุกด้าน
โอ๊คFbโดย DSI ยุติธรรมสองมาตราฐาน
นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร โพสเฟสบุ๊ค(25 ก.พ.2559)กรณี กรมสอบสวนคดีพิเศษเรียกสอบปากคำ คดี กรุงไทย
////
ข้อเท็จจริงที่ผมได้พบ จากการที่ถูก DSI เรียกสอบ กรณีเงินกู้แบงค์กรุงไทย คือระบบสองมาตรฐานยังคงมีอย
หนังสือที่ DSI ส่งเรียกผมไปสอบถามทุกฉบับน
2-300 คน ที่ถูกเรียกไปนั้น ได้ยินว่ามีทั้ง นายทหารชั้นผู้ใหญ่ แทบจะครบทุกเหล่า นายตำรวจ มูลนิธิฯ สถาบันการเงินและบุคคลทั่วไ
แต่สำหรับตัวผมนั้น ตรงกันข้ามเลยครับ ถ้าแห่กลองยาวมาได้ คงถือหนังสือพร้อมส่งเสียงโ
ชกกันใต้เข็มขัดแบบนี้ เล่นเอาฝ่ายกฎหมายและทนายขอ
ผมและน้องสาว เคยมีประสบการณ์แย่ๆมาแล้ว ในสมัย คตส.ครับ เรียกไปสอบเป็นพยาน แต่กลับนัดสื่อมารอทำข่าวเพ
ผมเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ DSI ที่ดีๆนั้น ยังมีอยู่มาก ซึ่งต้องขอให้กำลังใจครับ DSI คือหน่วยงานต้นน้ำ ของกระบวนการยุติธรรม ถ้าเริ่มต้นกระบวนการให้ดี ทำงานแบบมืออาชีพไม่มีอคติ หรือเพียงแต่จะคิดเอาใจนาย ใครผิดใครถูกว่ากันไปตามกฎห
ผมจะรอดูครับ พยานที่ชื่อพานทองแท้ กับพยานคนอื่นๆอีก 2-300 ปาก ที่เรียกสอบไปแล้ว DSI ในฐานะหน่วยงานของรัฐ จะให้ความเป็นธรรมเสมอภาค และกระทำในมาตรฐานเดียวกันห
เดี๋ยวคงได้รู้กันครับ
“ประวิตร” บินรัสเซีย ช้อปรถถัง - เฮลิคอปเตอร์
| 21 กุมภาพันธ์ 2559 |
|
โฆษก คสช.โต้ “สุรพงษ์” ฟ้อง “UN” กลัว รธน.ไม่เป็นปชต.
จาก กรณี นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการที่ได้การพบปะพูดคุยกับผู้ช่วยเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ และคณะ ได้รับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองของไทยนั้น
เชื่อว่าสังคมจะเกิดข้อสงสัยและมองว่าการพบปะครั้งนี้จะเป็นเป็นเหมือนการมารับฟังหรือให้ข้อมูลทางเดียว จากกลุ่มการเมืองที่มีลักษณะเห็นต่างกับภาครัฐในทุกเรื่องมาตลอด
แต่เชื่อว่าในปัจจุบันเมื่อกาลเวลาเปลี่ยน สังคมเริ่มรู้เท่าทันจึงเข้าใจมากขึ้น ว่าสิ่งที่ได้ทำๆ กันไปในอดีตนั้นมีใครที่ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงบ้าง ซึ่งบางครั้งอาจไม่ใช่ประเทศชาติ และประชาชนอย่างที่มีการนำมากล่าวอ้างกันก็ได้
วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
ผบ.สูงสุด ยันกองทัพ พร้อมรับมือภัยคุกคาม ทั้งก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ
บิ๊กหมู ถก คสช. สั่ง ทหารดูแลบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย เดินหน้าแจง รธน.
“ตัวแทนสหประชาชาติ” เข้าพบ “ปู-แกนนำเพื่อไทย” สอบถามเรื่องสถานการณ์การเข้าสู่ ลต.ของไทย
โดยวัตถุประสงค์หลักเพื่อทราบข้อมูลสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย การพัฒนาประชาธิปไตย และกระบวนการที่นำไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย โดยทางประชาคมโลกต้องการเห็นประเทศไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สอดคล้องกับหลักสากล และคืนอำนาจอธิปไตยกลับสู่ประชาชนชาวไทย
"ทักษิณ"โวกลับไทยแน่
ทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อนอกซ้ำ ยันสามารถกลับไทยได้โดยไร้ข้อหา ย้ำรัฐบาลทหารยิ่งอยู่นาน เศรษฐกิจจะ ยิ่งแย่ รธน.ล้าหลังเหมือนเกาหลีเหนือ
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอัลจาซีราออนไลน์ ระบุว่า สิ่งที่เห็นขณะนี้คือประเทศกำลังก้าวถอยหลังมากกว่าที่จะเดินหน้า นี่คือเหตุที่ทำให้ต้องกังวล ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังยกร่างแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา รวมถึงอาจเปรียบได้ว่าสิ่งที่อยู่ในรัฐธรรมนูญนี้เหมือนกับกำลังเขียนกันในเกาหลีเหนือ
"ผมไม่คิดว่าสถานการณ์ขณะนี้จะทำให้พวกเขาสนุกกับอำนาจได้นานขนาดนั้น ไม่ว่าเผด็จการที่ไหนที่ไม่ใส่ใจประชาชนของเขา ไม่มีทางที่จะอยู่ได้นาน" นายทักษิณ กล่าว
นายทักษิณ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ผ่านมาหนึ่งปีครึ่ง แต่ยังไม่พบว่ามีสัญญาณการปรองดอง รวมถึงทำให้ประเทศเดินต่อไปข้างหน้า แต่ในทางกลับกัน สิ่งที่กองทัพทำคือการเลือกข้างหนึ่งและกดดันอีกข้างหนึ่ง
วันเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์สยังได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์นายทักษิณด้วย โดยระบุว่ายิ่งรัฐบาลทหารอยู่นานเศรษฐกิจจะยิ่งเผชิญความยากลำบากมากขึ้น เพราะขาดวิสัยทัศน์และความสามารถในการแก้ปัญหา
"เขาไม่พูดกับผม เพราะหาว่าผมมีคดี แต่ความจริงการรัฐประหารเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรงกว่า" อดีตนายกฯ ระบุ
นายทักษิณ ยังแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถกลับประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องเผชิญกับข้อหา รวมถึงไม่ต้องหลบอยู่แต่ในบ้าน เพราะกลัวการลอบสังหาร เนื่องจากไม่ใช่คนเลว แต่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเช่นนั้น
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ขณะนี้มีแต่ขบวนการปรักปรำใส่ร้ายป้ายสีและใช้กฎหมายสองมาตรฐานเอาผิดฝ่ายตรงกันข้าม
นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย ก็กล่าวว่านายทักษิณไม่ได้ต่อรองให้น้องสาวตัวเองหลุดพ้นคดีจำนำข้าว
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวเพียงว่า หากจะพูดคุยกันต้องคุยกันด้วยกฎหมาย
พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า อย่าให้ความสำคัญกับคำพูดของนายทักษิณ ให้สนใจประชาชนที่กำลังเดือดร้อนดีกว่า
ที่มา : http://www.posttoday.com/politic/417827
นายกขอ5ปีปฏิรูป
กษิต จวก รบ.
“กษิต” จวก รบ. 2 ปีไม่มีผลงาน แต่กล้าขอเปลี่ยนผ่านอีก 5 ปี ย้อนถามนายกฯ ทำเพื่อชาติหรือตัวเอง ด้าน “สมพงษ์” ชี้ ต่างความคิด รอฟังผลประชามติ
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นายกษิต ภิรมย์ สมาชิกสปท. กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แจงแนวทางรัฐบาล 2 ขยัก ควรมีรัฐบาลช่วงเปลี่ยนผ่านอีก 5 ปี ตามข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ข้อ 16 ของครม. ว่า รัฐบาลคสช.เข้ามาเพื่อแก้ไขความล้มเหลวของประชาธิปไตยไทยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีภารกิจวางรากฐานประชาธิปไตย ในรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่าง ตลอดจนสร้างความปรองดองสมานฉันท์ และปราบทุจริตเอาคนผิดมาดำเนินคดี เป็นรัฐบาลเปลี่ยนผ่านก่อนมีการเลือกตั้งปลายปี 2560 ตามโรดแมป ก่อนกลับเข้าสู่กรมกอง แต่ตอนนี้ทุกอย่างที่คสช.ทำยังไม่ตอบโจทย์สักข้อ ความปรองดองยังไม่เกิดขึ้น การปฏิรูปไม่มีอะไรคืบหน้า คดีจำนำข้าวก็ยื้อกันไปมา
“อยู่ดีๆจะมาขอต่ออายุอีก 5 ปี ช่วงจะลาจากเวที ทั้งที่อยู่มาแล้ว 2 ปี ไม่มีผลงาน มันจึงเป็นเรื่องไม่มีเหตุผล รัฐบาลต้องบอกประชาชนให้ได้ว่าที่ผ่านมาทำอะไรไปบ้าง แล้วจากนี้จนถึงปลายปี 2560 จะทำอะไรอีกบ้าง มีอะไรค้างอยู่อีกหรือไม่ ถ้าประชาชนเห็นด้วยเค้าก็ให้อยู่ต่อ แต่ถ้าไม่มีเหตุผล ก็ไม่สมควรอยู่ต่อไป การร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศต้องคำนึงถึงคนส่วนใหญ่ ต้องรับฟังว่า มวลชน กปปส. นปช. เขาต้องการอะไร ไม่ใช่ทำตามความต้องการของตนเอง กำหนดเนื้อหาให้ข้าราชการทั้งทหารและพลเรือนเป็นใหญ่ ดังนั้นทุกอย่างต้องชัดเจน ไม่คลุมเครือเหมือนร่างรัฐธรรมนูญ และร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ เพราะสุดท้ายอะไรที่ไม่สนองต่อประชาชนส่วนใหญ่ ก็รับรองว่าไปไม่รอด ต้องถามว่า นายกฯอยากทำเพื่อชาติหรือเพื่อตัวเอง” นายกษิตกล่าว
ด้าน นายสมพงษ์ สระกวี สมาชิกสปท. กล่าวว่า เป็นคนละชุดความคิดกัน ฟากรัฐบาลมองว่า การสานต่อภาระหน้าที่ช่วงเปลี่ยนผ่านอีก 5 ปี จะทำให้สร้างความเจริญอย่างเนื่อง ประชาชนกินดีอยู่ดีได้ แต่อีกฟากมองว่า ควรคืนการเลือกตั้ง แล้วพวกเขาจะเลือกตัวแทนมาแก้ปัญหาต่างๆเอง ซึ่งทั้งหมดก็ต้องรอตัดสินกันในช่วงลงประชามติกลางปีนี้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่จะเห็นแบบไหน ประเด็นรัฐบาล 2 ขยัก ขยักแรก 5 ปี มีผลต่อการลงประชามติอย่างแน่นอน ลำพังเนื้อหาในร่างแรกรัฐธรรมนูญก็มีปัญหาอยู่แล้ว เพิ่มอีกสักเรื่องจะเป็นอะไร
การเมือง “ยูเอ็น” ดอดพบ “ยิ่งลักษณ์” สอบถามเรื่องการเมือง-เลือ
เมธีขู่บุกโรงพัก โวยพระถูกหักหลัง
Wednesday, February 24, 2016 - 00:00
ชี้เจตนาชัดใช้รถผิด กม.
พระเมธีฯ ขู่แจ้งข้อหาม็อบฮือ
เมื่ออลัชชีประกาศ 'เสือโล้นบุก'
เมื่ออลัชชีประกาศ 'เสือโล้นบุก'
- Wednesday, February 24, 2016 - 00:00
เมื่อถูกคดีทางบ้านเมือง.........."ถ้าเป็นพระ" ท่านจะใช้ "ทางธรรม" เข้าข่ม"ถ้าเป็นอลัชชี" มันจะใช้ "ทางโจร" เข้าขย่ม!กรณี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๗ บอกจะเรียกผู้เกี่ยวข้องเหตุการณ์ชุมนุมที่พุทธมณฑล เมื่อ ๑๕ ก.พ.๕๙ มารับทราบข้อหา ๔ ข้อและในจำนวนนั้น อาจมี "เมธีธรรมาจารย์" หรือประสาร ผู้โล้นคลุมเหลืองให้เห็นว่าเป็นพระรวมอยู่ด้วยเขาคนนี้ ทั้งไม่เคารพ ไม่เอื้อเฟื้อ ไม่เชื่อฟัง "คำสั่ง" พระบรมศาสดาเจ้า ที่ตรัสไว้ก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพานว่า"ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย ธรรมวินัยนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลายโดยกาลล่วงไปแห่งเรา"แต่กลับประพฤติเยี่ยงอลัชชี........ไปฝักใฝ่ มั่วสุม เคารพ-เชื่อฟัง "ระบอบทักษิณ" ที่ประกาศล้มชาติ-ล้มสถาบัน เปลี่ยนประเทศเป็น "แดงทั้งแผ่นดิน"!"ศีล-สมาธิ-ภาวนา" ไม่พร่ำบ่น!แต่ดันไปปฏิบัติในหน้าที่นอกรีต-นอกรอยสมณะ รวมหัวดำ-หัวเหลือง ตั้งศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา ให้เป็น "เนื้องอก" คณะสงฆ์ ตัวเองเป็นเลขาฯแล้วก็ใช้ศูนย์และตำแหน่งนอกรีตนั้น.......เป็นไปเพื่อพิทักษ์ระบอบทักษิณ เป็นไปเพื่อพิทักษ์ธัมมชโย เป็นไปเพื่อพิทักษ์เจ้าของเบนซ์เถื่อน ขม ๙๙!เหล่านี้น่ะเรอะ เป็นเนื้อ-เป็นแก่นพระพุทธศาสนา ที่พวกเจ้าใช้ศูนย์บ้า-ศูนย์บอนี้พิทักษ์?ความจริง เห็นใช้เป็นแหล่งสุมหัว "แดงทั้งแผ่นดิน" กันมาตั้งแต่ปี ๕๓ แล้วเห็นตัวพ่อ "มหาเปรียญ" ที่สึกหาลาเพศไปเป็นทหาร เป็นครูบาอาจารย์กลุ่มหนึ่ง สุมหัวใช้ศูนย์นี้หนุนระบอบทักษิณทางวิทยุ ตายไปทีละคน-สองคนก็ยังไม่สำนึกในบาป-ในกรรมกัน?เป็นพระ.....กิจอันพึงทำให้แจ้งด้วย "ศีล-สมาธิ-ภาวนา" ในอริยสัจ ๔ ด้วยเคร่งครัดในพระธรรม-วินัยนี้ คือ...."การพิทักษ์พระพุทธศาสนา" โดยธรรม-โดยวินัย ตามพุทธบัญญัติโดยตรง!ไม่ต้องเสือกเกินกรอบ......ไปตั้งศูนย์เป็น "กองกำลังเหลืองนอกกิจสงฆ์" เพื่อให้ตัวเองมีตำแหน่งนอกพุทธบัญญัติ อย่างที่ทำอยู่หรอก!อีกทั้ง พลิก พ.ร.บ.คณะสงฆ์ "ทุกฉบับ" ก็ไม่เห็นมีมาตราไหนว่าให้พระต้องไปตั้งศูนย์นั่น-ศูนย์นี่ ในความหมายเพื่อพิทักษ์พระพุทธศาสนา?"ธัมโม หะเว รักขะติ ธัมมจาริง""ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม"นั่นแค่กระทู้สำหรับนักธรรมชั้นตรี ผมท่องตอนเป็นเณร ยังจำได้ แต่จำไม่มีค่าเท่าทำประสารเป็นอาจารย์มหาจุฬาฯ ใช่มั้ย เป็นรองเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ ใช่มั้ย เป็นมหาเปรียญใช่มั้ย เป็นหัวหน้าแก๊งโล้นยกรถทหารใช่มั้ย?แล้วแค่โศลกธรรมแค่นี้ ยังไม่รู้..ไม่เข้าใจ..ไม่เข้าถึงยังจะทะลึ่งอ้าง ที่ทำนอกรีต-นอกรอย "ซึ่งทำลาย" พระพุทธศาสนาแท้ๆ นั้น ว่าเป็นการพิทักษ์พระพุทธศาสนาแกมันโล้นเขาเกก....ถ้าต้องการพิทักษ์พุทธศาสนาจริง กลับวัดมหาธาตุฯ ไป!แล้วสมัครเข้าฝึกอบรมจิต เรียกใจแห่งสมณะคืน ที่คณะไหนผมก็ลืมไปแล้ว เคยแวะไปทำบุญอยู่ เขาเปิดสอนวิปัสสนา-กรรมฐาน ประเสริฐแท้เบื้องหน้าคือหุบเหว กลับหลังหันคือฟากฝั่ง ประสาร.....ดู หน้า-ตา, หัว-หู ตัวเองซิ มีราศีราสัน สมเป็นพระสงฆ์องคเจ้ากับเขาซะที่ไหน อย่างผมน่ะ ถ้าจะตกนรก ก็แค่สัญชีวมหานรกแต่บวชเป็นพระ กลับประพฤติอลัชชี นอกรีต-นอกรอยพระธรรมวินัย ยิ่งฝักใฝ่เอาศาสนาไปรองรับโจรบ้าน-โจรเมือง และกิเลสบ้า-ตัณหาพระด้วยแล้วต่อให้เป็นสมเด็จพัดยศร้อยยอด ถ้าทำตัวเป็นด้วงศาสนา ในจำนวน ๔๕๗ ขุมนรกลึกสุด "โลกันตรนรก" นั่นละ...จะไปตั้งสมาคม-ตั้งศูนย์กันอยู่ที่นั่น!ไปคุกเข่าสำนึกบาปที่หน้าองค์ "พระศรีสรรเพชญ์" พระประธานในโบสถ์ ๗ วัน ๗ คืน นั่นเถอะ ไป๊...!ที่กร่างอยู่เวลานี้ ยิ่งนับวัน ยิ่งหาธรรมไม่เจอ มีแต่ห่าทำตำรวจเขาจะเรียกไปรับทราบข้อหา.....โดยปกติ ขนาดโจรห้าร้อย อย่างเก่งก็หนี ที่จะหนังหนา-หน้าด้าน ใช้สันดานโจร "อหังการ-ราวี" กับอำนาจรัฐ ให้เป็นตัวอย่างเลวโจรให้เกียรติกฎหมาย...ไม่ทำแต่ประสาร ที่เอาผ้าเหลืองคลุมร่าง ไม่ละอาย...ทำ!?ดูเขาพูดก็ได้....เมื่อตำรวจบอกจะเรียกไปรับทราบ ๔ ข้อหา
๑.ละเมิด พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ
๒.ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต
๓.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และ
๔.หมิ่นประมาท
ประสารเปรี้ยงทันที.........."ถ้ามีหมายเรียกมาถึงอาตมาเมื่อไร วันไหน พระทุกรูปจะขอไปแสดงตนให้ล้นโรงพักพุทธมณฑล ในวันนั้น เพื่อจะไปแสดงตนเป็นพระผู้ต้องหาร่วมกันในคดีเจริญพระพุทธมนต์ดังกล่าว และยอมให้จับกุมคุมขังพระสงฆ์หมู่ใหญ่ด้วยกันทั้งหมดในวันนั้น จึงได้แต่หวังว่า รัฐบาลจะมีสติ ไตร่ตรอง ใคร่ครวญมองอะไรให้รอบคอบ เพื่อจะได้ไม่กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวไปในที่สุด"คลุมเหลือง มาสันดานเดียวกับคลุมแดงเป๊ะ...เก่งเดี่ยวไม่กล้า ต้องเก่งหมู่ ใช้ "พวกมาก" เข้าขู่ แถมยกเรื่องที่ตัวเองทำเป็น "น้ำผึ้ง" แบบนี้ไม่มีใครเขาแย่ง-เขาอยากได้กันหรอกเพราะมันเป็น....."น้ำผึ้งผี"!"ให้รัฐบาลมีสติ ไตร่ตรอง" คนพูดนั่นแหละ ควรใช้สติไตร่ตรองก่อน เอะอะก็อ้าง "พระไปเจริญพระพุทธมนต์"พระนะ...ไม่ใช่ขอทาน ที่จะไปเที่ยวร้องเพลงแลกข้าว-แลกไข่ได้ทุกที่ตามใจชอบกิริยาเจริญพระพุทธมนต์ กับกิริยาการชุมนุม ประสารแยกไม่ออกเลยหรือ ถึงได้อ้างโง่ๆ อย่างนั้น?อีกอย่าง พระนั้น จะเที่ยวไปเจริญพระพุทธมนต์ โดยไม่มีใครนิมนต์ และไม่มีใครอาราธนาพระปริตร ในสถานที่และในกาลอันเหมาะสมไม่ได้คนสำนักพุทธก็แก๊งเดียวกัน ไม่สอน-ไม่บอกหรือ?ที่ว่า "พระมากันเอง" เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภานั่น...พูดปดหน้าด้านๆ ถ้าเป็นพระ จะถูกอาบัติกินกระบาลคนในคราบโล้นคลุมเหลืองเป็นหมื่น โดยไม่มีใครนัดหมาย มาพร้อมกันเอง ในวัน-เวลาเดียวกันประสาร "อมสมเด็จช่วง" มาพูด จ้างก็ไม่มีใครเชื่อ?ถ้ามากันเอง แล้วรสบัสคันใหญ่มากมาย ขนใครมา มากันโดย "จานบินดลใจ" ในวัน-เวลาเดียวกัน ให้เป็นที่อัศจรรย์หรืออย่างไร?แล้วเหมือนประสารมีฤทธิ์นะ....ฟังที่ออกโทรทัศน์ดิจิทัลช่อง นิวทีวี เห็นอ้างว่า ประสารเตรียมเสบียงกรังมา แต่ทหารกั้นไม่ให้รถขนอาหารเข้าไปในพุทธมณฑลเมื่อมากันเอง ไม่ได้ระดมพลโล้นเหลืองมาชุมนุม แล้วประสารรู้ได้ไง ถึงเตรียมอาหง-อาหารพร้อมสำหรับโล้นเป็นหมื่นจำยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีพวกเสื้อแดงตอนชุมนุมมาละซี?หยุดเถอะน่ะ...ประสาร!อย่าดึงพระ-ดึงศาสนาที่บริสุทธิ์ทั้งหลาย ซึ่งท่านไม่รู้-ไม่เห็น-ไม่อนุโมทนาด้วย ไปเป็นสมุน เป็นเครื่องมือตัวเอง.........เพื่อธัมมชโย เพื่อธรรมกาย เพื่อดุนตูดสมเด็จฯ ขึ้นแท่นเลย!ทั้ง ๔ ข้อหาน่ะ ผมดูแล้ว เบากว่าที่หลวงปู่พุทธอิสระโดนไม่รู้กี่ร้อยเท่า ไปเหอะ ไม่ต้องปลุก "พระนอกกรุ" ไปแขวนคอให้รุงรังเห็นแก่หัวโล้น ตำรวจเขาคงไม่เอาหนังสติ๊กรัดไข่หรอก โทษตามข้อหานั้น ดีดติ่งหูแทนค่าปรับ ก็จบแล้วแต่ถ้าจะระดมหัวโล้นไปกันวันนั้นจริงๆ...ก็ดี ทราบว่า งานนี้ "ตำรวจ-ทหาร" เตรียมอำนวยความสะดวกให้เต็มที่แค่ตรวจ "ใบสุทธิ" ทุกโล้นที่มาเท่านั้น ถ้าโล้นไหนไม่มี จะได้ช่วยจับเห็บ-จับโลนให้ประสารไงล่ะหัวโล้น "คุก" หัวโตกันบ้างละทีนี้!







