PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันอังคารที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2559

พบมท.รายงานตัวเลขสถิติผิดเพียบ

พบสถิติเว็บมหาดไทยระบุปี 57 กาฬสินธุ์ รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนทะลุ 24 ล้านต่อเดือน

พบข้อมูลสถิติเว็บกระทรวงมหาดไทยระบุปี 57 กาฬสินธุ์ เฉลี่ยรายได้/ครัวเรือน 24 ล้านต่อเดือน ขัดกับข้อมูล สนง.สถิติแห่งชาติระบุเพียง 13,921 บาท ขณะที่ตัวเลขจำนวนคดีที่จับกุมได้ในภาคเหนือปี ทะลุ 131 ล้าน ผู้สูงอายุภาคใต้ปี 57 ระบุมีถึง 330 ล้านคน

11 เม.ย. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเฟซบุ๊กมีผู้นำสถิติเกี่ยวกับรายได้จำแนกตามภาคและรายจังหวัด ที่นำมาจากเว็บไซต์กระทรวงมหาดไทย จาก 'สถิติข้อมูลที่สำคัญ กระทรวงมหาดไทย ไตรมาศ3:2558' มาเผยแพร่พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ความถูกต้องของข้อมูลสถิติดังกล่าว โดยรายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า จัดทำโดย ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยมีข้อมูลที่ถูกตั้งข้อสงสัย เช่น พบว่า ในปี 2557 ภาคเหนือมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีคือ 162 ล้านบาท รองลงมาคือภาคใต้ 51 ล้านบาท ต่อหัวต่อปี และภาคกลาง 32 ล้านบาท ส่วนภาคอีสานมีรายได้เฉลี่ยต่อปี 14 ล้านบาท ขณะที่จังหวัดกาฬสินธุ์มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือนถึง 24 ล้านบาท อันดับ มุกดาหาร 7 ล้านบาทต่อเดือน และตาก 5 ล้านบาทต่อเดือน

ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ http://service.nso.go.th/ ระบุว่าปี 56 รายได้เฉลี่ย จ.กาฬสินธุ์มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือน เพียง  13,921 บาท  ส่วน จ.มุกดาหาร  16,494 บาทต่อเดือน และ จ.ตากเพียง 17,020 เท่านั้น 

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมข้อมูลในเว็บไซต์กระทรวงมหาดไทย หรือ www.moi.go.th นั้น มีส่วน 'ข้อมูลสารสนเทศ' ซึ่งเมื่อคลิ๊กเข้าไปจะมีส่วนของ 'ศูนย์ข้อมูลกลางกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด' โดยเฉพาะในส่วนของ 'องค์ความรู้เรื่องสถิติ/วิเคราะห์ข้อมูล(45 กลุ่มเรื่อง/32 ตัวชี้วัด)' เมื่อคลิ๊กเข้าไปจะพบ  องค์ความรู้เรื่องสถิติ/วิเคราะห์ข้อมูลฯ  โดย 2. รายงานสถิติข้อมูลสำคัญกระทรวงมหาดไทยและจังหวัด เมื่อคลิ๊กเข้าไปจะพบกับ สถิติข้อมูลสำคัญกระทรวงมหาดไทย  ตั้งแต่ปี 51 - ปี 58 โดยมีการแยกเป็นรายไตรมาสด้วย
 
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ไม่เพียงข้อมูลรายได้ต่อหัวที่ดูผิดปกติและไม่สอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติแล้ว ตารางแสดงจำนวนคดีที่จับกุมได้ จำแนกรายภาค ปี พ.ศ.2556 - 2558 นั้นก็ดูเป็นตัวเลขที่ผิดปกติ เมื่อข้อมูลแสดงว่า ในภาคเหนือมีจำนวนคดีที่จับกุมได้ในปี 56 ถึง 131 ล้าน ขณะที่ปี 57 ลดลงมาเหลือเพียง 16,238 เท่านั้น ส่วนภาคกลาง ปี 56 มีเพียง 59,888 แต่ปี 57 มีถึง 62 ล้าน เป็นต้น ซึ่งข้อมูลไม่ตรงกับตารางในรายงานถิติข้อมูลที่สำคัญ กระทรวงมหาดไทย ประจําปี พ.ศ. 2557 หน้า 66 ดังตารางด้านล่าง
 
รวมทั้งตัวเลขผู้สูงอายุในตารางตารางแสดงจำนวนผู้สูงอายุจำแนกรายภาค ปี พ.ศ.2555 - 2557 หน้า 120 ในส่วนของภาคใต้ปี 57 ระบุมีถึง 330 ล้านคน ขณะที่ปี 56 มีเพียง 3,862 คน เท่านั้น
 
ตารางแสดงจำนวนผู้สูงอายุจำแนกรายภาค ปี พ.ศ.2555 - 2557 หน้า 120 (ที่มา :  'สถิติข้อมูลที่สำคัญ กระทรวงมหาดไทย ไตรมาศ3:2558')
 
 
อย่างไรก็ตามสถิติดังกล่าวไม่ได้มีความผิดปกติเฉพาะในรายงานไตรมาศ 3:2558 แต่ ไตรมาศ 2:2558 และ 1:2558 ก็มีความสอดคล้องกัน และหากย้อนกลับไปดู ตารางแสดงการเปรียบเทียบรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี จําแนกรายภาค ปี พ.ศ.2555 - 2557 ในส่วนรายงานสถิติข้อมูลสำคัญกระทรวงมหาดไทย ประจำปี 2557 ที่ตัวเลข รายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปี ภาคเหนือ ปี 56 อยู่ที่ 159 ล้าน ปี 55 อยู่ที่ 60 ล้าน ภาคกลาง ปี 56 อยู่ที่ 82 ล้าน ปี 55 อยู่ที่ 214 ล้าน ภาคอีสานปี 56 อยู่ที่ 131 ล้าน เช่นเดียวกับปี 55 ที่อยู่ที่ 131 ล้านเช่นกัน ขณะที่ภาคใต้ปี 56 อยู่ที่ 113 ล้านและปี 55 อยู่ที่ 144 ล้าน เป็นต้น
 

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559

"บิ๊กตู่"ฟ้อง "ป๋าเปรม" สื่อ ไม่ช่วย. อยากให้ไปถามนักการเมืองว่า ทำเพื่อประเทศหรือไม่

"บิ๊กตู่"ฟ้อง "ป๋าเปรม" สื่อ ไม่ช่วย. อยากให้ไปถามนักการเมืองว่า ทำเพื่อประเทศหรือไม่ เมิน ปชป.ค้านคำถามพ่วง รธน.ชี้ขึ้นอยู่กับ ปชช. เผยนักการเมืองออกมาเคลื่อนไหว หวั่น ทำแบบเดิมไม่ได้ ท้าถ้าไม่ลงเลือกตั้ง ก็อย่าลงนะ อุบทางออกหากประชามติไม่ผ่าน ย้ำพรรคการเมืองยังไม่มีสิทธิแถลงข่าว
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าว ภายหลังการรดน้ำพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ว่า วันนี้ใครพูดมาก็วันนี้มาอวยพรสงกรานต์
เมื่อนักข่าวถามว่า ทำไมไม่ยิ้มเลย นายกฯกล่าวว่า กำลังคิด ใครพูดมาก็ฟัง ฟังแล้วก็คิด คิดแล้วก็วิเคราะห์เบื่อที่จะพูดเบื่อที่จะอธิบาย ผมจะรอดูสื่อที่ให้ไปถามนักการเมืองทำหรือไม่
นายกฯกล่าวว่า "ป๋าครับ ผม ให้สื่อไปถามนักการเมืองว่าจะทำเพื่อประเทศไหม คิดว่าคงไม่ทำ วันนีผมขอถือโอกาสฟ้องป๋าด้วย
นายกฯ ยังให้สัมภาษณ์ถึงแถลงการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่เห็นด้วยกับคำถามพ่วงประชามติที่ให้ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร แต่ไม่มีสิทธิไม่เห็นด้วยกับตน เพราะเป็นเรื่องของประชามติและประชาชน ซึ่งจะมีผลกับฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ใครจะเคยมีก็มี แต่ฐานเสียงประชาชนอยู่กับตนเยอะพอสมควร ดังนั้นคนตรงกลางควรคิดดูว่าจะเชื่อเขาหรือเชื่อตน
ส่วนนักการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยในช่วงนี้มีความกังวลในเรื่องใดนั้น นายกฯ กล่าวว่า กังวลว่าจะกลับมาทำเหมือนเดิมไม่ได้ มีอิสระเสรีภาพ ทุกอย่างได้ทุกอย่างอย่างที่เขาต้องการทำกัน ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ตนไม่ได้บอกว่าทำไม่ดีทั้งหมด และเขาเอาทุกอย่างเพราะเขามาจากประชาชน เอาอำนาจที่ประชาชนให้มาใช้ในทางที่ถูกต้องหมดหรือไม่ และที่ตนทำในขณะนี้ทำเพื่ออะไร และใช้กฎหมายเพื่ออะไร ออกกฎหมายกับคนทำความผิดใช่ไหม หรือทำกฎหมายให้กับคนทั่วไป กับสื่อตนเคยลงโทษจริงจังหรือไม่ กับนักศึกษาเคยเอาติดคุกหรือไม่ ยังไม่เกิดขึ้นสักอย่างซึ่งตอนที่เขาอยู่ปล่อยปละละเลยเอาติดคุกไหมยังไม่มี แล้วจะเอาบ้านเมืองแบบไหน
ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้นายกฯเปิดเผยทางออกหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ ว่า ถ้าไม่ผ่านประชามติอำนาจก็อยู่ที่ตน เข้าใจคำว่าอำนาจไหม อำนาจจะเปิดหรือไม่เผิดเป็นเรื่องของตน ทำไมต้องอยากรู้กันนักหนา เขาให้ทำประชามติก็ทำไป อะไรที่จะต้องทำก็ทำทั้งหมด
ถามว่า หากพรรคการเมืองใหญ่ทั้งสองพรรคจะไม่ลงเลือกตั้งในครั้งนี้ นายกฯกล่าวว่า ก็ดี ไม่ลงก็ไม่ต้องลง และขออย่าลงมาอีก คนที่ออกมาพูดก็ไม่ต้องลง ปล่อยให้พรรคอื่นลง เอาสิถ้ามันไม่จบก็ลองดู กฎหมายมีไว้ทำอะไรออกทุกอย่างกฎหมายทุกอย่าง อยากจะสงบสุขแต่ไม่ปฏิบัติ คนดีอยู่ไม่ได้ จะออกกันทำไมกฎหมายเล็กๆยังไม่ทำรัฐธรรมนูญจะไปคุมอะไรได้ ให้คนเข้าใจกันบ้างตนไม่ได้ดูถูกใคร ถ้าเคลื่อนไหวก็โดนจับ หากโดนติดคุกจะว่ายังไง ตนบอกกับต่างประเทศแล้วใครทำประเทศไทยเดือดร้อนตนเอ่ยชื่อให้รับทราบหมดทุกประเทศ
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ายังไม่ให้พรรคการเมืองออกมาแถลงข่าวในช่วงนี้ แต่ถึงอย่างไรก็มีการแถลงข่าวผ่านสื่อมวลชนมาโดยตลอดแต่ไม่จำเป็นต้องไปเปิดเวที เพราะวันนี้ก็มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อ สื่อก็เอาไปขยาย หรือว่าจะให้ไปจับนักการเมืองที่ออกมาแถลงข่าว จับให้หมด แต่ทำไม่ได้เพราะมีกฎหมายเขียนไว้ ถ้าทำประชามติเสียหายมีโทษ 10 ปี ไม่โดนวันนี้วันหน้าใครเกี่ยวข้องก็ต้องโดนลงโทษ
ถูกใจ

นายกฯ วอนพลังเงียบ คนตรงกลาง ออกมา....ท้าพวกบอกไม่ลงเลือกตั้ง อย่าลง

นายกฯ วอนพลังเงียบ คนตรงกลาง ออกมา....ท้าพวกบอกไม่ลงเลือกตั้ง อย่าลง
"บิ๊กตู่"เมิน ปชป.ค้านคำถามพ่วง รธน. ลั่นขึ้นอยู่กับ ปชช. ตรงกลาง ให้ออกมา เผยนักการเมืองออกมาเคลื่อนไหวต้าน รธน. เพราะกลัวทำแบบเดิมไม่ได้ ท้าถ้าไม่ลงเลือกตั้ง ก็อย่าลงนะ อุบทางออกหากประชามติไม่ผ่าน ย้ำพรรคการเมืองยังไม่มีสิทธิแถลงข่าว
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าว ภายหลังการรดน้ำพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ว่า วันนี้ใครพูดมาก็วันนี้มาอวยพรสงกรานต์
เมื่อนักข่าวถามว่า ทำไมไม่ยิ้มเลย นายกฯกล่าวว่า กำลังคิด ใครพูดมาก็ฟัง ฟังแล้วก็คิด คิดแล้วก็วิเคราะห์เบื่อที่จะพูดเบื่อที่จะอธิบาย ผมจะรอดูสื่อที่ให้ไปถามนักการเมืองทำหรือไม่
นายกฯกล่าวว่า "ป๋าครับ ผม ให้สื่อไปถามนักการเมืองว่าจะทำเพื่อประเทศไหม คิดว่าคงไม่ทำ วันนีผมขอถือโอกาสฟ้องป๋าด้วย
นายกฯ ยังให้สัมภาษณ์ถึงแถลงการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่เห็นด้วยกับคำถามพ่วงประชามติที่ให้ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร แต่ไม่มีสิทธิไม่เห็นด้วยกับตน เพราะเป็นเรื่องของประชามติและประชาชน ซึ่งจะมีผลกับฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ใครจะเคยมีก็มี แต่ฐานเสียงประชาชนอยู่กับตนเยอะพอสมควร ดังนั้นคนตรงกลางควรคิดดูว่าจะเชื่อเขาหรือเชื่อตน
ส่วนนักการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยในช่วงนี้มีความกังวลในเรื่องใดนั้น นายกฯ กล่าวว่า กังวลว่าจะกลับมาทำเหมือนเดิมไม่ได้ มีอิสระเสรีภาพ ทุกอย่างได้ทุกอย่างอย่างที่เขาต้องการทำกัน ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ตนไม่ได้บอกว่าทำไม่ดีทั้งหมด และเขาเอาทุกอย่างเพราะเขามาจากประชาชน เอาอำนาจที่ประชาชนให้มาใช้ในทางที่ถูกต้องหมดหรือไม่ และที่ตนทำในขณะนี้ทำเพื่ออะไร และใช้กฎหมายเพื่ออะไร ออกกฎหมายกับคนทำความผิดใช่ไหม หรือทำกฎหมายให้กับคนทั่วไป กับสื่อตนเคยลงโทษจริงจังหรือไม่ กับนักศึกษาเคยเอาติดคุกหรือไม่ ยังไม่เกิดขึ้นสักอย่างซึ่งตอนที่เขาอยู่ปล่อยปละละเลยเอาติดคุกไหมยังไม่มี แล้วจะเอาบ้านเมืองแบบไหน
ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้นายกฯเปิดเผยทางออกหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ ว่า ถ้าไม่ผ่านประชามติอำนาจก็อยู่ที่ตน เข้าใจคำว่าอำนาจไหม อำนาจจะเปิดหรือไม่เผิดเป็นเรื่องของตน ทำไมต้องอยากรู้กันนักหนา เขาให้ทำประชามติก็ทำไป อะไรที่จะต้องทำก็ทำทั้งหมด
ถามว่า หากพรรคการเมืองใหญ่ทั้งสองพรรคจะไม่ลงเลือกตั้งในครั้งนี้ นายกฯกล่าวว่า ก็ดี ไม่ลงก็ไม่ต้องลง และขออย่าลงมาอีก คนที่ออกมาพูดก็ไม่ต้องลง ปล่อยให้พรรคอื่นลง เอาสิถ้ามันไม่จบก็ลองดู กฎหมายมีไว้ทำอะไรออกทุกอย่างกฎหมายทุกอย่าง อยากจะสงบสุขแต่ไม่ปฏิบัติ คนดีอยู่ไม่ได้ จะออกกันทำไมกฎหมายเล็กๆยังไม่ทำรัฐธรรมนูญจะไปคุมอะไรได้ ให้คนเข้าใจกันบ้างตนไม่ได้ดูถูกใคร ถ้าเคลื่อนไหวก็โดนจับ หากโดนติดคุกจะว่ายังไง ตนบอกกับต่างประเทศแล้วใครทำประเทศไทยเดือดร้อนตนเอ่ยชื่อให้รับทราบหมดทุกประเทศ
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ายังไม่ให้พรรคการเมืองออกมาแถลงข่าวในช่วงนี้ แต่ถึงอย่างไรก็มีการแถลงข่าวผ่านสื่อมวลชนมาโดยตลอดแต่ไม่จำเป็นต้องไปเปิดเวที เพราะวันนี้ก็มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อ สื่อก็เอาไปขยาย หรือว่าจะให้ไปจับนักการเมืองที่ออกมาแถลงข่าว จับให้หมด แต่ทำไม่ได้เพราะมีกฎหมายเขียนไว้ ถ้าทำประชามติเสียหายมีโทษ 10 ปี ไม่โดนวันนี้วันหน้าใครเกี่ยวข้องก็ต้องโดนลงโทษ

ทูตแคนาดาแถลงกังวลคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่13/59 บั่นทอนหลักนิติรัฐ

ทูตแคนาดาแถลงกังวลคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่13/59 บั่นทอนหลักนิติรัฐ

11 เม.ย. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ เมื่อเวลา 14.47 น. ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตแคนาดา ได้ออกแถลงการณ์ต่อคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 13/2559 เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'Embassy of Canada to Thailand - Ambassade du Canada en Thaïlande
โดยแถลงการณ์ระบุว่า แคนาดามีความกังวลที่ ประเทศไทยได้มีการนำ คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2559 มาใช้เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งได้ขยายอำนาจรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับเจ้าหน้าที่ทหารของไทย การบังคับใช้คำสั่งดังกล่าว แสดงถึงการบั่นทอนหลักนิติรัฐและกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความเป็นไปได้ในการละเมิดสิทธิมนุษยชน
แคนาดา ยังขอกล่าวย้ำถึงความกังวลอย่างสำคัญเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิพลเมืองและการเมืองพื้นฐานของรัฐบาลทหาร รวมทั้งความตั้งใจที่รัฐบาลได้แจงไว้ว่าจะขยายการใช้การปรับทัศนคติเพื่อเป็นเครื่องมือทำให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองและนักกิจกรรมหวาดกลัว แคนาดายังติดตามความคืบหน้าของกฎหมายประชามติอย่างใกล้ชิดและเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจของไทยรับรองว่าประชาชนชาวไทยจะสามารถเข้าร่วมการอภิปรายอย่างเสรีและมีส่วนร่วมเกี่ยวกับคุณค่าของร่างรัฐธรรมนูญ
แคนาดา เรียกร้องให้ประเทศไทยเคารพพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนนานาชาติของประเทศ รวมทั้งที่เกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการชุมนุม และหลักนิติรัฐ



แจกขันแดงที่เมืองนนท์

แจกแล้ว!! ขันแดง เมืองนนท์ งานรดน้ำผู้สูงอายุ ตำรวจรุดตรวจสอบ เผยข้อความยังไม่ขัดมั่นคง
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 เมษายน ที่ชมรมผู้สูงอายุหมู่บ้านอัญชลี ถนนสนามบินน้ำ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้จัดงานสืบสานประเพณีไทย สงกรานต์ 2559 โดยมีการทำบุญเลี้ยงพระ จัดรดน้ำขอพรผู้สูงอายุจำนวน 200 คน ในงาน นายวัฒนพงษ์ จิตตรี หรือสิงห์หนุ่ม เมืองนนท์ ได้นำขันแดง และขันสีฟ้า มีข้อความเขียนข้างขันว่า “สิงห์หนุ่ม เมืองนนท์” ภายในบรรจุสบู่และแป้ง โดยสบู่เขียนชื่อ “นิยม ประสงค์ชัยกุล” แป้งเขียนชื่อ “สิงห์หนุ่ม เมืองนนท์” มามอบให้กับผู้สูงอายุทั้งหมดที่มาร่วมงานด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานยังมีนายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย นายนิยม ประสงค์ชัยกุล อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย มาร่วมด้วย และในต่อมา พ.ต.ท.ปัณณพัฒน์ เดชโชติวิสิทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนนทบุรี ได้นำกำลังมาตรวจสอบ พบว่ามีการแจกขันแดงและฟ้าต่อผู้สูงอายุ แต่ข้อความข้างขันไม่ได้เป็นภัยต่อความมั่นคง โดยนายวัฒนพงษ์ได้นำใบเสร็จรับเงินการซื้อขันมายืนยันว่าซื้อมาจากห้างโลตัส จึงอยู่สังเกตการณ์จนจบพิธีและเดินทางกลับ


201604101834204-20021101123931
201604101834205-20021101123931

ปชป.ก็มีแจกกล่องยาฯสกรีนภาพ“อภิสิทธิ์”หรา จนท.ตามยึดเรียบ



ปชป.ก็มีแจกกล่องยาฯสกรีนภาพ“อภิสิทธิ์”หรา จนท.ตามยึดเรียบ
Cr:ผู้จัดการ
ศูนย์ข่าวภูมิภาค - พบเครือข่ายพรรค ปชป.มีเตรียมแจกกล่องยาสามัญประจำบ้านสกรีนภาพ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” พร้อมข้อความหรา ล่าสุดมีโผล่ที่เมืองกล้วยไข่แล้ว จนท.ตามยึดได้เพียบ
วันนี้(11 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เครือข่ายพรรคเพื่อไทย ใช้โอกาสช่วงสงกรานต์ นำขันน้ำสีแดง ที่มีข้อความ และลายเซ็นของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน จนฝ่ายทหารออกตรวจยึด-ดำเนินคดีแล้วหลายท้องที่ เพราะมองว่า เป็นการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง
ล่าสุดมีรายงานว่า เครือข่ายพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีการนำสิ่งของและขันน้ำ ซึ่งสกรีนภาพนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกแจกจ่ายให้กับฐานเสียงในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ด้วยเช่นกัน โดยจะเริ่มแจกจ่ายให้ผู้สูงอายุเขต อ.พรานกระต่าย และ อ.เมืองกำแพงเพชร ในวันนี้(11 เม.ย.)
ต่อมาเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบข้อเท็จจริงที่อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรค ปชป. 2 ราย ๆแรกพบมีการเตรียมชุดยาสามัญประจำบ้าน ที่มีการนำสติกเกอร์ภาพของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกอบตัวอักษรว่า "ด้วยรักและห่วงใย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์" จำนวน 1,271 กล่อง จึงขอนำมาเก็บไว้ เพื่อดำเนินการต่อไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ยังได้เดินทางไปพบกับอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรค ปชป.อีกราย แต่ไม่พบสิ่งของที่จะแจกจ่ายแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม จากการขยายผลตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่า กล่องยาสามัญประจำบ้านดังกล่าว ถูกนำออกแจกจ่ายผ่านเครือข่ายผู้นำกลุ่มองค์กรบางส่วนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปนำกลับมาเก็บไว้ เพื่อรอดำเนินการต่อไปทั้งหมด

สนช.ออกอาการ “ป๊อด” ไม่ถามพ่วงประชามติ????


เหนือเมฆ โดยเสือหมอแมวเซา ทหารพระนเรศ
สนช.ออกอาการ “ป๊อด” ไม่ถามพ่วงประชามติ????
สถานการณ์บ้านเมืองมีความสับสนปนซับซ้อนซ่อนเงื่อนว่าประเทศจะเดินไปในทิศทางไหน หลังจากกรธ.เปิดร่างรธน.ไม่ตรงตามที่คสช.ต้องการ แน่นอนว่าตอนนี้ทุกอย่างมุ่งหน้าไปสู่การทำประชามติ แต่กลับไม่ตอบโจทย์ว่าประเทศจะไปทางไหน
คสช.อยู่ต่อ หรือ จบเห่กันแค่นี้ นักเลือกตั้งกลับมาบริหารประเทศ เข้าสู่วังวนเดิม คำถามๆๆๆดังขึ้นมาในหัว เชื่อว่าใครก็ถามกันแบบนี้
3 เม.ย. ชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพล เรื่อง “2 ปี คสช.เปลี่ยนประเทศไทยอย่างไร” ...ส่วนใหญ่ร้อยละ 70.8 ขอให้ทำหน้าที่นายกฯ ต่อไปนาน ๆ
อันนี้น่าคิดๆ ผู้นำชุมชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศอยากให้พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อนานๆ ย้ำว่านานๆไม่กำหนดปีเสียด้วยซ้ำ
แล้วจะเป็นไปได้หรืออย่างไร??? แล้วเงื่อนไขอะไรที่จะนำพา
ซอกแซกๆไปพบกับกระบวนการของสนช.พอดี!!! ตั้งคำถามประชามติ ให้ประชาชนตัดสินใจ
จริงๆแล้วเงื่อนไขนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ.2557 ที่เพิ่งดัดแปลงและสนช.ลงมติไปเมื่อวันที่ 10มี.ค.หมาดๆเลย... เข้าใจว่าคนเขียนเองก็เผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้เผื่อสถานการณ์ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง คือประชามติแล้ว เลือกตั้งแล้ว ยังขัดแย้งยังตีกันเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นการตั้งคำถามพ่วงประชามตินี่แหละอาจเป็นทางออกใหม่
มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสี่ วรรคห้า วรรคหก วรรคเจ็ด วรรคแปด วรรคเก้า วรรคสิบ วรรคสิบเอ็ด และวรรคสิบสอง ของมาตรา ๓๙/๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๕๘
วรรค๕ การจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ให้ออกเสียงประชามติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญนั้นทั้งฉบับ โดยต้องกระทำในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ในการนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะมีมติเสนอประเด็นอื่นใดไม่เกินหนึ่งประเด็นที่สมควรให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพิ่มเติมว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบพร้อมไปในคราวเดียวกันด้วยก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องเสนอภายในสิบวันนับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคสามเพื่อประโยชน์แห่งการนี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติรับฟังความคิดเห็นของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศประกอบการพิจารณาด้วย
ไฮไลท์สำคัญจึงไปจับที่สนช.ทันทีว่าจะตั้งคำถามพ่วงประชามติหรือไม่แล้วจะตั้งว่าอะไร หลังจากสปท.ชงคำถามมาให้แล้วหนึ่ง ก็คือ ให้สว.มีอำนาจโหวตนายกฯ ด้วยมติถล่มทลาย 136ต่อ3
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเสนอคำถามพ่วงประชามติว่า ในวันที่ 7 เม.ย. จะได้คำตอบว่า สนช.จะตั้งคำถามหรือไม่ ซึ่งต้องนำข้อเสนอของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มาร่วมพิจารณาด้วยว่าเป็นอย่างไร ดีหรือไม่ ตรงนี้ไม่ขอวิจารณ์ เพราะจะเป็นการชี้นำ สนช. เพราะขณะนี้ สนช.ก็มีความคิดหลากหลายแตกต่างกันไป แต่ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ
นายพีระศักดิ์ พอจิต รอง สนช.คนที่สอง กล่าวถึงสปท.เสนอคำถามพ่วงประชามติให้รัฐสภาโหวตเลือกนายกฯ ว่า คำถามของ สปท.จะส่งไปยังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เป็นประธาน เพื่อพิจารณารวมกับคำถามประชามติของ สนช. ซึ่งขณะนี้ กมธ.สามัญประจำ สนช.ทั้ง 16 คณะได้สรุปแล้ว โดยบางคณะก็ถาม บางคณะก็ไม่ถาม โดยคำถามมีทั้งซ้ำและไม่ซ้ำกัน ซึ่ง กมธ.จะได้สรุปคำถามในวันที่ 4-5 เม.ย. จากนั้นจะนำเข้าสู่ กมธ.กิจการ สนช. หรือวิป สนช. เพื่อให้พิจารณาว่าจะสรุปว่าจะถามหรือไม่ถาม หากถามจะเลือกคำถามอะไร จากนั้นก็นำเข้าที่ประชุม สนช.เพื่อขอมติว่าจะถามหรือไม่ ในวันที่ 7 เม.ย. จะได้ข้อยุติ เพื่อส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อไป
เล็งๆจากกระบวนการหมายความว่า สนช.ใช้วิธีกระจายงานให้กมธ.แต่ละคณะไปคิดมาว่าจะเสนอคำถามหรือไม่ แล้วถ้าจะเสนอจะเสนอว่าอะไร
เสือหมอบแมวเซา ทหารพระนเรศ กับพี่สร-ยวย จึงต้องใช้กำลังภายในไปล้วงความลับกันออกมาแบบใต้เตียงกมธ.แต่ละชุด ผลลัพธ์ที่ได้เป็นแบบนี้....
1. กมธ.การบริหารราชการแผ่นดินhttp://www.senate.go.th/w3c/senate/comm.php…
2. กมธ.การศึกษาและการกีฬาhttp://www.senate.go.th/w3c/senate/comm.php…
3. กมธ.การพลังงาน http://www.senate.go.th/w3c/senate/comm.php…
4. กมธ.สังคมกิจการเด็กฯhttp://www.senate.go.th/w3c/senate/comm.php…
5. กมธ.การเกษตรและสหกรณ์http://www.senate.go.th/w3c/senate/comm.php…
6. กมธ.การคมนาคม http://www.senate.go.th/w3c/senate/comm.php…
7. กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมhttp://www.senate.go.th/w3c/senate/comm.php…
8. กมธ.พาณิชย์ อุตสาหกรรมและแรงงานhttp://www.senate.go.th/w3c/senate/comm.php…
9. กมธ.ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมhttp://www.senate.go.th/w3c/senate/comm.php…
10.กมธ.ปกครองท้องถิ่น ยังไม่เสนอความเห็นมา
เหตุผลอะไรที่ไม่เห็นด้วย
- อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสนในการลงคะแนนเสียงประชามติ
- ป้องกันปัญหาขัดแย้งทางการเมืองอันเนื่องมาจากการเสนอประเด็นคำถาม
- เพื่อหลีกเลี่ยงกรณีอาจส่งผลต่อความเรียบร้อยในการลงประชามติ
- อาจไม่สามารถทำให้ประชาชนทุกคนเข้าใจประเด็นคำถาม ซึ่งอาจทำให้การตัดสินใจลงมติไม่ได้มาจากความเข้าใจที่แท้จริง
- ร่าง รธน.ครบถ้วนสมบูรณ์ กำหนดเรื่องต่าง ๆไว้เป็นไปตาม Roadmap รวมทั้งบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนประเทศในระยะยาวแล้ว
หนักสุดคือ กรธ.ศึกษาและกีฬา ไม่เห็นด้วย ไม่พอ ไม่บอกเหตุผลอีกต่างหาก
ที่เห็นแค่หนังตัวอย่างเท่านั้น แต่ไปแอบสืบทราบมาแล้วว่าตอนนี้คะแนนเสียงกินกันอยู่ 9 ต่อ 6 แต่ดันเลข9ไปอยู่กับฝ่ายไม่เห็นด้วยนี่สิ
สรุปก็คือตอนนี้สนช.ส่วนใหญ่ออกอากาศ “ป๊อด” ไม่สนชามกะละมังอะไรทั้งนั้น ประชามติให้มันจบๆกันไปว่าร่างรธน.ฉบับกรธ.จะผ่านหรือไม่ผ่านเท่านั้น
สงสารก็แต่พล.อ.ประยุทธ์ ขนาดสนช. กรธ. 2ใน5แม่น้ำ 5 สายพวกเดียวกันเองแท้ๆ แต่ไม่เข้าใจสถานการณ์ ไม่เท่านั้นกลับเตรียมตัวชิ่งเอาดื้อๆ...ทำให้ย้อนนึกถึงตอนตั้งมากับมือ มันน่า...จริงๆ
หรือจะให้รอปาฏิหาริย์ ก่อนถึงวันที่ 7 เมษายน น้ออออออออ

อาบน้ำม้า ....ป๋าเปรม ให้พร สงกรานต์

อาบน้ำม้า ....ป๋าเปรม ให้พร สงกรานต์
พลเอกวันชัย เรืองตระกูล อดีตปลัดกห.วัย84 นำทหารม้า 62 รุ่น และม้าใหม่รุ่น63 อีก14 นาย ตบเท้ารดน้ำขอพรสงกรานต์ ป๋าเปรม.. พลเอกเปรม แนะทหารม้า ต้องเป็นทหารของชาติ ช่วยรักษาชาติ ช่วยกันฉีดเลือดใหม่ ให้ทหารม้ารุ่นหลังๆ ช่วยกันปราบโกง คนทุจริต ด้วยความรวดเร็ว รุนแรง และเด็ดขาด แบบทหารม้า. เผยรอความหวัง มี ผบทบ. เหล่าทหารม้า ในอนาคต หลังจากที่เคยมี ป๋าเปรม เป็น ผบทบ. มาก็ยังไม่มี เหล่าทหารม้า คนใด ขึ้นถึง ผบทบ. เลย... ป๋า แฮปปี้ ท่ามกลางทหารม้า ใช้ foggyฉีดให้ทหารม้า 62 รุ่น หลังจากที่ ป๋านั่งให้บิ๊กทหารม้า รดน้ำนาน เลยขอยืนแล้ว ฉีดแทน



ประยุทธ์นำรดน้ำป๋าเปรม


'ป๋าเปรม'เปิดบ้านสี่เสาฯรดน้ำวันสงกรานต์ อวยพร "บิ๊กตู่"รักษาชาติบ้านเมืองให้สำเร็จ มีกำลังใจทำงานเพื่อคนไทย

ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. พร้อมด้วย คณะรัฐมนตรีและผู้นำผู้นำเหล่าทัพตัวแทนข้าราชการทหาร ตำรวจ คณะบุคคล คณะทำงาน องค์กรภาคเอกชน และมูลนิธิต่างๆ เข้าอวยพรโดยกล่าวตอนหนึ่งว่า พล.อ.เปรมถือเป็นผู้มีคุณต่อประเทศ สมควรที่จะยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อเป็นแบบอย่าง ให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และขอพรเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์

ขณะที่ พล.อ.เปรม ได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่เดินทางมาอวยพรในวันสงกรานต์ ตอนหนึ่งว่า วันปีใหม่นี้ถือเป็นวันที่สำคัญวันหนึ่ง ตนพูดมาตลอดว่า การดำรงวัฒนธรรมคือการรักษาชาติซึ่ง นายกกำลังรักษาชาติ รักษาประเทศให้มีความสุข นับว่านายกฯได้ทำหน้าที่ของคนไทยแบบไทยๆมาโดยตลอด สมควรเป็นแบบอย่างให้กับประชาชนในประเทศ เนื่องในโอกาสปีใหม่ไทยขออำนวยพรให้นายกฯและครอบครัว ประชาชนคนไทย ผบ.เหล่าทัพ รัฐบาล ตำรวจแห่งชาติ มีแต่ความสุข มีความสดใส มีกำลังใจที่จะทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองของเรา และขอให้ทุกอย่างที่นายกฯอยากทำเพื่อคนไทยประสบความสำเร็จ มีความภูมิใจในฐานะที่เป็นคนไทย ที่รักษาบ้านเมืองให้เกิดความสามัคคี จากนั้นพล.อ.เปรม ได้เปิดโอกาสให้คณะบุคคลได้รดน้ำขอพร ก่อนที่คณะบุคคลจะเดินทางกลับ

ภายหลังจากการรดน้ำขอพรนายกรัฐมนตรีได้ยืนพูดคุยทักทายกับคณะรัฐมนตรีและผู้บัญชาการเหล่าทัพด้วย ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวสังเกตว่าในวันนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ได้เดินทางเข้ามาร่วมงานแต่อย่างใด

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

บิ๊กป้อม ยัน คำถาม พ่วงฯ ไม่ใช่ใบสั่ง คสช....ขอนักการเมืองยอมรับกติกา เตรียมเลือกตั้ง

บิ๊กป้อม ยัน คำถาม พ่วงฯ ไม่ใช่ใบสั่ง คสช....ขอนักการเมืองยอมรับกติกา เตรียมเลือกตั้ง ยังไม่เห็นคนเหมาะเป็นนายกฯ ปัดตอบ นายกฯคนนอก ถามไม่สร้างสรรค์
บิ๊กป้อม พลเอกประวิตร มอง "ทักษิณ ชินวัตร" skype บอกลูกพรรคเพื่อไทย เตรียมลงพื้นที่พบปะประชาชน เตรียมเลือกตั้ง แสดงว่า พร้อมเลือกตั้ง ทุกพรรคก็อยากเลือกตั้ง เพราะยังไงๆ ปี2560 มีเลือกตั้งอยู่แล้ว ไม่ว่า ร่างรธน.จะผ่านประชามติหรือไม่.... สยบข่าวลือ ร่างรธน.ไม่ผ่านประชามติ ไม่มีเลือกตั้ง ยันมีเลือกตั้งแต่ใน60ไม่ว่าจะผ่านประชามติหรือไม่
แต่ ไม่คิดว่า "ทักษิณ" บอกพร้อมเลือกตั้ง จะเป็นส่งสัญญาณว่า ให้ผ่านประชามติร่างรธน......ส่วนตัวเชื่อว่า นักการเมือง ก็อยากจะเลือกตั้ง ทุกพรรคเตรียมพร้อมเลือกตั้ง แต่ก็ต้องดูกติกา ด้วย
"ขอให้ยอมรับกติกาด้วย มันเป็นแค่ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน เท่านั้น. เราได้ทำอะไรหลายอย่างมาแล้ว ไม่อยากให้กลับไปเป็นแบบเดิม ไม่ไหวมั้ง
เพราะประเทศเราเดินมาช้าแล้ว ตั้งแต่ปี2547 ตอนนี้เราตั้งหลักได้แล้ว พร้อมที่จะเดินหน้าแล้ว"
ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ นายกฯพยายามทำให้เราเข้มแข็ง แข็งแรงในทุกด้าน ทั้ง เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง เพื่อที่จะตั้งหลัก และเดินหน้าได้
บอก ขอเก็บไว้ในใจ ไม่ตอบว่า เห็นด้วยกับ คำถามพ่วงประชามติ "ให้สว.โหวตเลือกนายกฯ"หรือไม่
ยันคำถามพ่วงประชามติ ไม่ใช่ใบสั่งคสชใครจะไปสั่งได้คนตั้ง200คนเขาอยากให้บ้านเมืองเจริญ ติงอย่าคิดเองว่า เป็น ใบสั่งคสช.
มองคำถามพ่วงประชามติ เป็นการติงว่า กรรมการร่าง รธน.ควรจะทำยังไงต่อไป ถ้าปชช.เห็นแบบนี้
อุบไต๋ มองใครใน สส.เหมาะเป็นนายกฯ บ้าง เบื่อตอบ อาจมี "นายกฯคนนอก" เรื่องนี้ไม่อยากตอบแล้ว เรื่องนายกฯคนนอก. ถามไม่สร้างสรรค์

"พลเอกธีรชัย" ผบ.ทบ. สั่ง ห้ามให้มีพลทหารตายอีก



ศพสุดท้าย???...
"พลเอกธีรชัย" ผบ.ทบ. สั่ง ห้ามให้มีพลทหารตายอีก/ พลเอกกัมปนาท ยันจะดูแลอย่างดี เผย นายกฯ บิ๊กตู่” เร่งปฏิรูปทหารพัฒนาระบบกำลังสำรองให้เข้มแข็ง
พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผช.ผบ.ทบ. กล่าวถึงการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการ ว่า ภาพรวมการเกณฑ์ทหารทุกหน่วยที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เป็นต้นมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามนโยบาย ขอบคุณทหารกองเกินทุกคนที่ให้ความร่วมมือ
"ขอให้ทุกคนสบายใจ อย่านำเรื่องต่างๆมารวมกัน ขอยืนยันว่าการเป็นทหารได้อะไรมากมาย
และยืนยันว่าพวกเราทุกคนจะดูแลทหารกองเกินเหมือนกับลูกหลาน"
พลเอกกัมปนาท กล่าวว่า พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. สั่งการชัดเจนว่าในวันที่ 1 พ.ค. 59 ที่จะต้องเข้ารับการฝึกนั้น การฝึกต่างๆ ต้องเป็นไปตามนโยบายอย่างเคร่งครัด เรามีหลักสูตรฝึกนายทหารใหม่ เพราะฉะนั้นผู้รับผิดชอบ ตั้งแต่ผู้ฝึกจนถึงผู้บังคับกองพัน จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายและทหารใหม่ทุกคน
"ผบ.ทบ.ได้กำชับว่า ห้ามเกิดการสูญเสียเด็ดขาด และทุกหน่วยที่เข้าดำเนินการจะต้องดำเนินการตามนโยบายอย่างเคร่งครัด" พลเอกกัมปนาท กล่าว
พลเอกกัมปนาท กล่าวว่า เรานำบทเรียนมาแก้ไขตลอด เพราะฉะนั้นทุกอย่างก็จะดีขึ้นตามลำดับ เช่นการเกณฑ์ทหารเมื่อก่อนไม่มีเก้าอี้นั่ง แต่ปัจจุบันมีเก้าอี้ และทุกคนใส่เสื้อ ยกเว้นตอนตรวจร่างกาย เราคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้เกียรติทุกคน
แม้แต่น้องๆที่เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิดมีห้องตรวจร่างกายปิดมิดชิด ซึ่งคนเหล่านี้มีแฟนคลับติดตามการทำงานของเรามาตลอด และเขารู้สึกดีกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นขอให้สบายใจได้
เมื่อถามว่าชายไทยเข้ามาให้ความร่วมมือเกณฑ์ทหารมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.กัมปนาท กล่าวว่า ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีเพราะสมัครเกือบครบตามยอด
หากมองในภาพรวมการสมัครเป็นทหารดีขึ้น แม้ว่ากองทัพจะมียอดความต้องการทหารเพิ่ม ก็มีคนสมัครเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ทั้งนี้เราอยากให้ทุกคนเป็นทหารทั้งหมด เพราะจะได้มีวินัย แต่ประเทศเราไม่มีงบประมาณพอที่จะทำแบบนั้น เมื่อปลดทหารไปแล้ว ไปอยู่ในสังคมเขาจะมีวินัย เคารพกติกากฎหมาย จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น
เมื่อถามว่ามีการปลุกระดมให้ต่อต้านการเกณฑ์ทหาร พล.อ.กัมปนาท กล่าวว่า กองทัพทำตามกฎเกณฑ์และระเบียบ การที่คนจำนวนน้อยไปปลุกระดมอย่านำมารวมกัน ขอยืนยันว่ากองทัพจะดูแลทุกคนเหมือนลูกหลาน
ส่วนคนที่ไม่มาตรวจเลือกและทุจริตจะมีการบันทึกอยู่ในฐานข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะส่งผลให้เสียสิทธิ์ทางกฎหมายหลายประการ รวมถึงการทำงานด้วย
พล.อ.กัมปนาท กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมและกองทัพอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบกำลังสำรองให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งอยู่ระหว่างการกฎออกกระทรวงเพื่อรองรับพ.ร.บ.กำลังสำรองที่ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ไปแล้ว โดยกฎหมายดังกล่าวจะรองรับสิทธิ์ของพลเรือนที่มาเป็นกำลังสำรองไม่ให้ถูกเลิกจ้าง หากระบบนี้เข้มแข็งการเกณฑ์ทหารก็จะลดจำนวนน้อยไป ซึ่งขณะนี้ก็ลดไปมากแล้ว แต่เพิ่งจะมาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปีนี้เนื่องจากการยกฐานะจังหวัดทหารบกเป็นมณฑลทหารบก
อย่างไรก็ตามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. พยายามให้เดินหน้าเรื่องกำลังสำรองให้เสร็จโดยเร็ว เพราะเรื่องนี้เหมือนกับการปฏิรูปทหาร ที่ต้องปรับกำลังประจำการให้เล็กลงไปสู่กำลังสำรองเพื่อประหยัดงบประมาณ แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา และคาดว่าจะมีการเกณฑ์ทหารเหมือนปัจจุบันไปอีก 1-2 ปี
พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาของนายทหารทั้งหมดได้สั่งลงโทษทางวินัยเต็มอำนาจ คือถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำทหาร ทั้ง 6 นาย
ส่วนคดีอาญานั้นทางผู้ที่เกี่ยวข้องได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ

สหภาพยุโรป เรียกร้องไทยยึดมั่นหลักเสรีภาพ



"สหภาพยุโรป" เรียกร้องไทยยึดมั่นหลักเสรีภาพ พร้อมค้านการเรียกปรับทัศนคติ - ให้ทหารปราบมาเฟีย ด้าน "เสข" ยันไทยเดินตามโรดแมพ
นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า นางลุยซา ราเกย์ อุปทูตและรองหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) ประจำประเทศไทย และเอกอัครราชทูตและอุปทูตประเทศสมาชิกอียู 18 ประเทศ ได้เข้าพบกับนายปัญญรักษ์ พูลทรัพย์ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ที่กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรับฟังเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกันอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผย โดยฝ่ายไทยได้ชี้แจงว่ารัฐบาลไทยยังยึดมั่นการทำตามโรดแม็พ โดยจะมีการลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.2559 ซึ่งจะนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปภายในปี 2560 
ขณะที่การร่างรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่เปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม
ส่วนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(คสช.) ที่ 13/2559 มีเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามผู้มีอิทธิพลและผู้กระทำการอันเป็นภัยต่อสังคม โดยผลการตัดสินคดีจะขึ้นอยู่กับการใช้ดุลพินิจของศาล

สำหรับแนวคิดการจัดหลักสูตรการฝึกอบรมผู้นำการสร้างชาติอย่างสร้างสรรค์สำหรับผู้นำหรือ แกนนำประชาชนทั่วไปนั้น เนื่องจากขณะนี้ไทยอยู่ในช่วงการปฏิรูปเพื่อนำสู่ความปรองดองภายในประเทศ โดยการจัดหลักสูตรฝึกอบรมดังกล่าวเป็นการดำเนินการอย่างสุภาพชน ไม่มีการใช้ความรุนแรง และอาจมีการเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์เฟซบุ๊กของคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ระบุถึงการเข้าพบครั้งนี้ด้วย ว่า คณะเอกอัครราชทูตจากอียูได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยึดมั่นในหลักการของเสรีภาพในการแสดงออกและความคิดเห็นและยอมรับฟังเสียงต่างๆทุกเสียง แต่การเรียกปรับทัศนคติเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับหลักการนี้ และเป็นสิ่งที่น่ากังวล รวมถึงเรากังวลต่อคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2559 เพราะสามารถถูกตีความได้กว้าง และไม่มีการให้คำจำกัดความที่ชัดเจน การมอบอำนาจของตำรวจและตุลาการให้ทหารนั้นเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการกักขังโดยพลการซึ่งละเมิดหลักนิติธรรมและลิดรอนสิทธิในการได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

ทั้งนี้สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกขอเรียกร้องให้ประเทศไทยเคารพต่อหลักการและค่านิยมทางประชาธิปไตยในระหว่างช่วงของการเปลี่ยนแปลงนี้

เอกสารปานามาทำพิษ! ปธน.อาร์เจนตินาเจอโดนสอบอย่างเป็นทางการ

เอกสารปานามาทำพิษ! ปธน.อาร์เจนตินาเจอโดนสอบอย่างเป็นทางการ
Cr:ไทยรัฐ
ประธานาธิบดีมาครีแห่งอาร์เจนตินา เจอโดนสอบสวนอย่างเป็นทางการ กรณีมีชื่ออยู่ใน ‘เอกสารปานามา’ เจ้าตัว ถึงกับแถลงทางสถานีโทรทัศน์ ยืนยันไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง
เมื่อวันที่ 8 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประธานาธิบดีเมาริซิโอ มาครี แห่งอาร์เจนตินา กลายเป็นผู้นำรัฐบาลคนล่าสุดที่มีชื่ออยู่ในเอกสารปานามา (Panama Papers) จนต้องถูกดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการ โดยสื่อท้องถิ่นในอาร์เจนตินา รายงานว่า ประธานาธิบดีมาครี ตกเป็นข่าวอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับ เอกสารปานามา ซึ่งหลุดรั่วออกมาจากบริษัทกฎหมาย ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ ในปานามา เนื่องจากเขาเคยเป็นผู้อำนวยการของบริษัทจดทะเบียนในต่างแดน (ออฟชอร์) แห่งหนึ่งที่หมู่เกาะบาฮามาส แต่ไม่ได้แจ้งในบัญชีทรัพย์สิน ตอนที่เขาได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีกรุงบัวโนสไอเรส เมื่อปี 2550 และไม่ได้แจ้งตอนที่ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเมื่อ พ.ย.58
ประธานาธิบดีมาครี แถลงผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติว่า ตนจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง ‘ผมรู้ว่ามีคนบางคนกังวลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ในเอกสารปานามา ซึ่งมีผมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย โดยผมต้องการพูดอีกครั้งว่า ผมรู้สึกสงบมากๆ, ผมปฏิบัติตามกฎหมาย ผมพูดความจริงมาตลอด และไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง’ ประธานาธิบดีมาครีกล่าว ก่อนมีกำหนดไปขึ้นศาลเพื่อให้การเกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวนี้ในวันศุกร์ที่ 8 เม.ย. ขณะที่ได้มีชาวอาร์เจนตินาจำนวนหนึ่งออกมาประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีมาครีแล้ว
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีมาครี เคยเป็นผู้อำนวยการของบริษัทเฟลก เทรดดิ้ง (Fleg Trading) ที่หมู่เกาะบาฮามาส ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยบิดาของเขาผ่านบริษัทมอสแซค ฟอนเซกา แต่ตอนนี้ บริษัทเฟลก เทรดดิ้ง ได้ถูกปิดกิจการไปแล้ว ขณะที่ ฝ่ายคณะทำงานของประธานาธิบดีมาครี โต้แย้งสาเหตุที่ทำให้ประธานาธิบดีมาครีไม่แจ้งว่ามีบริษัทแห่งนี้อยู่ในต่างแดนว่า เป็นเพราะไม่เคยมีรายได้จากบริษัทดังกล่าว จึงเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นที่ต้องแจ้งในบัญชีทรัพย์สิน