PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559

"บิ๊กตู่" ย้ำยังไม่มี "เซตซีโร่" ปลดล็อกพรรครอดูสถานการณ์ ลั่นให้มันรู้บ้างใครทำกติกาตอนนี้

updated: 09 ส.ค. 2559 เวลา 17:00:24 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
"บิ๊กตู่" ย้ำยังไม่มีเเนวคิด "เซตซีโร่" ปลดล็อกพรรคการเมืองรอดูสถานการณ์ ลั่นให้มันรู้บ้างใครทำกติกาตอนนี้
เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2559 เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงแนวคิดการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคใหม่และช่วงเวลาเหมาะสมที่จะปลดล็อกพรรคการเมือง ภายหลังการประชามติ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีเเนวคิดจะให้พรรคการเมืองจดทะเบียนใหม่หรือเซตซีโร่ หากสื่อต้องการเซตซีโร่ก็ให้เสนอมา เเต่รัฐบาลยังไม่มีเเนวคิดนี้


ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ห้วงเวลาใดที่เหมาะสมแก่การปลดล็อกพรรคการเมืองให้มีการประชุมพรรคได้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตนได้ไปตกลงอะไรกับเขาหรือไง ให้มันรู้บ้างว่าใครเป็นคนทำกติกาตอนนี้ เมื่อถึงเวลากติกาเสร็จค่อยมาคุยกัน ให้มันรู้บ้างว่าขั้นตอนไหนของใคร ต้องดูสถานการณ์ความเรียบร้อยเเละโรดเเมปก่อน ซึ่งทาง กรธ.ต้องทำกฎหมายลูกอีก 10 ฉบับ โดยจะทำ 4 ฉบับที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งให้เรียบร้อยจากนั้นจึงให้พรรคการเมืองใหม่มาดำเนินการ

"บิ๊กตู่" ปัดตอบหากได้รับเชิญขึ้นนั่งเก้าอี้นายกฯอีกครั้ง บอก "อย่ากลัวผีที่มองไม่เห็น"

updated: 09 ส.ค. 2559 เวลา 17:15:44 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2559 เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ โดยผู้สื่อข่าวถามว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดช่องให้คนนอกเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เเละถ้าหากที่ประชุมรัฐสภาเชิญให้ พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นดำรงตำเเหน่งอีกครั้งจะรับหรือไม่
พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ยังไม่ขอตอบเเละไม่ตอบตรงนี้ ไม่เกี่ยวกับตนเลย เเต่เป็นเรื่องของการเมืองไม่ใช่อยู่ดีๆ เขาจะมาหวังให้ตนเป็นนายกฯ เขามุ่งหวังเเค่หากจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคการเมืองเเล้วมีปัญหาไม่ยอมกันนั้นถึงจะเอาคนนอกมาก ท่านเชื่อหรือว่าจะตั้งกันไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ถ้ามีการเชิญเกิดขึ้นจริงๆ จะรับหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่ายังไม่มีอะไรทั้งสิ้น อย่าเพิ่งไปเปิดประเด็นใหม่ ตนขี้เกียจตอบ

"บอกเเล้วว่าอย่ากลัวผีที่มองไม่เห็น วันนี้ก็หลอกหลอนอยู่เเล้ว ผมกำลังทำยันต์กันผีอยู่คิดง่ายๆ เเค่นี้จะไปยากอะไร ตามกฎของเมอร์ฟี่ (Murphy′s Law) ที่ทำอะไรก็ต้องเกิดผลกระทบถ้านั่งเฉยๆ ก็คงไม่มีเรื่อง ถ้าผมไม่ต้องบริหารราชการเเผ่นดิน ปล่อยไปหนึ่งปีให้มีเลือกตั้งทุกอย่างก็จบ เเต่เมอร์ฟี่เขียนว่าทำเเล้วจะเกิดอะไรสักอย่าง ผมก็ยังทำอยู่ เเล้วทำไมไม่เลือกนั่งเฉยๆ คิดสิ ถ้าต้องการอนาคตใหม่ก็ต้องคิดใหม่ ประเทศชาติอยู่ไม่ได้ เเต่สื่ออยู่ได้ เพราะหากินได้อยู่เเล้ว เเต่ประเทศชาติย่อยยับไม่รู้นะ" นายกรัฐมนตรีกล่าว

พิษพายุฝน! ทำเนียบฯฝนตกหนัก ต้นไม้โค่นเฉียดรถบิ๊กเจี๊ยบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 9 ส.ค. เนื่องจากมีพายุและฝนตกอย่างหนัก ทำให้ต้นไม้ใหญ่บริเวณประตู 8 ฝั่งตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ทำเนียบรัฐบาล หักโค่นทับรั้วบริเวณประตู 8 เสียหายและล้มทับรถยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ เข้าอย่างจัง และเฉียดรถยี่ห้อเมอร์ซิเดส-เบนซ์ สีดำ ทะเบียน 4กษ 5254 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่ง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี (สร.3) เกือบได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ดี ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ







"กลิน เดวีส์" ย้ำข้อเรียกร้องสหรัฐ จี้ไทยกลับสู่การปกครองโดยพลเรือน ชี้ต้องเปิดกว้างเพื่อสร้างอนาคต

updated: 09 ส.ค. 2559 เวลา 16:06:55 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายกลิน เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐพร้อมด้วยภริยา ได้เดินทางเยือนจังหวัดพังงาเพื่อสนับสนุนภารกิจ #OurOcean ของนายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ด้วยการเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยนายเดวีส์ได้กล่าวย้ำระหว่างเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาถึงพันธกิจของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐต่อประเด็นหลักทั้งสี่ของ #OurOcean อันได้แก่ พื้นที่คุ้มครองทางทะเล การทำประมงยั่งยืน มลภาวะทางทะเล และผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศต่อมหาสมุทร นอกจากนี้นายเดวีส์ยังได้พบกับองค์การนอกภาครัฐในท้องถิ่นและองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์แรงงานอพยพจากเมียนมาและบทบาทของแรงงานอพยพดังกล่าวในอุตสาหกรรมการเกษตรและการประมงในภาคใต้ของไทย

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงผลประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา นายเดวีส์กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศผลเบื้องต้นแล้ว และเห็นได้ชัดว่าผู้ออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบรับร่างรัฐธรรมนูญ จากผลประชามตินี้และผลอย่างเป็นทางการที่จะประกาศในไม่ช้า สหรัฐอเมริกาในฐานะมิตรประเทศและพันธมิตรอันยาวนานของไทยขอให้รัฐบาลกลับคืนสู่การปกครองโดยรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหนทางหนึ่งในการกลับคืนสู่การปกครองโดยรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง เราขอเรียกร้องอย่างยิ่งให้รัฐบาลยกเลิกการจำกัดเสรีภาพของพลเมือง ซึ่งรวมถึงการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบ

"เราเรียกร้องสิ่งเหล่านี้ด้วยเหตุผลเดิมเสมอมาคือ ในฐานะมิตรประเทศและพันธมิตรของไทย เราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้ไทยเข้มแข็งขึ้น และเชื่อว่าหนทางเดียวที่ไทยจะเข้มแข็งได้ในที่สุดก็ต่อเมื่อชาวไทยทุกภาคส่วนได้ร่วมพูดคุยอย่างเปิดกว้างถึงอนาคตของพวกเขา นี่เป็นหนทางที่มีประสิทธิผลที่สุดในการสร้างอนาคตที่เข้มแข็งและยั่งยืนสำหรับประเทศไทย ซึ่งเราชาวอเมริกันมีความห่วงใยอย่างยิ่ง เราอยากให้ชาวไทยเป็นหนึ่งเดียวกันและก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างเข้มแข็ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไม เราจึงเรียกร้องให้รัฐบาลอนุญาตให้มีเสรีภาพดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งกลับคืนสู่การปกครองโดยรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว" นายเดวีส์กล่าว


ที่มา : มติชนออนไลน์

โฆษก กต.สหรัฐฯเรียกร้องไทยกลับคืนสู่ระบบประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด

เอลิซาเบธ ทรูโด โฆษกกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเกี่ยวการทำประชามติในประเทศไทยวานนี้ (8 ส.ค.) เรียกร้องให้ทางการไทยดำเนินการให้ประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย ให้คืนเสรีภาพในการแสดงออกในขณะที่รอการเปลี่ยนผ่าน ในขณะที่ย้ำอีกว่าทางการสหรัฐยังมีความกังวล ว่าที่ผ่านมาหลายฝ่ายไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งยังห้ามการถกเถียงอย่างเปิดกว้างเกี่ยวกับร่างด้วย
“เราขอเรียกร้องให้ทางการไทยดำเนินการในขั้นตอนต่อไปเพื่อให้ประเทศกลับไปสู่ระบบที่มีรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้”
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่าในกระบวนการที่จะนำประเทศกลับคืนสู่ระบบประชาธิปไตยทางการไทยควรยกเลิกข้อจำกัดต่อการใช้เสรีภาพของพลเรือน รวมถึงเสรีภาพในการแสดงออก สิทธิในการชุมนุมอย่างสงบ เพื่อให้คนไทยมีส่วนร่วมในการถกเถียงเกี่ยวกับอนาคตของประเทศ
ก่อนหน้านี้สหภาพยุโรปเป็นอีกรายที่ออกมาแสดงท่าทีหลังการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญของไทย
หน่วยงานด้านต่างประเทศของสหภาพยุโรป (European External Action Service) ออกแถลงการณ์ระบุว่าในช่วงก่อนหน้าการลงประชามติมีการจำกัดเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างรุนแรง จำกัดการถกเถียงและการรณรงค์ และชี้ว่าจำเป็นที่จะต้องยุติการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกและรวมตัวกันเพื่อก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและสร้างกระบวนการทางการเมืองที่ตรวจสอบได้ อียูเรียกร้องให้ทางการไทยสร้างเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไป โดยทุกภาคส่วนในไทยจะต้องมีส่วนร่วมในการสนทนาแลกเปลี่ยนเพื่อไปสู่จุดหมายดังกล่าวอย่างสันติ
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย ออกมาเรียกร้องให้ประเทศต่างๆเคารพผลการลงประชามติ ทั้งยังเตรียมจะชี้แจงต่อผู้แทนองค์กรต่างประเทศและทูตในสัปดาห์นี้ ไทยพีบีเอสรายงานคำพูดของนายดอนบอกว่า แม้การลงประชามมติหนนี้จะไม่ใช่คนไทยทั้งหมดแต่ก็เป็นเสียงส่วนใหญ่ตามมาตรฐานสากลเพราะว่าเกินร้อยละ 50 ของผู้มีสิทธิออกเสียง นายดอนบอกว่าจะเชิญผู้แทนต่างประเทศร่วมรับฟังการชี้แจงในวันที่ 11 หรือ 12 ส.ค.นี้รวมไปถึงรับฟังโรดแมปของคสช.ซึ่งจะชัดเจนขึ้นหลังการประชุมร่วมระหว่างคสช.และครม.ในวันนี้คือ 9 ส.ค.
ก่อนหน้านี้คือในคืนวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา พลตรีวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ส่งข้อความให้กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศประณาม “การแทรกแซง” จากต่างประเทศ หลังจากนั้นได้ระบุว่า ทั้งนี้เนื่องจากมีต่างประเทศส่งผู้สังเกตการณ์เข้าไปดูการออกเสียงลงประชามติโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าถือว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน

"สมชัย" โพสต์ นักวิชาการ-สื่อต่างชาติ อย่าดูถูกการตัดสินใจของคนไทย

updated: 09 ส.ค. 2559 เวลา 11:24:37 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
วันที่ 9 สิงหาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความเห็นจบการลงประชามติ ระุบุถึงนักวิชาการและสื่อต่างชาติ ว่าอย่าดูถูกการตัดสินใจของคนไทย ซึ่งแม้คนไทยทุกคนไม่ได้อ่านรัฐธรรมนูญทุกมาตรา แต่คนไทยก็สามารถประเมินจากความแตกต่างของสิ่งที่เห็นในวันนี้ กับวันในอดีต และสามารถเลือกอนาคตวันข้างหน้าได้เอง
"นักวิชาการ และสื่อต่างชาติ อย่าดูถูกการตัดสินใจของคนไทย คนไทยทุกคนอาจไม่ได้อ่านรัฐธรรมนูญทุกมาตราก่อนลงประชามติ แต่เขาสามารถประเมินจากความแตกต่าง จากสิ่งที่เขาเห็นใน "วันนี้" กับ "วันในอดีต" และเลือกที่บอกดังๆ ว่าเขาต้องการ "วันในอนาคตข้างหน้า" อย่างไร" นายสมชัยระบุ

ไผ่ NDM อีสานไม่ขอประกันตัวหลังศาลอนุญาตฝากขัง กรณีแจกเอกสารโหวตโนที่ภูเขียว พร้อมอดข้าวในเรือนจำ

ไผ่ NDM อีสานไม่ขอประกันตัวหลังศาลอนุญาตฝากขัง กรณีแจกเอกสารโหวตโนที่ภูเขียว พร้อมอดข้าวในเรือนจำ +++
ศาลจังหวัดภูเขียวอนุญาตฝากขัง 2 นักศึกษา กรณีแจกเอกสารโหวตโนที่ตลาดภูเขียว จ.ชัยภูมิ เหตุผู้ต้องหาน่าจะกระทำผิดอาญาร้ายแรง ด้านไผ่ NDM อีสาน ไม่ขอประกัน พร้อมอดข้าวในเรือนจำ ขณะปาล์มขอประกันตัวไปเรียน ศาลอนุญาต
8 ส.ค. 59 เวลา 12.20 น. ที่ห้องพิจารณาคดีเวรชี้ ศาลจังหวัดภูเขียว พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรภูเขียว จ.ชัยภูมิ ยื่นคำร้องขอฝากขัง ‘ไผ่’ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นและนักกิจกรรมขบวนการประชาธิปไตยใหม่อีสาน และ ‘ปาล์ม’ นายวศิน พรหมณี นักศึกษามหาวิทยาลัยสุรนารี สองผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมขณะเดินแจกเอกสารรณรงค์ประชามติที่ตลาดสดเทศบาลภูเขียว ในเย็นวันที่ 6 ส.ค.59 และถูกควบคุมตัวที่ สภ.ภูเขียว
ด้านนายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดาของนายจตุภัทร์ ทั้งทำหน้าที่ทนายความของนายจตุภัทร์ และนายวศินด้วย เปิดเผยว่า ตอนเช้าก่อนเดินทางมาศาล พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองเพิ่มเติม และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเรื่องไม่ยอมพิมพ์ลายนิ้วมือ ซึ่งทั้งสองไม่ยอมพิมพ์ เพราะยืนยันว่า ตนเองไม่ผิด.....................

สหรัฐเรียกร้องไทยเร่งเดินหน้ากลับสู่ รบ.จากการเลือกตั้ง เลิกจำกัดเสรีภาพในการแสดงความเห็น-การชุมนุม

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ตามเวลาในสหรัฐ หรือวันที่ 9 สิงหาคม ตามเวลาในไทย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ อลิซาเบธ ทรูโด ออกมาแสดงความวิตกกังวลหลังทราบผลการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญของไทย โดยระบุว่า สหรัฐยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญของไทยที่ไม่เปิดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม รวมถึงไม่เปิดให้มีการถกเถียงกันอย่างเสรีก่อนที่จะมีการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว

ทรูโดเรียกร้องให้ทางการไทยเดินหน้าตามขั้นตอนอื่นๆ ต่อไป เพื่อนำประเทศไทยกลับสู่การมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พร้อมกับขอร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ เกี่ยวกับเสรีภาพของประชาชน ซึ่งรวมถึงเสรีภาพในการแสดงความเห็นและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสันติ เพื่อให้คนไทยสามารถมีส่วนร่วมกับการพูดคุยเจรจาเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของประเทศไทย

สำนักข่าวเอเอฟพีระบุว่า ท่าทีดังกล่าวของสหรัฐเป็นท่าทีเดิมๆ ที่มีการเรียกร้องมาแล้วหลายครั้งให้ไทยเร่งกลับสู่การเลือกตั้งเพื่อให้กลับมามีสถาบันต่างๆ ภายใต้กระบวนการประชาธิปไตยอีกครั้ง ทั้งนี้ การลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นับเป็นการทดสอบความเห็นของประชาชนครั้งแรกหลังการยึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อปี 2557

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ผลสำรวจบางประการประชามติ

ทิ้งทวนเรื่องประชามติ
มันมีตัวเลขบางอย่างที่น่าสนใจ
ไม่ได้เอามาลงเพื่อบอกว่าใครโง่ใครฉลาด
หรือ ภาคไหนมีคุณภาพมากกว่าภาคไหนนะ
แต่อยากทิ้งเป็นข้อสังเกตให้วิเคราะห์กันต่อ
นั่นคือ ผลสำรวจพบว่า
- กรุงเทพ มีจำนวนคนอ่านร่าง รธน. ทั้งอ่านแบบละเอียดทุกมาตรา และ อ่านบางส่วน น้อยที่สุด แถมมีเปอร์เซ็นของคนที่ไม่อ่านร่างสูงสุดถึงเกือบ 70% ทั้งที่อัตราการรู้หนังสือ ฐานะทางเศรษฐกิจ รายได้ต่อหัว หรือโอกาสในการศึกษาเฉลี่ย ถือว่าสูงกว่าภาคอื่นๆ
- ส่วนภาคเหนือ/อิสาน ที่คนมักมีมายาคติมาอย่างยาวนานว่าซื้อเสียงได้ง่าย หรือมองว่าโอกาสเข้าถึงการศึกษาน้อยกว่า กลับเป็นภาคที่อ่านร่าง มากกว่าภาคอื่นๆ และมีสัดส่วนของคนที่ไม่อ่านเลยน้อยกว่าภาคอื่นๆทั้งหมด ถ้าเทียบบัญญัติไตรยางค์ในส่วนของคนที่อ่านร่างครบทุกมาตรา ภาคเหนือกับอิสาน อ่านมากกว่าคนกรุงเทพถึง 420% เลยทีเดียว
แน่นอนว่าโพลล์ไม่ได้บอกทุกอย่าง เพราะเป็นการสุ่มสำรวจ แต่บอกได้เลยว่าตัวเลขจากกลุ่มตัวอย่างที่สำรวจนี้น่าสนใจมากๆ และควรนำไปวิเคราะห์บทเรียนความผิดพลาดต่างๆที่เกิดขึ้น เพื่อทำความเข้าใจกับหน้าตาของสังคมไทยซะใหม่ จะได้เข้าใจสภาพความเป็นจริงมากกว่าที่เคยคิดเคยเชื่อกัน

ชีวิตคุณจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรหลังผลการลงประชามติชี้ว่าเสียงส่วนใหญ่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ

คาดว่าชีวิตคุณจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรหลังผลการลงประชามติชี้ว่าเสียงส่วนใหญ่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ
ผลลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวานนี้ (7 ส.ค.) มียอดผู้ใช้สิทธิ์ต่ำกว่าเป้าที่ กกต.ตั้งเป้าไว้ โดย
- ผู้มาใช้สิทธิ์ 27,623,126 จากผู้มีสิทธิ์ 50,585,118 คน 
- รับร่าง รธน. 15,562,027 คะแนน
- ไม่รับ 9,784,680 คะแนน
- รับคำถามพ่วง 13,969,594 คะแนน
- ไม่รับคำถามพ่วง 10,070,599
ผู้มาใช้สิทธิ์ทุกภาคลงคะแนนรับร่างฯ และรับคำถามพ่วง มากกว่าไม่รับ ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ลงคะแนนไม่รับร่างฯ และไม่รับคำถามพ่วงมากกว่ารับ
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชื่อว่าผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการไม่น่าจะคลาดเคลื่อนกับผลอย่างเป็นทางการมากนัก แต่ยอมรับว่ายอดผู้มาใช้สิทธิ์มีเพียง 58 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด จากที่ กกต.ตั้งเป้าว่าจะมีถึงร้อยละ 80 ทั้งนี้คาดว่าเกิดจากความตื่นตัวแตกต่างไปจากการออกเสียงเลือกตั้ง
โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำกรุงเทพฯ รายงานว่าจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ถือว่าน้อย และการปราบปรามที่เกิดขึ้นก่อนหน้าการลงประชามติจะเป็นตัวบั่นทอนความชอบธรรมของผลประชามติที่ออกมา
ด้านเวย์น เฮย์ ผู้สื่อข่าวอัลจาซีร่า ชี้ว่าหากอยู่ในช่วงสถานการณ์ปกติ การที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ถึงร้อยละ 50 ถือได้ว่าเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน และอาจกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาตามระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในไทยปัจจุบันถือว่าไม่ปกติ และก่อนที่จะมาถึงวันลงประชามติก็มีการออกกฎระเบียบที่เข้มงวดห้ามการถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ ก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว อัลจาซีร่า รายงานด้วยว่าผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการชี้ให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนในหลายพื้นที่ โดยชาวบ้านในภาคอีสานที่สนับสนุนรัฐบาลในอดีต เป็นพื้นที่ที่คนออกเสียงคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญมากที่สุด ‪#‎ประชามติ‬
ภาพพ่อค้าหาบเร่เดินผ่านหน้าหน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ถ่ายเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559

เอฟทีเอว็อทห่วงร่าง รธน.ฉบับใหม่-ไม่เอื้อธรรมาภิบาลเรื่องหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ


เอฟทีเอว็อทออกแถลงการณ์หลังผลประชามติ ห่วงเนื้อหารัฐธรรมนูญ เรื่องทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศสุดล้าหลัง ดึงอำนาจการตัดสินใจไปอยู่ที่ฝ่ายบริหาร ตัดการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ ตัดการมีส่วนร่วมของประชาชน "หากก่อนหน้านี้ใครบอกว่า รัฐบาลทักษิณเจรจาเอฟทีเอแบบไม่สนใจใคร จนผลได้กระจุกในกลุ่มทุนใกล้ชิดรัฐบาล แต่ผลเสียกระจายสิ่งเหล่านี้ จะหวนกลับมาอีกครั้ง หลังรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลบังคับใช้"
วันนี้ (8 ส.ค.) กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อทช์)  ออกแถลงการณ์ "เมื่อทุนรัฐทหารสบคบ รัฐธรรมนูญไม่เอื้อให้เกิดธรรมาภิบาล ภาคประชาชนมุ่งมั่นเดินหน้าตรวจสอบเพิ่มความเข้มข้น" มีรายละเอียดดังนี้
ที่มาของภาพประกอบ: เพจเอฟทีเอว็อทช์
แถลงการณ์เอฟทีเอว็อทช์: เมื่อทุนรัฐทหารสบคบ รัฐธรรมนูญไม่เอื้อให้เกิดธรรมาภิบาล ภาคประชาชนมุ่งมั่นเดินหน้าตรวจสอบเพิ่มความเข้มข้น
เอฟทีเอ ว็อทช์ยอมรับผลการลงประชามติที่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญด้วยเสียง 61% แม้จะมีผู้ไปใช้สิทธิ์ต่ำมากเพียงแค่ 54% ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่เปิดกว้างและปราศจากการถกแถลงในวิถีประชาธิปไตย
เอฟทีเอ ว็อทช์เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
มีเนื้อหารัฐธรรมนูญในส่วนของการจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่ล้าหลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยดึงอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดไปอยู่ที่ฝ่ายบริหาร ตัดการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ ตัดเนื้อหาเชิงกระบวนการประชาธิปไตย นั่นคือการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายสาธารณะ ยิ่งไปกว่านั้นยังเปลี่ยนการเยียวยาที่รวดเร็ว เหมาะสม เป็นธรรม เป็นแค่การเยียวยาเท่าที่จำเป็นโดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมระหว่างผู้ที่ได้ประโยชน์กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญานั้น นอกจากนี้ เดิมจะต้องมีงานวิจัยรองรับการเจรจา แต่เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลแก่ประชาชนก่อนการเจรจาและไม่จำเป็นต้องให้ข้อมูลแก่รัฐสภาเพื่อพิจารณากรอบการเจรจา งานวิจัยจึงอาจจะถูกตัดทิ้งไปในที่สุด
จากนี้เราจะเห็นความน่ากลัวอีกครั้งหลังรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลบังคับใช้ หากเทียบเนื้อหาหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐธรรมนูญปี 2540 มีความน่ากลัวน้อยกว่านี้ ความก้าวร้าวในเชิงเนื้อหาไม่มากเท่านี้ ฉะนั้น ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไปไม่ทันโลก
“หากก่อนหน้านี้ใครบอกว่า รัฐบาลทักษิณเจรจาเอฟทีเอแบบไม่สนใจใคร จนผลได้กระจุกในกลุ่มทุนใกล้ชิดรัฐบาล แต่ผลเสียกระจายสิ่งเหล่านี้ จะหวนกลับมาอีกครั้ง หลังรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลบังคับใช้”
การตัดขั้นตอนธรรมาภิบาลออกไปเป็นความพยายามชนชั้นนำไทยไม่ว่าภาคธุรกิจหรือภาคราชการ นับตั้งแต่มาตรา 190 ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ถือกำเนิดขึ้นมา
ตลอดชีวิตของมาตรา 190 ได้ก่อให้เกิดคุณูปการมากมายต่อประเทศไทย ได้วางรากฐานกระบวนการการเจรจาหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่ดี แต่ขณะเดียวกัน มาตรานี้ ก็ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือฟาดฟันกลุ่มการเมืองขั้วตรงข้าม ดูเหมือนผู้มีอำนาจปัจจุบันจะมองเห็นเพียงประโยชน์อย่างหลัง ณ นาทีนี้ กระบวนการที่ดีและมีธรรมาภิบาลและเป็นประชาธิปไตยจึงถูกกำจัดทิ้ง
ย้ำอีกครั้ง กระบวนการธรรมาภิบาลซึ่งประกอบด้วยการศึกษาผลกระทบของการจัดทำความตกลง การรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชนที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้สร้างความขัดแย้งหรือความเกลียดชังทางการเมืองแต่อย่างใด และไม่ได้ลดประสิทธิภาพการเจรจา ดังนั้น การกำจัดหลักการเหล่านี้ออกไป จึงเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง
เอฟทีเอ ว็อทช์ ก็เช่นเดียวกับนักกิจกรรมทางสังคมอื่นๆที่เผชิญความยากลำบากในการอธิบายเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญให้สาธารณชนได้รับทราบ ก่อนหน้าการลงประชามติ เนื่องจากไม่มีพื้นที่ในการถกแถลงที่เปิดกว้าง อีกทั้งสังคมยังตกอยู่ในความหวาดกลัวในการแสดงความคิดเห็นที่ต่างจากผู้ปกครอง
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะมาทดท้อหรือถอดใจในการตรวจสอบนโยบายสาธารณะและสร้างธรรมาภิบาลในการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่มีผลกระทบกับประชาชน แน่นอนว่า เราจะเผชิญความยากลำบาก แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยง่าย ครั้งหนึ่งทุนเคยจับมือนักการเมือง-ข้าราชการในการแสวงประโยชน์ในนาม 'ผลประโยชน์ของประเทศ' แต่ปัจจุบันพวกเขาได้รับการเสริมกำลังจากชนชั้นนำและขุนทหาร
พวกเราจะพยายามอย่างสร้างสรรค์ที่จะนำหลักการธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมกลับมาสู่การจัดทำความตกลงระหว่างประเทศ เราจะยืนหยัดสร้างเสรีภาพและขยายพื้นที่แสดงออกของเราไว้ให้ได้แม้ว่าจะเผชิญกับแรงกดดันมากมายแค่ไหนก็ตาม เราจะยิ่งมุ่งมั่นในการทำข้อมูลความรู้เพื่อตรวจสอบนโยบายรัฐ เพื่อไม่ให้ผลได้กระจุกตัวแต่ในกลุ่มทุนชนชั้นนำ แล้วปล่อยให้สาธารณชนไทยแบกรับผลเสียอีกต่อไป
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน
(เอฟทีเอ ว็อทช์)
8 ส.ค.59

วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559

นับใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศนับคะแนนที่หน่วยออกเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ ปรากฎว่าเกิดความวุ่นวายในหลายพื้นที่ อาทิ หน่วยออกเสียงที่ 19 เขตจตุจักร ที่มีผู้ไปใช้สิทธิ 293 คน แต่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยนับคะแนนได้ 335 คะแนน ขณะที่เขตคันนายาว มีบางหน่วยเลือกตั้งมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 507 คน มีการฉีกบัตรลงคะแนนออกจากต้นขั้ว 348 ใบ แต่ปรากฎบัตรลงคะแนนในหีบเพียง 347 ใบ

ทั้งนี้ นางอุดมพร พัฒนโกวิท ผู้อำนวยการเขตคันนายาว กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีจำนวนบัตรลงคะแนนในตู้หย่อนบัตรไม่ตรงกับจำนวนที่เจ้าหน้าที่ฉีกออกไปว่า กรณีดังกล่าวมาจากการนับผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้มีการนับใหม่อีก 1 รอบ โดยมีประชาชนเป็นพยานในการสังเกตการพบว่าตรงกัน ไม่ได้มีปัญหาบัตรหายไปแต่อย่างใด

ขณะที่นายเชาวฤทธิ์ ทรงนวรัตน์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าบัตรลงคะแนนไม่ตรงกับคะแนนที่ปรากฎบนกระดานนับคะแนนว่า เป็นความผิดพลาดในการขีดคะแนนของเจ้าหน้าที่บนกระดาน แต่เมื่อมีการนับทวนระหว่างจำนวนบัตรกับจำนวนผู้มาลงคะแนนพบว่าตรงกันจึงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด

โหวตเยส! ผลประชามติ “รับร่างรัฐธรรมนูญ-คำถามพ่วง” ท่วมท้น

โหวตเยส! ผลประชามติ “รับร่างรัฐธรรมนูญ-คำถามพ่วง” ท่วมท้น
Cr:ผู้จัดการ
ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ การออกเสียงประชามติ 2559 พบร่างรัฐธรรมนูญเห็นชอบมากถึง 15.56 ล้านเสียง ไม่เห็นชอบ 9.7 ล้านเสียง ส่วนคำถามพ่วง เห็นชอบ 13.96 ล้านเสียง ไม่เห็นชอบ 10 ล้านเสียงเศษ รอนายกรัฐมนตรีรายงานผลอย่างเป็นทางการ
วันนี้ (7 ส.ค.) เมื่อเวลา 19.33 น. ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ จากศูนย์แถลงข่าวการจัดการออกเสียงประชามติ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังนับคะแนนได้ร้อยละ 94 จากจำนวนผู้มาใช้สิทธิทั้งประเทศ 27,623,126 คน พบว่า ประเด็นคำถามที่ 1 ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2559 ทั้งฉบับ พบว่ามีผู้เห็นชอบ 15,562,027 คน คิดเป็นร้อยละ 61.40 ไม่เห็นชอบ 9,784,680 คน คิดเป็นร้อยละ 38.60
ส่วนประเด็นคำถามที่ 2 ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี พบว่ามีผู้เห็นชอบ 13,969,594 คน คิดเป็นร้อยละ 58.11 ไม่เห็นชอบ 10,070,599 คน คิดเป็นร้อยละ 41.89
ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 ระบุว่า เมื่อแสดงผลการออกเสียงถึงร้อยละ 95 ของจํานวนหน่วยออกเสียง ให้หยุดการแสดงผลการออกเสียงต่อสาธารณะ และเมื่อ กกต. ได้รับรายงานผลการนับคะแนนออกเสียงจากหน่วยออกเสียงทุกหน่วยทั้งประเทศ หากไม่มีการร้องคัดค้าน ให้ กกต. ประกาศผลการออกเสียงและจํานวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียง แล้วให้รายงานนายกรัฐมนตรีทราบโดยเร็ว

“ประยุทธ์” ชี้ถูก “มิตรประเทศ”แทรกแซงในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง


นายกรัฐมนตรีระบุรัฐบาลทำประชามติโดยสมัครใจ โปร่งใส เปิดกว้าง และตรากตำ กว่าจะถึงจุดหมาย แต่ต้องผิดหวังกับการแทรกแซงอย่างไม่เหมาะสมจากต่างชาติโดยเฉพาะผู้ที่เรียกตนเองว่าเป็นมิตรประเทศ
หลังสิ้นสุดการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งการประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการ พบว่าคนไทยส่วนใหญ่เห็นชอบกับทั้งร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง สำนักงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ ส่งเอกสารทางออนไลน์ให้สื่อมวลชนต่างชาติ มีข้อความจั่วหัวว่าสารจากนายกรัฐมนตรี “ถึงคนไทยทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้ออกไปใช้สิทธิ์ในการลงประชามติหรือไม่ รัฐบาลได้ยินเสียงของพวกท่าน” ในสารดังกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การทำประชามติไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลถูกกำหนดให้ต้องดำเนินการ แต่เป็นการทำโดยสมัครใจ เป็นความคิดริเริ่มของรัฐบาลที่มีนโยบายอันคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก และว่าการทำประชามติที่จัดขึ้นเป็นไปอย่างโปร่งใสและเปิดกว้าง กับเป็นส่วนหนึ่งของโรดแมปที่จะนำไทยไปสู่การปฏิรูปทางการเมืองอันเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
“การจัดทำประชามติวันนี้เป็นความคิดริเริ่มของรัฐบาลที่ต้องอาศัยความเหนื่อยยากตรากตรำกว่าจะมาถึงจุดหมายสูงสุด ในอันที่จะตัดสินอนาคตของตนเองได้อย่างมีอารยะ อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าผิดหวังที่ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองนี้กลับมีการแทรกแซงอย่างไม่เหมาะสมจากต่างชาติ การแทรกแซงเหล่านี้ทำให้เราอดที่จะรังเกียจอคติของคนที่เรียกตนเองว่าเป็นมิตรของไทยไม่ได้ อย่างไรก็ดี การแทรกแซงด้วยความมุ่งร้ายนี้กลับได้รับแรงสะท้อนกลับอย่างกังวานและชัดเจนจากคนไทยที่ออกไปลงประชามติในวันนี้!” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่าจะรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่แสดงออกมาในวันนี้และดำเนินการทุกอย่างที่จัดการปัญหาที่เป็นข้อกังวล ในเวลาเดียวกันก็จะเสนอทางเลือกที่ยั่งยืนในการแก้ปัญหาการเมืองของชาติ
ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศผลการนับคะแนนการลงประชามติอย่างไม่เป็นทางการจำนวน 94% พบว่าประเด็นที่ 1 มีผู้เห็นชอบ 61.40% ไม่เห็นชอบ 38.60% ประเด็นที่ 2 เห็นชอบ 58.11% ไม่เห็นชอบ 41.89 % โดยคาดว่ามีผู้มาใช้สิทธิ 55% และจะมีการรายงานผลอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ ‪#‎ประชามติ‬

ตำรวจยังไม่ให้ประกันตัว 'โตโต้' ฉีกบัตร

ตำรวจยังไม่ให้ประกันตัว 'โตโต้' ฉีกบัตร พร้อมเตรียมเพิ่มข้อหา 'สร้างความวุ่นวายในหน่วยลงคะแนน' ม.60 (9) หลังจากโดนแล้ว 3 ข้อหา
8 ส.ค.2559 เวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน แจ้งว่า ที่ สน.บางนา โตโต้ ปิยะรัฐ จงเทพ นายกสมาคมเพื่อเพื่อน FFA ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ต้องขังคดีการเมืองและอดีต ทำการฉีกบัตรประชามติ พร้อมตะโกนว่า "เผด็จการจงพินาศประชาธิปไตยจงเจริญ" หลังจากนั้นถูกตำรวจควบคุมตัวจากหน่วยออกเสียงมายัง สน.บางนา และทำประวัติตั้งแต่เวลา 12.00 น. ซึ่งการจับกุมปิยรัฐนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สอบปากคำผู้ต้องหาทันที แต่ตำรวจไปสอบสวนกรรมการการเลือกตั้งประจำหน่วยสำนักเขตบางนาซึ่งเป็นเจ้าทุกข์
หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบเจ้าทุกข์และแจ้งความดำเนินคดี 3 ข้อหา 1.ทำให้เสียทรัพย์ มาตรา 358 มีโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท, 2.ทำลายเอกสารราชการ มาตรา 188 มีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน1หมื่อนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, 3.การกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ (ฉีกหรือทำลายบัตรเลือกตั้ง) มีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ล่าสุดเจ้าหน้าที่จากศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชน แจ้งว่า ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ให้ดำเนินการประกันตัว เพราะยังไม่รู้ว่าจะสอบปากคำเพิ่มข้อหาอีกหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นข้อหา ม.60(9) สร้างก่อความวุ่นวายในหน่วยลงคะแนน
‪#‎ส่องประชามติ‬

หนังสือพิมพ์เดอะ การเดี้ยน วิจารณ์

7 ส.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์เดอะ การเดี้ยน ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์รายวันแห่งชาติของประเทศอังกฤษ ที่มี "แคทารีน ไวเนอร์" เป็นบรรณาธิการ ได้โพสต์ข้อความรายงานถึงการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในประเทศไทย เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค.ก่อนจะมีการปิดหีบให้ประชาชนชาวไทยไปลงคะแนนรับร่างหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นเพียงการปูทางไปสู่การเลือกตั้งใหญ่ในปี 2560 ตามโมดแมปที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้วางไว้ก่อนหน้านี้ แต่เนื้อหานั้น เดอะการ์เดี้ยน ระบุว่า ยังคงสานต่ออำนาจ คสช.ให้ปกครองประเทศต่อไป
เดอะ การ์เดี้ยน ระบุว่า การลงประชามติ คือบททดสอบความนิยมรัฐบาลทหาร ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.เป็นครั้งแรก หลังการปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อเดือน พ.ค.57 โดยจากการสำรวจเห็นว่า มีผู้ให้การสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขณะที่ประเทสไทยมีผู้มีสิทธิออกเสียบงประชามติกว่า 50.5 ล้านคน
เดอะ การ์เดี้ยน อ้างว่า ประชาชนคนไทยจะไปลงคะแนนเพื่อแสดงประชามติทิศทางและอนาคตของประเทศของพวกเขา แต่ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของทหารโดยพฤตินัย ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศไว้ก่อนว่าไม่ว่าประชาชนจะลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ก็จะไม่มีการลาออกอย่างแน่นอน แต่จะดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายตามโรดแมป คือ ให้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2560
เว็บไซต์เดอะ การ์เดี้ยน ระบุด้วยว่า กองทัพได้ทำการโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนที่ดำเนินการโดยคนในตระกูลชินวัตรที่บริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ 2 ครั้ง ในช่วงกว่าทศวรรษของความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทย โดยแหล่งข่าวของเดอะ การ์เดี้ยน อ้างว่ากองทัพพยายามออกกฎบัตรต่างๆ ที่เป็นการทำดีกับประชาชน ขณะที่จุดมุ่งหมายในการกำจัดและขับไล่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เจ้าของนโยบายประชานิยมเกิดความล้มเหลว
"ทักษิณหลบหนีออกมาอยู่ในต่างประเทศ แต่เขายังคงมีอิทธิพลทางการเมืองอยู่อย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีฐานสนับสนุนของเขาในชนบทในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งผู้นำท้องถิ่นเดิมเป็น "เสื้อแดง" ที่สนับสนุนตระกูล "ชินวัตร" ทำให้น้องสาวของเขา "ยิ่งลักษณ์" กวาดคะแนนเสียงในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อปี 54 ทำให้ก้าวขึ้นสู่อำนาจในการปกครองประเทศ"

ส่องประชามติ รวมข้อร้องเรียนในการนับคะแนน

ส่องประชามติ รวมข้อร้องเรียนในการนับคะแนน

we watch สรุป 6 ประเด็นร้องเรียงออกเสียงประชามติ ได้แก่ จนท.สับสนในการนับบัตรดี/บัตรเสีย, นับคะแนนก่อนเวลาปิดหีบ, จนท.ไม่ให้ถ่ายภาพนอกคูหา เรียกดูบัตรปชช.,คะแนนรวมไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ, มีการย้ายหน่วยโดยไม่แจ้ง, เปลี่ยนที่นับคะแนนนอกหน่วยเลือกตั้ง
7 ส.ค.2559 สรุปข้อร้องเรียนและประเด็นที่อาสาสมัครของ We Watch ร่วมสังเกตการณ์หน่วยออกเสียงหลายจุด มีดังนี้
1. หลายหน่วยเจ้าหน้าที่มีความสับสนในการนับบัตรดี/บัตรเสีย และในบางจุด เช่น หน่วยหนึ่งใน ต.สันทรายงาม อ.เทิง จ.เชียงใหม่ การนับคะแนนต้องหยุดชะงักไปราว 5 นาที เพราะเจ้าหน้าที่ต้องโทรสอบถามส่วนกลาง ไม่มีการดูคู่มือ หรือหน่วยออกเสียงที่ศาลากลางจังหวัดนนทบุรีก็มีการร้องเรียนในประเด็นนี้
2. มีหน่วยที่เจ้าหน้าที่ต้องการเริ่มนับคะแนนตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาปิดหีบใน เวลา 16.00 น. แต่เนื่องจากมีประชาชนที่ไปสังเกตการณ์ทักท้วงจึงมีการรอจนกระทั่งถึงเวลา ปิดหีบ เช่น หน่วยออกเสียงในหมู่ 8 ต.ไผ่ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
3. มีหน่วยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าหน่วยไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ แม้จะอยู่นอกคู่หาก็ตาม และมีการเรียกดูบัตรประชาชนผู้สังเกตการณ์ที่จะถ่ายรูปการนับคะแนน เช่น ในเขตดินแดง กรุงเทพฯ และที่อ.เขาวง จ.มุกดาหาร
4. มีหน่วยที่เมื่อนับคะแนนเสร็จสิ้นต้องเริ่มนับคะแนนใหม่เพราะคะแนนรวมไม่ตรง กับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ เช่น หน่วยที่ 2 หมู่ 2 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส มีคนมาใช้สิทธิ 389 คน แต่เมื่อรวมการนับคะแนนแล้วได้ 379 หายไป 10 คะแนน เมื่อมีการนับใหม่คะแนนออกมาตรงกัน หรือที่หน่วยออกเสียงที่ 9 หมู่7 ต.หนองควาย เทศบาลหนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ผู้มีสิทธิ 906 มีผู้มาใช้สิทธิ 533 คน ผลการนับคะแนน สรุปรวมคะแนนทั้งหมดตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิแต่เมื่อแยกจำนวนคะแนนระหว่าง ผู้ลงคะแนนเห็นชอบ/ไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ กับ คำถามพ่วง พบว่า จำนวนไม่ตรงกับบัตร โดยพบว่าในส่วนคำถามเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญนั้นมีคะแนนมากกว่าในส่วนคำถาม พ่วงอยู่ 2 คะแนน จึงได้มีการนับคะแนนใหม่
5. มีการย้ายหน่วยลงคะแนนในช่วงเช้าวันที่ 7 ส.ค.โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าและไม่มีการติดประกาศให้ทราบ ณ ที่ตั้งหน่วยเดิม
6. มีการนำบัตรลงคะแนนไปนับที่อำเภอ ไม่นับที่หน้าหน่วยออกเสียง เช่น หน่วยออกเสียงในต.บางยี่เรือ อ.ธนบุรี หรือหน่วยออกเสียง 6 หน่วยใน ต.คลองเขื่อน อ. คลองเขื่อน จ. ฉะเชิงเทรา ซึ่งนำหีบไปนับที่อำเภอทั้งหมด

เวลา 19.08 น. ผลประชามติ รับร่างฯ 14.6 ล้านเสียง ไม่รับ 9.2 ล้านเสียง

7 สิงหาคม 2559 ซึ่งเป็นวันลงคะแนนออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยหลังจากปิดหีบลงคะแนนเสียงไปในเวลา 16.00 น. และคณะกรรมการได้มีการนับคะแนน โดยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 19.08 น. มีผู้ออกเสียงรับร่างรัฐธรรมนูญ 14,698,915 คน ไม่รับ 9,222,192 คน

ส่วนประเด็นคำถามพ่วงนั้น มีประชาชนเห็นด้วยกับคำถามพ่วง 13,189,257 คน ไม่เห็นด้วย 9,493,004 คน

นักวิชาการงง คนไทยสวนกระแสโลก’ปชต.’น้อย ปราบโกงได้

นักวิชาการงง คนไทยสวนกระแสโลก’ปชต.’น้อย ปราบโกงได้
นางสิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญมุ่งปราบโกงสูง แต่มีประชาธิปไตยน้อย เป็นบทพิสูจน์ว่าเจตนารมณ์ผู้ร่างต้องการปราบโกง ลดประชาธิปไตย แต่ทางสากล ความมีประชาธิปไตยเต็มที่ถึงจะปราบโกง คอร์รัปชั่นได้ เป็นบทพิสูจน์การเมืองเชิงประจักษ์นั้นเห็นแล้วว่าการเพิ่มบทบาทให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมจะลดคอร์รัปชั่นได้ ดังนั้นคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญตั้งใจถูกหรือไม่ และถ้าต่อไปทุจริตคอร์รัปชั่นไม่ลด จะทบทวนการใช้รัฐธรรมนูญนี้ได้แค่ไหน
นางสิริพรรณกล่าวว่า ในคำถามพ่วง ไม่แน่ใจคนเข้าใจหรือไม่ ที่ให้รัฐสภาเลือกนายกรัฐมนตรีได้ นัยยะคือให้นอกจากให้ ส.ส. 500 คนแล้ว ยังให้ ส.ว. 250 คน ที่ คสช.เลือกมา เลือกนายกรัฐมนตรีด้วย ถ้าย้อนกลับไปได้ อธิบายให้คนเข้าใจ จะยอมให้วุฒิสภามีส่วนร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ผลประชามติที่ออกมาเป็นการแสดงออกของประชาชนเหนื่อยต่อการเมืองก่อน 22 พฤษภาคม 2557 ที่มีความเป็นประชาธิปไตยแต่ทะเลาะกัน ถือว่านี่คือการแสดงออก ที่เบื่อผลประโยชน์ทับซ้อน แต่การที่จะให้ทุจริตคอร์รัปชั่นน้อย ความเป็นประชาธิปไตยต้องเข้มแข็ง ถือว่าสวนทางกันร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเครื่องมือประชาธิปไตยคือการตรวจสอบที่โปร่งใส ซึ่งเป็นขอยุติทั่วโลกแล้วว่าการจะปราบทุจริตคอร์รัปชั่นได้ต้องมีประชาธิปไตย

ด่วน! นักกิจกรรมการเมือง ประท้วงฉีกบัตรลงประชามติที่เขตบางนา

วันนี้ (7 สิงหาคม) เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ที่หน่วยออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ สำนักงานเขตบางนา มีรายงานว่า นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ นายกสมาคมเพื่อเพื่อนและนักกิจกรรมทางการเมือง สวมเสื้อยืดโดยมีคำว่า “NO COUP” เข้าไปยังหน่วยออกเสียง ก่อนตะโกนว่า “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” พร้อมฉีกบัตรลงคะแนนเสียงประชามติ จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวไปที่ สน.บางนา
โดยนายปิยรัฐได้เขียนแถลงการณ์ลงบนกระดาษว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ผมขอเรียนต่อเจ้าหน้าที่พนักงาน สื่อมวลชน และประชาชน ให้ทราบว่า การกระทำของผมได้กระทำไปโดยมีสติครบสมบูรณ์ ไม่มีซึ่งอาการป่วยทางจิตใดๆ ไม่ได้เสพติดสุราและของมึนเมา ทุกสิ่งอย่างล้วนเกิดขึ้นโดยจิตสำนึกของพลเมืองที่เพียงต้องการเรียกร้อง และยืนยันต่อสิทธิเสรีอันพึงมีพึงได้ของเราก็เพียงเท่านั้น หากแม้ว่าผลของมันจะเป็นเช่นไร ผมจะขอรับผิดชอบกับการกระทำของผม โดยไม่หลีกลี้หนีหายเพราะความกลัวแต่อย่างใด
ผมจะขอสู้คดีนำสืบให้ศาลเห็นถึงการใช้อำนาจอย่างเผด็จการ บิดเบือนกฎหมายจากความชอบธรรมตามหลักการประชาธิปไตย จับกุมคุมขังประชาชนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม จนยากจะหาทางแก้ และไร้ซึ่งความมั่นคงในเสรีภาพ อิสรภาพของประชาชนชาวไทย
โดยก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นายปิยรัฐได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่ เผด็จการจะพินาศสาบสูญไป ประชาชนประชาธิปไตยจงเจริญ”
ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวไปสืบสวนที่ สน.บางนา

“มีชัย”กลางปฏิทินหลังรับร่างรธน. จากนี้อีก 90 วันประกาศใช้ แย้มเลือกตั้งต้นปี 61

“มีชัย”กลางปฏิทินหลังรับร่างรธน. จากนี้อีก 90 วันประกาศใช้ แย้มเลือกตั้งต้นปี 61
เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 7 สิงหาคม นายมีชัย ฤชุพันธุ์ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ผ่านช่อง 9 อสมท.ว่า เมื่อคำถามพ่วงผ่าน กรรมการร่างจะนำมาผนวกไว้กับบทเฉพาะกาลให้แล้วเสร็จใน 30 วัน แล้วส่งศาลรัฐธรรมนูญให้เสร็จ 30 วัน รวม 60 วัน ถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นถูกต้องจะส่งให้นายกรัฐมนตรีกราบบังคบทูล เพื่อพระปรมาภิไธย ใน 30 วัน ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ตรง จะใช้เวลาไม่เกิน 15 วัน แล้วส่งให้กรรมการร่างแก้ไข สรุปขั้นตอนทั้งหมดต้องทำให้เสร็จใน 3 เดือนเศษๆแล้วประกาศใช้รัฐธรรมนูญได้
“กำหนดคร่าวๆ เต็มเหนี่ยว ปลายปี 2560 หรือต้นปี 2561 จะมีการเลือกตั้ง”นายมีชัยกล่าว
นายมีชัยกล่าวว่า สำหรับเหตุผลที่ประชามติร่างรัฐธรรมนูญผ่านนั้นมีเหตุผลผสมผสานกัน คือประชาชนออกมาลงประชามติด้วยความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง เพราะอย่าลืมว่า ไม่ใช่การเลือกตั้ง ไม่มีหัวคะแนนเกณฑ์มา และคำพูดนายกรัฐมนตรีที่แสดงจุดยืนรับร่างรัฐธรรมนูญนั้นสำคัญ ทั้งที่ควรจริงนายกฯไม่ได้ตั้งใจ แต่มีคนบิดเบือนบอกว่านายกรัฐมนตรีไม่สั่งให้ไม่รับร่าง ไม่อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน นายกรัฐมนตรีจึงต้องบอกว่าตัวเองรับ ตรงนี้มีผลเพราะประชาชนทั่วไปที่มาลงประชามติรับนายกฯ
นายมีชัยกล่าวว่า สำหรับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญต้องให้เสร็จทั้ง 10 ฉบับ ใช้เวลาอีก 8 เดือน ฉบับหนึ่งใช้เวลาร่างไม่ถึง 1 เดือน เพราะองค์กรอิสระ 5-6 แห่งยังขาดพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญใช้ทำงาน ไม่อย่างนั้นรัฐรรมนูญใช้การไม่ได้ ส่วนท่าทีพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อไทยที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายมีชัยกล่าวว่า เมื่อผลออกมาว่ารับร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องพยายามคุยกับ 2 พรรคนี้

ผลคะแนนไม่เป็นทางการ17:55น.

ตัวเลขผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ทั่วประเทศมีทั้งสิ้น 50,585,118 คน ชาย 24,465,842 คน หญิง 26,119,331 คน เฉพาะในกทม. มีจำนวน 4,483,075 คน
.
ผลคะแนนรวมประชามติทั้งประเทศ (เมื่อเวลา 17.55 น.)
คะแนนรับร่างฯ 7,736,491
คะแนนไม่รับ 4,896,748
คะแนนรับคำถามพ่วง 7,153,623
คะแนนไม่รับคำถามพ่วง 5,056,247
.
-ภาคเหนือ-
คะแนนรับร่างฯ 1,446,038
คะแนนไม่รับ 1,055,925
คะแนนรับคำถามพ่วง 1,299,738
คะแนนไม่รับคำถามพ่วง 1,070,989
.
-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-
คะแนนรับร่างฯ 2,072,247
คะแนนไม่รับ 2,193,750
คะแนนรับคำถามพ่วง 1,778,722
คะแนนไม่รับคำถามพ่วง 2,224,314
.
-ภาคกลาง-
คะแนนรับร่างฯ 3,117,104
คะแนนไม่รับ 1,369,174
คะแนนรับคำถามพ่วง 2,853,618
คะแนนไม่รับคำถามพ่วง 1,456,255
.
-ใต้-
คะแนนรับร่างฯ 1,536,306
คะแนนไม่รับ 414,842
คะแนนรับคำถามพ่วง 1,440,312
คะแนนไม่รับคำถามพ่วง 447,887

ยูเอ็นลงพื้นที่กรุงเทพฯ-อีสาน จับตาการลงประชามติ

ยูเอ็นลงพื้นที่กรุงเทพฯ-อีสาน จับตาการลงประชามติ ขณะที่สหภาพนักศึกษาพม่าออกแถลงการณ์สนับสนุนนักศึกษาไทยต่อสู้กับร่างรัฐธรรมนูญที่ผลักดันโดยทหาร
สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยแพร่ภาพและข้อความผ่านเครือข่ายทวิตเตอร์ว่าคณะผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งของสหประชาชาติลงพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย เพื่อสังเกตการณ์การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี 2559 ที่จัดขึ้นทั่วประเทศในวันนี้ (7 ส.ค.)
ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของนายลุค สตีเวนส์ ผู้ประสานงานสหประชาชาติ (UN) ประจำประเทศไทย ซึ่งระบุว่าไม่ว่าผลการลงประชามติจะเป็นอย่างไร สหประชาชาติต้องการเห็นการพูดคุยระหว่างกองทัพและกลุ่มผู้เห็นต่างทางการเมืองไทยเกิดขึ้น ถ้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป้นคนวางเงื่อนไขในการปรองดอง คงไม่เกิดการปรองดองที่แท้จริงได้ ทั้งยังต้องเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการพูดคุย เพื่อจะได้ไม่มีใครถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
นอกจากนี้ สหภาพนักศึกษาแห่งสหพันธ์พม่า (ABFSU) ซึ่งเป็นองค์กรเครือข่ายของนักศึกษาเมียนมาที่ก่อตั้งขึ้นในสมัยที่เมียนมายังอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร ได้ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 6 ส.ค. เพื่อเรียกร้องให้นักศึกษาไทยและประชาชนไทยยืนหยัดคัดค้านรัฐธรรมนูญและการลงประชามติที่มาจากทหาร โดยระบุว่าจากประสบการณ์ของ ABFSU พบว่ารัฐธรรมนูญที่ร่างโดยรัฐบาลทหารมีเป้าหมายเพื่อให้ทหารยึดบทบาททางการเมืองอย่างถาวร ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการทำลายประชาธิปไตย
เนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่าด้วยว่า ABFSU เชื่อมั่นในประชาชน นักศึกษา และองค์กรภาคประชาสังคมของไทย ที่เคยให้การสนับสนุนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่า และเชื่อว่าทุกฝ่ายจะร่วมกันคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ได้รับการสนับสนุนโดยทหาร ซึ่งไม่ได้มาตรฐานประชาธิปไตย ด้วยความกล้าหาญและเข้มแข็ง

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เปรียบเทียบความคึกคักการทำประชามติ

วันอาทิตย์นี้ถึงกำหนดไปลง #ประชามติ กันแล้ว บรรยากาศก่อนการลงประชามติครั้งนี้บางคนก็บอกว่าเงียบเหงา บางคนก็บอกว่าแปลกประหลาด บางคนก็บอกว่ารณรงค์กันเยอะเกินไปทำให้วุ่นวาย 

นี่เป็นประชามติครั้งที่สองของประเทศไทย ครั้งแรกก็ทำกันในปี 2550 ถ้าเปรียบเทียบกับครั้งที่แล้ว จะเห็นว่าตอนปี 2550 มีกิจกรรมหลากหลายทั้งการแถงข่าว ขบวนปั่นจักรยาน ฝ่ายไม่รับร่างทำสติ๊กเกอร์และเสื้อสีแดง ขึ้นมาภายใต้คำขวัญ "We Vote No" และ "ล้มรัฐธรรมนูญ=ล้มรัฐประหาร" ฝ่ายที่รับร่างรณรงค์โดยใช้ "ไฟเขียว" เป็นสัญลักษณ์ มีการโฆษณาตามหน้าหนังสือพิมพ์และวิทยุโทรทัศน์มีอย่างเต็มที่ ครม.กำหนดให้วันหลังลงคะแนนเป็นวันหยุดราชการ มีการประกาศลดราคาค่าโดยสารรถไฟ รถเมล์ รถ บ.ข.ส. เรือโดยสาร รถไฟฟ้า จะเห็นได้ว่าบรรยากาศแบบนี้ไม่มีให้เห็นในปี 2559 [อ่านเปรียบเทียบประชามติขอ'ไทยทั้งสองครั้งที่ https://ilaw.or.th/node/4170]

#อียิปต์ ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ กันสามครั้ง เมื่อปี 2011, 2012 และ 2014 ท่ามกลางการรัฐประหาร การชุมนุมประท้วง และความรุนแรง การทำประชามติครั้งหลังสุดภายใต้รัฐบาลทหาร มีการปราบปรามผู้คัดค้านจำนวนมาก พรรคการเมืองใหญ่ถูกประกาศว่าเป็นผู้ก่อการร้ายและถูกกวาดล้าง ก่อนวันลงคะแนนนักกิจกรรม 7 คนที่ไปติดโปสเตอร์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญถูกจับ หลายฝ่ายจึงประกาศบอยคอตไม่เข้าร่วมกับการจัดทำประชามติ และไม่ไปลงคะแนน แม้ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นชอบมาด้วยเสียง 98% แต่ก็ไม่ใช่ทางออกของปัญหาการเมืองในอียิปต์ หลังใช้รัฐธรรมนูญฝ่ายทหารชนะการเลือกตั้งและปกครองประเทศเรื่อยมา ท่ามกลางการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความหวาดกลัวของผู้คน [อ่านเรื่องของอียิปต์ต่อที่ https://ilaw.or.th/node/4188]

#พม่า ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในปี 2008 ซึ่งเป็นร่างที่ทำโดยรัฐบาลทหาร มีหลายส่วนที่ให้ทหารสืบทอดอำนาจต่อในสภาสูง โดยกระบวนการประชามติทหารจัดทำขึ้นเพื่อเป็นโรดแมปไปสู่ประชาธิปไตย (คุ้นๆ นะ) ระหว่างกระบวนการประชามติ รัฐบาทหารคุมเข้มการรายงานข่าว ใช้สถานีโทรทัศน์ของรัฐ และหนังสือพิมพ์รณรงค์ให้คนไปโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญ มีการติดป้ายตามสถานที่ราชการต่างๆ ให้คนโหวตรับ มีการโกงทุกวิถีทาง และจับกุมนักกิจกรรมอย่างน้อย 48 คนที่คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ จนผลสุดท้ายคนโหวตรับร่าง 93% คนพม่าจึงต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญที่ปิดทางไม่ให้ออง ซาน ซูจี ขึ้นเป็นประธานาธิบดี มาจนปัจจุบัน [อ่านเรื่องของพม่าต่อที่ https://ilaw.or.th/node/4220]

การทำประชามติในยุคของเผด็จการทหาร เพื่อหาความชอบธรรมให้ตัวเองอยู่ในอำนาจต่อได้ เกิดขึ้นอีกหลายครั้งในประวัติศาสตร์โลก เช่น การทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญของ #รวันดา เมื่อปี 2015 ขยายวาระประธานาธิบดีให้นายพลพอล คากาเมะ ปกครองประเทศต่อ การลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญของ #ศรีลังกา ในปี 1982 เพื่อต่ออายุของรัฐสภาของ เจ.อาร์.จายาวาร์ดินี่ ออกไปอีก 6 ปีโดยไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ หรือ การลงประชามติของ #บังกลาเทศ ในปี 1977 รับรองพล.ตรี ซิเออร์ รามัน ให้อยู่ในอำนาจต่อ [อ่านเรื่องของศรีลังกาและบังกลาเทศต่อที่ https://ilaw.or.th/node/4181]

การทำประชามติทั้งของศรีลังกา บังกลาเทศ อียิปต์ และพม่า จัดทำในบรรยากาศที่ไม่เปิดกว้าง มีการใช้กฎหมายพิเศษ เช่น กฎอัยการศึก ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน การรณรงค์ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเสรี ส่วนใหญ่ผลการทำประชามติออกมาเป็น YES แบบถล่มทลายมากกว่า 90% แต่เมื่อการทำประชามติเป็นเพียงแบบพิธีทางเมืองที่ไม่ได้สะท้อนความต้องการของประชาชนที่แท้จริง ผลทางการเมืองหลังจากนั้นก็ไม่ได้นำประเทศไปสู่ทางออกที่ดีขึ้นได้ 

____________________________________

ลองมาดูตัวอย่างประชามติแบบอื่นกันบ้าง.....

ในหลายประเทศ ประชามติ ไม่ได้มีไว้เพื่อรับรองร่างรัฐธรรมนูญ หรือต่ออายุของเผด็จการเท่านั้น

ใน #เคนย่า มีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2010 หลังจากที่ประเทศเกิดความวุ่นวาย เกิดสงครามกลางเมือง ผู้คนต่างเผ่าฆ่าฟันกันล้มตายจำนวนมาก จนUN ต้องเข้าแทรกแซง การร่างรัฐธรรมนูญใหม่และลงประชามติ ในปี 2010 จึงเป็นความหวังของชาวเคนย่าว่าจะหาทางออกของวิกฤติความรุนแรงในประเทศ ร่างรัฐธรรมนูญถูกจัดทำโดยการเอาฝ่ายที่ทะเลากันทุกฝ่ายมาช่วยกันร่าง ไม่ใช่เอาคนที่อ้างว่า "เป็นกลาง" มาทำโดยลำพัง ระหว่างการลงประชามติเปิดให้มีการรณรงค์โดยเสรี ฝ่ายรับใช้สีเขียวในการรณรงค์ ฝ่ายไม่รับใช้สีแดงในการรณรงค์ ผลลัพธ์ที่ได้คือโหวต YES กัน 68% รัฐธรรมนูญจึงถูกบังคับใช้มาต่อเนื่องโดยทุกฝ่ายยอมรับ แม้แต่ฝ่ายแพ้ก็ยอมรับ และประเทศไม่กลับไปสู่ภาวะสงครามกลางเมืองอีก [อ่านเรื่องของเคนย่า ต่อได้ที่ https://ilaw.or.th/node/4180]


หัวข้อการทำประชามติ ไม่ได้มีแค่เพื่อเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น

ใน สหราชอาณาจักร (UK) การออกกฎหมายเป็นอำนาจของรัฐสภาซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนอยู่แล้ว การทำประชามติจะเกิดขึ้นในประเด็นที่นอกเหนือจากอำนาจโดยตรงของรัฐสภาเท่านั้น เช่น ประชามติเอกราชของสก๊อตแลนด์ ในปี 2013 หรือประชามติออกจากEU ในปี 2016 ส่วนที่สวิตเซอร์แลนด์การทำประชามติจะทำได้กว้างขวาง ทั้งการคัดค้านกฎหมาย การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และทำกันเป็นประจำปีละ 4 ครั้ง หัวข้อการทำประชามติเสนอโดยประชาชน ทั้งสหราชอาณาจักรและสวิตเซอร์แลนด์ไม่มีข้อจำกัดการรณรงค์ก่อนวันลงคะแนน ตรงกันข้ามรัฐยังสนับสนุนส่งเสริมให้รณรงค์ได้เต็มที่อีกด้วย

ที่ #สวิตเซอร์แลนด์ รัฐบาลจะตีพิมพ์คู่มือประชามติส่งให้ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนทางไปรษณีย์ก่อนล่วงหน้า 3-4 สัปดาห์ ในคู่มือการทำประชามติจะประกอบด้วยเนื้อหาของประเด็นที่จะลงประชามติในครั้งนั้นๆ ข้อคิดเห็น และข้อแนะนำต่อประเด็นดังกล่าว ประชาชนที่เสนอหัวข้อทำประชามติจะเขียนข้อคิดเห็นของตนเองลงในสมุดคู่มือได้ โดยรัฐบาลไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อความนั้นได้ ส่วนการรณรงค์ทำกิจกรรมบนท้องถนน การเดินขบวนด้วยสีสันต่างๆ ก็เกิดขึ้นเป็นประจำทุกครั้งก่อนการลงประชามติในประเด็นต่างๆ

สำหรับ #สหราชอาณาจักร กกต. มีหน้าที่รับจดทะเบียนภาคประชาชนที่ต้องการจะทำกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ ทั้งฝ่าย YES และ NO ช่วงเวลาประมาณ 3 เดือนก่อนวันประชามติ กกต.จะเข้าไปตรวจสอบการใช้จ่ายและการรับเงินบริจาคของ ‘แคมเปญที่จดทะเบียน’ องค์กรที่ใช้เงินรณรงค์มากกว่า 10,000 ปอนด์จะต้องจดทะเบียน แต่ทำกิจกรรมขนาดเล็กกว่านั้น ก็สามารถจัดกิจกรรมต่างๆ ได้เลยเต็มที่ 

องค์กรที่จดทะเบียนแล้ว สามารถลงสมัครเพื่อเป็น ผู้นำการรณรงค์ได้ องค์กรที่ กกต. คัดเลือกให้เป็นผู้นำ กกต.จะเพิ่มเพดานการใช้จ่ายเงินให้เป็น 1,500,000 ปอนด์, ได้สิทธิส่งจดหมายรณรงค์ฟรี, สามารถใช้ห้องหรือพื้นที่ราชการบางแห่งได้ฟรี และได้สิทธิใช้พื้นที่โฆษณาทางโทรทัศน์ ในการทำประชามติ #Brexit กกต.ยังมีเงินกินเปล่า 600,000 ปอนด์ ให้เอาไปใช้รณรงค์อีกด้วย

บทเรียนจากการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายรณรงค์อย่างเต็มที่ เห็นได้ชัดจากกรณีประชามติ Brexit เมื่อผลออกมาพลิกโผ คือ ประชาชนส่วนใหญ่ลงคะแนนให้สหาราชอาณาจักรออกจากEU แต่ท้ายที่สุด ทุกฝ่ายคงรู้ดีว่า เมื่อผลออกมาแล้ว จะพอใจหรือไม่ก็ต้องยอมรับ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตยที่ใจความสำคัญคือ "กระบวนการ" ส่วนความผิดหวังและบทเรียนจากข้อผิดพลาดคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ของประชาชนนั่นเอง
 

[อ่านเรื่อง การทำประชามติเอกราชสก็อตแลนด์ ต่อได้ที่ https://ilaw.or.th/node/4178]
[อ่านเรื่อง การทำประชามติBrexit ต่อได้ที่ https://ilaw.or.th/node/4183]
[อ่านเรื่องของสวิตเซอร์แลนด์ ต่อได้ที่ https://ilaw.or.th/node/4225]

อ่านบทเรียนประชามติต่างประเทศ ที่ https://ilaw.or.th/taxonomy/term/1988
ที่มาภาพ http://adst.org/2014/09/scotland-a-land-apart/

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559

“ยิ่งลักษณ์”พร้อมขึ้นไต่สวนคดีจำนำข้าวนัดแรกวันพรุ่งนี้


"ทนาย ยิ่งลักษณ์ ”เผย "อดีตนายกฯ"พร้อมขึ้นศาลฎีกานักการเมืองไต่พยานจำเลยนัดแรก คดีอัยการสูงสุดฟ้องปฏิบัติหน้าที่โครงการจำนำข้าว ขอศาลแถลงเปิดคดีด้วยวาจา 1 ช.ม.

- 4 ส.ค. 59 - นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อไต่สวนเป็นพยานจำเลยปากแรก คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบโครงการรับจำนำข้าว เช้า พรุ่งนี้ 5 ส.ค.ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อไต่สวนเป็นพยานจำเลยปากแรก ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เตรียมความพร้อมแล้วว่าจะแถลงเปิดคดีด้วยวาจา 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเริ่มไต่สวนพยาน และตอบคำถามการซักค้านของอัยการโจทก์ซึ่งเตรียมคำถามไว้กว่า 100 คำถาม แต่ก็ไม่ทราบว่าศาลจะอนุญาตให้ถามทั้งหมดกี่คำถาม หากคำถามมีจำนวนมาก คาดว่าจะต้องใช้เวลาไต่สวนพยานทั้งช่วงเช้าและบ่าย ส่วนการไต่สวนพยานปากแรกจะเสร็จในวันเดียวหรือไม่นั้น ต้องดูสถานการณ์อีกครั้ง
เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ หนักใจหรือไม่ กับคำถามอัยการโจทก์กว่า 100 คำถามในวันพรุ่งนี้
นายนรวิชญ์ ทนายความ กล่าวว่า ตนตอบแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ แต่ทีมทนายก็ต้องมั่นใจซึ่งเรามีความพร้อม ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันพรุ่งนี้ เป็นการไต่สวนพยานจำเลย ครั้งแรก ซึ่งศาลฎีกาฯ ก็ได้จัดกำลัง รปภ. และประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ร่วมรักษาความปลอดภัยบริเวณอาคารศาลฎีกาอย่างเข้มงวดเหมือนเช่นการไต่สวนพยานทุกครั้งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาทุกนัดและจะมีกลุ่มมวลชนมาให้กำลังใจหลายร้อยคน
โดยภายในอาคารศาลฎีกา ตามประตูทางเข้าหลัก จะจัดกำลัง รปภ. ประจุดทางเข้าตรวจค้นบุคคลเข้มงวด ซึ่งล่าสุดบริเวณทางเข้าหลัก มีเครื่องสแกนวัตถุต้องสงสัยมาติดตั้งเพิ่มด้วย ตามนโยบายการรักษาความปลอดภัยบริเวณศาลที่จะมีในทุกคดี ส่วนการเข้าฟังการไต่สวนพยาน ในห้องพิจารณาคดีของศาลฎีกาฯนั้นจะต้องมีการแลกบัตรตามปกติ โดยห้องพิจารณา สามารถรองรับผู้ร่วมเข้าฟังได้ประมาณ 120 คน ซึ่งศาลจะเปิดให้มีการแลกบัตร เวลา 08.30 น. สำหรับผู้ที่จะเข้าฟังการไต่สวน
ขณะที่ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Yingluck Shinawatra มีเนื้อหาทำนองว่า “ ต้องการกำลังใจจากพี่น้องประชาชนและแฟนเพจ ในการขึ้นไต่สวนพยานในครั้งนี้ ” นายนรวิชญ์ กล่าว

“ทักษิณ” วิจารณ์ประชามติไร้ประโยชน์

“ทักษิณ” วิจารณ์ประชามติไร้ประโยชน์ ด้าน รมว.ต่างประเทศระบุต่างชาติชมไทยจัดให้มีการออกเสียงประชามติ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วิพากษ์วิจารณ์การจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.นี้ว่าเป็น “ความเขลาอันเปล่าประโยชน์” และเป็นการคงอำนาจอันถาวรของรัฐบาลทหาร กับทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอนาคตปกครองประเทศไม่ได้
นายทักษิณ ตอบคำถามที่รอยเตอร์ถามถึงความเห็นเกี่ยวกับการจัดทำประชามติ โดยระบุว่าผู้ร่าง ได้ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อความ “ต่อเนื่อง” ในการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของผู้ก่อรัฐประหาร ไปตราบจนกระทั่งหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่อย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม
นายทักษิณประเมินด้วยว่า แม้รัฐบาลใหม่จะได้รับมอบหมายให้เข้ามาทำหน้าที่ แต่ก็คงจะไม่สามารถบริหารเศรษฐกิจและประเทศชาติไปได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งให้อำนาจเต็มที่แก่องค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล
ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าววันนี้ (4 ส.ค.) ว่าต่างชาติได้แสดงความชื่นชมไทยที่เปิดโอกาสให้มีการออกเสียงประชามติ เพื่อให้มีประชาธิปไตยที่ยั่งยืนในอนาคต ทั้งนี้ ได้ยืนยันว่าประเทศยังมีความสงบเรียบร้อย ส่วนที่สถานทูตต่างๆ ประกาศเตือนพลเมืองให้เพิ่มความระมัดระวังนั้น อาจเพราะไม่ได้ตระหนักว่าไทยมีความปลอดภัยกว่าประเทศตะวันตกหลายประเทศ
ขณะที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันว่าทุกอย่างจะดำเนินไปตามโรดแมปไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านการลงประชามติหรือไม่ เพราะมีขั้นตอนรองรับอยู่แล้ว‪#‎ประชามติ‬