PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561

“ผบ.หน่วยSeal”มาเอง นำปฏิบัติการ วางแผน ปรับแผน ด้วยตนเอง ใน”ถ้ำหลวง”

ภารกิจ เหนืออื่นใด!!
“ผบ.หน่วยSeal”มาเอง นำปฏิบัติการ วางแผน ปรับแผน ด้วยตนเอง ใน”ถ้ำหลวง” เอง ใช้ทั้ง ดำน้ำ และเดืนเท้า เผน ใช้”นักดำดำน้ำ” วางแนวเชือกพร้อมchemical light
กรมกิจการพลเรือทหารเรือ เผยว่า ชุดช่วยเหลือและค้นหา (หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ/SEAL) เยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่า 13 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย

พลเรือตรีอาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (ผบ.นสร.กร.) หรือ ผบ.หน่วย SEAL กองทัพเรือ) พร้อมชุดช่วยเหลือและค้นหาฯ เพิ่มเติม จำนวน 24 นาย ร่วมการค้นหา ที่ ถ้ำหลวง - ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย
โดย ได้อำนวยการปฏิบัติงานชุดช่วยเหลือและค้นหาฯ จากหน่วย SEAL กองทัพเรือ
จากการประชุมกับ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และหน่วยงานให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ วานนี้
เวลา 21.00 น.วานนี้ ชุดช่วยเหลือและค้นหาฯ จากหน่วย SEAL กองทัพเรือ ที่เข้าไปปฎิบัติการค้นหาในถ้ำ จำนวน 14 นาย ได้เปลี่ยนถังอ๊อกซิเจน และดำเนินการค้นหาต่อไป
เวลา 22.00 น. กำลังทหาร และทีมกู้ภัยจากหน่วยต่าง ๆ ใช้รถแม๊คโครช่วยเคลียร์ทางน้ำไหลบริเวณหน้าถ้ำ และลำเลียงสายไฟเข้าไปในถ้ำ ระยะทางประมาณ 2 - 3 กม. เพื่อติดตั้งไฟแสงสว่าง และเครื่องสูบน้ำ
เจ้าหน้าที่จากกรมชลประทานเร่งสูบน้ำออกจากหนองน้ำพุที่อยู่ด้านหลังของถ้ำหลวง เพื่อช่วยลดระดับน้ำภายในถ้ำตลอดทั้งคืน

ส่วนการปฏิบัติในวันที่ 27 มิ.ย.
เวลา 10.00 น. ทีมกู้ภัยอุทยานฯ เดินเท้าเข้าสำรวจปล่อง ถ้ำหลวง เตรียมอาหาร และน้ำดื่มเพื่อหย่อนให้กับเยาวชนที่ติดอยู่ในถ้ำทั้ง 13 คน หากค้นหาพบ
ทังนี้ได้แบ่งชุดเดินเท้าเข้าสำรวจโพรงเป้าหมายโดยสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหาร ดำรวจตระเวนชายแดน 13นาย เข้าสำรวจโพรงดังกล่าว จำนวน 2 โพรง
โดยโพรงที่ 1 ทำการสำรวจแล้วสามารถลงไปได้ 15 เมตร แต่พบว่าไม่สามารถทะลุได้ ส่วนของโพรงที่ 2 ได้ทำการลงสำรวจพบว่าบริเวณปากปล่องค่อนข้างแคบ แต่เมื่อลงไปแล้วประมาณ 5 - 7 เมตร พบว่ามีโพรงประมาณ 3 โพรงในความลึกที่ห่างกันประมาณ 5 - 7 เมตร ในของชั้นความลึกทั้ง 3 โพรงและได้ลงไปในความลึกที่ 90 เมตร และได้หย่อนอาหารลงไปในโพรง
แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าสามารถทะลุได้เพราะปลายปล่องในความลึกที่ 90 เมตร จะเป็นช่องแคบลงไปเรื่อยๆ เมื่อสำรวจเสร็จจากนั้นจึงได้ถอนกำลังกลับเข้าที่ตั้งเพื่อประชุมการช่วยเหลือต่อไป
ระหว่างรอการสูบน้ำของเจ้าหน้าที่ นาวาเอกอนันต์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับกรมรบพิเศษ 1 นสร.กร. พร้อมชุด SEAL กองทัพเรือ ได้เดินเท้าจากห้องโถง 2 ไป 3 เพื่อประเมินสถานการณ์
และได้ส่งนักดำดำน้ำวางแนวเชือกพร้อมเคมไลค์ (chemical light) เป็นแนวนำทางไปทางทิศตรงจุดสามแยก จุดที่ดำน้ำขุดเจาะโคลนครั้งแรก
เวลา 12.00 น. น้ำจากบนภูเขาไหลลงมาสมทบในถ้ำทำให้ระดับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากฝนตกหนัก
เครื่องสูบนํ้าทั้งขนาดกลางขนาดใหญ่ ทั้งที่เป็นของภาครัฐและภาคเอกชน จำนวนหลายสิบเครื่อง เร่งสูบนํ้าออกจากถํ้า เพื่อระบายลงสู่หนองนํ้า
เจ้าหน้าที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ดำเนินการลากสายไฟฟ้าชนิดกันน้ำ เข้าไปในถ้ำเพื่อใช้กับระบบแสงสว่าง และเครื่องสูบน้ำ
นักประดานํ้าชาวลาว จากมูลนิธิกรมการกู้ภัยแห่งชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่ 1623 เข้าร่วมภารกิจกับหน่วยกู้ภัยของไทย เพื่อค้นหาฯ
ทั้งนี้ พลเรือตรีอาภากร อยู่คงแก้ว ได้สั่งการให้ชุดช่วยเหลือและค้นหาฯ จากหน่วย SEAL กองทัพเรือ ปฏิบัติการและประเมินสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าจะพบเยาวชนทั้ง 13 คน
ภาพ-จาก กพร.ทหารเรือ

เจาะถ้ำ !!

เจาะถ้ำ !!
“บิ๊กป้อม”เผย USPACOMสหรัฐฯส่งจนท.ผู้เชี่ยวชาญ30คน จากHawaii ถึงไทยแล้ว มาช่วย เจาะเขา เจาะผนังถ้ำ พร้อมอุปกรณ์พิเศษ ยังหวังช่วย13ชีวิต ทุกฝ่ายพยายามอย่างเต็มที่‬
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือ 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ว่า ทุกฝ่ายก็พยายามเร่งมือช่วยเหลือ แต่ขณะนี้ยังไม่เจอ หน่วยซีลก็ยังเข้าพื้นที่ไม่ได้ แต่เช้าก็เริ่มสูบน้ำต่อพอได้แล้ว
ส่วนความช่วยเหลือจากมิตรประเทศนั้น ขณะนี้ทางสหรัฐอเมริกา ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ 30 คน จาก USPACOM กองกำลังภาคพื้นแปซิฟิค จาก Hawaii มาช่วยเรื่องของการเจาะผนังถ้ำ โดยมีการนำอุปกรณ์พิเศษต่างๆมาด้วย
สำหรับในพื้นที่ปฏิบัติการถ้ำหลวง ถือว่ามีการจัดระบบเรียบร้อยเเล้ว โดยวันนี้ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ไปพื้นที่อีกครี้ง
หลังจากนี้ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ก็จะหมุนเวียนกันลงพื้นที่ไป
ทั้งนี้ได้ฝากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน และหวังว่าจะได้เจอทั้ง 13 คน อยากให้ทำได้สำเร็จ เพราะเจ้าหน้าที่ก็อดหลับอดนอน
และแม้วันนี้จะเข้าสู่วันที่ 5 แล้ว ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้พบหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ก็มี sign ในการที่จะเข้าไปให้ได้
แต่ขณะนี้เร็วเกินไปที่จะสรุปบทเรียน ขอให้ช่วยให้เรียบร้อยก่อน อย่าเพิ่งถามไปข้างหน้า ใจเย็นๆ

ถก ผบ.เหล่าทัพ เตรียมบทเรียน การฝึกบรรเทาสาธารณภัย ร่วมเหล่าทัพ-ตำรวจ

ถก ผบ.เหล่าทัพ เตรียมบทเรียน การฝึกบรรเทาสาธารณภัย ร่วมเหล่าทัพ-ตำรวจ หวังพัฒนาขีดความสามารถ /ทหารตำรวจ สนับสนุนค้นหา 13 ชีวิตในถ้ำหลวง ทั้งสหรัฐฯ-ออสเตรเลีย มาช่วย /เตือนหยุดแชร์ข่าวมั่ว เลิกซะ ปล่อยข่าวลือ สร้างความสับสน
พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยมีผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ซึ่งเป็นการหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลผลการปฏิบัติงานในห้วงเวลาที่ผ่านมา และเตรียมการปฏิบัติงานในอนาคต การพัฒนาขีดความสามารถด้านการบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่องของกองบัญชาการกองทัพไทย
การเสริมสร้างความร่วมมือด้านการฝึกกับกองทัพประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ของกองทัพบก
การเตรียมความพร้อมและการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังรบยกพลขึ้นบก ของกองทัพเรือ
การปฏิบัติการร่วมกับเหล่าทัพอื่นภายใต้แนวคิดการใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง โดยกองทัพอากาศ
และการดำเนินงานตามนโยบายป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำการดำเนินการตามสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2561
พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนชาวไทยให้แต่งกายด้วยผ้าโทนสีเหลือง และร่วมใจกันแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเน้นย้ำเรื่องการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเนื่องจากภาวะฝนตกหนักในหลายพื้นที่ซึ่งมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่

พล.อ.ธารไชยยันต์ กล่าวว่า ในที่ประชุมได้เน้นย้ำทุกเหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สนับสนุนการค้นหาที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย โดยบูรณาการการปฏิบัติกับส่วนราชการต่างๆ อย่างเต็มที่
โดยมีกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จะเป็นผู้กำหนดแผนในการค้นหา ส่วนตำรวจและกองทัพเป็นฝ่ายสนับสนุน
นอกจากนี้ USPACOM ได้ส่งทีมค้นหาและกู้ภัยของสหรัฐฯ 32 นายเดินทางมาถึงเมื่อคืนนี้ เวลา02.00น. ด้วย C-130 เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา นอกจากนีเ กองทัพออสเตรเลียได้มีการประสานขอมาช่วยเหลือด้วย
ส่วนกรณีที่มีการแชร์คลิปแชร์ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ทุกหน่วยงานพยายามชี้แจงกับประชาชน และขอให้รับฟังข้อมูลข่าวสารจากทางจังหวัดเชียงราย หรือพื้นที่เท่านั้น ขอให้หยุดแชร์ เพราะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ขอให้เลิกทำ
สำหรับผู้บังคับบัญชาการแต่ละหน่วยจะมีการสลับหมุนเวียนกันลงไปสมทบ เพื่อกำกับดูแล และลงไปให้กำลังใจ
นอกจากนึ้. ยังได้รับการประสานจาก กองทัพออสเตรเลีย ในการส่งทหารมาช่วย อีกแรงหนึ่งด้วย

“บิ๊กป้อม” คุยอาเซียน”USABC ยัน เดินหน้าตามโรดแมพ สู่การเลือกตั้งต้นปี 62

“บิ๊กป้อม” คุย “ประธานสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา – อาเซียน”USABC ยัน เดินหน้าตามโรดแมพ สู่การเลือกตั้งต้นปี 62 นำพาประเทศไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯและ รมว.กห. ต้อนรับนาย Alexander C. Feldman ประธานสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา – อาเซียน (United States – ASEAN Business Council – USABC) และคณะ ทึ่ศาลาว่าการกลาโหม ในโอกาสเยือนประเทศไทย

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า นายอเล็กซานเดอร์ ได้กล่าวถึง ความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างสองประเทศ ที่มีมาต่อเนื่องยาวนานถึง 200 ปี ทั้งด้านการค้า การลงทุน ด้านการทหารและความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ดีต่อกันของไทยและสหรัฐฯ โดยการนำคณะนักธุรกิจเอกชนชั้นนำของสหรัฐฯ เข้าพบ เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจในไทยที่มีมาต่อเนื่องยาวนาน และการขยายการลงทุนของกลุ่มธุรกิจสหรัฐฯ ซึ่งต่างให้ความสนใจและพร้อมจะเข้ามาลงทุนในไทย
โดยเฉพาะการเข้ามาลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งพร้อมให้การสนับสนุนการพัฒนาประเทศตามนโยบายของรัฐบาลไปด้วยกัน
พล.อ.ประวิตร กล่าวแสดงความขอบคุณ และยืนยันว่า ไทยให้ความสำคัญกับภาคเอกชนของสหรัฐฯ ในการเพิ่มพูนความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนระหว่างกัน ซึ่งไทยอยู่ระหว่างการปฏิรูปกฎระเบียบด้านการค้า การลงทุน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน. เพื่อวางรากฐานการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต พร้อมทั้งยินดีที่สหรัฐฯ ได้กลับมามีบทบาทอย่างแข็งขันในการดำเนินยุทธศาสตร์อินโด – แปซิฟิก ที่ให้ความสำคัญต่อภูมิภาคอาเซียน
โดยไทยพร้อมให้การสนับสนุนและเปิดกว้างให้ภาคเอกชนสหรัฐฯเข้ามาลงทุน และยินดียิ่งหากภาคเอกชนสหรัฐฯ จะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยพัฒนาบุคลากร และเทคโนโลยี ของไทยในด้านต่างๆ ซึ่งจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไป
พร้อมกันนี้ ได้ยืนยัน ถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาล ในการเดินหน้าตามโรดแมป เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในต้นปี 62 เพื่อนำพาประเทศไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ต่อไป

หนุนน้องไปต่อ

หนุนน้อง!!

“พี่ใหญ่ป้อม" หนุน"น้องตู่" เป็นนายกฯหลังเลือกตั้ง...มั่นใจ "บิ๊กตู่"ไปต่อได้ ยัน ผมหนุนอยู่แล้ว

"บิ๊กป้อม"ชี้ "กลุ่มสามมิตร-สุริยะ"
สนับสนุน พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯก็ดี จะได้ทำงานให้ประเทศชาติเข้มแข็ง ให้รอดูต่อไป

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกลุ่มการเมืองที่เริ่มออกมาสนับสนุน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อ รวมถึงกลุ่ม 3 มิตร ของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจด้วย ว่า ก็ดีที่สนับสนุน พลเอก ประยุทธ์ จะได้ทำงานเพื่อให้ประเทศชาติเข้มแข็ง ซึ่งต้องติดตามต่อไป 

เมื่อถามว่า มั่นใจว่า พลเอกปนะยุทธ์ ไปต่อได้ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ก็มั่นใจอ่ะนะ และผมให้การสนับสนุนอยู่แล้ว

รัฐบาลไทยร้องขอสหรัฐช่วยเด็ก

รัฐบาล ร้องขอ !!

สหรัฐฯออกแถลงการณ์ ช่วยรัฐบาลไทย ค้นหา 13 เยาวชนนักเตะ ใน"ถ้ำหลวง" ตามคำร้องขอ ของรัฐบาล คสช. เผยจะประสบการณ์และการค้นหากู้ภัยมาสนับสนุน ความพยายามของทางการไทยในการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ภายในถ้ำ 

สถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ว่า มีความเป็นกังวลอย่างยิ่งต่อกรณีที่ นักฟุตบอลเยาวชน และ โค้ช รวม 13 คน สูญหายเข้าไปภายในถ้ำหลวง ตลอดจนครอบครัว และทีมช่วยเหลือผู้สูญหาย 

ทางกองกำลังภาคพื้นแปซิฟิก USPACOM ได้ส่งทีมค้นหาและกู้ภัยช่วยตามหาติดตามการค้นหา ตามการร้องขอของรัฐบาลไทย

ขณะนี้ทีมค้นหาและทีมกู้ภัยของสหรัฐฯได้เดินทางถึงจังหวัดเชียงรายแล้ว และนำประสบการณ์และการค้นหากู้ภัยมาสนับสนุน ความพยายามของทางการไทยในการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ภายในถ้ำ 

โดยหวังว่าเยาวชน นักฟุตบอล และผู้ฝึกสอน จะสามารถเดินทางกลับบ้านได้ อย่างปลอดภัยในเร็ววัน

รัฐบาลไทยร้องขอสหรัฐช่วยเด็ก

รัฐบาล ร้องขอ !!

สหรัฐฯออกแถลงการณ์ ช่วยรัฐบาลไทย ค้นหา 13 เยาวชนนักเตะ ใน"ถ้ำหลวง" ตามคำร้องขอ ของรัฐบาล คสช. เผยจะประสบการณ์และการค้นหากู้ภัยมาสนับสนุน ความพยายามของทางการไทยในการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ภายในถ้ำ 

สถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ว่า มีความเป็นกังวลอย่างยิ่งต่อกรณีที่ นักฟุตบอลเยาวชน และ โค้ช รวม 13 คน สูญหายเข้าไปภายในถ้ำหลวง ตลอดจนครอบครัว และทีมช่วยเหลือผู้สูญหาย 

ทางกองกำลังภาคพื้นแปซิฟิก USPACOM ได้ส่งทีมค้นหาและกู้ภัยช่วยตามหาติดตามการค้นหา ตามการร้องขอของรัฐบาลไทย

ขณะนี้ทีมค้นหาและทีมกู้ภัยของสหรัฐฯได้เดินทางถึงจังหวัดเชียงรายแล้ว และนำประสบการณ์และการค้นหากู้ภัยมาสนับสนุน ความพยายามของทางการไทยในการค้นหาผู้ที่ติดอยู่ภายในถ้ำ 

โดยหวังว่าเยาวชน นักฟุตบอล และผู้ฝึกสอน จะสามารถเดินทางกลับบ้านได้ อย่างปลอดภัยในเร็ววัน

‘สมชัย’ แนะ กกต.ตัดสินให้ดี ปม 150 วันจัดเลือกตั้ง ชี้เสี่ยงทั้งถูกฟ้อง-ขัดใจคนอยากยืด ลต.

‘สมชัย’ แนะ กกต.ตัดสินให้ดี ปม 150 วันจัดเลือกตั้ง ชี้เสี่ยงทั้งถูกฟ้อง-ขัดใจคนอยากยืด ลต.


เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับช่วงเวลา 150 วันในการจัดการเลือกตั้งว่านับรวมช่วงเวลาที่ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 60 วันหรือไม่ ว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 268 ระบุว่า ให้ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ซึ่งตรงนี้ก็เคยมีคนให้มุมมองไว้สองแบบ โดยแนวทางหนึ่งมองว่าคำว่าแล้วเสร็จหมายถึงลงคะแนนเลือกตั้ง ส่วนอีกแนวทางหนึ่งมองว่าคำว่าแล้วเสร็จคือได้ ส.ส.เพียงพอที่จะเปิดประชุมสภาฯ กรณีดังกล่าวนี้ กกต.เคยสอบถามไปยังกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ.แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ เพียงแต่ระบุว่ามีหน้าที่ในการยกร่างไม่มีหน้าที่ในการตีความ รวมทั้งเคยถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ไม่มีคำตอบเช่นกัน เท่ากับว่าประเด็นนี้ไม่มีใครชี้ชัดว่าสรุปแล้วเป็นอย่างไรกันแน่
นายสมชัยกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การส่งศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นทำไม่ได้เพราะยังไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ดังนั้นขณะนี้เป็นเรื่องที่ กกต.ไม่ว่าจะเป็นชุดปัจจุบันหรือชุดใหม่ก็ตาม ถ้าถึงจังหวะที่จะเป็นฝ่ายตัดสินใจกำหนดวันเลือกตั้งต้องคิดว่าจะยึดแนวทางใด หากยึดแนวทางแรก กกต.ก็จะมีเวลาเตรียมงานนานขึ้น แต่ก็จะมีความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องภายหลังได้ว่าจัดการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ และหากว่าจัดการเลือกตั้งแล้วถูกชี้ว่าการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญการเลือกตั้งก็จะเสียไป ต้องมีผู้รับผิดชอบทั้งทางแพ่งและอาญา

นายสมชัยกล่าวอีกว่า ส่วนหากยึดแนวทางที่สอง กกต.ทอนเวลาตัวเองเลือกจัดการเลือกตั้งโดยใช้เวลา 90-100 วันเพื่อให้เวลาที่เหลือใช้ประกาศผลการเลือกตั้ง แต่กรณีนี้กกต.จะเหนื่อย เพราะต้องเร่งรัดเวลาในขั้นตอนและกิจกรรมต่างๆ ให้เร็วขึ้น แต่ก็จะปลอดภัยในการเสี่ยงถูกฟ้องร้องว่าจัดการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ แต่แนวทางที่สองไม่แน่ใจว่าจะเป็นแนวทางที่ไปขัดใจกับใครหรือไม่ที่ต้องการให้การเลือกตั้งยืดออกไปให้มากที่สุด ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงเป็นภาระของ กกต.ที่ต้องคิดและตัดสินใจให้ดี

สถานีคิดเลขที่ 12 : อะไรจะเกิดขึ้น ?

สถานีคิดเลขที่ 12 : อะไรจะเกิดขึ้น ?


ระยะนี้สภากาแฟต่างๆ คงมีหัวข้อสนุกๆ ให้สนทนา ไม่ถึงกับง่วงเหงาหาวนอนอย่างที่ผ่านๆ มา
แต่การพูดจาแสดงความคิดความเห็น คงต้องยั้งๆ ระวังสุ้มเสียงกันไว้บ้าง เพราะบรรยากาศบ้านเมืองยังไม่ได้เปิดกว้างเต็มที่
การ “ปลดล็อก” ที่พูดถึงกันบ่อยๆ จึงไม่ใช่เพื่อนักการเมือง พรรคการเมืองอย่างที่เข้าใจกัน แต่หมายถึงประชาชนก็จะได้นั่งพูดนั่งคุยเรื่องการเมืองกันได้ไปด้วย
หลังจากนายกฯกลับจากเยือนอังกฤษ-ฝรั่งเศสรอบนี้ มีความชัดเจนเกิดขึ้นหลายเรื่อง
ความชัดเจนนี้มาจากคำกล่าวของนายกฯ ในการพบปะผู้นำของประเทศที่ไปเยือน จากการให้สัมภาษณ์ของนายกฯ และคำบอกเล่าของนายกฯต่อคนไทยในประเทศต่างๆ
รวมถึงจากวงประชุมระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กับ กกต.และตัวแทนพรรคการเมือง
จากวงประชุมที่บิ๊กป้อมนั่งหัวโต๊ะ การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นระหว่าง 24 ก.พ. ไปจนถึง 5 พ.ค. ปี 2562
หลังจากวันเลือกตั้ง ส.ส. 3 เดือน จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น
ก็เหมือนกับฟุตบอลโลก บุคคลสำคัญของการแข่งขันก็คือบรรดา “ผู้เล่น”
การเลือกตั้งไทย เรื่องสำคัญในเกมเลือกตั้ง นอกจากผู้เล่นและทีมคือพรรคการเมือง คือ กฎกติกาของการแข่งขัน
ฟุตบอลโลกรอบนี้นำเทคโนโลยีมาใช้ ด้วยการเปิดวีเออาร์ให้กรรมการดูกันชัดๆ ว่า ใครฟาวล์ ใครเล่นนอกกติกา แทนที่จะให้เป็นวิจารณญาณของทีมผู้ตัดสิน 3-4 คน ที่ผิดพลาดทำทีมดังๆ ตกรอบมาเยอะ

เป็นกติกาที่ทำให้เกมสะอาดขึ้น เป็นธรรมขึ้น ส่วนกติกาของเกมแถวๆ บ้านเรา มีข้อโต้แย้งว่าถอยหลังลงคลอง ถึงขนาดบางพรรคประกาศแล้วว่า ถ้าได้เข้าสภา เรื่องแรกๆ ที่จะต้องทำคือแก้ไขกฎกติกานี้
กฎกติกานี้กำหนดบังคับตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง อย่างตอนนี้ ห้ามเคลื่อนไหวในลักษณะรวมตัวทางการเมือง จะมาซ้อมพูด ซ้อมความพร้อมเพรียงยังไม่ได้
จะปลดล็อก ยุติข้อห้ามเหล่านี้ตอนไหนยังต้องรอกันต่อไป
ยังมีกฎกติกาที่กำหนดให้พรรคต่างๆ ต้องประชุมสมาชิกเพื่อลงมติเลือกผู้สมัคร หรือไพรมารีโหวต
เป็นกติกาที่เข้าท่า แต่นำมาใช้แบบไม่ให้เตรียมตัว ก็เลยเป็นปัญหา
ยังมีกติกาเรื่อง ส.ว.ที่่นายกฯประกาศแล้วว่าจะดูแลคัด 250 คนเอง ไม่ให้เกิดสภาผัวเมีย
ที่เด็ดกว่าก็คือ กติกาหลังการเลือกตั้ง ที่กำหนดในบทเฉพาะกาล ว่าด้วยการเฟ้นหานายกฯ ที่เปิดช่องนายกฯคนนอก
กฎกติกาเหล่านี้ ทำให้เกิดการคาดหมายอย่างมีรสชาติว่าใครจะไปใครจะมา และใครจะตกท่อไม่ได้มา
และคงกำหนดความเป็นไปของการเมืองทั้งก่อนเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้งได้ระดับหนึ่ง
แต่จะทั้งหมดหรือไม่ ยังทายได้ยาก เพราะ “ปัจจัย” สำคัญที่สุดของเกมนี้ได้แก่ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ก็เลยน่าจะซับซ้อนดุเดือดกว่าทายแชมป์บอลโลก หลายดีกรี

มั่นใจกระโดดขึ้นเวที

มั่นใจกระโดดขึ้นเวที



พลังความรักความสามัคคีของคนไทยที่ผุดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ
กระแสผู้คนทั่วประเทศส่งกำลังใจให้กับปฏิบัติการค้นหาช่วยเหลือ 13 เยาวชนและโค้ชทีมฟุตบอลทีม “หมูป่า อคาเดมี” ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ภายใต้พระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวงรัชกาลที่ 10” ทรงห่วงใย รับสั่งให้ช่วยเหลือเด็กๆอย่างเต็มที่
พร้อมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ที่ประทานกำลังใจและกำลังทรัพย์ให้ปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิต
สถานการณ์แบบที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. เรียกประชุมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีที่เครื่องบินลงแตะรันเวย์ กลับจากเยือนอังกฤษ–ฝรั่งเศส
และตั้งแต่ช่วงแรกๆของวันเกิดเหตุ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้เดินทางไปบัญชาการในพื้นที่ด้วยตัวเอง
ขณะที่ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ก็ไปปักหลักสั่งการกำลังพลทหารเรือ ทหารบก ทหารอากาศ ตำรวจ ข้าราชการพลเรือนมหาดไทยทุกหน่วยต่างระดมบุคลากร หน่วยซีล ตำรวจน้ำ ทหารรบพิเศษ พร้อมอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำ เครื่องปั่นไฟฟ้า ฯลฯ
ทั้งคนทั้งเครื่องมือครบอยู่หน้างาน ลุยสู้กับสภาวะธรรมชาติที่ยากลำบาก
จากรูปการณ์อย่างน้อยก็ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองของเยาวชนที่ติดอยู่ในถ้ำได้อุ่นใจรออย่างมีความหวัง รวมทั้งประชาชนทั่วไปก็ชื่นชมการเร่งทำงานอย่างเต็มกำลังของทุกฝ่าย
แน่นอนวิกฤตการณ์สำคัญคือบทพิสูจน์เชิงบริหารของรัฐบาล
งานนี้ทีมของ “บิ๊กตู่” ได้โชว์ให้เห็นถึงความพร้อมในแบบฉบับของทหารที่เข้าถึงสถานการณ์ได้รวดเร็วฉับไว รวมถึงศักยภาพในการระดมกำลังคน เครื่องมือเครื่องไม้
นี่คือจุดที่เหนือกว่ารัฐบาลพลเรือนทั่วไป
กระตุกจุดเด่น ประโยชน์ความจำเป็นของทหาร
และแน่นอน มันคือ “แต้มบวก” ต่อเก้าอี้ผู้นำของ พล.อ.ประยุทธ์
ในสถานการณ์ทางการเมืองที่เดินมาจุดที่ผู้นำรัฐบาลเปิดหน้าซัดแรงๆกระแทกชิ่งไปถึงอดีตผู้นำสองพี่น้อง อดีตนายกฯทักษิณและอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยแถลงยืนยันหลังลงเครื่องเลยว่า การไปเยือนอังกฤษและฝรั่งเศสด้วยศักดิ์ศรีของตัวเอง โดยเอาคนไทยและประเทศไทยไปด้วย
ไม่ไร้เครดิตเหมือนพวกที่หนีคดีอยู่ต่างประเทศ
และย้ำกันอีกรอบที่ทำเนียบรัฐบาล “บิ๊กตู่” ยืนยันที่พูดโจมตีคนที่หนีไปอยู่ต่างประเทศ เพราะระหว่างเดินทางเยือนอังกฤษและฝรั่งเศส มีคนมาต่อต้าน บางทีก็รำคาญ
ชัดเจนว่าเป็นอาการตกค้าง จากการโดนเกมเจาะยาง
“นายกฯลุงตู่” โคตรฉุนเกมเขี้ยว “ทักษิณ” ล็อบบี้สื่อต่างประเทศถล่มผู้นำไทย ดิสเครดิตในจังหวะคุยกับผู้นำโลกทั้ง “เทเรซา เมย์” และ “เอ็มมานูเอล มาครง”
เกือบทำให้การบ้านที่นายกฯและทีมงานอุตส่าห์ลงทุนลงแรงไป ต้องเหนื่อยฟรี
ข่าวดีๆที่นายกฯอังกฤษ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ให้การต้อนรับผู้นำไทย โดยไม่มีเงื่อนไขทางการเมืองต่อต้านผู้นำทหาร แถมตอบรับยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ นักลงทุนทั้งสองประเทศสนใจตอบรับมาลงทุนในเมกะโปรเจกต์ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี)
โดนประเด็นกระพี้การเมืองกลบหมด
เหลี่ยมการตลาดเดิมๆมุกเก่าๆอาศัยสื่อต่างประเทศของ “นายใหญ่” ยังตีกินได้ไม่เบื่อ
และก็เชื่อว่า เกมล็อบบี้สื่อต่างประเทศทาสีผู้นำไทยจะยกระดับขึ้น ภายหลังภาพที่ผู้นำอังกฤษและผู้นำฝรั่งเศสให้การต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ แบบที่ไม่มีการถามถึงเรื่องการเมือง
มีแต่ฝ่ายนายกฯไทยที่ยืนยันการเลือกตั้งตามโรดแม็ปต้นปีหน้า
สถานการณ์เดียวกับคิวของประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” แห่งสหรัฐอเมริกา ที่เปิดห้องรูปไข่ ทำเนียบขาว วอชิงตัน ดี.ซี. ต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์แบบกันเอง มาทั้งครอบครัว
นั่นหมายถึงหมากโลกล้อมประเทศไทยใช้ไม่ได้ผลแล้ว
ตามแนวโน้มสถานการณ์ที่แรงเสียดทานภายนอกประเทศลดลงไป แรงเสียดทานภายในคุมเกมได้
มันก็ไม่แปลกใจที่จะได้เห็นอารมณ์เปิดหน้าท้าแลกหมัดกับ “ทักษิณ” ตีราคาแค่พวกไร้เครดิตหนีคดีอยู่ต่างประเทศ บอกปัดข่าวไปแอบนัดพบกันในลอนดอน ถึงอยากพบก็ไม่ให้พบ
จับอาการดุดัน ลีลาปล่อยหมัดสวนเข้าปลายคางอดีตผู้นำ 2 พี่น้องแบบไม่ไว้ไมตรี
“ลุงตู่” โดดขึ้นเวทีการเมืองเต็มตัวแล้ว.
ทีมข่าวการเมือง

วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2561

“ผบ.ทร.”ลั่น ตัองช่วยให้ได้”ทีมหมูป่าฯ”13ชีวิต

ไม่ท้อ ..ตัองช่วยให้ได้!!
“ผบ.ทร.”ลั่น ตัองช่วยให้ได้”ทีมหมูป่าฯ”13ชีวิต เผย 45 หน่วยSeal ทำหน้าที่ตลอด ไม่มีพัก หมุนเวียนกัน แต่ น้ำขุ่นโคลน ระดับน้ำสูง ฝนตกตลอด แต่อุปสรรคไม่ทำให้ท้อ เตรียมบินไปถ้ำหลวง พรุ่งนี้ ให้กำลังใจลูกน้อง ยอมรับสังคมคาดหวัง หน่วยSeal แต่เราต้องทำงานร่วมทุกฝ่าย หวั่นไม่รอบด้าน ชี้ งานนี้เป็นบทเรียน การฝึกของ ทร.ในอนาคต
พลเรือเอกนริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า ตอนนี้เรามี หน่วย Seal หรือ มนุษย์กบ นักทำลายใต้น้ำจู่โจม อยู่ในพื้นที่ ถ้ำหลวง เชียงราย รวม 45 นาย โดยแบ่งทำงาน ชุดละ8 นาย เข้าทำงานทีละ3 ชุด มีการผัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นชุดๆอย่างต่อเนื่อง ตลอด ไม่ได้พัก เพราะเราจะต้องช่วยทั้ง13 คนออกมาให้ได้
โดย ทาง กรมวิทยาศาสตร์ ทร. ได้นำเครื่องตรวจวัดระดับออกซิเจนติดไปกับผู้ปฏิบัติงาน ด้วย เพื่อดูว่าสภาพอากาศเป็นอย่างไร นอกจากนี้กรมแพทย์ทหารเรือก็เตรียมพร้อมทีมแพทย์สำหรับแก้ปัญหากรณีเกิดอุบัติเหตุใต้น้ำ
แต่มึอุปสรรคในการทำงาน คือระดับน้ำสภาพอากาศ มีฝนตกลงมาตลอด
มีปัญหาเรื่องระดับน้ำ เพราะถัาน้ำปกติ จะไม่มีปัญหา. แต่เป็นน้ำโคลน ที่เป็นอุปสรรคอย่างมาก เพราะน้ำ ที่เข้ามาเติมตลอด เพราะฝนตก ระดับน้ำสูง เราอาจต้องถอยกลับมาเพื่อมีที่พัก
ผมเองก็ติดตามอย่างต่อเนื่อง และจะไปเชียงราย เยี่ยมลูกน้อง และ ให้กำลังใจ ในวันพฤหัส นี้
“แม้จะมีอุปสรรค แต่เราไม่ได้ท้อถอย และ พยายามทำต่อไป”
แตียอมรับว่า ประชาชนคาดหวังกับหน่วยซีล ที่เราเข้าไปช่วย ตั้งแต่แรก แต่อุปสรรค เรื่องระดับน้ำ
ทั้งนี้ ทหารเรือเราทำงานร่วมกับหน่วยอื่นเพราะตอนนี้ส่วนอื่นๆก็ช่วยกันหาทางเข้าจากทางอื่น เช่น ปล่อง โพรง
และมีผู้ทำงานส่วนอื่นๆในพื้นที่และต่างประเทศ มาช่วยกัน
“เราต้องช่วยให้ได้ เราทำเต็มที่ ไม่ได้พัก และเพิ่มเติมกำลังไปแล้ว ก็หวังว่า เราจะทำได้สำเร็จและช่วยทั้ง 13 คนออกมาได้อย่างปลอดภัย
พลเรือเอกนริส กล่าวว่า ผลพวงจากครั้งนี้ จะเป็นบทเรียนในเรื่องการทำงานและการฝึกของทหาร
“ผมคิดว่าเราควรมีแผนในการป้องกันภัย. การกู้ภัย แม้เคยทำไว้แล้ว หลายรูปแบบ แต่ควรจะเพิ่มเติมในเรื่องนี้ด้วย”
ทั้งนี้ เราทำงานร่วมกันหลายหน่วยหลายด้านเพราะถ้าหน่วยซีล หน่วยเดียวก็คงจะไม่ครอบคลุมทุกด้าน

ระดมหมวกแดง !!

ระดมหมวกแดง !!
“บิ๊กเจี๊ยบ” ร่วมประชุม ปรับแผน ช่วย”ทีมหมูป่าฯ” ที่ถ้ำหลวง ใช้ทั้ง รบพิเศษ-ฉก.90 รวม90นาย แถมใช้ ทหารบก 840 นาย, เฮลิคอปเตอร์ Mi17-4 ลำ เผยจัด 24ชุด ทำงานตลอด24ชม.
พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางเข้าพื้นที่ถ้ำหลวง จ.เชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์ และให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่และครอบครัวนักฟุตบอล ในการค้นหา อย่างมีความหวัง
พร้อมยืนยันว่าทุกภาคส่วนกำลังร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่
และสั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 2และ กองทัพภาคที่ 3 เตรียมเครื่องมือกู้ภัย รถส่องสว่าง เครื่องสูบน้ำ
รวมทั้งเตรียมชุดค้นหากู้ภัยจากกองร้อยชุดฝึกรบพิเศษที่ 2 พร้อมออกเดินทางไปสนับสนุนการค้นหาทันที่เมื่อได้รับการร้องขอ
​​ภารกิจค้นหา 13 นักฟุตบอลในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ยังคงดำเนินไปตลอด 24 ชั่วโมง โดยพื้นที่ภายในถ้ำ หน่วยปฏิบัติการพิเศษทางน้ำของกองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการลาดตระเวนระยะไกลกองกำลังผาเมือง ยังคงพยายาม ที่จะค้นหาเส้นทางเชื่อมโยงเพื่อไปยังจุดที่เป็นเป้าหมาย โดยมีการเร่งสูบและระบายน้ำออกจากถ้ำ
อย่างต่อเนื่อง
ส่วนในพื้นที่โดยรอบและเหนือบริเวณถ้ำบนเขาสูง มีการจัดชุดลาดตระเวนจากกองทัพบกและตำรวจตระเวนชายแดน 24 ชุด สืบหาช่องทางที่จะเข้าไปภายในถ้ำ โดยมีการใช้เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจทางอากาศเป็นระยะ
การปิดเส้นทางการไหลของน้ำฝนที่จะเติมลงไปภายในถ้ำ
โดยขณะนี้ กองทัพบกยังคงกำลัง 840 นาย, เฮลิคอปเตอร์ 4 ลำ พร้อมเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย รถขุดตัก
รถลากจูง รถครัวสนาม เดินหน้าปฏิบัติงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่
โดยในวันนี้ กำลังพลชุดปฏิบัติการพิเศษ จากกรมรบพิเศษที่ 5 เขียงใหมา และกองพันปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ลพบุรี รวมทั้งสิ้น 90 นาย พร้อม ฮ.MI 17 ที่ถูกส่งเข้ามาเสริมการค้นหาและสำรวจช่องทางที่จะเข้าสู่ภายในถ้ำ รวมถึงการปฏิบัติการทางอากาศสู่พื้นดินได้เข้าประจำพื้นที่และเริ่มปฏิบัติงานแล้ว

รอบสอง กย.

รอบสอง กย.
“บิ๊กตู่” เผย นัดถกตัวแทนพรรค รอบ2 กย.นี้ หวัง “เลือกตั้ง” เป็นไปอย่างราบรื่น โปร่งใส ยุติธรรม ให้ เสรีหาเสียง 
ขอทำสถานการณ์ให้นิ่ง มีเสถียรภาพ ไม่ใช่มุ่งการเมืองอย่างเดียว กั๊ก การเปิดตัวอนาคตการเมือง อ้าง ไม่รู้เปิดตัว อะไร
พล.อ.ประยุทธ์. จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการทำไพรมารี่โหวตหรือไม่ว่า ตนตอบไม่ได้ ทุกเรื่องที่เสนอมาจากบรรดานักการเมือง พรรคการเมืองต่างๆ นั้น รัฐบาลและคสช. กำลังพิจารณาให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น โปร่งใส ถูกต้องยุติธรรม และการให้เสรีในการหาเสียง ซึ่งมีกำหนดเวลาของมันอยู่แล้ว น่าจะเพียงพอ เมื่อเปรียบเทียบกับการหาเสียงในครั้งที่ผ่านมา มากบ้างน้อยมากมันต้องทำได้สิ เพราะเรากำลังจะขับ
เคลื่อนประเทศไปด้วยกันไม่ใช่หรือ ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของนายกฯ หรือคสช. อันนั้นเขารับผิดชอบเรื่องความมั่นคง คงจะต้องทำให้สถานการณ์มันนิ่ง มีเสถียรภาพ ไม่ใช่มุ่งการเมืองอย่างเดียว แล้วการค้าการลงทุนต่างๆ มันก็แย่ไปทั้งหมดจะทำอย่างไร ท่านก็คงไปปรามคนอื่นเขาบ้าง
เมื่อถามว่า การนัดประชุมกับพรรคการเมืองครั้งหน้า พล.อ.ประยุทธ์
กล่าวว่า ตนได้ถามฝ่ายความมั่นคงแล้ว คงจะเกิดขึ้นประมาณเดือนกันยายนนี้ ยังมีเวลาอยู่ ช่วงนี้ก็รับฟังการสื่อสารมาโดยตลอด
เมื่อถามว่า นายกฯ มีเหตุผลอย่างไรที่จะประกาศความชัดเจนในทางการเมืองในเดือนก.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่าอะไรคือเปิดตัวปิดตัว วันนี้ขอทำงานของตนเวลาก็มีตามเวลา จนกว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. ซึ่งขึ้นอยู่กับพระราชอำนาจของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเมื่อใด
จากนั้นอาจจะมีการหารือกับพรรการเมือง นักการเมืองอีกครั้ง ทุกอย่างจะนับหนึ่งได้ตอนนั้น เมื่อกฎหมายออกมาพร้อม
“เรื่องเปิดตัว ปิดตัว ยังไม่พูดตอนนี้ เพราะยังไม่รู้เหมือนกันว่า จะเปิดอะไร ปิดอะไร”

แกว่งไปแกว่งมา

แกว่งไปแกว่งมา



การประชุมนัดพิเศษระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กับผู้แทนพรรคการเมือง เพื่อเตรียม เดินหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่ตามโรดแม็ป คสช.
โดยมี ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายเนติบริกร และ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ร่วมชี้แจง ก็ผ่านไปด้วยความเรียบร้อยสลับวุ่นวายขายปลาช่อนพอหอมปากหอมคอ
เนื่องจากมีพรรคการเมืองแห่ไปร่วมประชุมมากถึง 74 พรรค เมื่อรัฐบาลเปิดเวทีให้ตัวแทนพรรคการเมืองเสนอความเห็นก็ต้องแย่งคิวกันพูดให้หายเปรี้ยวปากเป็นธรรมดา
“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่าผลการประชุมหารือระหว่างรัฐบาลกับพรรคการเมืองเป็นไปตามที่คาดไว้
คือยังไม่บรรลุข้อตกลงที่เห็นผลเป็นรูปธรรม
ยังไม่ได้คำตอบชัดๆเป๊ะๆว่า คสช.จะกรุณาคลายล็อกให้พรรคการเมืองเริ่มเตรียมการเลือกตั้งได้เมื่อไหร่? แค่ไหน? อย่างไร?
เพียงแต่ “รองนายกฯ ดร.วิษณุ” ได้กำหนดวันเลือกตั้งใหม่เป็นตุ๊กตาไว้ 4 วัน
โดยทิ้งระยะห่างกันถึง 4 เดือน!!
เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าไปถึงเดือนพฤษภาคมโน่นเลย
ถ้า คสช.ไฟเขียวให้เลือกตั้งเร็วที่สุดคือวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์
หรือไม่งั้น...ก็ต้องยืดออกไป เป็นวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม
หรือไม่อีกที...ก็เลื่อนไปลงล็อก วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน หลังหยุดฉลองสงกรานต์
หรือสุดท้าย...ก็ลากยาวว์ว์ไปถึง วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม
ความแน่นอนชักไม่ค่อยแน่นอนซะแล้วโยม
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าเหตุที่กำหนดวันเลือกตั้งใหญ่ ยังแกว่งไปแกว่งมาถึง 4 เดือน
รองนายกฯฝ่ายเนติบริกรชี้แจงเพิ่มเติมว่าเนื่องจากรัฐบาลต้องประเมินปัจจัยสำคัญอีก 5 ประการดังนี้คือ...
1,การรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงพระราชพิธีสำคัญ
2,การโปรดเกล้าฯ ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.บ.การลากตั้ง ส.ว.
3,การเข้ารับหน้าที่ของ กกต.ชุดใหม่ 7 คน ซึ่งเป็นผู้จัดการเลือกตั้งแทน กกต.ชุดปัจจุบัน
4,ควรให้จัดเลือกตั้ง ส.ส. ก่อนการเลือกตั้ง ท้องถิ่น? หรือควรจัดเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนแล้วเลือกตั้ง ส.ส.ตามมา?
และ 5,รัฐบาลต้องพิจารณาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองโดยรวม
ปัจจัย 5 ประการข้างต้นจะเป็นตัวกำหนดว่าการเลือกตั้งจะมาช้า หรือมาเร็ว
อย่างไรก็ดี “รองนายกฯ ดร.วิษณุ” ย้ำว่าการเลือกตั้งใหม่จะเกิดขึ้นในอีก 11 เดือนนับจากนี้ไป
แสดงว่าการเลือกตั้งใหม่จะต้องถ่างออกไปถึงเดือนพฤษภาคม
ตรงนี้แหละที่ “แม่ลูกจันทร์” เกิดความสับสนขึ้นทันที
เพราะกรอบเวลาของ “ดร.วิษณุ” ขัดแย้ง กับกรอบเวลาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา นายกรัฐมนตรี และ หน.คสช.ที่ประกาศกับคนไทยในอังกฤษว่ากำหนดเลือกตั้งใหม่ที่เหมาะสมที่สุดคือ...เดือนกุมภาพันธ์!!
ถ้าให้น้ำหนักคำพูด “พล.อ.ประยุทธ์” วันเลือกตั้งใหญ่น่าจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์
ถ้าให้น้ำหนักคำพูด “ดร.วิษณุ” การเลือกตั้งใหม่จะต้องชักตะพานแหงนเถ่อไปถึงวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม
แต่ถ้าเอาคำพูดของ “พล.อ.ประยุทธ์” กับ “ดร.วิษณุ” มาขึ้นตาชั่งวัดน้ำหนักกัน “แม่ลูกจันทร์” เชื่อคำพูด “พล.อ.ประยุทธ์” ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่ผู้เดียว
ฟันธง...การเลือกตั้งใหม่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์แน่นอน!!
นายกฯบิ๊กตู่ พูดคำไหน “ต้องเป็นคำนั้น” ห้าพันห้าร้อยห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์.
“แม่ลูกจันทร์”

‘หัวจ่าย’ โดนล็อกก็จบ

‘หัวจ่าย’ โดนล็อกก็จบ



วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2562 กาปฏิทินไว้ล่วงหน้าเลย
ตามสูตรเผื่อเหลือเผื่อขาด โอกาสเป็นไปได้มากที่สุด ตามห้วงเวลาปลายเปิดจากที่ประชุมร่วมระหว่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน คุยกับตัวแทนพรรคการเมือง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
กำหนดเข้าคูหากาบัตรได้ระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 5 พฤษภาคมปีหน้า
ถ้าประกอบกับเหตุผลที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ย้ำการเลือกตั้งเป็นไปตามโรดแม็ป แต่นั่นก็ต้องเกิดขึ้นภายหลังพระราชพิธีสำคัญของคนไทย ที่จำเป็นต้องทำให้บรรยากาศบ้านเมืองอยู่ในความสงบ
ต้องบวกลบเวลาสำหรับปัจจัยนอกเหนือการเมืองที่ควบคุมไม่ได้
ว่ากันตามเงื่อนไขสถานการณ์ นักการเมืองเองก็เข้าใจตรงกัน ประเมินจากท่าทีของคนกลางๆ อย่างนายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ยอมรับกรอบเวลาวันเลือกตั้ง 4 กรอบ ระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 5 พฤษภาคม ถือว่าเป็นไปได้หมด
โดยระดับความชัดเจนมาถึงตรงนี้ จะช้าหรือเร็วไปอีก 1-2 เดือนคงไม่มีผล
นักการเมืองอาชีพขอให้รู้ว่าได้เลือกตั้งชัวร์ๆก็พอแล้ว
ตามแนวโน้ม แบบที่ทุกยี่ห้อ ทุกป้อมค่ายร่วมด้วยช่วยกันแห่กดดัน เรียกร้อง คสช.ปลดล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมได้ เพื่อจะมีเวลาทำไพรมารีโหวตได้ทัน รวมทั้งการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่
สไตล์นักการเมืองค่อยๆแซะไปทีละขยัก
เช่นเดียวกันตามฟอร์มของทหารก็ไม่ปล่อยพรวดพราดให้คุมเกมยาก
ประเมินจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ไล่เรียงปฏิทินงานตามเงื่อนเวลาทางกฎหมายที่จะเปิดให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ ประกอบกับคิวที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.บอกผ่านสื่อต่างประเทศเกี่ยวกับทิศทางอนาคตไปต่อทางการเมือง
ทุกอย่างให้จับตาเดือนกันยายนจะชัดเจน
จุดสตาร์ตออกตัวน่าจะอยู่ในห้วงจังหวะที่ “บิ๊กตู่” ประกาศตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ ผ่านบัญชีพรรคการเมืองที่ชื่อ “พลังประชารัฐ”
ถึงตรงนั้นระดับความมัน บรรยากาศการปะทะจะเริ่มดุเด็ดเผ็ดมันขึ้นตามเงื่อนไขเดิมพัน
ตามเค้าลางที่เห็นๆกันตั้งแต่ยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง
ทหารยังจับตาแบบกัดติด
แต่ก็ออกฤทธิ์แสดงเดชกันได้อย่างสบายใจ
อารมณ์แบบที่ “ไพร่หมื่นล้าน” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จัดอีเวนต์เลี้ยงเรตติ้ง เปิดเกมการตลาดกวาดแต้ม เดินสายออกพบประชาชนต่างจังหวัด
“ปล่อยของ” อัดรัฐบาล คสช.แบบรายวัน
กลายเป็นขวัญใจรากหญ้า แทรกตัวเข้าไปอยู่ในใจกองเชียร์ยี่ห้อ “ทักษิณ” ได้แบบเนียนๆ
แต่นั่นก็ว่ากันไม่ได้ เพราะในฝ่ายของทีมหนุน “ลุงตู่” เองก็อยู่ในช่วงกำลังเขย่าฉากการเมืองให้คึกคัก จากการเดินกระแสต่อเนื่องของทีมงาน “สามมิตร”
เดินหน้าภารกิจปั้นพรรคหนุน “นายกฯลุงตู่” ตีตั๋วต่อ
ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นัดออกรอบที่สนามกอล์ฟย่านชานเมืองรังสิต เพื่อโชว์ขุมกำลังอดีต ส.ส.เกรดเอ
ที่ตามมาเข้าร่วมทีม “พลังประชารัฐ” วันที่ 30 มิถุนายนนี้
มีช็อตเขย่าขวัญ “นายใหญ่” แดนไกลแบบถี่ยิบ
เรื่องของเรื่อง โดยปฏิบัติการย้อนศรกับสิ่งที่ “นายใหญ่” ประกาศดังๆจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มั่นใจอิทธิฤทธิ์ยี่ห้อ “ทักษิณ” จะช่วยพรรคเพื่อไทยกวาดทั้งอีสาน ไล่ส่งพวกย้ายพรรครีบไสหัวออกไป
มวยรู้ทาง อ่านไต๋กันออก “นายใหญ่” กำลังอยู่ในอาการนั่งไม่ติด
เพราะการเปิดตัวของ “สุริยะ” ไม่ใช่แค่แรงสั่นสะเทือนในภาคอีสาน เพื่อไทยเลือดไหลออกไม่หยุด
แต่ยังสร้างอิมแพกต์ไปถึงมือระดับ “หัวจ่าย”
การเปิดไพ่ของ “สุริยะ” ชิ่ง “นายใหญ่” มาหนุน “นายกฯ ลุงตู่” เดินหน้าปฏิรูป ได้ส่งแรงสะท้อนไปถึงมวยระดับนายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีต รมว.การพัฒนาสังคมฯ แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมถึงคนสำคัญอย่าง “เฮียเพ้ง” นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล แกนนำสายตรงดูไบ
มวยเบอร์ใหญ่ของ “ทักษิณ” พวกที่มีกำลังสำรองจ่ายไปก่อน
ตอนนี้เริ่มคิดหนัก หากจะดื้อเสี่ยงไปเผชิญชะตากรรม.
ทีมข่าวการเมือง

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561

น.3คอลัมน์ : ท่าที ความพร้อม การเมือง ‘การเลือกตั้ง’ ปัจจัย คือ ‘คสช.’

น.3คอลัมน์ : ท่าที ความพร้อม การเมือง ‘การเลือกตั้ง’ ปัจจัย คือ ‘คสช.’


การนัดพบระหว่าง คสช.ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืนอยู่ในฐานะประธานกับอีก 30 พรรคการเมืองเพื่อคุยเรื่อง “การเลือกตั้ง”
ถือเป็นเหมือน “พิธีกรรม”
ทั้งยังเป็นพิธีกรรมอันแทบไม่มีความจำเป็นอะไรเลย จึงมีพรรคการเมืองอย่างน้อย 2 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ที่ปฏิเสธ
ไม่ปฏิเสธอย่างธรรมดา หากแต่ปฏิเสธในแบบ “วิพากษ์”
ขณะเดียวกัน กล่าวสำหรับพรรคการเมืองในจำนวน 30 พรรคที่ตอบรับคำเชิญ หากจับตาดูอย่างเกาะติดจะเห็นว่าเป็นการส่งคนไปในลักษณะ “ตัวแทน”
พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ไป
แม้กระทั่งพรรคภูมิใจไทยซึ่งถือว่ามีสายสัมพันธ์แนบแน่นอย่างยิ่งกับ คสช. นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็บังเอิญติดธุระในต่างประเทศ
“พิธีกรรม” นี้จึงเป็นไปอย่างแกน-แกน
ถามว่าทำไมการหารือระหว่าง คสช.กับพรรคการเมืองครั้งนี้จึงไม่ได้รับความสนใจทั้งๆ ที่เป็นข้อกำหนดอันตราไว้ในคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560
คำตอบ 1 เพราะเป็นการใช้ “อำนาจ” นอกเหนือ “หน้าที่”
เด่นชัดยิ่งว่า ภาระหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติต้องเป็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ไม่ใช่เรื่องของ “คสช.”
คำตอบ 1 เพราะสภาวะลักลั่นในการดำเนินการ แรกทีเดียวมอบหมายให้ นายวิษณุ เครืองาม แต่ทำไปทำมากลายเป็นเรื่องของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลอยตัว
พลันที่ตกอยู่บนบ่าของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พรรคการเมืองจำนวนไม่น้อยก็นึกถึงบรรยากาศของการประชุมในเรื่องปรองดองเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560
เพราะในที่สุดก็ได้มาเพียง “น้องเกี่ยวก้อย”
มีความแจ่มชัดในลักษณะสะสมมาตั้งแต่เรื่องโรดแมป “เลือกตั้ง” กระทั่งปรากฏคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560 มาแล้วว่า
ความไม่พร้อมในเรื่อง “เลือกตั้ง” มิใช่มาจาก “พรรคการเมือง”
ตรงกันข้าม ปัจจัยสำคัญก็คือ ความไม่พร้อมของ “คสช.” เห็นได้จากการเลื่อนโรดแมปจากที่เคยไปให้สัญญากับ นายชินโสะ อาเบะ เมื่อปี 2558 การไปประกาศในที่ประชุมสหประชาชาติเมื่อปี 2559 การไปประกาศต่อ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปี 2560
แต่ก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีก
ยิ่งเมื่อคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560 ออกมายิ่งแสดงแจ้งชัดอย่างเป็นรูปธรรมว่า ใครกันแน่ที่ต้องการเตะถ่วง หน่วง ยื้อ การเลือกตั้ง เพื่อต้องการความได้เปรียบเหนือกว่า นับแต่เรื่องของ “สมาชิกพรรค” กระทั่งเรื่อง “การหาเสียง”
เป็น “คสช.” และพรรค คสช. ไม่ใช่ฝ่ายอื่น
ท่าทีและการเคลื่อนไหวของ คสช.จึงมิได้สร้างความมั่นใจ เพราะในที่สุดแม้กระทั่งการเลือกตั้งที่ว่าจะมีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ก็ยังไม่แน่นอน
การหารือที่จัดโดย คสช.จึงเป็นเพียง “พิธีกรรม”
ท่าทีของพรรคการเมืองจึงเป็นท่าทีอันแสดงอย่างแจ้งชัดว่า หาก คสช.มีความพร้อมเมื่อใดก็ประกาศออกมาได้เลย ทุกพรรคการเมืองล้วนพร้อม
พร้อมต่อสู้แม้จะมาจาก “กติกา” ที่ คสช.เป็นผู้กำหนด

ยิ่งดิ้นแรงยิ่งเจ็บลึก!

ยิ่งดิ้นแรงยิ่งเจ็บลึก!



ไม่พกเมียไปด้วย ผ้าพันคอหลุยส์ วิตตอง ไทม์พาดหัว “สฤษดิ์น้อย” แอบนัดพบ “ทักษิณ”
4 ประเด็นร้อนๆบนกระดานข่าวที่เกิดขึ้นระหว่างช็อตโกอินเตอร์ของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.นำคณะ “จอมยุทธ์กวง” นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง บินไปเยือนประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส
โรดโชว์เมกะโปรเจกต์เรือธงโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)
นี่คือปรากฏการณ์ที่สะท้อนเลยว่า การโกอินเตอร์ไปยุโรปของผู้นำรัฐบาลถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสถานการณ์ชิงกระแสที่กำลังเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งของประเทศไทย
ฝ่ายที่ไม่ต้องการให้ “บิ๊กตู่” ได้เครดิต จ้องเตะตัดขาทุกจังหวะ
ปั่นกระแสด้านลบ กลบเนื้อหาสาระสำคัญด้านบวก
ในขณะที่เห็นชัดได้ว่า ทีมรัฐบาลก็ต้องการเดินหมากยกระดับเครดิตของ พล.อ.ประยุทธ์ อาศัยช็อตการเยือนอังกฤษ ฝรั่งเศส พูดคุยกับผู้นำแถวหน้าของโลกอย่าง “เทเรซา เมย์–เอ็มมานูเอล มาครง” เจรจาตกลงความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศไทยระยะยาว
เป้าหมายเสริมหล่อให้ “ลุงตู่” แต่งตัวพร้อมลงสนามเลือกตั้ง
แน่นอน ถ้าประเมินกันในภาพรวม อย่างที่ “นายกฯลุงตู่” ได้โอกาสชี้แจงโรดแม็ปเลือกตั้งและเงื่อนไขสถานการณ์เกี่ยวกับพระราชพิธีสำคัญของคนไทย
อธิบายความจำเป็นให้ผู้นำโลกเข้าใจในบริบทประเทศไทย
อีกทั้งยังได้อยู่ท่ามกลางกองเชียร์คนไทยที่รุมล้อมทั้งที่ลอนดอน อังกฤษ และปารีส ฝรั่งเศส ถือโอกาสอธิบายความเป็นไปในประเทศให้คนไทยต่างแดนได้รับรู้
เชียร์ให้สู้ อยู่ต่อยาวๆไปเลย
โดยบรรยากาศทำให้ผู้นำ คสช.ได้โอกาสเปิดใจ แม้แต่เรื่องที่ไม่เคยพูด คสช.ขอเลือก ส.ว.แต่งตั้งเองในห้วง 5 ปีแรก เพื่อป้องกันสภาผัวเมีย หรือประเด็นสำคัญการตีตั๋วต่อผ่านพรรคการเมืองเพื่อให้งานปฏิรูปต่อเนื่องไปสู่เป้าหมาย ที่ยังพอมีเวลาตัดสินใจ ให้ไปลุ้นกันในเดือนกันยายน
สะท้อนอารมณ์มั่นใจของคนที่ตัดสินใจแล้ว แต่ยังกั๊กอยู่ในที
แต่ลงรายละเอียดลึกซะขนาดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ตีตั๋วต่อผ่านนายกฯบัญชีพรรคพลังประชารัฐแน่
และให้สังเกตอารมณ์ที่บอกปัดกระแสข่าวดักคอ แอบพบอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ในลอนดอน เจรจาเปิดทางให้ผู้นำ คสช.ต่อเวลาอำนาจหลังเลือกตั้ง
นอกจากปฏิเสธแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ยังเบิ้ลเป็นนัย “ถึงแม้จะอยากพบผม ผมก็ไม่ให้พบอยู่แล้ว”
แนวโน้มโยนให้เป็นความพยายามของอีกฝ่ายมากกว่า
นั่นหมายถึงอาการมั่นใจใน “แต้มต่อ” สถานะอยู่ในจุดที่เลือกได้
สถานการณ์ตรงกันข้าม ตามอาการ “นั่งไม่ติด” ของอดีตนายกฯทักษิณ ที่เทกแอ็กชันให้เห็นถึงความพยายามตามประกบเบิ้ลบลัฟ “นายกฯลุงตู่” ในช็อตเยือนยุโรป
เหมือนกับได้โอกาสดักทุบโจทก์ที่ออกนอกประเทศไทยมาอยู่ในถิ่นอิทธิพลของตัวเอง
และนั่นก็หนีไม่พ้น “มุกเก่ง” การโชว์ฟอร์มผ่านสื่อต่างชาติ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบีบีซี ล็อบบี้ไทม์ ตีกินกระแส มั่นใจเลือกตั้งเมื่อไหร่ พรรคเพื่อไทยก็ยึดอีสาน มาเป็นที่หนึ่งแบบถล่มทลาย
แถมแขวะ ลูกผู้ชายชาติทหารห้ามโกงก็แล้วกัน
แต่ไฮไลต์สำคัญมันอยู่ตรงที่ “ทักษิณ” บอกอยากอาสากลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง
เพราะยังไม่แก่เกินไปที่จะกลับมาเป็นผู้นำประเทศไทย เมื่อเทียบกับ “ปู่มหาเธร์ โมฮัมหมัด” ที่หวนคืนเก้าอี้นายกฯมาเลเซียในวัย 92 ปี
ปลุกผี งัดไม้ตาย เร้ากองเชียร์ยี่ห้อ “ทักษิณ”
ทั้งหมดทั้งปวง ประมวลตามรูปการณ์ “นายใหญ่ดูไบ” ต้องขยับตัวแรงๆ ภายหลังการเปิดตัวรีเทิร์น ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย เป็น “แบ็กอัพ” ให้พรรคพลังประชารัฐ
สร้างแรงสั่นสะเทือนพรรคเพื่อไทย ภาคอีสานส่ออาการ “เลือดไหลออก” ไม่หยุด
แต่ยิ่งเทกแอ็กชัน ออกอาการชัดเท่าไหร่ “นายใหญ่” ก็ยิ่งเสี่ยงเข้า “เงี่ยง” กฎหมาย
แบบที่ล่าสุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ่อสอบคลิป “นายใหญ่ดูไบ” ประกาศกลางวงงานเลี้ยงวันเกิด “น้องปู” อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มั่นใจลูกข่ายพรรคเพื่อไทยจะกวาด ส.ส.อีสาน
แถมประจานไล่ส่งพวกย้ายพรรคหนี บอกจะเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่มาแทน
ส่อเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ฐานครอบงำ ชี้นำกิจกรรมพรรคทำให้สมาชิกขาดความเป็นอิสระทั้งทางตรงและทางอ้อม
เดินเข้ากับดักที่ยี่ห้อ “มีชัย ฤชุพันธุ์” วางล่อไว้
โอกาสเสี่ยงสูงถึงสูงมาก ที่จะนำมาซึ่งเหตุยุบพรรคเพื่อไทย.
ทีมข่าวการเมือง

ไม่มีอะไรหรอก

ไม่มีอะไร หรอก !!

“บิ๊กป้อม” เชื่อบ้านเมืองสงบ ยันเลือกตั้ง ยัน ไม่มีอะไร หรอก ช่วงพระราชพิธีฯ แม้”อ.วิษณุ” ตั้งเงื่อนไขเลือกตั้งช้า-เร็ว  พระราชพิธีฯผ่านไปเรียบร้อยหรือไม่ พอใจ นักการเมือง เข้าใจ คุยรู้เรื่อง 

พลเอกประวิตร  รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึง การพูดคุยกับ 74พรรคการเมือง ว่า  พอใจ เพราะผ่านไปอย่างเรียบร้อย  ทุกคนก็โอเค.หมด ทั้ง 74 พรรค นักการเมือง คุยดี รู้เรื่องเข้าใจ เป็นสัญญาณที่ดี 

โดยเรา ขอความร่วมมือนักการเมือง ในการสร้างความสงบเรียบร้อย  ซึ่งมันก็สงบอยู่  เราจะต้องทำให้สงบ ไปจนถึง วันมีการเลือกตั้ง  ก็ตัองร่วมมือกันทุกฝ่าย

ส่วนการที่ อ.วิษณุ” ระบุว่า ปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้การเลือกตั้งเกิดขึ้น ช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับว่า พระราชพิธีฯ จะผ่านไปด้วยความสงบเรียบร้อย หรือไม่ นั้น ไม่มี  ไม่มีอะไรหรอก