PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

อธิบดีราชทัณฑ์ ยัน "อาท จิรวงศ์" ผู้ต้องหาคดีม.112 ยังมีชีวิต


"วิทยา" อธิบดีราชทัณฑ์ ยัน "อาท จิรวงศ์" ผู้ต้องหาคดีม.112 ยังมีชีวิต สุขภาพแข็งแรงดี ครบกำหนดฝากขังผัด3พรุ่งนี้
นายวิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรือ “อาท ชัตเตอร์เทพ” เลขานุการนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง ผู้ต้องขังคดีความผิด มาตรา112 เสียชีวิตแล้วว่า ขณะนี้นายจิรวงศ์ยังมีชีวิตอยู่ และมีสุขภาพแข็งแรงดี อยู่ในเรือนจำภายในมทบ. 11โดย ในวันพรุ่งนี้ (13พ.ย.) จะครบกำหนดฝากขังต่อเป็นผัดที่3เป็นเวลา12วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายจิรวงศ์ ภายหลังมีผู้ต้องขังคดีความผิด มาตรา112 เสียชีวิต ในเรือนจำ 2 รายทำให้เมื่อวันที่ 10พ.ย. ที่ผ่านมา พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เข้มงวดกับการตรวจสุขภาพกายและจิตใจของผู้ต้องขังในเรือนจำชั่วคราวฯจะได้ไม่มีข้อสงสัยเมื่อเกิดเหตุขึ้น

ไม่รู้เหมือนกันว่าหายไปไหน ติดต่อตุ้ยไม่ได้เลย




"ไม่รู้เหมือนกันว่าหายไปไหน ติดต่อตุ้ยไม่ได้เลย" นายทหารจากเตรียมทหาร15 รุ่นเดียวกับพล.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ บอกไม่มีข่าวเพื่อนตุ้ยเลยไม่รู้หายไปไหน หรือยังไม่กลับจากเมืองนอกหลังมีข่าวว่ากลับมาแล้ว...ใครมีข้อมูลว่ามาที

อองซานซูจี จากวันวานถึงวันนี้

12112558 อองซานซูจี : จากวันวานถึงวันนี้
โดย : กาแฟดำ

ชัยชนะท่วมท้นของการเลือกตั้งใหญ่ สำหรับอองซานซูจีครั้งนี้ กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าการเมือง ของพม่าครั้งสำคัญยิ่ง
จากผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ถูกกักบริเวณ ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง และแม้จะมีการเลือกตั้งเมื่อปี 1990 ที่ประชาชนเลือกพรรค NLD ของเธออย่างล้นหลาม เธอก็ไม่สามารถไปใช้สิทธิหย่อนบัตรเพราะยังถูกกักบริเวณ
วันนี้เธอกำลังจะก้าวเข้าสู่อำนาจรัฐ และหากเป็นไปตามที่เธอต้องการ อองซานซูจี จะมีฐานะ “อยู่เหนือประธานาธิบดี” เพราะทหารเขียนรัฐธรรมนูญไม่ให้เธอมีตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองอย่างเป็นทางการได้
แต่เมื่อเธอคือขวัญใจของประชาชน รัฐธรรมนูญจะเขียนอย่างไรก็ไม่สำคัญเท่ากับ “อาณัติ” ยิ่งใหญ่ที่ประชาชนให้กับเธอในการเลือกตั้งครั้งนี้
หากต้องการจะเข้าใจว่าเธอจะเดินหน้าการเมืองอย่างไร ต้องเข้าใจถึงวิธีคิดและแนวทางที่เธอต้องการจะวางตัวเองให้อยู่ในฐานะที่จะร่วมขบวนการปฏิรูปประเทศโดยไม่จำเป็นต้องปัดบทบาทของทหารออกไปจากแวดวงการเมืองทั้งหมดเสียเลยทีเดียว
จึงน่าสนใจว่าการต่อรองเจรจา ระหว่างเธอกับนายพลเต็งเส่ง และผู้นำกองทัพโดยเฉพาะผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายพลมินอ่องหลาย จะนำไปสู่การตั้งรัฐบาลที่เสียงข้างมาก มีสิทธิในการบริหารโดยที่ยังคงบทบาททหารในระดับที่เหมาะสมอย่างไร
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2012 หรือ 3 ปีก่อน ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์อองซานซูจีก่อนจะมีการเลือกตั้งซ่อม ที่เป็นก้าวแรกของการผลักดันให้พรรค NLD ของเธอเข้าสู่ฐานอำนาจรัฐ หากฟังคำตอบของเธอต่อคำถามของผมขณะนั้น ก็จะพอประเมินแนวทางของเธอจากนี้ไปได้ไม่ยากนัก
ถาม : จากที่เคยเป็นผู้ต่อต้าน ตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป คุณรู้สึกอย่างไร?
ซูจี : ฉันยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งเลยค่ะ
ถาม : คุณวางแผนจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปฏิรูปหรือไม่?
ซูจี : วันหนึ่ง ฉันหวังว่าจะได้มีส่วนร่วมค่ะ
ถาม : มันยากไหม ที่จะเปลี่ยนแปลง?
ซูจี : ไม่หรอกค่ะ มันอาจจะเป็นงานหนัก แต่เราชินกับการทำงานหนัก มันคงจะไม่ได้หนักไปกว่าในอดีตแล้ว
ถาม : แต่ช่วงเวลาไหนที่ทำให้คุณตัดสินใจว่าคุณจะเล่นเกมนี้กับฝ่ายทหาร?
ซูจี : ฉันไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นช่วงเวลาไหน เพราะเราเชื่อมาโดยตลอดว่าความร่วมมือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่จะทำให้ทุกอย่างเดินหน้า เราเชื่อในการเจรจามาโดยตลอด และความพยายามร่วมกัน
ถาม : ฝ่ายรัฐบาลให้สัญญาหรือคำมั่นอะไรกับคุณ ถึงทำให้คุณตัดสินใจเข้าร่วม?
ซูจี : ไม่มีคำสัญญาหรือคำมั่นใดๆ แต่ฉันเชื่อว่า ท่านประธานาธิบดีจริงใจที่จะปฏิรูป และท่านบอกว่า ต้องการช่วยสนับสนุนในกระบวนการสู่ประชาธิปไตย เราพูดคุยกันในประเด็นนี้ ซึ่งทำให้เราสามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกตั้งซ่อมได้
ถาม : ผมเชื่อว่า คุณคงถามท่านว่าฝ่ายทหารสนับสนุนการปฏิรูปครั้งนี้หรือไม่
ซูจี : ไม่ค่ะ ดิฉันไม่ได้ถามท่าน ดิฉันจะไม่พูดว่าฉันพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับท่านอย่างไร
ถาม : อย่างน้อยผมก็ต้องการรู้ว่า...
ซูจี : ฉันจะไม่พูดถึงสิ่งที่พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับท่านค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เราพูดคุยกันหรือไม่ได้พูดคุยกันก็ตาม
ถาม : อนาคตของคุณล่ะครับ ก้าวต่อไปของคุณคืออะไร?
ซูจี : ก้าวต่อไป ก็คือต้องชนะการเลือกตั้งซ่อมค่ะ ฉันคิดว่า เราควรก้าวไปข้างหน้าแบบค่อยเป็นค่อยไป
ถาม : และถ้าคุณชนะการเลือกตั้งซ่อม คุณจะเล่นบทบาทอะไรในสภา?
ซูจี : บทบาทของการเป็น ส.ส.ฝ่ายค้านที่ดีค่ะ
ถาม : ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลครับ?
ซูจี : เราต้องเริ่มจากการเป็นฝ่ายค้านค่ะ เราคงไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มี ส.ส. 48 ที่นั่ง แม้ว่าจะชนะทุกๆเขตก็ตาม
ถาม : คุณจะบอกอะไรกับโลกในขณะที่พม่ากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว?
ซูจี : จับตามองกระบวนการเลือกตั้งซ่อม ฉันคิดว่าเราต้องค่อยๆเดินไปทีละก้าว และสิ่งสำคัญตอนนี้ก็คือ การเลือกตั้งซ่อมที่จะเกิดขึ้น ควรจะมีอิสระและความยุติธรรมและเป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย
จากวันนั้นถึงวันนี้ ทุกอย่างกำลังจะปรับเปลี่ยนอีกครั้ง ท่ามกลางความคาดหวังสูงจากคนพม่าทั่วประเทศ “แม่ซู” กำลังจะต้องก้าวเข้าสู่บทบาทที่หนักหน่วงและท้าทายยิ่ง
- See more at:http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/636095…

ปธน.เมียนมาส่งสารยินดี "ซูจี" ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง



http://www.matichon.co.th/online/2015/11/14472498861447250030l.jpg
(นายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมา ที่มาภาพ: AFP)

(11 พ.ย.58) สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง แห่งเมียนมาร์ ร่วมแสดงความยินดีต่อความสำเร็จในการเลือกตั้งแก่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางออง ซาน ซูจี เจ้าของรางวัลโนเบล

นายอู เย ทุต โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีเมียนมาร์ ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า “ข้อความของเราสู่ประชาชนในประเทศ ในนามของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีต้องการแสดงความยินดีต่อประชาชนชาวเมียนมาร์สำหรับวันเลือกตั้งที่สงบ ยุติธรรม และมีเสรีภาพ” ก่อนเสริมต่อว่า “และในส่วนที่สอง ประธานาธิบดีต้องการแสดงความยินต่อพรรคเอ็นแอลดีสำหรับความสำเร็จในการเลือกตั้ง และปราถนาให้พวกเขาสามารถเติมเต็มความปราถนาของประชาชนในอนาคต”

ภายใต้การประกาศผลที่นั่งในสภาที่ดำเนินไปประมาณ40 เปอร์เซนต์ พรรคเอ็นแอลดีครองคะแนนเสียงเกือบ 90 เปอร์เซนต์ ขณะที่พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (ยูเอสดีพี) ครองที่นั่งประมาณ 5 เปอร์เซนต์

ก่อนหน้านี้ นางซูจีได้เขียนเอกสารถึงประธานาธิบดีเต็ง เส่งเพื่อร้องขอให้ประชุมเจรจาถึงการประนีประนอมแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีฯเผยว่า การประชุมลักษณะนี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อผลการเลือกตั้งทั้งหมดถูกประกาศออกมาแล้ว พร้อมยืนยันว่า ไม่มีการพยายามที่จะทำให้ประกาศผลการเลือกตั้งล่าช้า

ผู้นำหญิงพรรคประชาธิปไตยในพม่า



Cr:ปฏิรูปไทย
ผู้นำหญิงพรรคประชาธิปไตยในพม่า สั่งกดขี่กีดกันชาวมุสลิม อย่าให้โงหัวได้
** คลิ๊กดูภาพนัวเนียจัดเต็มแบบประชาธิปไตยได้ที่http://topsecretthai2.blogspot.com/2015/11/blog-post_40.html
ตามที่อองซานประกาศแถลงไปทั่วโลกหลังการเลือกตั้งว่า "จะเป็นผู้บริหารประเทศตัวจริง โดยอยู่เหนือประธานาธิบดี และผู้นำนอมินี จะต้องทำตามสิ่งที่เธอสั่ง" สร้างความช็อคตะลึงกันไปทั่ว เพราะนี่ขนาดยังไม่ได้อำนาจยังกล้าดูถูกระบอบประชาธิปไตยขนาดนี้ ระบอบนี้คนแดนไกลเคยใช้ควบคุมผู้นำประเทศไทยแบบนอมินีถึง 3 คน
และควบคุมเสียงข้างมาก สั่งเจ้าหน้าที่ยิงประชาชน คดโกงจำนำข้าว 7 แสนล้านบาท และออกกฎหมายล้างผิดตอนตี 4 มาแล้วโดยไม่สนใจประชาชนผู้เลือกตั้ง ล่าสุดสมาชิกอาวุโสของพรรค NLD ของประเทศพม่าแฉว่า นางออง ซาน ซู จี หัวหน้าพรรค และเจ้าของรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ “สั่งห้ามไม่ให้ชาวมุสลิมในพรรคลงสมัครเลือกตั้ง “ ที่ผ่านมา
เน้นว่า "ชาวมุสลิม" ไม่ใช่ชาวโรฮิงยา เหตุเพราะกลัวคะแนนเสียงตก ในกลุ่มมาบาทา ที่เป็นกลุ่มชาตินิยมพุทธ ทำให้นางซูจีถูกโวยวายอย่างหนักจากชาวมุสลิมในประเทศ และนานาชาติ ที่กีดกันและกดขี่ทางศาสนาแล้วพม่าจะเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงได้อย่างไร ?? ในเมื่อเป็นประชาธิปไตยที่เห็นคนไม่มีสิทธิและคุณค่าเท่ากัน ??
โอว..ซวยแล้วชาวพม่า เจอเผด็จการที่รับคำสั่งทุกเม็ดมาจากจ้าวลัทธิประชาธิปไตยเข้าให้แล้ว " อเมริกาสั่ง ซูจีคิด พรรค NLD ทำตาม" คอยดูคนมุสลิมพม่าจะถูกกดขี่ และสร้างชนชั้นทางศาสนาในยุคประชาธิปไตยนี่แหละ
@ เสธ น้ำเงิน2

โปรดเกล้าฯ ให้บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้แทนพระองค์ฯทอดผ้าพระกฐินพระราชทาน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558, 06.00 น.
 
 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้กำกับชื่อดัง,ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ มูลนิธิร่วมกตัญญู และประธานบริษัท “บิณฑ์ บูม บิสซิเนสจำกัด” เป็นผู้แทนพระองค์นำผ้าพระกฐินพระราชทาน พร้อมขบวนอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานและเครื่องบริวารพระกฐินไปถวาย ณ วัดบางแวกแขวงคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 
หลังเสร็จสิ้นพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ถวายปัจจัยบำรุงแก่วัดบางแวก และได้มอบทุนการศึกษาแก่มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี หลังจากนั้นประธานฯบิณฑ์ ก็เดินทักทายเหล่าญาติสนิทและแฟนคลับ พร้อมร่วมรับประทานอาหาร เฮฮาปิดท้ายด้วยการแสดงจากศิลปินนักร้องค่าย ท็อปไลน์
ไดมอนด์

ประมูลคลื่น 1800 MHz จบแล้ว - ทรู - เอไอเอส คว้าชัยชนะ ราคารวม 80,778 ล้านบาท


กินเวลากว่า 33 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันที่ 11 พฤศจิกายน จนถึงตอนนี้ การประมูลคลื่น 1800 MHz จบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยราคาสุดท้ายพร้อมผู้ชนะมีดังต่อไปนี้ครับ
  • สล็อต 1 (1710 – 1725 / 1805 – 1820MHz) บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชัน จำกัด เสนอราคา 39,792 ล้านบาท
  • สล็อต 2 (1725 – 1740 / 1820 – 1835MHz) บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด เสนอราคา 40,986 ล้านบาท
  • ราคารวมทั้งสิ้น 80,778 ล้านบาท
กระบวนการถัดไปคือ กทค. จะรับรองผลการประมูลภายในวันที่ 18 พฤศจิกายน และหลังจากนั้น 90 วัน ผู้ชนะจะต้องจ่ายค่าประมูลงวดแรก ที่ราคา 20,493 ล้านบาท (50% ของ AWN) หลังจากนั้น กทค. จะนัดวันรับใบอนุญาตต่อไปในภายหลัง
ที่มา - MXPhone

ผลประมูล4G1800M

ข่าวล่าสุดจาก Peerapol Chatanantavej หรือ ปีเตอร์กวงครับ ในที่สุดก็ได้ผู้ชนะการประมูลซะที AIS นี่ผมว่าได้ชัวร์ๆ ส่วน True ก็น่าจะสู้ไม่ถอย
ทาง Dtac ถือว่ามีใบอนุญาตเก่าอยู่อาจจะพอมีช่องทางให้ถอยได้

งานนี้ปรบมือให้ผู้บริหารทุกค่ายครับ โคตรเครียดเลย

แกนนำแดงอุบลพบบิ๊กตู่เสนอตัวร่วมพัฒนาประเทศ



12 พ.ย. 58 เมื่อเวลา 07.45น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี  นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางจากฝูงเครื่องบิน กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้าย กองทัพบก ดอนเมือง เดินทางโดยเครื่องบินแอมแบร์ บ.ท.135  มายังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ พร้อมด้วยทหาร ตำรวจและข้าราชการให้การต้อนรับ โดยมีมาตรการการรักษาความปลอดภัยคุ้มกันอย่างเข้มงวด
จากนั้น เวลา 09.30 น. นายกฯ และคณะ เดินทางถึงบ้านยางกะเดา ต.ท่าเมือง อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี เพื่อติดตามโครงการบริหารจัดการน้ำ และโครงการสนับสนุนด้านการเกษตร ต่อด้วยการตรวจเยี่ยมการดำเนินนโยบายการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ประกอบด้วย กิจกรรมกองทุนหมู่บ้าน ตำบลละ 5 ล้านบาท โรงสีหมู่บ้าน สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และตลาดประชารัฐ
ทั้งนี้ ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ เดินตรวจเยี่ยมและพบปะประชาชนในตลาดประชารัฐอยู่นั้น ได้มี นายจำรูญศักดิ์ จันทรมัย แกนนำ นปช.จังหวัดอุบลราชธานี ประสานกับเจ้าหน้าที่ เพื่อขอพบพูดคุย กับนายกฯ เพื่อเสนอตนเข้าร่วมพัฒนาประเทศ โดยทันทีที่พบ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับ นายจำรูญศักดิ์ ว่า"เป็นคนไทยหรือเปล่า ถ้าเป็นคนไทยก็ต้องช่วยกัน แล้วทำให้ดี ผิดถูกเป็นเรื่องของกฏหมาย ก็ว่ากันไป ถ้าไม่มีอะไรก็ช่วยกัน ถ้าไม่ช่วยวันนี้ แล้วจะช่วยวันไหน สงสารประชาชนเขาไหม เราแพ้ชนะกัน แต่คนเดือดร้อน คือ ชาวบ้าน ข้าราชการ เดือดร้อนหมด มันไม่ได้ วันนี้ไม่ได้ว่าคุณต้องมาเข้าข้างผม หรือเข้าข้างใคร แต่ต้องทำให้ทุกรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เขาทำเพื่อประชาชนจริงๆ โอเคไหม" นายกฯ กล่าว
โดยนายจำรูญศักดิ์ ได้ตอบกลับนายกฯว่า พร้อมที่จะร่วมพัฒนาร่วมกัน จากนั้น นายกฯ ได้หยอกล้อกับ นายจำรูญศักดิ์ อย่างอารมณ์ดี พร้อมตบไหล่ และโอบกอด พร้อมระบุว่า"ไม่กลัวเขาว่าอะไรหรือ" ขณะที่ นายจำรูญศักดิ์ ตอบกลับว่า"ไม่กลัว เราทำเพื่อชาติ"
นายจำรูญศักดิ์ กล่าวภายหลังด้วยว่า ที่ผ่านมา ปัญหาความขัดแย้ง ไม่ได้ช่วยให้ประเทศพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งหากมีการเลือกตั้งในเวลานี้ ในขณะที่ความขัดแย้งยังมีอยู่ ประเทศจะไม่สามารถเดินหน้าได้ ที่ผ่านมา ตนพยายามพูดคุยกับแกนนำ นปช.ในหลายจังหวัดว่า ให้มาช่วยกัน เพราะหากยังเป็นอย่างนี้อยู่ ต่อให้อีกยี่สิบปีข้างหน้า ปัญหาก็จะไม่จบ ดังนั้น จึงต้องหยุดอยู่คนละครึ่งทาง ให้เวลานายกฯ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 เป็นต้นมา ประชาชนให้การยอมรับ พล.อ.ประยุทธ์ มากขึ้น และมีอีกหลายส่วน ที่ไม่แสดงออก จึงต้องมีคนกลางเข้ามา นั่นก็คือ พล.อ.ประยุทธ์
อย่างไรก็ตาม การเสนอตัวสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้ ตนไม่กังวลว่า จะกระทบต่อแกนนำ นปช.คนอื่นๆ ซึ่งในบรรดาแกนนำด้วยกัน มีหลายอุดมการณ์ และอยากให้รัฐบาล สิ่งที่ตนอยากได้จากรัฐบาลมากที่สุด คือจัดการกับการทุจริตคอรัปชั่น และยอมรับว่า การดำเนินคดีในโครงการรับจำนำข้าวต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถือว่าเตะกล่องดวงใจคนเสื้อแดง แต่ขอให้ทำทุกอย่างตามขบวนการยุติธรรมอย่างถูกต้อง และสามารถพิสูจน์ได้ เพราะที่ผ่านมา คนเสื้อแดงต่างไม่ได้รับความเป็นธรรมในหลายๆ เรื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยมีการสนธิกำลังระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร คอยตรวจดูความเรียบร้อยโดยรอบงาน รวมถึงมีหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดคอยสแกนพื้นที่โดยรอบ ขณะที่การตรวจค้นบุคคลเข้า-ออก ที่ทางเข้างานนอกจากต้องผ่านเครื่องแสกนโลหะแล้ว ยังมีการขึงผ้าเป็นสองห้องแบ่งเป็นชาย-หญิง เพื่อตรวจค้นร่างการโดยละเอียด ทั้งนี้ ก่อนนายกฯ จะเดินทางมาถึง ได้มีการสั่งให้รื้อถอนป้ายไวนิลขนาดใหญ่ สูงกว่า 2 เมตร กว้างประมาณ 8 เมตร ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าทางเข้างาน โดยมีข้อความร้องเรียนขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร เพื่อดำเนินโครงการเลี้ยงโค-กระบือ ของกลุ่มสหกรณ์เกตรกรไทยพอเพียงจำกัด โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า สาเหตุที่ต้องมีการรื้อถอนเนื่องจากเป็นหนังสือร้องเรียน ซึ่งในพื้นที่งานก็ได้มีการจัดพื้นที่รับเรื่องราวร้องทักข์จากศูนย์ดำรงธรรมไว้อยู่แล้ว
ทั้งนี้ ในช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. นายกรัฐมนตรีจะพบปะกับประชาชนราว 2,000 คน เพื่อรับทราบปัญหาของประชาชนในพื้นที่และนำไปสู่การแก้ไขต่อไป ซึ่งคาดว่า ปัญหาที่ประชาชนเตรียมร้องเรียนกับนายกรัฐมนตรี อาทิ ปัญหาโรงงานผลิตเอทานอล ปล่อยน้ำเสีย ปิดกั้น บุกรุกทางสาธารณะ และแหล่งน้ำสาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ปัญหาโรงโม่หิน ที่ อำเภอน้ำยืน รุกพื้นที่ป่าสงวน ก่อให้เกิดฝุ่นละอองต่อประชาชน และนักเรียน รถบรรทุกน้ำหนักเกินทำให้ถนนเสียหาย และปัญหาการก่อสร้างถนน 4 เลน อุบลราชธานี-อำนาจเจริญ งบประมาณ 930 ล้านบาท ที่ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน
จากนั้นในเวลา 11.45 น. นายกรัฐมนตรตรี และคณะ จะเดินทางไปยัง ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เพื่อเข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อยกับภาคเอกชนส่วนกลาง ต่อด้วยเป็นประธานการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ(กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ที่ประกอบไปด้วย จ.อุบลราชธานี จ.ยโสธร จ.ศรีสะเกษ และ จ.อำนาจเจริญ เพื่อหารือร่วมกันเป็นเรื่องของมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ มาตรการส่งเสริมเอสเอ็มอี การส่งเสริมการลงทุนว่า มีความคืบหน้า และมีปัญหาอุปสรรคมากน้อยเพียงใด ตลอดจนมาตรการในการบรรเทาภัยแล้ง และบทบาทของภาคธุรกิจที่จะมาสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลในพื้นที่ 

ผบ.ทบ. พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ตั้งกรรมการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์.



ผบ.ทบ. พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ตั้งกรรมการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์...ถ้าไม่ฮั้วกันงานนี้รับรองมีแจ่มจันทร์ แต่ถ้าฮั้วกันก็มีเฮ
โฆษก.ทบ.ชี้แจง กรณีเรื่องของอุทยานราชภักดิ์ข้อมูลที่มีการนำเสนอในช่วงที่ผ่านมาหลายๆ ข้อมูลอาจยังไม่ได้ผ่านกระบวนการพิสูจน์ที่สมบูรณ์อย่างเป็นทางการจากผู้ปฏิบัติและผู้ที่มีหน้าที่โดยตรง ทำให้หลายๆ ข้อมูลนั้นอาจคลาดเคลื่อนได้ จนอาจไปมีผลต่อภาพลักษณ์องค์กรได้ ทั้งนี้เมื่อมีข้อกังวลสงสัยขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นโครงการที่ไม่ได้ใช้งบประมาณของแผ่นดินก็ตาม แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง กองทัพบกจึงได้แต่งตั้ง“คณะกรรมการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์” เพื่อทำการตรวจสอบการดำเนินโครงการอุทยานราชภักดิ์ในทุกด้าน อย่างเร่งด่วนแล้ว. ทั้งนี้ทางผู้บังคับบัญชายังได้มีการขีดกรอบการทำงานไว้คือ จะพยายามทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ โดยขอให้เชื่อมั่นว่าการดำเนินการจะอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ที่จะต้องไม่มีการบิดเบือน โดยหากพบว่ามีกำลังพลไปการดำเนินการใดๆ ที่ดูไม่เหมาะสม ทบ.จะมีการดำเนินการไปตามระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน สำหรับ พ.อ.คชาชาติฯ หลังจากที่มีการแจ้งข้อหามา ทางต้นสังกัดได้เสนอขอให้มีการปลดออกจากราชการ เนื่องจากต้องหาคดีอาญาฯ และได้มีการหลบหนี ปัจจุบันจึงได้มีคำสั่ง กห.ให้ปลดออกจากราชการแล้ว...นิวทีวี
เสธโจ้ ข่าวว่าพันทั้งเรืองหาประโยชน์กับหยองที่ไปไหนไหนแล้วและเรื่องโรงหล่อ ที่ปิดกันให้แซดว่าเกิดอะไรขึ้น … จะมีเฮหรือแจ่มจันทร์ ต้องติดตาม

สหรัฐ-อียูจ่อเลิกคว่ำบาตรเมียนมา ทัพธุรกิจไทย-ต่างชาติแห่ขยับลงทุน

ทั่วโลกเกาะติดผลเลือกตั้ง ลุ้นโฉมหน้ารัฐบาลเมียนมา สหรัฐ-สหภาพยุโรปจ่อยกเลิกคว่ำบาตรเป็นทางการ ทัพธุรกิจชาติตะวันตกเตรียมบุก คาดมูลค่าเงินลงทุนพุ่งพรวดหลังมี ครม.ใหม่ ทุนไทยไม่น้อยหน้า "สหพัฒนฯ-คาราบาว กรุ๊ป-Tharaphu Decor" รอดูทิศทางนโยบายเศรษฐกิจก่อนขยับลงทุน

แม้ คณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมายังไม่ประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อ 4 พ.ย. 2558 เป็นทางการ แต่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ภายใต้การนำของนางออง ซาน ซู จี รวมถึงผู้สนับสนุนมั่นใจว่าจะเป็นฝ่ายกำชัย ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์เป็นที่จับตามองของนานาประเทศ รวมทั้งนักธุรกิจนักลงทุน ตลอดจนนักวิชาการของไทย ที่ต่างเกาะติดข่าวความเคลื่อนไหวใกล้ชิด

นายวิน ไมยินต์ กรรมการบริหารพรรค NLD เปิดเผยว่า พรรคคาดว่าจะมีผู้สมัคร ได้รับการเลือกตั้งราว 80% จาก 323 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ (สภาผู้แทนราษฎรเมียนมามี ส.ส.ได้ 330 คน แต่จัดการเลือกตั้งได้เพียง 323 เขต) และผลการเลือกตั้งที่ประกาศออกมา 54 เขต ผู้สมัครจากพรรค NLD กวาดที่นั่งได้ 49 ที่นั่ง

ด้านนายฮเต อู หัวหน้าพรรคสหภาพ สามัคคี และการพัฒนา (USDP) ซึ่งเป็นแกนนำในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ออกมายอมรับความพ่ายแพ้ แม้แต่ตัวนายอูเองก็พลาดท่าในเขตที่ตนลงสมัครรับเลือกตั้ง

ยุโรปจ่อเลิกคว่ำบาตร-ทุนไหลเข้า

รอย เตอร์สระบุว่า การยอมรับความพ่ายแพ้ของหัวหน้าพรรค USDP เป็นนิมิตหมายที่ดีว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันรวมถึงกองทัพจะยอมรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ซ้ำรอยการเลือกตั้งปี 2533 ที่พรรค NLD คว้าชัยแบบถล่มทลาย แต่รัฐบาลเผด็จการในขณะนั้นปฏิเสธที่จะก้าวลงจากอำนาจ

หากกระบวนการ ต่อจากนี้ไปจนถึงการเลือกตัวประธานาธิบดี และการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างโปร่งใส นักวิเคราะห์มองว่า จะทำให้สหรัฐและสหภาพยุโรป (EU) ตัดสินใจยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเมียนมาอย่างเป็นทางการ จากก่อนหน้านี้แขวนมาตรการลงโทษส่วนใหญ่ไว้ชั่วคราว หลังเมียนมามีรัฐบาลกึ่งพลเรือนภายใต้การนำของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง

การ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรจะหนุนให้ธุรกิจจากตะวันตกเข้าลงทุนในเมียนมามากขึ้น จากเดิมที่สนใจอยู่แล้ว โดยปีงบประมาณ 2557 ที่สิ้นสุดในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เมียนมามีมูลค่าเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ 8,100 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ถึง 20 เท่า และคาดว่าจะพุ่งขึ้นรวดเร็วยิ่งขึ้นหลังมีรัฐบาลใหม่ 

เปิดประตู ศก.รับนักลงทุนทั่วโลก 

ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งเมียนมาครั้งนี้ว่า ภาพใหญ่ทางการเมืองและเศรษฐกิจเมียนมา เป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย โดยทหารเป็นฝ่ายริเริ่ม ยินยอมให้การเลือกตั้ง และรัฐบาลทหารได้ออกแบบรัฐธรรมนูญ พร้อมยังคงกุมอำนาจบางส่วนอยู่

"คาดว่านางออง ซาน ซู จี จะมีส่วนสำคัญในการบริหารประเทศ ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลทหารสู่รัฐบาลพลเรือน แม้ทหารยังมีอำนาจแต่งตั้งผู้บริหารประเทศในสัดส่วน 25% และยังคุม 3 กระทรวงหลัก คือ กลาโหม, มหาดไทย และกิจการชายแดน และพรรค NLD คงไม่สามารถบริหารประเทศได้โดยไม่ปรึกษาทหาร"

ภาพทางเศรษฐกิจ เมื่อการเมืองนิ่ง มีเสถียรภาพ จากนี้จะเห็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติ เดินหน้าเข้าลงทุนในเมียนมามากขึ้น โอกาสเมียนมาหลังเลือกตั้งคือ ประเทศมีกติกาชัดเจน ทุกโครงสร้างอำนาจยอมรับร่วมกัน พรรคทหารมีการปรับตัวช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงที่เมียนมามีความลงตัวทางอำนาจ มีรัฐบาลพลเรือนจากการเลือกตั้ง, มีรัฐธรรมนูญ และทหารร่วมเป็นรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคง ทำให้การเจรจาการค้า การลงทุน การทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น 

"บรรยากาศ ดังกล่าวจะเปิดให้กลุ่มประเทศที่เคยหันหลังให้เมียนมา ไปลงทุนมากขึ้น ทั้งสหภาพยุโรป, สหรัฐ และอังกฤษ และชัดเจนว่าที่ผ่านมาพรรค NLD และนางซู จี มีนโยบายเรื่องการต้อนรับนักลงทุนต่างชาติ เมื่อจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ นักลงทุนจะเห็นภาพชัดว่าจะติดต่อกับฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติอย่างไร เมื่อการเมืองนิ่ง เศรษฐกิจประเทศจะคล่องตัวมากขึ้น" 

"คาราบาว กรุ๊ป" เดินหน้าตั้งรง.

นาย เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บมจ.คาราบาว กรุ๊ป กล่าวว่า ทิศทางของการลงทุนในเมียนมาต่อจากนี้ นักลงทุนยังต้องจับตาการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนตัวมองว่าหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เมียนมาจะแข็งแกร่งมากขึ้น เช่นเดียวกับแผนเข้าไปลงทุนจัดตั้งโรงงานผลิตร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น บริษัทติดตามผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใกล้ชิด หากเป็นไปอย่างราบรื่นจะเดินหน้าลงทุนตามแผนที่วางเอาไว้ปีหน้า 

"ยัง ต้องรอดูว่าพรรค NLD จะร่วมมือกับกลุ่มอำนาจเดิมพัฒนาประเทศต่อไปอย่างไร แต่ 2 ปีที่ผ่านมา เมียนมามีสัญญาณชัดเจนว่าเดินหน้าเปิดประเทศ และยอมรับการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนพลิกโฉมอย่างรวดเร็ว"

สหพัฒนฯชี้ยังมีข้อจำกัด

ขณะ ที่นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บมจ.สหพัฒนพิบูล มองว่าสถานการณ์การลงทุนในเมียนมาไม่น่าเปลี่ยนแปลงหรือได้รับผลกระทบมากนัก บริษัทยังไม่มีแผนลงทุนเพิ่มจากเดิมที่ได้เข้าไปลงทุนมาสักระยะแล้ว อาทิ โรงงานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และมีธุรกิจจัดจำหน่าย จะเน้นขยายช่องทางให้มากขึ้น ล่าสุดบริษัทในเครือคือ ไลอ้อน ได้ร่วมทุนกับท้องถิ่นผลิตผงซักฟอก แม้ขณะนี้นักลงทุนสนใจลงทุนในเมียนมา แต่อีกนานกว่าทุกอย่างจะลงตัว

"นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดทั้งเรื่อง พลังงาน ค่าเช่าที่ดินแพง ความไม่พร้อมด้านสาธารณูปโภค ทำให้ชะลอแผนลงทุนนิคมอุตสาหกรรม หลังสำรวจตลาดเมื่อ 1-2 ปีก่อน ที่น่าสนใจคือ การผลิตสินค้าในเมียนมายังมีน้อย เราจึงสนใจหาฐานการผลิตใช้บริโภคภายในประเทศ สร้างการเติบโตให้สินค้าของเราด้วย"

รอดูโฉมหน้ารัฐบาล

นาย ณัฐวิน พงษ์เภตรารัตน์ รองนายกสมาคมนักธุรกิจไทยพม่า และกรรมการผู้จัดการ Tharaphu Decor Co.,Ltd. ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ และมีโชว์รูมในกรุงย่างกุ้ง ชี้ว่า ช่วงนี้ธุรกิจที่เตรียมแผนลงทุนบางส่วนอาจชะลอไว้ชั่วคราว รอดูแนวทางการตั้งรัฐบาลจะเป็นไปในทิศทางใด เช่น หากพรรค NLD ชนะการเลือกตั้งขาดลอยได้จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว หรือต้องตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับฝ่ายทหาร เพราะมีผลต่อนโยบายด้านต่าง ๆ รวมถึงนโยบายเศรษฐกิจ

"ผลที่เกิดขึ้นทันทีจากการเลือกตั้งทำให้ บรรยากาศการลงทุนปรับตัวดีขึ้น เพราะการเลือกตั้งโปร่งใส เพียงแต่ที่ผ่านมาการหาเสียงของทั้ง 2 พรรคไม่มีการประกาศนโยบายเศรษฐกิจชัดเจน แต่คิดว่าทั้ง 2 ฝ่ายน่าจะมีนโยบายเปิดเรื่องการค้า การลงทุน" 

เมียนมาร่วมถกผู้นำ AEC พ.ย. นี้

ด้าน นางสาวศิรินารถ ใจมั่น อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การประชุมระดับผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 27 วันที่ 19-22 พ.ย.นี้ คาดว่าจะมีสมาชิกทุกประเทศเข้าร่วม รวมถึงเมียนมา ประเด็นที่จะหารือเป็นการสานต่อการดำเนินการภายหลังการรวมกลุ่มประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (AEC) วันที่ 1 ม.ค. 2559 โดยเฉพาะการผลักดันร่างพิมพ์เขียวอาเซียน 2025 (Blueprint 2025) ซึ่งไทยต้องให้ความสำคัญกับภาคบริการเพิ่มขึ้น การสร้างความเชื่อมโยงภายในประเทศและภูมิภาค การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ปรับปรุงกฎระเบียบในประเทศอำนวยความสะดวกและลดปัญหาอุปสรรค ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาสินค้าและบริการให้แข่งขันได้ในตลาดโลก 

รายงาน ข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า มูลค่าการค้าไทย-เมียนมา ช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย. 2558) อยู่ที่ 5,942.07 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 0.72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเป้ามูลค่าการค้าที่วางไว้ว่าจะขยายตัว 20% จากปีก่อนที่ 8,155.83 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออก 3,077.44 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.10% นำเข้า 2,864.63 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.18% สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ เครื่องดื่ม น้ำมันสำเร็จรูป ปูน น้ำตาล และเหล็ก สินค้านำเข้า อาทิ ก๊าซธรรมชาติ สัตว์มีชีวิตไม่ได้ทำพันธุ์ สินแร่โลหะอื่น ๆ ผักและผลไม้ปรุงแต่ง และน้ำมันดิบ เป็นต้น

โปรเจ็กต์ทวายไม่ระคาย 

นาย ปรเมธี วิมลสิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลพม่าหลังจากมีการเลือกตั้งใหม่คาดว่าจะไม่มีผลต่อ โครงการทวาย เนื่องจากโครงการยังเดินหน้าพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง หลัง บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ได้พัฒนาโครงการระยะแรกเสร็จแล้วทั้งท่าเรือ ระบบไฟฟ้า การคมนาคม พื้นที่อุตสาหกรรมขนาดเล็ก ยังเหลือในส่วนของการก่อสร้างถนนเชื่อมจากทวายมายังชายแดนไทย ซึ่งทางพม่าอยู่ระหว่างขออนุมัติสภาหลังรัฐบาลไทยให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยผ่อน ปรนมาก่อสร้าง วงเงิน 3,900 ล้านบาท 

สำหรับการพัฒนาโครงการเฟสที่ 2 ทางรัฐบาลญี่ปุ่นตอบตกลงที่จะร่วมลงทุนด้วยกับรัฐบาลไทยและพม่า ในรูปแบบ SPV (นิติบุคคลเฉพาะกิจ) จะมี 3 ประเทศถือหุ้นร่วมกัน สัดส่วนยังไม่นิ่ง อาจจะประเทศละ 35% ภายใน ธ.ค.นี้จะมีการลงนาม MOU ร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่น หลังมีการประชุมระดับนโยบายที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจเป็นประธาน แล้วจากนั้นจะเปิดประมูลโครงการก่อสร้างและลงทุนใน 7 โครงการ และจะมี SPV เป็นผู้บริหารโครงการ เช่น อุตสาหกรรมสาธารณูปโภค ท่าเรือน้ำลึก โรงงานไฟฟ้า เป็นต้น

ปธน.เต็ง เส่ง ตอบรับร่วมหารือ 'ออง ซาน ซูจี' พร้อมแสดงความยินดีพรรคเอ็นแอลดี



ปธน.เต็ง เส่ง ตอบรับร่วมหารือ 'ออง ซาน ซูจี' พร้อมแสดงความยินดีพรรคเอ็นแอลดี

โฆษกประธานาธิบดีพม่าเผย 'เต็ง เส่ง' ตอบรับคำเชิญ 'ออง ซาน ซูจี' ร่วมเจรจา "ปรองดองแห่งชาติ" พร้อมแสดงความยินดีพรรคเอ็นแอลดี คะแนนนำ และให้คำมั่นสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติ ทันทีที่ กกต. รับรองผลว่าพรรคเอ็นแอลดีชนะ
(ซ้าย) เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีพม่า และ (ขวา) ออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคเอ็นแอลดี ที่กำลังจะได้เสียงในสภาทั้งระดับชาติและระดัมท้องถิ่นอย่างท่วมท้น ล่าสุดจากการเปิดเผยของโฆษกประธานาธิบดีพม่า เปิดเผยว่าประธานาธิบดี เต็ง เส่ง ตอบรับคำเชิญร่วมหารือ "เพื่อการปรองดองแห่งชาติ" ที่เชิญโดยออง ซาน ซูจีแล้ว (ที่มา: วิกิพีเดีย)

11 พ.ย. 2558 หลังจากที่เมื่อเช้าวันที่ 11 พ.ย. ออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD ออกจดหมายเชิญ ประธานาธิบดี ประธานรัฐสภา และ ผบ.สส.กองทัพพม่า เพื่อหารือ "ปรองดองแห่งชาติ" ภายในสัปดาห์หน้า โดยมีเป้าหมายเพื่อ "ทำให้ความต้องการของประชาชนเกิดผลในทางปฏิบัติ ตามที่พวกเขาแสดงออกผ่านการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 พฤศจิกายน" นั้น
ล่าสุด ในช่วงบ่ายวันที่ 11 พ.ย. พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ พรรค NLD เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อบ่ายวันที่ 11 พ.ย. ระบุว่า โฆษกของประธานาธิบดี เย ตุด ในนามของเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีพม่า ได้แสดงความยินดีต่อพรรค NLD
พรรค NLD ระบุด้วยว่า ประธานาธิบดีได้ขอบคุณพรรคในความร่วมมือช่วงการเลือกตั้ง 8 พฤศจิกายน และประธานาธิบดียังให้คำมั่นในการสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติ ทันทีที่ กกต.พม่า รับรองผลการเลือกตั้งว่าพรรคเอ็นแอลดีชนะ
"ตามที่คณะกรรมการเลือกตั้งแห่งสหภาพประกาศผลการเลือกตั้ง ผมใคร่ขอแสดงความยินดีต่อท่าน พรรคเอ็นแอลดี ที่กำลังได้คะแนนนำในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา" แถลงการณ์ของพรรค NLD อ้างถึงคำพูดของ เย ตุด และยังอ้างต่อด้วยว่า"เพื่อให้เป็นเกียรติตามความประสงค์ของพลเมือง รัฐบาลจะทำให้การเปลี่ยนถ่ายอำนาจลุล่วงด้วยดีตามที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาเอาไว้"
เมียนมาร์ไทมส์ ให้คำอธิบายเพิ่มว่า ทั้งนี้ภายใต้รัฐธรมนูญพม่าปี 2008 สมาชิกรัฐสภาที่ได้รับเลือกเมื่อ 8 พ.ย. จะไม่ได้สาบานตนจนกระทั่งถึงปลายเดือนมกราคม เมื่อวาระ 5 ปีของรัฐสภาชุดก่อนสิ้นสุดลง หลังจากนั้นสมาชิกรัฐสภาที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ จะเป็นผู้เลือกประธานาธิบดีในเดือนกุมภาพันธ์ และประธานาธิบดีะจัดตั้งรัฐบาลภายในวันที่ 30 มีนาคมปี 2559
ในขณะเดียวกัน เย ตุด กล่าวด้วยว่า รัฐบาลเห็นด้วยกับคำเชิญของออง ซาน ซูจี ในการหารือ "เพื่อความปรองดองแห่งชาติ"
เขากล่าวว่า การหารือจะเกิดขึ้น "หลัง กกต.แห่งสภาพทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งอย่างเรียบร้อย"
"พวกเราทุกคนจะร่วมมือเพื่อให้เกิดเสถียรภาพในช่วงหลังการเลือกตั้ง" เย ตุด กล่าว ทั้งนี้อ้างตามแถลงการณ์ของพรรค NLD
ทั้งนี้ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง เป็นประธานของพรรครัฐบาล USDP แต่ตามรัฐธรรมนูญห้ามมิให้เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง โดยไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง พรรค NLD ได้ร้องเรียนต่อ กกต.พม่า กล่าวหาว่าประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ละเมิดกฎหมายเลือกตั้งด้วยการช่วยพรรค USDP หาเสียง อย่างไรก็ตามคำร้องนั้น กกต. ไม่พิจารณา

แปลและเรียบเรียงจาก
President congratulates NLD, promises peaceful power transfer, By Lun Min Mang, The Myanmar Times, Wednesday, 11 November 2015 http://www.mmtimes.com/index.php/national-news/17565-president-congratulates-nld-promises-peaceful-power-transfer.html

องค์กรโปร่งใสฯ เสนอกองทัพไทยปฏิรูป 4 ด้านป้องกันหัวคิว 40%-ตัดตอนมาเฟีย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 พฤศจิกายน 2558

'องค์กรเพื่อความโปร่งใส'เผยผลสำรวจว่าด้วยดัชนีการป้องกันคอร์รัปชันในกองทัพ ชี้ไทยได้ระดับ 'E' มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดทุจริต ร่วมกับ จีน ปากีสถาน ศรีลังกา ขณะที่ นิวซีแลนด์ เสี่ยงน้อยสุดในกลุ่มเอเชียแปซิฟิก 
เมื่อ 4 พ.ย. 2558 องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เผยแพร่ “รายงานดัชนีป้องกันคอร์รัปชั่นในกองทัพ (Government defence Anti – Corruption Index - GI) ซึ่งจัดทำสำรวจการคอรัปชั่นในกองทัพ โดยมีคำถามย่อย 77 คำถามจากหลักเกณฑ์ทั้งหมด5 ด้านได้แก่ 1. ด้านการเมืองการปกครอง 2. ด้านงบประมาณ การคลัง 3. ด้านบุคลากร 4. ด้านการดำเนินงาน และ 5. ด้านการจัดซื้อจัดจ้าง
โดยการสำรวจนี้ แบ่งตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ในส่วนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีการสำรวจทั้งหมด 17 ประเทศ โดยการจัดลำดับแบ่งเป็น 6 ระดับ A-F (จากดีที่สุดไปแย่ที่สุด)
การสำรวจครั้งนี้ "นิวซีแลนด์" เป็นประเทศเดียวที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม A คือโปร่งใสที่สุด รองลงมาคือ ออสเตรเลีย
ในขณะที่กลุ่มประเทศอย่าง อินโดนีเซีย อินเดีย และบังกลาเทศ อยู่ในระดับ D ซึ่งถือว่าในอันดับที่ดีกว่าไทย โดยประเทศไทยอยู่ในระดับ E  ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดคอร์รัปชั่นในกองทัพ  สำหรับกลุ่มประเทศที่อยู่ในระดับเดียวกับไทย ได้แก่ จีน ปากีสถาน ศรีลังกา
ส่วนของกลุ่มที่เสี่ยงที่สุด ได้ระดับ  F จำนวน 2 ประเทศ คือ กัมพูชาและพม่า  
ทั้งนี้ ในบทสรุปและข้อเสนอเกี่ยวกับประเทศไทย องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ชี้ว่า นับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 แล้ว ประเทศไทยไม่มีการตรวจสอบนโยบายป้องกันประเทศที่เป็นอิสระโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งยังขาดความโปร่งใสด้านงบประมาณ และไม่มีมาตรการขององค์กรที่เพียงพอในการตรวจสอบวงจรการจัดซื้อจัดจ้าง ในขณะเดียวกันองค์กรต่อต้านการทุจริตที่ตั้งขึ้นก่อนการรัฐประหาร เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติซี่งยังคงมีสถานะทางกฎหมายอยู่ ก็ไม่มีอิทธิพลมากพอที่จะกำจัดความเกี่ยวพันของทหารกับเครือข่ายอาชญากรรมในภาคใต้ของไทย ความเสี่ยงด้านการทุจริตดังกล่าวไม่เพียงแต่จะเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐแล้ว ยังเป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานของฝ่ายความมั่นคงที่มีต่อประชาชนอีกด้วย
องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติมีข้อชี้แนะดังนี้
1) จัดให้มีการกำกับดูแลนโยบายและงบประมาณด้านการป้องกันประเทศโดยพลเรือน
ตั้งแต่การรัฐประการเป็นต้นมา สภาปฏิรูปแห่งชาติ ยังไม่มีการเผยแพร่งบประมาณประจำปี 2558 ซึ่งดูเหมือนว่าข้อมูลส่วนใหญ่ในงบประมาณฉบับนี้จะถูกระบุว่าเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ นอกจากนั้นยังไม่มีคณะกรรมการด้านงบประมาณของรัฐสภาซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบการใช้จ่ายของฝ่ายทหารอีกด้วย ในขณะเดียวกันก็ไม่มีความชัดเจนเรื่องกลไกการตรวจสอบภายในของฝ่ายความมั่นคงเอง
ดังนั้น องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติจึงเสนอให้รัฐบาลไทยตีพิมพ์เผยแพร่งบประมาณประจำปีด้านการทหาร ซึ่งรวมถึงข้อมูลการใช้จ่ายโดยละเอียด ไม่ว่าจะเป็นด้านการวิจัยและออกแบบ การฝึกอบรม เงินเดือน การเข้าซื้อกิจการ การขายทรัพย์สิน, การบำรุงรักษา และการใช้จ่ายของบุคคล
นอกจากนั้นการกำกับดูแลนโยบายป้องกันประเทศโดยฝ่ายพลเรือน การตรวจสอบบัญชีโดยผู้ตรวจสอบภายนอก การกำกับดูแลกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง จะสามารถเป็นหลักประกันได้ว่าการการใช้จ่ายในการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์และเครื่องมือต่างๆเป็นไปอย่างสอดคล้องกับความต้องการด้านยุทธศาสตร์ของประเทศ
2) กำจัดเครือข่ายอาชญากรรมในกองทัพ
รายงานดังกล่าวระบุว่า ในขณะที่มีตัวอย่างที่กว้างขวางที่ชี้ว่าหน่วยทหารหรือบุคลกรจากกองทัพมีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมต่างๆที่มีการจัดตั้งหรือมีความซับซ้อน แต่ก็ไม่ปรากฏหลักฐานใดๆว่า รัฐบาลหรือฝ่ายทหารเองมองว่าปัญหานี้เป็นปัญหาร้ายแรงและลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง มีหลักฐานมากมายเกี่ยวกับความเกี่ยวพันของทหารกับเครือข่ายอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกับยาเสพย์ติด การค้าประเวณี การค้ามนุษย์ และบ่อนเถื่อน ซึ่งอาชญากรรมเหล่านี้มีทหารและบุคลากรของกำลังรบกึ่งทหารทั้งในระดับสูงและระดับล่างเข้ามีส่วนร่วมเป็นส่วนตัว หลักฐานที่มีอยู่ชี้ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้รับเงิน “ค่าคุ้มครอง” อย่างผิดกฎหมายแลกกับการอนุญาตให้การปฏิบัติงานของผู้มีอิธิพล หรือมาเฟีย ดำเนินต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหานี้อาจทำได้ยากเนื่องจากผู้บังคับใช้กฎหมายอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเสียเอง จึงขอเสนอให้ประเทศไทยมีท่าทีที่ชัดเจนให้การกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และพยายามหาทางให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายมีความเป็นอิสระและดำเนินการได้มีผลกระทบมากขึ้น
3) กำหนดหลักเกณฑ์การเลื่อนขั้นที่ชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้เส้นสาย
ขณะนี้มีข้อมูลน้อยมากเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลกรระดับอาวุโสในองค์กรความมั่นคงต่างๆที่มีอยู่ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติเสนอว่าต้องมีกฎหมายที่กระชับรัดกุมในการคัดเลือกเลื่อนขั้นบุคลากรทางทหารในระดับกลางและระดับสูง ด้วยระบบที่เป็นอิสระและโปร่งใส โดยตำแหน่งหน้าที่ และกระบวนการการประเมินผล รวมทั้งการกำกับดูแลที่เป็นอิสระ จะต้องมีการเขียนไว้อย่างเป็นทางการและเผยแพร่ให้ทราบโดยทั่วกัน
นอกจากนั้น รายงานฉบับนี้ยังระบุเรื่องกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้างของฝ่ายความมั่นคงว่า สามารถพัฒนาให้ดีกว่าเดิมได้ ซึ่งปัจจุบันมีหลักฐานว่าในทางปฏิบัติมักจะมีเหล่านายหน้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ก่อนที่หน่วยงานนั้นๆจะแจ้งรายละเอียดเรื่องหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างไปยังกระทรวงกลาโหม จากการสำรวจพบว่าปัญหานี้ได้เพิ่มค่าใช้จ่ายในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างขึ้นสูงถึง 30 – 40 เปอร์เซนต์
องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ยังมองด้วยว่า การคอรัปชันของไทยไม่ใช่แค่เพียงบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐ ทว่ายังกัดกร่อนฐานความรับผิดชอบของรัฐต่อประชาชนชาวไทยลงไปด้วย 
และยังแนะด้วยว่า หากรัฐต้องการสร้างความเข้มเเข็งให้เกิดขึ้นในองค์กร ทุกการจัดซื้อต้องแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส องค์กรภายนอกสามารถตรวจสอบอย่างอิสระ ไม่ถูกคุกคาม และให้มีการลงโทษอย่างจริงจังในกรณีที่พบการทุจริต 
ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และ คสช. ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศราถึงผลสำรวจดังกล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบก่อนว่า องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติใช้หลักเกณฑ์อะไรในการประเมิน และมีจุดไหนบ้างที่พาดพิงกองทัพบก หลังจากนั้นจึงจะรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาให้ทราบ ซึ่งวันนี้ก็มีหลายฝ่ายโทรศัพท์เข้ามาสอบถามข้อมูลในส่วนนี้เช่นกัน

บิ๊กป้อม เผย อนุมัติใบลาออก "พลตรี ส." แล้ว


บิ๊กป้อม เผย อนุมัติใบลาออก "พลตรี ส." แล้ว ส่วน เจ้าตัวหายเงียบ กลางข่าวลือสะพัด /บิ๊กป้อม ระบุไม่มีคนร้องทุกข์กล่าวโทษ "เซียนพระ" เรียกหัวคิวโรงหล่อ ก็ไม่มีอะไรแล้ว อย่าคิดกันไปเอง ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว จากนี้ มูลนิธิฯ จะทำให้ชัดเจน ก่อนส่งมอบให้ ทบ.ดูแลต่อ คงต้องตรวจสอบก่อนรับมอบ
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เผยว่า ได้ลงนามคำสั่งอนุมัติให้"พลตรี ส"ลาออกจากราชการทหาร ตามที่ได้ยื่นใบลาออกแล้ว
ส่วนจะมีทหารคนไหน โดน คดี ม.112 อีกหรือไม่ นั้น ยังไม่รู้จะมีทหารเกี่ยวอีกหรือไม่ แต่ตอนนี้ยังไม่มี เพราะถ้าบอกว่า ไม่มี เพราะในอนาคต มีอีก ก็มาว่าผมอีก
ส่วนอุทยานราชภักดิ์ เรื่องเซียนพระเรียกค่าหัวคิวโรงหล่อนั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่มีคนร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ไม่มีอะไรแล้ว อย่าคิดกันไปเอง ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว
เมื่อถามว่า ได้คุยกับ พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รมช.กห./ปธ.มูลนิธิฯ กับ พลเอกธีรชัย นาควานิช ผบทบ. เรื่องอุทยานฯ ว่าอย่างไร นั้นพลเอกประวิตร กล่าวว่า จากนึ้ มูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ต้องชัดเจนก่อนส่งมอบอุทยานฯให้ทบ.ดูแล เพราะทบ.ก็ต้องรอบคอบก่อนรับ จากนึ้ ก็ต้องมีการตรวจสอบ การทำงานต่างๆที่ผ่านมาก่อน
พลเอกประวิตร ยังตอบโต้ กรณีที่ "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์"และฝ่ายนักการเมือง" ที่ออกมาโจมตี ทหารทุจริต"อุทยานราชภักดิ์" ว่า พูดอะไรก็พูดได้ ไม่รู้เรื่องแล้วพูดได้ไง ยันผมดูแลอยู่ อย่าพูดลอย ๆ ถามผมทำอะไรเสียหาย ทหารทำอะไรเสียหาย ฝากพวกด่าทหารทุจริต ให้ดูแลบ้านเมืองให้ดีอย่าให้ทหารต้องออกมาอีก
"มีรธน.มีเลือกตั้ง ดูแลบ้านเมืองกันให้ดีก็แล้วกัน อย่าให้ทหารต้องเดือดร้อนออกมาอีก"
โวยฝ่ายการเมืองหาช่องโจมตี ยันไม่เพิกเผยทุจริต"ราชภักดิ์" เขามีการตรวจสอบอยู่ แต่ไม่ได้มีใครร้องทุกข์กล่าวโทษ เปรยพวกผมไม่เล่นการเมือง ไม่ต้องมาโจมตีหรอก ทหารไม่มีข้อขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น อย่าโจมตี ทุกวันนึ้ทำทุกอย่างเพื่อประชาชน ชาติมั่นคง นายกฯเหนื่อยทุกวัน แล้วจะเอาอะไรอีก

บิ๊กป้อม สวน"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์"-ฝ่ายการเมือง" ที่ออกมาโจมตีทหารทุจริต"อุทยานราชภักดิ์"


บิ๊กป้อม สวน"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์"-ฝ่ายการเมือง" ที่ออกมาโจมตีทหารทุจริต"อุทยานราชภักดิ์" บอก พูดอะไรก็พูดได้ ไม่รู้เรื่องแล้วพูดได้ไง ยันผมดูแลอยู่ อย่าพูดลอย ๆ ถามผมทำอะไรเสียหาย ทหารทำอะไรเสียหาย ฝากพวกด่าทหารทุจริต ให้ดูแลบ้านเมืองให้ดีอย่าให้ทหารต้องออกมาอีก "มีรธน.มีเลือกตั้ง ดูแลบ้านเมืองกันให้ดีก็แล้วกัน อย่าให้ทหารต้องเดือดร้อนออกมาอีก"...โวยฝ่ายการเมืองหาช่องโจมตี ยันไม่เพิกเผยทุจริต"ราชภักดิ์" เขามีการตรวจสอบอยู่ แต่ไม่ได้มีใครร้องทุกข์กล่าวโทษ เปรยพวกผมไม่เล่นการเมือง ไม่ต้องมาโจมตีหรอก ทหารไม่มีข้อขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น อย่าโจมตี ทุกวันนึ้ทำทุกอย่างเพื่อประชาชน ชาติมั่นคง นายกฯเหนื่อยทุกวัน แล้วจะเอาอะไรอีก เผย พลเอกอุดมเดช คุย พลเอกธีรชัย เตรียมส่งมอบอุทยานฯ แต่ก็ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน รอบคอบก่อนรับ-มอบ
ส่วนอุทยานราชภักดิ์ เรื่องเซียนพระเรียกค่าหัวคิวโรงหล่อนั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า ผมไม่รู้ ไม่มีรายงานมานี่ เพราะต้องเป็นเรื่องของตำรวจ แต่ถ้าไม่มีคนร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ไม่มีอะไร ต้องถามตำรวจ ไม่มีคนร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ไม่มีอะไรแล้ว อย่าคิดกันไปเอง ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว
เมื่อถามว่า ได้คุยกับ พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รมช.กห./ปธ.มูลนิธิฯ กับ พลเอกธีรชัย นาควานิช ผบทบ. เรื่องอุทยานฯ ว่าอย่างไร นั้นพลเอกประวิตร กล่าวว่า จากนึ้ มูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ต้องชัดเจนก่อนส่งมอบอุทยานฯให้ทบ.ดูแล เพราะทบ.ก็ต้องรอบคอบก่อนรับ เพราะเมื่อรับมาแล้ว ก็ต้องมาขี้แจงต่อได้ด้วย
จากนึ้ ก็คงต้องมีการตรวจสอบ การทำงานต่างๆที่ผ่านมาก่อน ให้ชัดเจนก่อนจะมีการส่งมอบ อุทยานฯกัน ก็ไม่น่ามีอะไร เพราะไม่มีใครร้องทุกข์กล่าวโทษ ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องให้คณะกรรมการมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์มาชี้แจงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ต้อง เรื่องนี้ตนคงไม่ต้องลงไปตรวจสอบ เพราะตนเป็น รมว.กลาโหม แล้วนี่เป็นเรื่องของมูลนิธิอุทยานฯ ที่ พลเอกอุดมเดช รมช.กห.ดำเนินการมาตอนที่เป็น ผบทบ. แล้วเริ่องนี้ไม่เกี่ยวกลาโหม ผมคงไม่ต้องลงไปดูอะไรหรอก เพราะปกติเรื่องที่เกี่ยวข้อง หรือรายงานมส กว่าเรื่องจะมาถึงตนก็ต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ และต้องผ่าน ปลัดกระทรวงกลาโหมก่อน
แต่นี่ หาก พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ไม่ติดขัดอะไร เขาก็ทำของเขาไป ในส่วนของทบ.เขา
เมื่อถามว่า มั่นใจ 100% หรือไม่ว่าโครงการอุทยานราชภักดิ์ไม่มีการทุจริต พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ผมไม่เห็น ผมไม่เห็นมีใครไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ผมจะไปยืนยันได้ยังไง เพราะผมไม่ใช่คนดำเนินการ แต่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เป็นคนทำ ตอนเป็น ผบทบ. ซึ่งท่านก็บอกว่าทุกอย่างเรียบร้อย ผมชี้แจงได้ทั้งหมด ครับ แล้วจะเอาอะไรอีกหล่ะ

"บิ๊กหมู"ขยาดรับดูต่ออุทยานราชภักดิ์

บิ๊กหมู ขยาด รับมอบ อุทยานราชภักดิ์ ให้ทบ.ดูแลต่อ......บิ๊กป้อม ยัน ต้องชัดเจน รอบคอบ ก่อนมูลนิธิฯส่งมอบให้ทบ.ดูแล
บิ๊กป้อม เผย ผบทบ.ขอตรวจสอบ ให้รอบคอบ ก่อนรับมอบ"อุทยานราชภักดิ์"จาก"พลเอกอุดมเดช" ในนามมูลนิธิฯ เพราะคนส่ง ต้องทำให้ชัดเจน ส่วนคนรับต้องรอบคอบ ถ้า ผบทบ.ไม่ติดขถด ก็ดำเนินการต่อเลย /โบ้ยตอบมั่นใจ100%อุทยานราชภักดิ์ไม่มีทุจริตหรือไม่ บอกผมไม่ใช่คนดูแลจะยืนยันได้ไง และไม่มีใครร้องทุกข์กล่าวโทษ/สวน"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์"-ฝ่ายการเมือง" ที่ออกมาโจมตีทหารทุจริต"อุทยานราชภักดิ์" บอก พูดอะไรก็พูดได้ ไม่รู้เรื่องแล้วพูดได้ไง ยันผมดูแลอยู่ อย่าพูดลอย ๆ ถามผมทำอะไรเสียหาย ทหารทำอะไรเสียหาย ฝากพวกด่าทหารทุจริต เปรยเมื่อ มีรธน. เลือกตั้งแล้ว ให้ดูแลบ้านเมืองให้ดี อย่าให้ทหารต้องออกมาอีก .โวยฝ่ายการเมืองหาช่องโจมตี ยันไม่เพิกเผยทุจริต"ราชภักดิ์" เขามีการตรวจสอบอยู่ แต่ไม่ได้มีใครร้องทุกข์กล่าวโทษ เปรยพวกผมไม่เล่นการเมือง ไม่ต้องมาโจมตีหรอก ทหารไม่มีข้อขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น อย่าโจมตี ทุกวันนึ้ทำทุกอย่างเพื่อประชาชน ชาติมั่นคง นายกฯเหนื่อยทุกวัน แล้วจะเอาอะไรอีก /บิ๊กป้อม อนุมัติใบลาออก "พลตรี ส." แล้ว เจ้าตัวหายเงียบ กลางข่าวลือสะพัด/บิ๊กป้อม ระบุไม่มีคนร้องทุกข์กล่าวโทษ "เซียนพระ" เรียกหัวคิวโรงหล่อ ก็ไม่มีอะไรแล้ว อย่าคิดกันไปเอง ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว
ที่กระทรวงกลาโหม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี เซียนพระเรียกค่าหัวคิวโรงหล่ออุทยานราชภักดิ์ ว่า ผมไม่รู้ ไม่มีรายงานมานี่ เพราะต้องเป็นเรื่องของตำรวจ แต่ถ้าไม่มีคนร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ไม่มีอะไร ต้องถามตำรวจ ไม่มีคนร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ไม่มีอะไรแล้ว อย่าคิดกันไปเอง เพราะทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว
เมื่อถามว่า ได้คุยกับ พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รมช.กห./ปธ.มูลนิธิฯ กับ พลเอกธีรชัย นาควานิช ผบทบ. เรื่องอุทยานฯ ว่าอย่างไร นั้นพลเอกประวิตร กล่าวว่า จากนึ้ มูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ต้องชัดเจนก่อนส่งมอบอุทยานฯให้ทบ.ดูแล เพราะทบ.ก็ต้องรอบคอบก่อนรับ เพราะเมื่อรับมาแล้ว ก็ต้องมาขี้แจงต่อได้ด้วย
จากนึ้ ก็คงต้องมีการตรวจสอบ การทำงานต่างๆที่ผ่านมาก่อน ให้ชัดเจนก่อนจะมีการส่งมอบ อุทยานฯกัน ก็ไม่น่ามีอะไร เพราะไม่มีใครร้องทุกข์กล่าวโทษ ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องให้คณะกรรมการมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์มาชี้แจงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ต้อง เรื่องนี้ตนคงไม่ต้องลงไปตรวจสอบ เพราะตนเป็น รมว.กลาโหม แล้วนี่เป็นเรื่องของมูลนิธิอุทยานฯ ที่ พลเอกอุดมเดช รมช.กห.ดำเนินการมาตอนที่เป็น ผบทบ. แล้วเริ่องนี้ไม่เกี่ยวกลาโหม ผมคงไม่ต้องลงไปดูอะไรหรอก เพราะปกติเรื่องที่เกี่ยวข้อง หรือรายงานมส กว่าเรื่องจะมาถึงตนก็ต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ และต้องผ่าน ปลัดกลาโหมก่อน
แต่นี่ หาก พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ไม่ติดขัดอะไร เขาก็ทำของเขาไป ในส่วนของทบ.เขา
เมื่อถามว่า มั่นใจ 100% หรือไม่ว่าโครงการอุทยานราชภักดิ์ไม่มีการทุจริต พลเอกประวิตร กล่าวว่า ผมไม่เห็นมีใครไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ผมจะไปยืนยันได้ยังไง เพราะผมไม่ใช่คนดำเนินการ แต่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เป็นคนทำ ตอนเป็น ผบทบ. ซึ่งท่านก็บอกว่าทุกอย่างเรียบร้อย ผมชี้แจงได้ทั้งหมด ครับ แล้วจะเอาอะไรอีกหล่ะ
ส่วนกรณีที่ ฝ่ายการเมือง และ พล ต อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส ออกมาโจมตี ทหารทุจริตในโครงการอุทยานราชภักดิ์นี้ นั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า พูดอะไรก็พูดได้ ไม่รู้เรื่องแล้วพูดได้ไง ทำไมผมจะไม่ดูแล ผมดูแลอยู่ อย่าพูดลอย ๆ
"ผมทำอะไรเสียหาย ทหารทำอะไรเสียหาย ไว้ให้"มีรธน.มีเลือกตั้ง แล้วก็ฝากดูแลบ้านเมืองกันให้ดีก็แล้วกัน อย่าให้ทหารต้องเดือดร้อนออกมาอีก".
พลเอก ประวิตร กล่าวว่า ฝ่ายการเมืองหาช่องโจมตี แต่เขามีการดูแล มีกรรมการดูแล ตรวจสอบได้ และเขาพร้อมชี้แจงอยู่แล้ว แต่ไม่ได้มีใครร้องทุกข์กล่าวโทษ
"พวกผมไม่เล่นการเมือง ไม่ต้องมาโจมตีหรอก ทหารไม่มีข้อขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น อย่าโจมตี ทุกวันนึ้ทำทุกอย่างเพื่อประชาชน ชาติมั่นคง นายกฯเหนื่อยทุกวัน แล้วจะเอาอะไรอีก" พลเอกประวิตร กล่าว
พลเอกประวิตร ในฐานะ รมว.กลาโหม เผยว่า ได้ลงนามคำสั่งอนุมัติให้"พลตรี ส" ลาออกจากราชการทหาร ตามที่ได้ยื่นใบลาออกแล้ว
ส่วนจะมีทหารคนไหน โดน คดี ม.112 อีกหรือไม่ นั้นพลเอกประวิตร กล่าวว่า ยังไม่รู้จะมีทหารเกี่ยวอีกหรือไม่ แต่ตอนนี้ยังไม่มี เพราะถ้าบอกว่า ไม่มี เพราะในอนาคต มีอีก ก็มาว่าผมอีก