PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เสื้อแดงสารภาพ ถูกจ้าง 1.5 ล้านบาท เผาศาลากลาง ปี 2553


วันที่ 17 พ.ย. 56 ปาริชาติ ภูนกยูง ขึ้นเวทีราชดำเนิน บอกหลงผิด เผาศาลากลางขอนแก่น โดยจตุพรบอกให้เอาน้ำมันไปเผา แล้วจะได้เงิน 1.5 ล้านบาท ตนยอมให้ถูกตำรวจจับ ขึ้นศาลถูกตั้ง 6 ข้อหา แต่โดนฟ้อง 3 ข้อหา ติดคุก 3 ปี สารภาพลดเหลือ 1 ปี ติดคุก 3 เดือน ประกันตัวออกมา แต่ไม่ได้เงิน 1.5 ล้าน ตัวเองดีใจที่ตาสว่างแล้ว ตอนติดคุกแกนนำไม่เคยมาเยี่ยม มีแต่พี่สาว ตนต้องเอาที่นาไปจำนำ เอาเงินมาสู้คดี หมดตัวแล้ว อยากจะเข้าร่วมกับม๊อบนกหวีด นอกจากนี้ ตอนติดคุกพ่อแม่ถูกรถชนตาย ไม่ได้ไปงานศพ


Red-shirt supporter confesses "was hired 1.5 million THB to burn "Town Hall" in 2553

On Nov 17th, 2013, Parichat Phunokyoong confessed at Rajadamnern protests she was misled. She burned the Khon Kaen Town Hall in 2010 because Jatuporn (Prompan), Red-shirt group leader, said she would get paid of 1.5 million baht. She had been arrested with 3 charges and sentenced to 1 year in jail. She got bailed out after 3 months in prison.

Not only she hasn't received 1.5 million baht, but she also mortgage her farmland to pay for the court and lawyer fees. Now she is insolvent. In addition, while in jail, both her parents were dead in a road accident and she was unable to attend the funeral.


นักกฎหมายกปปส.แนะผู้ที่ถูกหมายจับจากDSIอ้างคำวินิจฉัยศาลรธน.การชุมนุมไม่ผิด


วันนี้ที่ 17 ธันวาคม 2556 ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณา เรื่องพิจารณาที่ 73/2556 ที่นายกิตติ อธินันท์ ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส ผู้ถูกร้อง ที่ 1 และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ถูกร้องที่ 2 และพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ถูกร้องที่ 3 ร่วมกันกระทำการเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่

.....กรณีที่ผู้ถูกร้องทั้งสาม ได้กระทำการชุมนุมบริเวณถนนราชดำเนิน โดยมีการปิดเส้นทางการจราจร และได้เคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมไปปิดล้อม และบุกยึดสถานที่ราชการ สถานที่เอกชน และรัฐวิสาหกิจต่างๆ จนทำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ รวมทั้งการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศจะจัดตั้งสภาประชาชนเพื่อใช้อำนาจอธิปไตยสร้างกฎเกณฑ์และกติกาในการปกครองประเทศใหม่
.....ผู้ร้องเห็นว่าการกระทำของนายสุเทพ ได้รับการสนับสนุนจากนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 และ มาตรา 68 วรรคหนึ่ง

.....ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงด้วยข้างมาก 6 ต่อ 3 เห็นว่า การชุมนุมของประชาชนตามคำร้องเป็นการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธเพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง โดยมีเหตุผลมาจากความไม่ไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล อันถือเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และเป็นการเรียกร้องและแสดงพลังด้วยการสนับสนุนของประชาชนจำนวนมาก ประกอบกับสถานการณ์ตามคำร้องได้พัฒนาไปสู่การยุบสภาและเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งแล้ว จึงยังไม่มีมูลกรณีที่จะเป็นการล้มล้างการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจใน การปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ 

.....ศาลรัฐธรรมนูญ จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย

.....นี่คือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่่ผู้ถูกกรมสอบสวนพิเศษหรือดีเอสไอออกหมายเรียกให้ไปทราบข้อกล่าวหาจำนวน 17 คน นำไปอ้างต่อพนักงานสอบสวน ดีเอสไอ ได้ ครับ

ข่าวสูญเสียแห่งปี 2556

ข่าวสูญเสียแห่งปี 2556
ในปีนี้มีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายท่านหลากหลายอาชีพหลายวงการที่ต้องจากไปแบบไม่มีวันกลับ สร้างความสูญเสียและเศร้าโศกเป็นอย่างมาก เนื่องจากบุคคลเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีคุณประโยชน์และมีชื่อเสียงในบ้านเมือง ซึ่งจะมีใครวงการไหนบ้างตามไปดูกันกับ 5 วงการที่สูญเสียแห่งปี 2556

วงการศาสนา
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)
เป็นพระสงฆ์มหานิกาย และอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เคยเป็นผู้รักษาการแทนสมเด็จพระสังฆราช อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นพระเถระที่มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์สูงสุดของมหาเถรสมาคม มรณภาพด้วยภาวะไตวายเรื้อรังและติดเชื้อในกระแสเลือดที่โรงพยาบาลสมิติเวช เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556 นับว่าเป็นการสูญเสียพระผู้ใหญ่ที่เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนคนไทย
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นสมเด็จพระสังฆราชที่มีพระชันษามากกว่าสมเด็จพระสังฆราชทุกพระองค์ในอดีตและเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกของไทยที่มีพระชันษา 100 ปี สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เนื่องจากติดเชื้อในกระแสพระโลหิต สร้างความเศร้าโศกเป็นอย่างมาก เนื่องจากสมเด็จพระสังฆราชถือเป็นประมุขแห่งคณะสงฆ์ในศาสนาพุทธและเป็นที่เลื่อมใสอย่างมากของประชาชนคนไทย

วงการการเมือง
ชุมพล ศิลปอาชา
น้องชายหลงจู๊ หรือ บรรหาร ศิลปอาชา นักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่แห่งภาคกลาง ชุมพลถือว่าเดินตามรอยทางพี่ชายอย่างภาคภูมิ เนื่องจากได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายสมัย ตลอดจนตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ ถึงแก่อสัญกรรมเพราะหัวใจล้มเหลว วันที่ 21 มกราคม 2556 ในขณะที่ยังดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์
หรือ"เสธ.หนั่น"ผู้ที่ชื่นชอบในการดื่มไวน์เป็นที่สุด อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ก่อตั้ง และเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคมหาชน เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในอดีตเคยถูกให้ออกจากราชการและติดคุกเนื่องจากร่วมกันก่อการกบฏ หลังพ้นโทษก็ได้รับตำแหน่งสำคัญทางการเมือง ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯพระราชทานยศเป็น "พลตรี" เสียชีวิตด้วยอาการติดเชื้อในกระแสโลหิตอย่างรุนแรง เมื่อวันที่15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ปิดตำนานพญาชาละวัน
พลตำรวจเอก เภา สารสิน
อดีตรองนายกรัฐมนตรี, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตอธิบดีกรมตำรวจคนที่ 25 ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคติดเชื้อในกระแสโลหิต เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2556
พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์
หนึ่งในแกนนำ ส.ส. "กลุ่มงูเห่า" อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย อดีต รมว.ศึกษาธิการ และอดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชากรไทย และยังเป็นที่น่าจดจำอีกหนึ่งเหตุกาณ์คือพล.อ.อ.สมบุญ สวมชุดขาว รอรับพระบรมราชโองการ เนื่องจากเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับการคาดการณ์ที่จะได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี แต่กลับเป็นนายอานันท์ ปันยารชุน ได้รับตำแหน่งไป ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นผู้สื่อข่าวได้เก็บภาพไว้ได้จึงได้รับฉายาว่า พล.อ.อ.สมบุญ "แต่งชุดขาวรอเก้อ" โดยถึงแก่อนิจกรรมจากอาการหัวใจล้มเหลวและติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556 ปิดตำนาน แกนนำกลุ่ม "งูเห่า-บุรุษชุดชาวแต่งตัวรอเก้อ"
เหตุปะทะกันเนื่องจากการชุมนุม
เมื่อวันที่ 30 พ.ย. - 1 ธ.ค. ได้เกิดการปะทะกันขึ้นระหว่างผู้ชุมนุม กลุ่มเสื้อแดง และ กลุ่มนักศึกษารามฯ ที่ถนนรามคำแหงหน้าสนามกีฬาราชมังฯ และ บริเวณหลังสนามกีฬาราชมังฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสองฝั่ง 5 รายและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก กลายเป็นการสูญเสียอีกครั้งหนึ่งกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ไม่มีใครไม่อยากให้เกิดขึ้น

วงการนักร้องลูกทุ่ง

ก้าน แก้วสุพรรณ
เจ้าของบทเพลง"น้ำตาลก้นแก้ว"ที่สร้างชื่อเสียงให้เขาโด่งดัง เป็นนักร้องลูกทุ่งชายเสียงดี มีน้ำเสียงหวานไพเราะ และได้ชื่อว่าเป็นนักร้องผู้เปิดตำนานนักร้องจากแดนสุพรรณเมืองที่ผลิตนักร้องลูกทุ่งระดับตำนานประดับวงการเพลงลูกทุ่งมากมาย นอกจากนั้นเขาก็ยังปลุกปั้นนักร้องลูกทุ่งประดับวงการด้วยหลายคน ก้าน แก้วสุพรรณ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ วันที่ 6 ต.ค. พ.ศ. 2556
สายัณห์ สัญญา
ชื่อเดิม"สายัณห์ ดีเสมอ" ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น "พรสายัณห์ มีโชคดีเสมอ"มีน้ำเสียง ลีลา อันเป็นเอกลักษณ์ สายัณห์ สัญญา มีผลงานเพลงอันเป็นอมตะ ติดหูคนไทยมากมาย เช่นรักเธอเท่าฟ้า แหม่มปลาร้า ไก่จ๋า เป็นต้น สายัณห์ได้ผ่าตัดลำคอทำให้เสียงกลายเป็นเสียงแหบและได้ฉายาว่า "แหบมหาเสน่ห์" และสายัณห์ก็เป็นนักร้องที่มีคำออดอ้อนแม่ยก แฟนเพลง ผู้สนับสนุน ด้วยประโยคที่คุ้นเคยคือ รักสายัณห์น้อยๆ แต่รักนานๆ สายัณห์เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556 วงการลูกทุ่งต้องเสียนักร้องเสียงดี ดีกรีขี้อ้อนไปอีกคน

วงการบันเทิง
น้ำหนึ่ง กัญณนนพัทน์ วงศาโรจน์
เจ้าของประโยค "ชิดกว่าชมอีก"ในโฆษณาชุดชั้นในยี่ห้อหนึ่ง เสียชีวิตลงด้วยวัยเพียงแค่ 24 ปี หลังจากล้มป่วยด้วยโรคที่เรียกว่า "มะเร็งเซลล์ประสาท" ซึ่งเป็น"มะเร็งชนิดที่ร้ายแรงมาก โอกาสรอดชีวิตแทบจะเป็นศูนย์ ผู้ป่วยจะมีอาการทรุดหนักและเสียชีวิตในระยะเวลาไม่นาน แต่ก็เป็นโรคมะเร็งชนิดที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยเช่นเดียวกัน" ถือว่าน่าเสียดายโอกาสที่เธอกำลังจะโด่งดังและยังสร้างความตกตะลึงไม่น้อยเนื่องจากเธอเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2556
จุ๋ม อัญชลี ไชยศิริ
มีชื่อจริงคือ "อัญชลี ไชยศิริโกสินทร์" เป็นลูกครึ่งไทย-จีน เริ่มเข้าสู่วงการด้วยการประกวดมิสคิงคอง อันเป็นกิจกรรมส่งเสริมการฉายภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง คิงคอง (พ.ศ. 2520) และก็มีผลงานทั้งภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์และทำธุรกิจส่วนตัว หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556 เธอประสบเหตุเส้นเลือดในสมองแตกและไม่สามารถขยับร่างกายซีกขวาได้ ต่อมา เธอได้เสียชีวิต ณ วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือด จนทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ถือเป็นการสูญเสียนักแสดงรุ่นใหญ่อีกคนของวงการบันเทิง

บุคคลที่มีชื่อเสียง

จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม
เอ็กซ์ จักรกฤษณ์ อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย เจ้าของหลายเหรียญทองในกีฬาซีเกมส์ และเอเชียนเกมส์ ถูกลอบยิงบนรถปอร์เช่คู่ใจบนถนนรามคำแหง สร้างความตกตะลึงไปทั่วสังคมไทย แต่กระนั้นแล้วมีความตกตะลึงยิ่งกว่าเมื่อตำรวจสามารถสาวไปถึงตัวผู้บงการฆ่าครั้งนี้ได้ ก็คือแม่ยายของเอ็กซ์นั่นเองและยังมีอีกหนึ่งคำถามที่ตามมาคือ ภรรยาหรือหมอนิ่มมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ โดยปมสังหารในครั้งนี้ได้ถูกสารภาพจากปากของแม่ยายว่า ทนไม่ได้ที่เห็นลูกสาวโดนทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ อย่างไรก็ตามถึงแม้จะจับตัวคนร้ายได้แล้วแต่ความวุ่นวายยังตามมาอีกเมื่อเกิดศึกแย่งชิงมรดกของเอ็กซ์ จักรกฤษณ์ ระหว่างพ่อของเอ็กซ์ กับ ภรรยาหมอนิ่ม นั่นเอง เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับการใช้ความรุนแรงในครอบครัวยังผลมาให้เกิดความสูญเสีย น่าเสียดายที่ประเทศไทยได้สูญเสียนักแม่นปืนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเก่งที่สุดเท่าที่เมืองไทยเคยมีมา และในอนาคตก็ยังไม่รู้เลยว่าประเทศไทยจะมีนักแม่นปืนฝีมือเก่งฉกาจอย่าง เอ็กซ์ จักรกฤษณ์ ได้อีกหรือไม่
พลตำรวจโท แชน วรงคไพสิฐ
หรือ ดาบแชน คนกู้ระเบิด เป็นตำรวจนักกู้ระเบิด รวมถึงเป็นหัวหน้าหน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิด ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ "หน่วยเหยี่ยวดง 60" เคยได้รับรางวัลคนดีของแผ่นดินใน พ.ศ. 2554 ดาบแชน เป็นที่รู้จักในสังคมไทยเมื่อรายการคนค้นฅน ได้นำเสนอชีวประวัติในตอน "ดาบแชน คนกู้ระเบิด"โดยได้นำเสนอการปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงชีวิตในเหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2553 ซึ่งดาบแชนเจอระเบิดมาเป็นร้อยลูกจนได้รับฉายาว่า "นายดาบเดนตาย" ดาบแชน เป็นผู้ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง เป็นฮี่โร่ ของคนไทยทั้งชาติที่ยอมเสียสละเพื่อให้สามชายแดนใต้สงบสุข แต่แล้ววันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ ถูกระเบิดจนเสียชีวิตระหว่างปฎิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ ปิดตำนาน ดาบแชน ฮี่โร่กู้ระเบิด ผู้เป็นที่รักของคนไทยทั้งชาติและวีรกรรมอันกล้าหาญครั้งนี้จะเป็นที่จดจำตลอดไป
นายขาเดร์ (นายแวกาเดร์) แวเด็ง ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2536
ศิลปินจากชายแดนใต้ผู้จุดประกาย "รองเง็ง" สู่ความนิยม แวกาเดร์เป็นนักไวโอลินที่มีฝีมือเยี่ยม เล่นไวโอลินได้อย่างลึกซึ้งกินใจและเป็นผู้ขับกล่อมบทเพลงรองเง็งมลายูด้วยไวโอลิน โดยจุดประกายนำดนตรีรองแง็งมาปรุงแต่งเป็นเพลงให้มีสีสันน่าฟังและไพเราะ จนเป็นที่ยอมรับของผู้ฟังและนักดนตรีทั่วไป แวกาเดร์ ได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงดนตรีพื้นบ้าน ประจำปี พ.ศ.2536 เสียชีวิต เนื่องจากติดเชื้อในกระแสโลหิตเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2556 สร้างความเศร้าโศกให้กับคนไทยชายแดนใต้เป็นอย่างมากที่ต้องสูญเสียศิลปินผู้ซึ่งสืบทอดวัฒนธรรมพื้นบ้านและเป็นที่เชิดชูเกียรติของคนไทยทั้งชาติ

ศาล รธน. ไม่รับคำร้องสมาคมทนายความฯ ฟ้อง กปปส. ยุติชุมนุม ชี้ทำตามกรอบรัฐธรรมนูญ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 ธันวาคม 2556 19:11 น.  

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 ไม่รับคำร้องสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ขอให้สั่ง กปปส. เลิกชุมนุม ชี้เป็นการชุมนุมในขอบเขตรัฐธรรมนูญ มีเหตุผลมาจากความไม่ไว้วางใจในการบริหาร
ราชการแผ่นดินของรัฐบาล ขณะเดียวกันมีมติชี้ พ.ร.บ.ป.ป.ช.มาตรา 92 วรรคสอง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 30 กรณีชี้มูลอดีตเลขาฯ กพ. ผิดวินัยร้ายแรง
     
       วันนี้ (18 ธ.ค.) สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารผลการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
ได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 257 วรรคหนึ่ง (2) ว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 92 วรรคสอง กระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 หรือไม่ ซึ่งคำร้องดังกล่าว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณหญิงทิพาวดี  เมฆสวรรค์ อดีตเลขาธิการ ก.พ. ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลว่ามีความผิดวินัยและความผิดอาญาในขณะที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ก.พ. ซึ่งคุณหญิงทิพาวดี เห็นว่าการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงของและการพิจารณาวินิจฉัยชี้มูลของ ป.ป.ช. ไม่เป็นธรรมและขัดต่อรัฐธรรมนูญ รวมทั้งถูกจำกัดสิทธิในการอุทธรณ์ จึงขอให้ กสม. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องดังกล่าว โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 92 วรรคสอง ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 30
     
       นอกจากนี้ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังได้พิจารณาคำร้องที่ นายกิตติ อธินันท์ ในฐานะตัวแทนสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68
ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาธิปัตย์ กระทำการเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากกรณีที่ผู้ร้องได้กระทำการชุมนุมบริเวณ ถ.ราชดำเนิน โดยมีการปิดเส้นทางการจราจร อีกทั้งยังได้ดำเนินการเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมไปปิดล้อมและบุกยึดสถานที่ราชการ สถานที่เอกชน และรัฐวิสาหกิจต่างๆ จนทำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ รวมทั้งการที่นายสุเทพ ประกาศจะจัดตั้งสภาประชาชนเพื่อใช้อำนาจอธิปไตยสร้างกฎเกณฑ์และกติกาในการปกครองประเทศใหม่ จึงเห็นว่าการกระทำของนายสุเทพ ได้รับการสนับสนุนจากนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 และ มาตรา 68 วรรคหนึ่ง
     


       โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เห็นว่า การชุมนุมของประชาชนตามคำร้องเป็นการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธเพื่อแสดงเจตนารมณ์ทางการเมือง โดยมีเหตุผลมาจากความไม่ไว้วางใจในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล อันถือเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และเป็นการเรียกร้องและแสดงพลังด้วยการสนับสนุนของประชาชนจำนวนมาก

ประกอบกับสถานการณ์ตามคำร้องได้พัฒนาไปสู่การยุบสภาและเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งแล้ว จึงยังไม่มีมูลกรณีตามคำร้องดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย

ภูมิใจไทย เปิดแผนปฏิรูปเลือกตั้ง ให้ทุกพรรคการเมืองร่วมกันไม่ส่งผู้สมัคร จนกว่าจะมีกติกาใหม่

1.) หัวหน้าพรรคทุกพรรคทำข้อตกลงร่วมกัน ไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งจนกว่าจะมีการทำกติกา และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเลือกตั้งใหม่ ให้ทุกฝ่ายยอมรับของประชาชนทุกภาคส่วนก่อน ทั้งนี้เพื่อจะให้ กกต.มีเหตุที่จะพิจารณาการขยายเวลาการจัดการเลือกตั้งออกไป สามารถทำได้หากไม่มีผู้เลือกตั้ง

2.) ประธานวุฒิสภาเรียกประชุมวุฒิสภาในฐานะที่ประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาทางการเมือง และจัดทำกฎ กติกาการเลือกตั้งใหม่ ตามกระบวนการในรัฐสภาก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ ตามกระบวนการในรัฐสภา ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง โดยเปิดโอกาสให้ผู้แทนประชาชนทุกภาคส่วน ภาคประชาชน ภาควิชาการ ภาคการเมือง ภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม

3.) หัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค ทำข้อตกลงร่วมกันส่งผู้สมัครลงรับการเลือกตั้งและยอมรับผลการเลือกตั้งตามกฎกติกาใหม่ ทั้งนี้เพื่อให้การเลือกตั้งใหม่ การตัดสินใจของประชาชนเป็นที่ยุติของปัญหาที่เกิดขึ้น และรัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างสง่างาม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย 18/12/56


ฮ.ปริศนา!โผล่สนามบินหาดใหญ่ จนท.สั่งกัก

ฮ.ปริศนา!โผล่สนามบินหาดใหญ่

สนามบินหาดใหญ่กักเฮลิคอปเตอร์ที่แจ้งเส้นทางบินจากมาเลย์เข้ามายังสงขลา แต่พบเอกสารบางอย่างมีความสับสน จึงต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อน ศุลกากรยันวันนี้รู้ผล

             เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่เข้าตรวจสอบเฮลิคอปเตอร์ หมายเลขทะเบียนไทย HS-UOF ซึ่งบินจากประเทศมาเลเซียมาลงจอดที่สนามบินหาดใหญ่ โดยนักบินแจ้งว่านำเครื่องมาแวะพักก่อนบินต่อไปยังฐานทัพเรือที่ จ.สงขลา พร้อมทั้งนำเอกสารหลักฐานแสดงต่อด่านศุลกากรและศูนย์ควบคุมการบิน

             อย่างไรก็ตาม เอกสารที่นักบินนำมาแสดงยังคงมีความสับสน และไม่แสดงรายละเอียดในบางประการ เจ้าหน้าที่จึงไม่อนุญาตให้บินขึ้น และขอตรวจสอบความชัดเจนอีกครั้ง รวมทั้งวัตถุประสงค์ในเรื่องการบินเข้ามาว่าเพื่ออะไร

             น.อ.นรนิติ์ ผลกานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า มีหลักฐานบางอย่างสับสนอยู่ เช่น เรื่องของทะเบียน และอุปกรณ์บางส่วน ซึ่งทางศุลกากรแจ้งว่า นักบินกำลังประสานกับเจ้าของเครื่องอยู่  คงต้องจอดอยู่ที่สนามบินนานาชาติหาดใหญ่ 1 คืน คาดว่าวันพรุงนี้ (18 ธ.ค.) คงจะเรียบร้อย

             "ทางนักบินได้ทำการขออนุญาตใช้เส้นทางบินมาอย่างถูกต้อง โดยหลังจากเสร็จภารกิจที่สงขลาก็จะบินกลับมาสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ก่อนจะบินกลับสนามบินซูบัง ตามเส้นทางเดิม ซึ่งเครื่องบินลำดังกล่าวเป็นเครื่องบินระหว่างประเทศ ก็ต้องมีการขออนุญาตตามขั้นตอน แต่ในรายละเอียดของหลักฐานเอกสารไม่ตรงกับที่ขอ ซึ่งคงมีการแก้ไขให้ถูกต้อง ให้ตรงกัน นี่คือเบื้องต้นที่มีการตรวจสอบ" ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ชี้แจง

             สำหรับเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว ราคาประมาณ 9.8 ล้านยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 400 ล้านบาท หากมีการซื้อขายกันในประเทศไทยจะต้องเสียภาษีประมาณ 40 ล้านบาท

ผบสส. เผย ถ้ามีเลือกตั้งได้ก็ดี แต่ผมสั่งไม่ได้ ยันไม่ขัดแย้ง ปลัดกห.

ผบสส. เผย ถ้ามีเลือกตั้งได้ก็ดี แต่ผมสั่งไม่ได้ ยันไม่ขัดแย้ง ปลัดกห. แค่เสนอให้ทำตาม พรฎ.เลือกตั้ง แต่ไม่มีข้อสรุป ใดๆ ยันทหารตีองยึดรัฐธรรมนูญ พร้อมส่งทหารช่วยคุมเลือกตั้ง ลั่นจุดยืนทหารต้องอยู่ในวินัย หวังทุกฝ่ายคุยกันจบแบบ win-win

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุว่า จุดยืนของกองทัพสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.57ว่า เดี๋ยวก็เจอกันในการประชุมสภากลาโหมในวันศุกร์ที่ 20 ธ.ค.นี้ ซึ่งไม่เห็นจะต้องเคลียร์อะไรกับ พล.อ.นิพัทธ์ เพราะไม่ได้ขัดแย้งอะไร

ผบสส.ยังปฏิเสธว่า ไม่ได้ออกมาตำหนิ ปลัดกห. ผมไม่เคยพูดอะไร แต่ก็ไม่เคยปฏิเสธ ใครจะหาว่า ผมพูดอะไร ยันท่าทีในการเสวนา ทุกคนก็ฟัง ผมได้เสนอให้ยึดพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง โดยมีคนกลาง คณะกรรมกลางกลาง ทหารพร้อมช่วย แต่เสวนาวันนั้น ไม่ได้มีขัอสรุป

เมื่อถามว่า การสนับสนุนการเลือกตั้งเป็นความคิดเห็นของ พล.อ.นิพัทธ์ คนเดียวหรือเป็นจุดยืนของ ผบ.เหล่าทัพ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า วันนั้นทุกคนก็ฟัง ผมบอกว่า ที่ผ่านมาเราทำภารกิจสำเร็จมา 18 ภารกิจ โดยพูดภาษาต่างประเทศ

"แต่วันนั้นพูดภาษาไทย ทุกคนน่าจะฟังเข้าใจ ก็แล้วแต่ใครจะคิดอย่างไร ซึ่งยืนยันว่า เราทำตามหน้าที่ให้การสนับสนุนอย่างมีเหตุผล" ผบสส กล่าว

ส่วนจะเปิดเวทีเสวนาอีกหรือไม่นั้น คิดว่า การเปิดเวทีไม่ใช่หน้าที่ของเรา

เมื่อถามถึงข้อเสนอที่ให้มีการตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมาดูแลเรื่องการเลือกตั้ง พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า วันนั้นเราคุยกันและบอกแล้วว่า จะไม่มีข้อสรุป

เมื่อถามย้ำว่า กองทัพสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งทำได้ก็ดี แต่ถามว่า ผมสั่งว่าต้องมีการเลือกตั้งได้หรือไม่ ผมสั่งไม่ได้ เพราะกฎหมายมีอยู่แล้วตามกติกา ส่วนใครจะพอใจหรือไม่พอใจต้องมาพูดคุย ถ้าคุยได้ก็ไปได้ดี คือ วิน-วิน ได้ประโยชน์ วันนั้นคำพูดผมเป็นแบบนี้

เมื่อถามว่า ข้อเสนอของผบ.สส. ในการตั้งคนกลางมาดูแลการเลือกตั้ง โดยกองทัพคอยสนับสนุนจะเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ปกติใครขออะไรมา กองทัพทำให้อยู่แล้ว ถ้าขอมาเป็นช่องทาง เพราะกองทัพถือเป็นกลไกของรัฐแต่ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆเราจะไปทำโน่นทำนี่ จะต้องมีการขอมา ซึ่งผมยังยึดหลักว่า งานที่รับผิดชอบต้องไม่ให้เสีย ต้องเดินหน้าไปเรื่อย

ส่วนรายละเอียดทางการเมืองก็ว่ากันไป ที่ผ่านมาถือเป็นเรื่องดีที่ประชาชนออกมาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก หากใครมีเหตุผลดีก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศ

"กองทัพมีทหาร4.2 แสนคน 60% ถือ อาวุธ ถือระเบิด ถ้าไม่มีระเบียบวินัย ใครให้ไปทำอะไรก็ทำ ก็จะเป็นกองโจร ดังนั้นทหารต้องยึดระเบียบวินัย และกรอบกติกา ใครจะรักใคร ชอบใคร แต่เวลามาทำงาน ก็ตัองทำตามหน้าที่ เหมือนผมบอกว่า บ้านผมน้ำท่วม แต่ผมจะไม่ตัองกลับบ้านไปดูเล เพราะจะมีทหาร ที่ทำหน้าที่ตรงนั้นดูแลบ้านผมแทน นี่ก็จะถึงวันเปิดรับสมัคร เลือกตั้ง23ธค.แล้ว" พล.อ.ธนะศักดิ ผบสส.กล่าว ตอบคำถามที่ว่าจุดยืนกองทัพ คือยึดตามรัฐธรรมนูญ ใช่หรือไม่

"พล.อ.นิพัทธฺ เป็นผู้ใหญ่แล้ว เป็นปลัดกห.ก็มีสิทธิ์ ที่จะพูด ในเชิงนโยบาย ที่ต้องสนับสนุนรัฐบาล และการเลือกตั้ง เราไม่ได้ขัดแย้ง. วันนั่น ในการเสวนา ผมก็พูด ให้ทำตามพระราชกฤษฎีกา แต่ก็ไม่มีขัอสรุป ส่วนปลัดกห.เพราะท่าน แถลงในระดับกห.ยัน กองทัพเป็นกลไกรัฐ หนุนให้ทำตามกรอบกติกา รธน. ให้มีเลือกตั้ง พร้อมส่งทหารช่วยดูแล"ผบสส.กล่าว

ผบสส. ยังขอร้องสื่ออย่าทำให้เกิดความขัดแย้ง เขียนดีๆ เผย จะพบ พล อ นิพัทธ ประชุมสภากห.ศุกร์นึ้ ไม่มีอะไร ต้องเคลียร์เพราะไม่ได้ขัดแย้ง

ทำไมผมจะไม่มีสิทธิ์นำคำพูดผบ.สส.มาถ่ายทอด

วันที่ 17 ธันวาคม 2556 01:01

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

"นิพัทธ์"ให้สัมภาษณ์ทำไมผมจะไม่มีสิทธิ์นำคำพูด ผบ.สูงสุดมาถ่ายทอด ประกาศเป็นเสมือน"จุดยืนกองทัพ"เสวนาหาทางออกประเทศ

กลายเป็นประเด็นขึ้นมาเมื่อ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก หรือ "บิ๊กแป๊ะ" ปลัดกระทรวงกลาโหม ประกาศในสิ่งที่เป็นเสมือน "จุดยืนกองทัพ" กลางเวทีเสวนาหาทางออกประเทศของรัฐบาล ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค. ทำนองว่าผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) สนับสนุนให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ.2557

เป็นคำประกาศท่ามกลางกระแสความเห็นของผู้คนในสังคมแตกออกเป็น 2 ขั้วสองฝ่าย โดยฝ่ายที่สนับสนุน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และผู้ชุมนุมมวลมหาประชาชน เห็นว่าไม่ควรมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 แต่ควรปฏิรูปประเทศให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน มิฉะนั้นความขัดแย้งจะเกิดไม่รู้จบ

ขณะที่อีกฝ่าย มีทั้งรัฐบาลรักษาการ นักวิชาการที่รวมตัวกันเป็นสมัชชาประชาชนปกป้องประชาธิปไตย (สปป.) และผู้สนับสนุน มองว่าต้องเดินหน้าเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 เพื่อให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกายุบสภา เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย

คำประกาศลักษณะนี้ของ พล.อ.นิพัทธ์ จึงเท่ากับว่ากองทัพได้เลือกข้างแล้ว ไม่ได้มีสถานะเป็นกลางทางการเมือง หรือยืนอยู่ข้าง "มวลมหาประชาชน" ตามที่นายสุเทพเคยประกาศแต่อย่างใด

แน่นอนเวที กปปส.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้หยิบประเด็นนี้มาโจมตีอย่างรุนแรง และตั้งคำถามว่าสิ่งที่ พล.อ.นิพัทธ์ พูดเป็นความจริงหรือไม่ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมที่ พล.อ.นิพัทธ์ นั่งอยู่ มีสิทธิพูดแทนผู้นำเหล่าทัพหรือไม่

"บิ๊กแป๊ะ" เปิดใจกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ในประเด็นร้อนๆ นี้ว่า ต้องลำดับความให้ฟังตั้งแต่ต้น คือ วันเสาร์ที่ 14 ธ.ค. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ได้เชิญ นายสุเทพ และคณะไปเกือบ 30 คน ไปที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) เพื่อรับฟังข้อเสนอของ กปปส.และพูดคุยหาทางออกในวิกฤติขัดแย้ง โดยยังมีผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่างๆ ไปร่วมด้วยเกือบ 100 คน ใช้ห้องประชุมของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ บก.ทท. เป็นสถานที่จัดประชุม

การนัดหมายผ่านไปทาง นายสกลธี ภัททิยกุล ลูกชายของ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม การประชุมเริ่มเวลา 14.00 น.เลิกเวลา 16.00 น เมื่อเลิกแล้ว คณะของนายสุเทพก็กลับไป
ขณะที่ ผบ.ทสส.ได้เปิดแถลงข่าวพร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ)

"คำถามหนึ่งที่นักข่าวถามคือ ตกลงกองทัพสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ ผบ.ทสส.ตอบว่าอยากเห็นบ้านเมืองสงบเรียบรอย เป็นประชาธิปไตย ก็สนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557

แล้วท่านยังพูดอีกว่า กองทัพมีกำลังพลประมาณ 4.2 แสนนาย ถ้าคุณสุเทพไม่ไว้ใจ กลัวว่าการเลือกตั้งจะไม่บริสุทธ์ยุติธรรม ก็คิดว่าทหารสามารถสนับสนุนเรื่องดูแลการเลือกตั้งให้ได้"

"นี่คือสิ่งที่ ผบ.ทสส.แถลง หนังสือพิมพ์ลงทุกฉบับ แล้วท่านยังพูดอีกว่าร่างกายคนเราเจ็บป่วยก็ต้องซ่อมแซม แต่ไม่ใช่เอาไปแช่แข็ง พอแช่แข็งเหมือนจะเป็นอัมพาต ท่านได้เปรียบเทียบว่าไปหยุดประเทศหรือแช่แข็งเหมือนเมื่อครั้งก่อนไม่ได้ ขณะที่คุณสุเทพบอกในที่ประชุมว่าขอเวลา 1 ปีในการปฏิรูปแล้วค่อยเลือกตั้ง"

"ทหารเองต้องถือกฎระเบียบและรัฐธรรมนูญในการทำงาน การแถลงในวันนั้นจบเวลา 17.30 น. ผู้คนได้ยินกันทั่ว โทรทัศน์ก็ออกเยอะแยะ รุ่งขึ้นอีกวันหนังสือพิมพ์ก็ลงกันทุกฉบับ"

"พอวันอาทิตย์ (15 ธ.ค.) มีอีกเวทีหนึ่งที่ศูนย์สิริกิติ์ รัฐบาลพยายามไม่จัดเอง แต่ก็ต้องใช้คนของรัฐอยู่ดี ก็ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากทุกสาขาอาชีพ นักวิชาการก็มา ข้าราชการก็ไปกัน กระทรวงกลาโหมก็ไป มีรอง ผบ.ทสส. มีเสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) เสนาธิการทหารเรือ (เสธ.ทร.) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผู้ช่วย ผบ.ทอ.) นั่งเรียงกันอยู่ เขาให้พูดคนละ 5 นาที ประเด็นหลักๆ เกือบทุกกลุ่มพูดตรงกันว่าการเลือกตั้งไม่ใช่ทั้งหมดของประชาธิปไตยหรอก แต่ระบอบประชาธิปไตยต้องมีการเลือกตั้ง"

"ในตอนท้ายผมก็ได้พูดในนามปลัดกระทรวงกลาโหม มีคลิปวีดีโอยืนยันชัดเจน โดยบอกว่า หนึ่ง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 กำหนดให้กระทรวงกลาโหมประกอบด้วย
เหล่าทัพ มีหน้าที่พิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญและการปกครอง สอง สถานการณ์การเมืองขณะนี้ ผบ.ทสส.ยืนยันว่าจะคิดและปฏิบัติอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญเท่านั้น และ สาม สิ่งที่ท่านแถลงเมื่อวัน
เสาร์ คือสนับสนุนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 ปรากฏว่าคนปรบมือกันสนั่นห้อง"

"ผมได้รายงานท่านแล้วว่าจะนำคำแถลงเมื่อวันเสาร์ไปถ่ายทอดนะ ฉะนั้นในที่ประชุมวันอาทิตย์จึงนำไปเล่าให้ที่ประชุมฟังว่ากองทัพมีจุดยืนอย่างนี้ เพราะวันเสาร์ไม่ได้ถ่ายทอดทีวี ก็คิดอยู่แล้วว่า
จะเกิดปัญหา เนื่องจาก กปปส.ไม่ได้มา (เวทีวันอาทิตย์) พอกลางคืนก็ขึ้นเวทีถล่ม"

"ผมถามหน่อยว่าทำไมผมจะไม่มีสิทธิ์เอาคำพูดของ ผบ.ทสส.มาพูด ผมเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบทุกอย่างในกระทรวง แต่สิ่งที่เวที กปปส.เอาไปบิดเบือนคือที่ไปบอกว่า พล.อ.นิพัทธ์ พูดว่าเลือกตั้งก่อนค่อยปฏิรูป ผมยืนยันว่าผมไม่เคยพูดคำว่าปฏิรูป เพราะไม่ใช่งานของทหาร แต่เวที กปปส.เอาไปเติม ประชาชนบางส่วนไม่ได้ฟังเวทีที่กองทัพไทย ก็เลยหลงเชื่อไป เอาเป็นว่าคุณสุเทพกับผมต้องมีใครคนหนึ่งที่โกหก แต่อยากถามว่าถ้า ผบ.ทสส.ไม่พูด แล้วผมจะไปพูดได้อย่างไร" พล.อ.นิพัทธ์ กล่าว

กรณีรายงานของนิวยอร์คไทม์

ว่าจะจบเรื่องบทความที่ดูหมื่นสถาบันฯ ที่ตีพิมพ์ใน New York Times เขียนโดย Thomas Fuller ยังจบไม่ได้หลังจากได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์ สอบถามถึงที่มาที่ไปของการเขียนบทรายงานลักษณะนี้กล่าวให้ร้ายว่าสนง.ทรัพย์สินฯ อยู่เบืองหลังการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้น โดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ วีรพัฒน์ ปริยวงศ์...
ที่ต้องมารายงานต่อ fuller ยืนยันในเรื่องที่เขียนไปทั้งหมด ไม่ได้มีอะไรที่ผิดพลาด และเห็นว่าการไปตีความว่า สนง.ทรัพย์สิน อยู่เบื้องหลังการชุมนุม “ behind the scene “ เป็นเรื่องของการตีความที่อาจเข้าใจแตกต่างกัน เหมือนอย่างที่มีความพยายามชี้แจงว่า behind the scene ไม่ได้หมายถึงเรื่องการชุมนุมที่เกิดขึ้น แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศ อ่านยังไงก็ไม่ไปในทิศทางนั้น อ่านยังไงก็ต้องสรุปว่า คนเขียนมีเจตนาหมายโยงคนในสนง.ทรัพย์สินเกียวข้องกับการชุมนม ซึ่งก็คือการดยงสถาบันให้เข้ามาเกี่ยวช้อง 

“ i standby my report” ผมยืนยันส่ิงที่เขียนไป นี่คือคำชี้แจงของ Fuller ที่ยืนยันว่าไม่ได้เกิดความเข้าใจผิดในบทสัมภาษณ์ที่ ท่านวีรพัฒน์ให้ไป พร้อมยืนยัน จะไม่มีการ clarification .ในบทความนี้ที่เชื่อว่าได้ทำให้คนอ่านเข้าใจไปว่าสนง.ทรัพย์สินอยู่เบื้องหลัง ทำหน้าที่ท่อน้ำเลี้ยง...
คุยกันยาว พร้อมคำถามว่าทำไมถึงต้องเอารูป fuller ขึ้นในหน้า facebook และขอให้เอารูปออก ได้ชี้แจงไปว่าเพื่อให้เพื่อนใน facebook ได้รับรุ้ว่าคนที่เขียนบทความลักษณะอย่างนี้กล่าวให้ร้ายสถาบันในเรื่องที่ไม่สมควรมีหน้าตาอย่างไร
ยังมีการอ้างในบทความให้เกิดความเข้าใจผิดว่าความวุ่นวายที่เกิดข้ึ้นเป็นผลจากการต่อสุ้ระหว่่างทักษิณและสถาบัน ไปอ้างชาวบ้านคนหนึ่งว่าพูดประโยคนี้ อ่านแล้วก็ต้องเห็นเจตนาของคนเขียน ช่างสรรหาคนที่วิจารณ์สถาบันมากล่าวย้ำให้ร้าย
ความเลวร้ายของนักการเมือง ทั้งเรื่อง corruption ...nepotism ระบบเครือญาติ ตรวจสอบไม่ได้ 
unaccountablity และไม่โปร่งใส่ transparency ไม่มีการพูดถึงความเลวร้ายของรัฐบาลต่อความผิดพลาดในการบริหารประเทศและสร้างความเสียหายอย่างมากในโครงการจำนำข้าว
ทำข่าวเมืองไทยมายาวนานแต่วิเคราะห์ได้อย่างนี้อ่านแล้วหดหู่สิ้นดี บอกให้เห็นถึงทัศนคติ ตลอดช่วงพูดคุยกันได้บอกไปว่าที่เขียนไปเป็นบทความด้านเดียวที่กล่าวให้ร้ายอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมอธิบายว่าที่เขียนว่าทักาษิณไม่เคยกล่าวให้ร้ายสถาบันก็เป้นเรื่องเท็จ แสดงว่าไม่เคยรับรู้อะไรเลย ... แล้วมาแส่รุ้เรื่องปชต.เมืองไทย แต่ที่เขียนมาทั้งหมดไม่ได้เข้าใจการเมืองในไทยแล้ว แล้วยังไปโยงใยสถาบันอย่างน่าเกลียด..ได้ชี้แจงไปว่านีคือเหตุผลที่เอารูปมาปะในหน้าเพื่อให้คนได้เห็นว่าคนที่เขียนบทความลักษณะนี้ กล่าวให้ร้ายอย่างไม่ให้ความเป็นธรรมมีหน้าตาอย่างไร...


แพลนยกระดับการชุมนุมใหญ่อีกครั้ง22ธ.ค.ของ"สุเทพ เทือกสุบรรณ"

(17/12/2556)เวลา20.45น.เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินกลาง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ปราศรัย 

"...1) ปฏิรูปกระบวนการเลือกตั้ง โดยมีเป้าหมายว่าการเลือกตั้งต้องเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อให้ได้คนดีๆๆเข้ามาทำหน้าที่ในทางนิติบัญญัติและในทางบริหารประเทศป้องกันคนเลวคนชั่วมามีอำนาจในประเทศไทยอีกต่อไปการปฏิรูปกระบวนการเลือกตั้งมีหลายเรื่องที่ต้องทำไปพร้อมกัน 
1.1) กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้งหมด 
1.2) ต้องแก้ไขกฎหมายพรรค การเมืองต้องเป็นพรรคการเมืองของประชาชน 

2) ปฏิรูปเรื่องระบบรวมทั้งต้องกฎหมายที่จะป้องกันปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ประชาชนที่รู้เห็นสามารถไปฟ้องร้องดำเนินคดีก็ได้เพราะเป็นคนไทย เป็นผู้เสียหายโดยตรงและไม่ขาดอายุความ 

3) เรายืนยันว่าวันนี้ต้องคืนอำนาจบริหารบ้านเมือง คืนอำนาจให้ประชาชน 

4) เรื่องคนจน ความเลือมลํ้าในสังคม มีอยู่จริงต้องแก้ไขกันอย่างจริงใจ 

5) ต้องปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจต้องเป็นตำรวจของประชาชน ไม่ใช่เป็นขี้ข้านักการเมือง เราต้องปฏิรูปประเทศไทยก่อน คณะกรรมการกปปส. ชุดใหญ่ 

สรุปว่าเราต้องขับไล่ยิ่งลักษณ์ออกจากประเทศไทย โดยถามกับพ่อแม่พี่น้องว่าเรามาตกลงกันว่าการต่อสู้ครั้งนี้ ถามตรงไปตรงมา เราขับไล่นางยิ่งลักษณ์ออกจากตํ่าแหน่งเราจะไล่ทุกวัน ไล่ไม่เลิก แล้วจะไล่จนกว่านางยิ่งลักษณ์จะไป ไม่มีกำหนด ไล่ทุกวัน....และประกาศให้พ่อ แม่ พี่ น้องที่อยู่ต่างจังหวัด..เดินทางเข้ากรุงเทพตอนกลางวันและขอพ่อแม่พี่น้อง,อบต,จังหวัดต่างที่จะดูแลกันตลอดเส้นทางและพ่อ แม่ พี่ น้องที่กรุงเทพน่ารักที่สุด เมื่อ24/11/2556 และ9/12/2556 ออกมาเดินถนนทุกคนทุกบ้านและครั้งนี้ขอให้ออกมากันอีกนะครับ..

โดยวันพฤหัสที่19/12/ 2556 เดินทางออกไปแยกผ่านฟ้าลีลาศ ไปตาม ถ.นครสวรรค์ ผ่านนางเลิ้ง เข้า ถ.พิษณุโลก เข้าถ.เพชรบุรี เลี้ยวขวาเข้า ถ.อโศก ทะลุไป ถ.สุขุมวิท แล้วทานอาหารกลางวันที่ ถ.อโศก ตัด ถ.สุขุมวิท แล้วเดินล่องถนนสุขุมวิทผ่าน ซอยนานา เพลินจิต ชิดลม ศูนย์การค้าสยาม ผ่านสนามกีฬาแห่งชาติ ผ่านเจริญผล ผ่านอุรุพงษ์ ผ่านหลานหลวง แล้วกลับมาฟังปราศรัยที่เวทีราชดำเนิน....

วันศุกร์ที่20/12/2556 ออกเดินจากราชดำเนิน ผ่านแยกผ่านฟ้าลีลาศ ไป ถ.หลานหลวง ไปสะพานขาว เลี้ยวขวาเข้าถ.กรุงเกษม เข้าหัวลำโพง เลี้ยวซ้ายไป ถ. พระราม4 เลี้ยวขวาเข้า ถ.สีลม พักทานอาหารกลางวันที่สีลมใกล้ๆๆถ.นราธิวาสราชนครินทร์เดินผ่านนราธิวาสราชนครินทร์เข้าสี่พระยา เลี้ยวซ้ายเข้าหัวลำโพง และไปเยี่ยมญาติเราที่เยาวราช เดินมาทางสะพานเหล็กผ่านวังบูรพา ผ่านวัดสุทัศน์ เข้าถนนดินสอแล้วกลับมาฟังปราศรัยที่ราชดำเนิน....

ส่วนวันเสาร์ที่21/12/2556 เราจะหยุดพัก1วัน ..

และวันอาทิตย์ที่22/12/2556เราจะขับไล่ยิ่งลักษณ์ ออกจากประเทศไทย โดยจะแจ้งให้ทราบเรื่อยๆๆต้องคอยติดตาม....อาทิตย์ที่22/12/2556..........


"กูเกิ้ล" เผยคำค้นสุดฮิตในประเทศไทยประจำปี 2013



Prev
1 of 1
Next
คลิกภาพเพื่อขยาย
updated: 18 ธ.ค. 2556 เวลา 13:46:40 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
กูเกิ้ลเผยสถิติคำค้นหรือที่เรียกว่า Zeitgeist ประจำปี 2013 คำว่า รถมือสอง เป็นคำที่ถูกค้นหามากที่สุดในประเทศไทยของปี 2013
เว็บไซต์ blognone รายงานว่ากูเกิ้ลเผยสถิติคำค้นหรือที่เรียกว่า Zeitgeist ประจำปี 2013 ข้อมูลส่วนของไทย โดยคำค้นยอดนิยมประจำปี 10 อันดับแรก คือ

1.รถมือสอง

2.ราคาทอง

3.คนอวดผี

4.นารูโตะ

5.พยากรณ์อากาศ

6.พี่มากพระโขนง

7.พระเครื่อง

8.คุกเข่า

9.หางาน

10.เดี่ยว 10

ขณะที่แก็ดเจ็ตและเทคโนโลยี 10 อันดับแรกของปี คือ
 

1.iphone 5s

2.ios 7

3.iphone 5c

4.ipad mini

5.Samsung Galaxy S4

6.Samsung Galaxy Grand

7.Note 3

8.Nokia Lumia

9.Nokia Asha 501

10.Baidu PC Faster

นอกจากคำค้นยอดนิยมต่างๆ ข้างต้น กูเกิ้ลยังได้แบ่งคำค้นยอดนิยมในแต่หมวดหมู่ไว้ดังนี้

คำค้นยอดนิยมประจำปี คือ "รถมือสอง"

คำค้นยอดนิยมประจำปี (จากสมาร์ทโฟนและแท๊บเล็ต) คือ "ราคาทองคำวันนี้"

แบรนด์ดัง คือ "AirAsia"

ดาราชาย คือ "บอย ปกรณ์"

ดาราหญิง คือ "หญิงลี"

คำค้นดาวรุ่งพุ่งแรงประจำปี คือ "เดี่ยว 10"

ท่องเที่ยวและที่พัก คือ "เกาะล้าน"

ภาพยนตร์จอเงิน คือ "พี่มากพระโขนง"

ละครจอแก้ว คือ "คุณชายพุฒิภัทร"

เพลงและมิวสิควิดีโอ คือ "คุกเข่า"

รถยนต์ คือ "Vios 2013"

แก็ดเจ็ตและเทคโนโลยี คือ "iPhone 5s"

'พิเชษฐ์'ผวา'สุเทพ'แตกหัก22ธ.ค.'มิคสัญญี'

การเมือง

วันที่ 18 ธันวาคม 2556 08:33

'พิเชษฐ์'ผวา'สุเทพ'แตกหัก22ธ.ค.'มิคสัญญี'



เพื่อนเฟซบุ๊คบางท่านเคยไม่พอใจที่ผมไม่อยากให้เอาพรรคประชาธิปัตย์ไปผูกพันดับการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพราะสังหรว่าประชาธิปัตย์จะบาดเจ็บจากงานนี้แน่นอนนายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุลโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว วานนี้ (17 ธ.ค.) โดยระบุว่า ผมเคยคุยว่า ผมมีสัญชาตญาณทางการเมือง คาดการณ์ทางการเมืองไม่ค่อยผิด
และไม่มีที่สวนกันกลางซอย เพราะซอยแคบเกินไป จนไม่อาจเลี่ยงการปะทะกัน
วันนี้พรรคประชาธิปัตย์มีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่
นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคคนใหม่ ได้ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวเรื่องพรรคจะส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ ทำนองว่า
"ถ้าส่งก็ตาย ไม่ส่งก็พิการ"
ในตอนบ่าย หัวหน้าพรรค ปชป.และรองหัวหน้าพรรคท่านหนึ่ง ได้ร่วมกันให้สัมภาษณ์ว่า คณะกรรมการบริหารจะพิจารณาลงมติในวันที่ 21 ธันวาคม นี้ว่า พรรคจะส่งผู้สมัครหรือไม่
ในวันเดียวกัน รักษาการนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์จากที่ไหนสักแห่งว่า จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ตามที่ประกาศในกฤษฎีกา เลือกตั้งอย่างแน่นอน อย่างไรก็จะไม่ลาออก
พรรคเพื่อไทย ประกาศเตรียมพร้อมผู้สมัครรับเลือกตั้ง
นายบรรหาร ศิลปอาชา ประกาศลงสมัครบัญชีรายชื่อหมายเลข 1 ของพรรคชาติไทยพัฒนา
คืนวันที่ 17 ธค. กำนันสุเทพฯ ประกาศบนเวทีราชดำเนิน นัดระดมพลใหญ่ทั่วประเทศในวันที่ 19 และ 20 ธันวาคม เดินทั่วกรุงเทพมหานคร ยืนยันไม่ยอมถอยเด็ดขาด และอาจมีศึกแตกหักในวันที่ 22 ธันวาคม เพื่อไล่รักษาการนายกฯออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
นปช.และขบวนการเสื้อแดงเตรียมการปกป้องนายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่
"มิคสัญญี"
อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปนี้
และพรรคประชาธิปัตย์จะต้องตาย หรือพิการอย่างไรจากงานนี้
คงจะรู้ผลต้อนรับปีใหม่ 2557
เหมือนสึนามิ มหาภัย ที่เคยเกิดขึ้นรับปีใหม่เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547
17 ธค. 56

กกต. ยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 ระบุไม่มีอำนาจ

กกต. ยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 ตามที่กลุ่ม กปปส. เรียกร้อง พร้อมชี้ กกต. ไม่มีอำนาจในส่วนนี้

ตามที่ กลุ่ม กปปส. ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องเพื่อให้ กกต. พิจารณาเลื่อนการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ออกไป จนกว่าจะมีการปฏิรูปประเทศอย่างเป็นรูปธรรมนั้น พร้อมยื่นข้อเสนอและตีความแนวทางทางกฎหมายที่สามารถทำได้

ล่าสุด วันนี้ (18 ธันวาคม 2556) นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. ได้ออกมาชี้แจงว่า กกต. ทำตามกฎหมายได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการเลื่อนการเลือกตั้งตามมาตรา 184 ได้ เนื่องจากตามกฎหมาย เป็นสิทธิ์ของรัฐบาล ดังนั้น หากจะให้มีการเลื่อนวันเลือกตั้งนั้น ต้องเป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่ต้องนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่ง กกต. ไม่มีอำนาจในส่วนนี้ และสำหรับมาตรา 187 นั้น เป็นพระราชอำนาจในการมีพระบรมราชวินิจฉัยเท่านั้น

อย่างไรก็ดี หากต้องการแก้ปัญหาเรื่องนี้จริงก็สามารถทำได้ โดย รัฐบาลและกลุ่ม กปปส. ต้องไปตกลงกันก่อนว่า ต้องการเลื่อนวันเลือกตั้งจริงได้ ซึ่งเมื่อสรุปได้ดังนั้น กกต. ก็ยินดีจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปตามข้อกฎหมายที่ให้อำนาจ แต่ถ้าสุดท้าย ไม่สามารถเลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้ ก็อยากขอเรียกร้องให้ กปปส. ทำให้การเลือกตั้งดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยการมาช่วยกันตรวจสอบ รณรงค์ให้ประชาชนเกิดการตื่นตัว สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้


กวป.ยื่นถวายฎีกาขอทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานทางออกปท.


วันนี้(18ธ.ค.56) เวลา 13.00น. นายศรรักษ์ มาลัยทอง โฆษกกลุ่มเสื้อแดง กวป. และคณะประมาณ5คน จะเดินทางไปถวายฎีกาที่สำนักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวัง เพื่อขอให้ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานทางออกประเทศ แก่แกนนำรัฐบาลและ กปปส. นำไปปฏิบัติเพื่อยุติความขัดแย้งโดยเร็ว