PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559

อียูส่งจดหมายเตือนไทยเร่งแก้ปัญหาประมงอย่างเร่งด่วนและจริงจัง

อียูส่งจดหมายเตือนไทยเร่งแก้ปัญหาประมงอย่างเร่งด่วนและจริงจัง
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นายคาร์เมนู เวลลา กรรมาธิการประมงของสหภาพยุโรป หรืออียูและนางมาเรียน ทิสเซน กรรมาธิการกิจการสังคม ได้ส่งจดหมายถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรษ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อเตือนให้ไทยเร่งแก้ไขปัญหาแรงงานในภาคกิจการประมง มิเช่นนั้นจะต้องเผชิญกับการที่อียูจะไม่นำเข้าสินค้าประมงจากไทย
ทั้งนี้ บีบีซีไทย ได้สอบถามไปยังสำนักงานโฆษกของทีมงานโฆษกของนายคาร์เมนู เวลลา กรรมาธิการประมงของอียู ได้รับคำยืนยันว่าได้ส่งจดหมายดังกล่าวจริงในวันนี้
สำนักข่าวเอพีรายงานอีกว่านายเวลลา และนางทิสเซน ระบุในจดหมายว่า การเจรจาของอียูกับทางการไทยในเรื่องการแก้ปัญหาการละเมิดแรงงานในอุตสาหกรรมประมงในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการนำเสนอมาตรการที่เป็นรูปธรรมและชัดเจน เอพีระบุด้วยว่า แม้ไทยและอียูจะได้เจรจากันมาเป็นเวลาหลายเดือน แต่อียูยังไม่พอใจความคืบหน้าในการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ไม่มีการรายงาน หรือไร้การควบคุม (ไอยูยู ) ของไทย โดยในจดหมายของอียูที่ส่งถึง
พล.อ.ประวิตร ยังระบุด้วยว่าหากไทยยังไม่มีความชัดเจนในการเจรจาเรื่องนี้ในเดือนหน้าและไม่ดำเนินกระบวนการที่เป็นรูปธรรมภายในสิ้นปี อียูก็อาจห้ามนำเข้าสินค้าประมงไทย
ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวถึง กรณีที่ พล.อ.ประวิตร ได้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่าได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ไทยที่ประชุมร่วมกับสหภาพยุโรปหรืออียูว่า อียูจะยังไม่ออกใบแดงแก่ไทยและจะขยายระยะเวลาประเมินมาตรการแก้ปัญหาไอยูยู ต่อไปให้อีก 6 เดือน โดย พล.ต.คงชีพ ชี้แจงว่า อียูยังมิได้แจ้งผลการประเมินเป็นให้ใบเหลืองหรือใบแดงแต่อย่างใด ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวมาจากการที่คณะผู้แทนไทย ได้เดินทางไปประชุมร่วมกับผู้แทนอียู เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ในการแก้ปัญหาการประมงของไทย ในระหว่างวันที่ 17 - 19 พ.ค.
พล.ต. คงชีพ กล่าวว่าคณะผู้แทนอียูได้เห็นถึงความความตั้งใจและความพยายามของไทย ในการแก้ปัญหาตามคำแนะนำของอียูตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้มีความพึงพอใจในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ขอย้ำและสร้างความเข้าใจกับสื่อมวลชนว่า ประเทศไทยยังมิได้หลุดพ้นจากสถานะใบเหลืองของอียูแต่อย่างใด โดยยังคงต้องรอการประเมินจากคณะผู้แทนอียู ที่จะเดินทางมาประเมินและแจ้งผลให้ทราบภายในเดือน ก.ค. นี้ ‪#‎IUU‬

"พลเอกประวิตร” ยัน โยกย้ายตำรวจ จบแล้วนายกฯไม่ต้องลงมาดู ผมดูแลได้

"พลเอกประวิตร” ยัน โยกย้ายตำรวจ จบแล้ว นายกฯไม่ต้องลงมาดู ผมดูแลได้ ไม่กังวล ยัน คสช.ไม่แทรกแซง ให้ ผบ.ตร.จัดการเอง เราดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น ชี้ ปัญหาอยู่ที่ระบบฐานข้อมูลเก่าเก็บ ระบุ คนไม่พอใจที่มีปัญหาแต่คนไม่มีการเคลื่อนไหว
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว. กลาโหม ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)กล่าวถึงบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ ที่ยังมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับรายชื่ออยู่ ว่า ไม่กังวล เพราะเรื่องนี้ถือว่าจบแล้ว
ส่วนที่มีตำรวจบางรายที่มีคดีความผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่ได้รับการแต่งตั้งนั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า เป็นเพราะยังไม่ถูกปลดออกจากราชการ ซึ่งตำแหน่งยังอยู่ที่เดิม แต่เปลี่ยนจากฝ่ายกองกำลังมาเป็นฝ่ายอำนวยการ
"เรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร อาจมีคนไม่พอใจบ้างในการแต่งตั้งจึงเกิดปัญหา
ทั้งนี้ เชื่อว่าไม่มีการออกมาเคลื่อนไหวแน่นอน เรื่องการแต่งตั้งมีปัญหาเพราะระบบข้อมูลนี้ไม่เคยทำมา 30 ปีแล้ว ฐานข้อมูลจึงมีหลายแห่งที่เป็นข้อมูลที่เก็บไว้นานแล้ว ปัญหาอยู่ที่ระบบ
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นอำนาจของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. โดยทางรัฐบาล คสช.และผม ไม่ได้เข้าไปก้าวก่าย หากผบ.ตร.ไม่สามารถจัดการได้ต้องรายงานมาที่ผม เพื่อรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบต่อไป
พลเอกประวิตร กล่าวว่า มันมีปัญหาตรงคนมันเยอะ มีคนไม่ถูกใจ จะถูกใจทุกคนไม่ได้ ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันนั้นพูดกันเอง เป็นแบบนี้ทุกที่ เพราะคนไม่ได้ตามที่ตัวเองต้องการ เราทำดีเต็มที่แล้ว การโยกย้ายทั้งหมดผบ.ตร.ต้องรับผิดชอบ ใครจะรู้ดีกว่า ผบ.ตร.
"ผมก็ดูอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ แต่เชื่อว่าเรียบร้อย จบแล้ว"
ส่วนกรณีที่นายกฯบอกว่า ถ้ายังไม่เรียบร้อย นายกฯจะจัดการเองนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ผมคุยกับนายกฯแล้ว ไม่มีปัญหา ผมดูแลได้ ตอนนี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว

"รมว.กลาโหมญี่ปุ่น-ไทย"ออกคำแถลงร่วม ความร่วมมือความมั่นคงและการทหาร



"รมว.กลาโหมญี่ปุ่น-ไทย"ออกคำแถลงร่วม ความร่วมมือความมั่นคงและการทหาร /เห็นพ้อง มติประชุม รมว.กลาโหมอาเซียน ที่ลาว ในการรักษาความสงบ สันติในทะเลจีนใต้/ ส่วนกับกองทัพไทย จะจัดให้มี Staff Talks ระหว่างกองทัพบก - กองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่น/ เตรียมฝึกร่วม พหุภาคี ญี่ปุ่น-ลาว-รัสเซีย-ไทย ด้านบรรเทาสาธารณภัยและการแพทย์ทหาร กย.นี้ ที่ชลบุรี/ญี่ปุ่นจะส่งเรือพยาบาลขนาดใหญ่ เข้าร่วมฝึกด้วย/ทบ.ไทย เตรียมส่งทหาร เข้าสังเกตการณ์การฝึก Nankai Rescue ที่ญี่ปุ่น กค.59 โดย เสธ.ทอ.ญี่ปุ่น เตรียมเยือนไทย/. ร่วมมือพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์และ เทคโนโลยีป้องกันประเทศ
ที่กลาโหม. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้การต้อนรับ นาย Gen Nakatani รมว.กลาโหม ญี่ปุ่น. โดยมีการจัดแถวทหารกองเกียรติยศ สามเหล่าทัพ โดยใ้ห้ความสำคัญ ด้วยการที่ทั้ง รมช.กลาโหม ปลัดกลาโหม ผบ.ทบ. ผบ.ทร.และ ผบ.ทอ. ร่วมต้อนรับและหารือด้วย
จากนั้นได้มีการ ออก คำแถลงข่าวร่วม
กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น
กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรไทย
นาย Gen NAKATANI รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น และ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีการประชุมหารือระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ
เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๙ ที่ กรุงเทพฯ โดยทั้งสองฝ่ายได้มี การแลกเปลี่ยนมุมมองในหลายๆ ด้าน รวมทั้งการเสริมสร้างความร่วมมือในภูมิภาคและความร่วมมือระดับทวิภาคี
1. ภาพรวม
ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อพัฒนาการความร่วมมือด้านการทหารและการแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคงและการทหาร บนพื้นฐานของการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกันมาอย่างยาวนาน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นชี้แจงเกี่ยวกับกฎพื้นฐานสำหรับกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น ในการแสดงบทบาทเชิงรุกเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพของประชาคมระหว่างประเทศ โดยกฎหมาย
เพื่อสันติภาพและความมั่นคง ได้มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๙
2. ความมั่นคงในภูมิภาค
ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการรักษาระเบียบระหว่างประเทศ บนพื้นฐานของหลักกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค และผลประโยชน์ร่วมกับนานาประเทศ
นอกจากนั้น ทั้งสองฝ่ายได้ตระหนักถึงความสำคัญต่อเสรีภาพในการเดินเรือและเดินอากาศ กฎเสรีทางการค้า และการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทอย่างสันติโดยปราศจากการใช้กำลังและการบีบบังคับบริเวณทะเลจีนใต้ บนพื้นฐานของหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต่อความสำคัญของความร่วมมือในกรอบการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียน กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมประเทศคู่เจรจา (ADMM - Plus) และความร่วมมืออื่นๆ ภายใต้กรอบการประชุมฯ ดังกล่าว รวมทั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านภายใต้กรอบการประชุม ADMM-Plus
3. ความร่วมมือด้านการทหารระดับทวิภาคี
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต่อการสนับสนุนการประชุมหารืออย่างใกล้ชิดและการเสริมสร้างความร่วมมือภายใต้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประชุมทวิภาคีด้านการเมืองและความมั่นคงประจำปี ระหว่างไทย - ญี่ปุ่น (PM/MM)
ทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการเข้าร่วมของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นในการฝึกCobra Gold และเห็นพ้องที่จะสนับสนุนความร่วมมือในด้านต่างๆ อันเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือทวิภาคี และการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการร่วมมืออย่างต่อเนื่องและใกล้ชิดในการจัดการฝึกระดับพหุภาคีโดยญี่ปุ่นจะเป็นประธานร่วมในการจัดการฝึกภายใต้กรอบคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (EWG on HADR)
และไทยจะเป็นประธานร่วมในการจัดการฝึกภายใต้กรอบคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทหาร (EWG on MM) ภายใต้กรอบ ADMM-Plus ใน กันยายน ปีนี้
มีรายงานว่า การฝึกนี้ เป็นการฝึกร่วมที่มี ไทย รัสเซีย ลาว ญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพร่วม ทั้งภัยพิบัติ และการแพทย์ทหาร. โดยมีทหารจากประเทศในอาเซี่ยน 10 ประเทศ และ คู่เจรจา 8 ประเทศ รวมกว่า 2,000. คน. ในกลางเดือน กย.นี้ที่ สัตหีบ ชลบุรี.
นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ร่วม ยังระบุว่า รวมทั้งยินดีต่อผลลัพธ์ที่ได้จากการสัมมนาเกี่ยวกับกฎหมายการบินระหว่างประเทศ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๙ และการให้ความช่วยเหลือในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านนิรภัยการบิน ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๙
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายการให้ความช่วยเหลือในการเสริมสร้างขีดความสามารถ อันจะนำไปสู่การรักษาระเบียบซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการจัดตั้งกลไกการหารือ (Staff Talks) ระหว่างกองทัพบก - กองกำลังป้องกันตนเองทางบกญี่ปุ่น รวมทั้งยืนยันที่จะประสานงานเพื่อให้มีการจัดการหารือระหว่างกันในโอกาสแรก
ทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะส่งผู้แทนจากกองทัพบกเข้าร่วมสังเกตการณ์การฝึก Nankai Rescue ซึ่งเป็นการฝึกด้านการบรรเทาภัยพิบัติ โดยกำหนดจัดขึ้นในห้วงเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๙ โดยกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต่อการเดินทางเยือนไทยของเสนาธิการทหารอากาศของญี่ปุ่น ในห้วงปี ๒๕๕๙
ทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะให้มีการหารือระดับคณะทำงานร่วมกันต่อไป เพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีป้องกันประเท

ซูจีจะไปเยี่ยมแรงงานเมียนมาที่มหาชัย ระหว่างเยือนไทยปลายเดือนนี้

ซูจีจะไปเยี่ยมแรงงานเมียนมาที่มหาชัย ระหว่างเยือนไทยปลายเดือนนี้
เว็บไซต์สำนักข่าวอิระวดีรายงานว่า นางออง ซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมา จะเดินทางเยี่ยมชุมชนแรงงานชาวเมียนมาในไทย ซึ่งอาจเป็นที่ ต. มหาชัย จ. สมุทรสาคร ระหว่างการเยือนไทยในวันที่ 23-25 มิถุนายนนี้
ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาระบุว่า การเยือนดังกล่าวจะมีขึ้นเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเมียนมา ซึ่งมีประเด็นเรื่องแรงงานข้ามชาติเข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญต่อความร่วมมือของสองประเทศ โดยนางซูจีจะเดินทางไปรับฟังปัญหาของแรงงานชาวเมียนมาโดยตรง หลังจากที่เคยได้ไปเยือนย่านแรงงานประมงที่มหาชัยมาแล้วเมื่อปี 2555 และในครั้งนั้น เธอได้ให้คำมั่นว่าจะแก้ไขปัญหาสิทธิแรงงานในต่างประเทศ เมื่อได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว
ด้านนายเส่ง เต ประธานเครือข่ายสิทธิแรงงานข้ามชาติ (MWRN) ระบุว่า แรงงานชาวเมียนมาในไทยซึ่งมีประมาณ 3 ล้านคนต่างเชื่อว่า นางซูจีจะช่วยจัดการแก้ไขปัญหาการกดขี่แรงงานชาวเมียนมาอย่างจริงจัง โดยอาจเจรจากับทางการไทยให้มีการออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองแรงงานข้ามชาติมากขึ้น รวมทั้งรับประกันสิทธิในการเข้าถึงระบบบริการสาธารณสุขและการศึกษาสำหรับลูกหลานของแรงงานเมียนมาในระยะยาว
(ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ - นางออง ซาน ซูจี ขณะเยือนค่ายผู้อพยพชาวเมียนมาที่แม่ลา เมื่อปี 2555)

ประยุทธ์เปรียบรัฐบาลเหมือน “พระมหาชนก” ว่ายน้ำพาคนทั้งชาติขึ้นฝั่ง

ประยุทธ์เปรียบรัฐบาลเหมือน “พระมหาชนก” ว่ายน้ำพาคนทั้งชาติขึ้นฝั่ง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังจากที่นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและคณะเข้าพบ เพื่อประชาสัมพันธ์ละครเรื่อง “พระมหาชนก”จากบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า “ ภายใต้ความอดทนเราต้องมีความพยายาม พระมหาชนกว่ายน้ำด้วยความเพียร ไม่รู้กี่วันกี่คืน เหมือนกับรัฐบาล คสช. ซึ่งกำลังว่ายน้ำเพื่อให้คนทั้งชาติถึงฝั่ง และเพื่อนำพาให้คนอื่นปลอดภัยด้วย”
พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ให้คำแนะนำแก่กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งจะเปิดแสดงละครเรื่อง “พระมหาชนก” ให้ประชาชนเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่โรงละครแห่งชาติ ในวันที่ 9 มิ.ย. เวลา 14.00 น. นี้ว่า ต้องรักษาศิลปะดั้งเดิมและแทรกความทันสมัยเข้าไปด้วย เพื่อสร้างความประทับใจ และเพื่อให้ละครเป็นแบบอย่างด้านความเพียร ความวิริยะ อุตสาหะ และเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนของประชาชน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เชิญชวนให้ประชาชนร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของกระทรวงวัฒนธรรมที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี โดยพร้อมเพรียงกัน ในวันที่ 9 มิ.ย. นี้

วีระตั้งคำถามโครงการรถไฟความเร็วสูง

‘วีระ สมความคิด’ ถาม คนที่เคยตั้งคำถามนโยบาย ยิ่งลักษณ์ ตอนนี้หายไปไหนหมด?

วันที่: 7 มิ.ย. 59 เวลา: 10:40 น.

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ได้โพสต์ความเห็นลงเฟซบุ๊ก “Veera Somkwamkid” กรณีการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลจากนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ และรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯถึงความคุ้มค่าในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเส้นเชียงใหม่ว่า

สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ – เชียงใหม่ ระยะทาง 745 ก.ม.ในราคาค่าก่อสร้าง 387,821 ล้านบาท หรือราคาค่าก่อสร้างก.ม.ละ 521 ล้านบาท ปรากฏว่ามีเสียงคัดค้านจากประชาชนไทยในหลายภาคส่วนของสังคมไทย โดยอ้างว่าราคาค่าก่อสร้างสูงเกินจริง และเกรงว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์จะมีการแอบหาผลประโยชน์โดยมิชอบ มีผลทำให้โครงการดังกล่าวต้องยุติลง

ต่อมาภายหลังการรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญโดย พล.อ.ประยุทธ์ รัฐบาลนายกฯประยุทธ์ ก็รื้อฟื้นทำโครงการฯแบบเดียวกัน ในระยะทาง 672 ก.ม.(สั้นกว่าโครงการของยิ่งลักษณ์ถึง 73 ก.ม.) แต่กลับมีราคาค่าก่อสร้างสูงถึง 530,000 ล้านบาท (ราคาสูงกว่าของยิ่งลักษณ์ถึง 142,179 ล้านบาท) ราคาค่าก่อสร้างตก ก.ม.ละ 789 ล้านบาท สูงกว่าของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ถึงก.ม.ละ 268 ล้านบาท

บรรดาพี่น้องคนไทยทั้งหลายที่เคยต่อต้านโครงการฯดังกล่าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขณะนี้พากันหายหน้าไปไหนหมด ไม่มีผู้ใดสงสัยในราคาที่สูงเกินจริงอย่างมหาศาลเลยหรือ ราคาค่าก่อสร้างที่แพงกว่ากันเกือบ 150,000 ล้านบาท มันจะไม่มีการทุจริตกันเชียวหรือ?

ถ้ามีการโกงกันจริง เงินจำนวนเกือบหนึ่งแสนห้าหมื่นล้านบาท จะไปเข้ากระเป๋าของใครบ้าง ไม่อยากรู้ว่ามีใครโกงกันบ้างเลยหรือ?

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ยูเครนจับกุมชายฝรั่งเศสวางแผนก่อวินาศกรรมช่วงแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016

ยูเครนจับกุมชายฝรั่งเศสวางแผนก่อวินาศกรรมช่วงแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016
เจ้าหน้าที่ทางการยูเครนเปิดเผยว่า ชายชาวฝรั่งเศสผู้หนึ่งที่ทางการยูเครนจับกุมตัวไว้เมื่อเดือนที่แล้วในข้อหามีอาวุธในครอบครองจำนวนมาก ได้รับสารภาพว่ามีแผนก่อวินาศกรรมในฝรั่งเศส ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันศุกร์นี้
ชายวัย 25 ปีคนดังกล่าว ถูกจับกุมที่บริเวณพรมแดนระหว่างยูเครนและโปแลนด์ โดยจากการสืบสวนพบว่า เขาเป็นคนงานในฟาร์มของสหกรณ์แห่งหนึ่งในฝรั่งเศส และไม่มีประวัติอาชญากรรมมาก่อน อย่างไรก็ตาม ชายผู้นี้มีแนวคิดชาตินิยมสุดโต่ง และมีอาวุธในครอบครองเป็นจำนวนมาก มีทั้งปืนกลหลายกระบอกพร้อมกระสุนและระเบิดทีเอ็นทีน้ำหนัก 125 กิโลกรัม
ชายคนดังกล่าวยอมรับว่า ได้วางแผนโจมตีสถานที่สำคัญในฝรั่งเศสราว 15 จุด รวมทั้งสะพาน มอเตอร์เวย์ มัสยิด และโบสถ์ยิวด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าเขามีแผนโจมตีสถานที่แข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ด้วยหรือไม่
ตำรวจยูเครนได้ตั้งข้อหาลักลอบขนอาวุธข้ามพรมแดนและข้อหาก่อการร้ายแก่ชายคนดังกล่าวแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจฝรั่งเศสระบุว่ายังไม่ได้รับรายละเอียดจากทางการยูเครนในเรื่องนี้ และตั้งข้อสงสัยว่า ชายคนดังกล่าวอาจไม่ได้เป็นผู้ก่อการร้าย แต่เป็นเพียงผู้ลักลอบค้าอาวุธเท่านั้น
ด้านประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลองด์ของฝรั่งเศสกล่าวเมื่อวานนี้ (5 มิ.ย.) ว่า ความเสี่ยงต่อภัยก่อการร้ายระหว่างการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 นั้นมีอยู่ แต่ไม่ควรจะหวาดกลัวกันมากจนเกินไป โดยได้มีการยกระดับการรักษาความปลอดภัยในประเทศแล้ว
(ภาพประกอบ - หน่วย SUB ของยูเครน เข้าจับกุมชายต้องสงสัยวางแผนก่อวินาศกรรมในฝรั่งเศส)

"ต้องเป็นผู้นำที่แตกต่าง



"ต้องเป็นผู้นำที่แตกต่าง ถ้าเป็นแล้วไม่ทำอะไรที่แตกต่าง ก็อย่าเป็น แต่ต้องอยู่ในกรอบของความเป็นธรรม.....ประเทศไทยต้องมีที่ยืนที่พูด พูดแล้วคนต้องฟัง" : พลเอก ประยุทธ์ กล่าวไว้ เมื่อกี้
"หน้าที่ของผม ที่ผมเข้ามา คือการมาแก้ไขปัญหา ปชต.ที่หมักหมม ทำประชาธิปไตยให้ดีกว่าเดิม จากเดิมที่ได้แต่อ้าง ปชต."
"นักการเมือง ดี หรือ ไม่ดี ท่านก็เลือกเองแล้วกัน แต่ที่ทำมา นั้นไม่ได้ทำให้ตัวเองให้ รัฐบาล เลือกตั้งที่จะมา ผมไม่ได้อะไีรเลยสักอย่าง แต่ได้ความสุข ที่ได้ทำให้ลูกหลาน ทำให้อาเซี่ยน ประเทศไทยต้องมีที่ยืนที่พูด พูดแล้วคนต้องฟัง"
"ต้องเป็นผู้นำที่แตกต่าง ถ้าเป็นแล้วไม่ทำอะไรที่แตกต่าง ก็อย่าเป็น แต่ต้องอยู่ในกรอบของความเป็นธรรม"พลเอกประยุทธ์ กล่าว
@งาน วันต่อต้านการค้ามนุษย์

บิ๊กหมู ประชุม ผบ.หน่วยขึ้นตรงทบ.ชื่นชมการทำงานเพื่อปชช. มีประสิทธิภาพ สมเป็น "ทีมทบ." อย่างแท้จริง



บิ๊กหมู ประชุม ผบ.หน่วยขึ้นตรงทบ.ชื่นชมการทำงานเพื่อปชช. มีประสิทธิภาพ สมเป็น "ทีมทบ." อย่างแท้จริง
สั่งทหารเร่ง เดินหน้า โครงการประชารัฐ หมู่บ้านละ2แสน ให้เป็นไปตามความต้องการของประชาคมหมู่บ้าน ส่วนตำบลละ5 ล้าน กกล.รส.ยังคงเดินหน้า คืบแล้ว 72% ส่วน ศบภ.ทบ.นำทุกส่วนราชการ ภาคปชช. ฝึกบรรเทาสาธารณภัย บนอาคารสูงและในเมือง17-26 มิย.นี้ ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น /สั่งปราบมาเฟีย ต่อ ลั่นต้องให้เกรงกลัวต่อกม.บ้านเมือง สั่งคุมเข้มร้านที่ เปิดเกินเวลา ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มาทำลายความสงบสุขของประเทศ/ให้กำลังใจทหารใต้
ที่ บก.ทบ. พลเอกธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุม ผบ.หน่วยขึ้นตรง ทบ. โดยได้ชื่นชม การทำงานของ ทบ.ผ่านมากลไกการทำงานได้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามระบบ
"ถือว่ากำลังพลทุกคน “เป็นทีมงาน กองทัพบกอย่างแท้จริง”
พันตรีหญิง มญชุ์พิชา นราแย้ม ผช.โฆษก ทบ. กล่าวว่า กองทัพบกจะยังคงเป็นหน่วยงานหลักที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและดูแลประชาชนในทุกพื้นที่อย่างเต็มที่
"การทำงานของทหารให้ยืนอยู่ข้างประชาชน ช่วยให้ประชาชนประกอบอาชีพได้อย่างสุจริต จะเห็นได้ว่าในทุกความเดือดร้อน ทุกภัยพิบัติ ทหารได้เข้าไปดูแลช่วยเหลืออย่างจริงจัง พยายามทำให้ปัญหาทุกเรื่องสามารถแก้ไขได้
ในระดับพื้นที่ โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากส่วนราชการต่างๆ
จึงขอให้ดำรงการทำงานในลักษณะนี้ควบคู่ไปกับงานในภาระหน้าที่ของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายหรือจัดระเบียบสังคม "
ผบทบ.ยังกำชับให้เพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายกับที่ผู้บุกรุกป่า การทวงคืนพื้นที่ป่าให้กลับมาเป็นสมบัติของส่วนรวม รวมทั้งการดูแลแหล่งท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานและไม่มีผู้ใดมาแสวงประโยชน์ส่วนตน หรือการนำทรัพยากรของส่วนรวมกลับคืนมา
ส่วนภารกิจในด้านการทหาร ซึ่งในปีที่ผ่านมากองทัพบกจัดให้มีการฝึกกรมทหารราบเฉพาะกิจ และกรมทหารม้าเฉพาะกิจ การฝึกดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของกำลังพล ยุทโธปกรณ์ การบังคับบัญชา และศักยภาพในภารกิจทางทหาร ซึ่งกองทัพบกจะดำรงการฝึกในลักษณะนี้ต่อไป รวมถึงการฝึกเฉพาะกลุ่ม เช่น หน่วยทหารขนาดเล็ก เพื่อให้ครอบคลุมในทุกมิติของการปฏิบัติการทางทหาร และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือประชาชน
ผบทบ.ยังขอบคุณกำลังพล และผู้บังคับหน่วยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สามารถดูแลสถานการณ์ ปฏิบัติการเชิงรุก และบริหารจัดการสถานการณ์ต่างๆ
ได้เป็นอย่างดี ภาพรวมของสถานการณ์ดีขึ้นมา ประชาชนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ขอให้ดำรงการปฏิบัติต่อไป ควบคู่ไปกับการพูดคุยทำความเข้าใจ การพัฒนาในพื้นที่ และให้เข้มงวดในการ
ดำเนินการต่อผู้กระทำผิดกฎหมายอื่นๆ เช่น บ่อนการพนัน ยาเสพติด สินค้าหนีภาษี และสิ่งของผิดกฎหมายต่างๆ ซึ่งจะเป็นส่วนสนับสนุนให้สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คสช.แจง กรณี"วัฒนา-จาตุรนต์-พิชัย"



คสช.แจง กรณี"วัฒนา-จาตุรนต์-พิชัย"
คสช.ยังไม่มีแผนยกเลิก การอายัดบัญชี หรือห้ามทำธุรกรรมทางการเงินของบุคคลที่มีชื่อในคำสั่ง คสช. โดยให้แค่ไปต่างประเทศ โดยไม่ต้องขออนุญาตคสช.เท่านั้น ยันไม่ก้าวล่วง"พิชัย"ไปฮ่องกง หากไม่ทำอะไรที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย/เตือน"วัฒนา เมืองสุข" อาจถูกฟ้อง หากทำใคร เสียหาย /ยัน ยังไม่ให้ พาสปอร์ต "จาตุรนต์" ยังติดขัดเรื่องข้อกม.-คำสั่งศาล/ เผย"พลเอกธีรชัย"สั่ง กกล.รส. อย่าให้ฝ่ายใด มาทำลายความสงบสุข เผย ประชาชนแจ้งมายัง คสช.พอใจความสงบในเวลานี้ สั่งปราบมาเฟีย ต่อเนื่อง สั่งปิดสถานบันเทิงตามเวลา
พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า คสช.ยังไม่มีแผนยกเลิก การอายัดบัญชี หริอห้ามทำธุรกรรมทางการเงินของบุคคลที่มีชื่อในคำสั่ง หรือประกาศ คสช. โดยให้แค่ไปต่างประเทศ โดยไม่ต้องขออนุญาตคสช.เท่านั้น โดยแต่ละบุคคล นั่นหากสามารถชี้แจง ที่มาที่ไปของเงินได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะทุกอย่างต้องมีข้อบ่งชี้
ส่วนกรณีที่ นาย พิชัย นริพทะพันธุ์ ไปฮ่องกง นั้น รองโฆษกคสช. กล่าวว่า
เป็นสิทธิอันชอบธรรม ของเขา คสช ไม่ก้าวล่วง แต่ดูอยู่ห่างๆ ถ้าไม่มีอะไรที่ส่งผลต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง คสช.ก็เคารพ
ส่วนกรณี พาสปอร์ตของ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นั้น ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของ ราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ โดยต้องดูว่า มีข้อติดขัด ทางกม.หรือ คำสั่งศาล และ มีข้อจำกัด ใดๆหรือไม่ ที่เขาพืจารณาแล้วว่าให้ ไม่ได้
ส่วนกรณีของ นายวัฒนา เมืองสุข ที่ออกมาวิจารณ์ นายกรัฐมนตรี นั้น รองโฆษกคสช. กล่าวว่า ต้องดูว่า เป็นการแสดงความคิดเห็น ที่จริงใจ และ เป็นไปได้ หรือไม่
"หาก มีการทำให้เสียหาย หากมีอะไรที่ทำให้องค์กร หรือบุคคล เสียหาย เขาก็มีสิทธิโดยชอบธรรม ที่จะใช้วิธีทางกม.ในการกล่าวโทษกล่าวร้าย จากการให้ข้อมูลของบุคคลนั้น" พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง กล่าว
"พลเอกธีรชัย"สั่ง กกล.รส. อย่าให้ฝ่ายใด มาทำลายความสงบสุข เผย ประชาชนแจ้งมายัง คสช.พอใจความสงบในเวลานี้ สั่งปราบมาเฟีย ต่อเนื่อง สั่งปิดสถานบันเทิงตามเวลา
พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า พลเอกธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.และเลขาธิการ คสช. สั่งการในที่ประชุม สำนักเลขาฯคสช. ที่บก.ทบ. วันนี้ด้วยว่า กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส.) ต้องดูแลสถานการณ์ เพิ้อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มาทำลายความสงบสุขของประเทศ และสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม ในการเดินตามโรดแมพ อะไร ทำให้ไม่เรียบร้อย ไม่เคารพกม. และมีการสร้างความวุ่นวาย คสช.ยังคงมาตรการเดิม และคำสั่ง ความร่วมมือ
"แต่เรา ยึดเอากม.ปกติมาเป็นกรอบในการแก้ปัญหา แม้แต่การใช้พรบ.การ ชุมนุมในที่สาธารณะ โดยยังไม่มีการใช้มาตรการอื่นใด" รองโฆษก คสช. กล่าว
พลเอกธีรชัย ยังได้ระบุถึงภาพรวมสถานการณ์ต่างๆ ของบ้านเมืองในขณะนี้ ดำเนินไปอย่างเรียบร้อย โดยเฉพาะในสัปดาห์ที่ผ่านมามีความคืบหน้าในการคลี่คลายคดีความสำคัญและคดีที่สังคมสนใจ แสดงถึงความทุ่มเทของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธานับว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม
ส่วนเรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพล บ่อนการพนัน ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ ให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด พื้นที่ใดมีการกระทำผิดให้เข้าดำเนินการโดยทันที ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน และให้ผู้กระทำผิดมีความเกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง รวมทั้งในเรื่องสถานบริการ ร้านอาหาร ก็ต้องดูแลให้ปฏิบัติตามกฎหมายด้วย ไม่ให้เปิดเกินเวลา
รองโฆษกคสช. เผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้รับเสียงสะท้อน จากประชาชนว่าต้องการให้สถานการณ์บ้านเมืองสงบเรียบร้อยเหมือนที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เพราะสามารถประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตได้ตามวิถีของตน
"คณะรักษาความสงบแห่งชาติ น้อมรับในเสียงสะท้อนดังกล่าวและเจ้าหน้าที่ทุกคนจะยังคงปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ในเรื่องการดูแลความปลอดภัย สนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐ รวบรวมและรับทราบปัญหาของประชาชนอย่างเต็มที่
ในขณะเดียวกันจะยังติดตามและมีมาตรการในการป้องกันมิให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมาทำลายบรรยากาศความสงบสุขของประเทศ หรือไม่เคารพกฎหมายตลอดช่วงเวลาของการดำเนินตามโรดแมพที่วางไว้ "

บิ๊กตู่ ลั่น ปราบค้ามนุษย์ สั่งห้าม จนท.รัฐ ใช้ตำแหน่งประกันตัว เผยมี 34 คดี โยง ตร.-ทหาร จนท.รัฐ-นักการเมืองท้องถิ่น




บิ๊กตู่ ลั่น ปราบค้ามนุษย์ สั่งห้าม จนท.รัฐ ใช้ตำแหน่งประกันตัว เผยมี 34 คดี โยง ตร.-ทหาร จนท.รัฐ-นักการเมืองท้องถิ่นถามที่ผ่านมา ใครเคย จัดระเบียบขอทาน วณิพก บ้าง ลั่น ไทยต่องมีที่ยืน พูดต้องมีคนฟัง
นายกฯ บิ๊กตู่ ร่วมงาน วันต่อต้านการค้ามนุษย์ ยัน รัฐบาลให้ความสำคัญ ต้านคัามนุษย์ เป็นวาระแห่งชาติ อย่า Propaganda แล้วก็จบ แต่ต้องทำจริง แก้จริง ปัญหายาวนาน แก้ทั้งต้นทาง กลางทาง ปลายทาง
ทั้งนี้การแก้ปัญหาค้ามนุษย์ ไม่ใช่ ดูที่ปริมาณคดี.ยัน รัฐบาลนี้ ห้ามใช้ ตำแหน่ง จนท.รัฐ เป็นหลักทรัพย์ประกันตัว จนท.รัฐ โดนคดี ตร.ทหาร นักการเมืองท้องถิ่น
34 ราย ซึ่งโดนพักราชการไปแล้ว
นายกฯยังฝาก ให้กระทรวงยุติธรรม พิจารณาเรื่องเพิ่มโทษ ในคดีอุกฉกรรจ์และที่มีผลกระทบ ต่อปชช.ใน วงกว้าง ที่เคยมีโทษ ปรับน้อย โทษต่ำ. ต้องทำให้ชัดเจน
"นี่หรือคือสิ่งที่ผมใช้อำนาจ ผมใช้เพื่อใครๆ " นายกฯ กล่าว
"แล้วก็ไปให้ความสำคัญกับคนไม่กี่คน. ประเทศก็อยู่แบบนึ้ ไปไม่ได้"
นายกฯ ฝากตัวแทน ทูตตปท.ด้วยว่า อย่ากดดันเรามากนัก เพราะเราดูแลคนไทย และต้องจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ด้วย
"เรื่องการแก้ปัญหา ขอทาน วณิพก. เอามาเข้าศูนย์ฝึก เอามาแสดงดนตรี. ทำไมไม่บอกไม่พูด มีใครเคยทำมาบ้าง"
"พวกพูดแล้วไม่ทำ ใครก็พูดได้. รัฐบาลนี้ไม่เคยโกหก วันนึ้ ว่าผมจะไม่อารมณ์เสียแล้ว เจอหน้าท่านรอง(ประวิตร)เลยมีกำลังใจ ฝ่ายความมั่นคง"
นายกฯวอน เวลาผมพูด อย่าจับผิด คำพูด บางคำ โดยเฉพาะใน โซเชึ่ยล มีเดีย บิดเบือน
"หน้าที่ของผม ที่ผมเข้ามา คือการมาแก้ไขปัญหา ปชต.ที่หมักหมม ทำประชาธิปไตยให้ดีกว่าเดิม จากเดิมที่ได้แต่อ้าง ปชต."
"นักการเมือง ดี หรือ ไม่ดี ท่านก็เลือกเองแล้วกัน แต่ที่ทำมา นั้นไม่ได้ทำให้ตัวเองให้ รัฐบาล เลือกตั้งที่จะมา ผมไม่ได้อะไีรเลยสักอย่าง แต่ได้ความสุข ทำให้ลูกหลาน ทำให้อาเซี่ยน ประเทศไทยต้องมีที่ยืนที่พูด พูดแล้วคนต้องฟัง"
"ต้องเป็นผู้นำที่แตกต่าง ถ้าเป็นแล้วไม่ทำอะไรที่แตกต่าง ก็อย่าเป็น แต่ต้องอยู่ในกรอบของความเป็นธรรม"พลเอกประยุทธ์ กล่าว

5มิ.ย.หยุดการค้ามนุษย์

Stop Human Trafficking Day.....
พลเอกประยุทธ์ นายกฯ พร้อม พลเอกประวิตร พลเอกอนุพงษ์ พล.ร.อ.ณรงค์ พล.ต.อ.อดุลย์ ร่วมงาน"วันต่อต้านการค้ามนุษย์"ที่ตรงกับวันที่ 5มิย. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดย. พล.ร.อ.พัลลภ ตมิศานนท์ เสธ.ทร.-เลขาฯศปมผ. และ พล.ร.อ.บงสุช สิงหณรงค์ รับรางวัลต่อต้านค้ามนุษย์ จาก พลเอกประยุทธ์ โดย ศปมผ.ปลุกสำนึก ผู้บริโภค ทุกครั้งที่ทานอาหาร ให้นึกว่า อาหารที่เราทานนั้น มาจากประมงผิดกม.ใช้แรงงานทาส หรือไม่
นายกฯ ยัน ต้านคัามนุษย์ เป็นวาระแห่งชาติ อย่า Propaganda แล้วก็จบ แต่ต้องทำจริง แก้จริง ปัญหายาวนาน แก้ทั้งต้นทาง กลางทาง ปลายทาง
ทั้งนี้การแก้ปัญหาค้ามนุษย์ ไม่ใช่ ดูที่ปริมาณคดี.ยัน รัฐบาลนี้ ห้ามใช้ ตำแหน่ง จนท.รัฐ เป็นหลักทรัพย์ประกันตัว จนท.รัฐ โดนคดี ตร.ทหาร นักการเมืองท้องถิ่น
34 ราย ซึ่งโดนพักราชการไปแล้ว

ปธน.ฝรั่งเศสเปิดอุโมงค์รถไฟยาวที่สุดในโลก

Anukool Sriumpoldech 
· 
ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เดินทางไปเปิดอุโมงค์รถไฟ Gotthard Tunnel ที่เมือง Saint-Gotthard ,Switzerland ลอดภูเขาแอลป์ยาวที่่สุดในโลก เมื่อวันที่ 1 มิย 2016 อุโมงค์นี้้เชื่อมทะเลถึงทะเล จากเมืองท่า Genoa ในอิตาลีผ่านมิลาน ข้ามแดนเข้าสวิสที่เมืองลูกาโน ส่วนที่เป็นอุโมงค์ลอดภูเขาแอลป์ยาวสุดในโลก 57 กม. ที่เมือง Saint-Gotthard Massif ผ่านซูริค เข้าสู่เมืองศูนย์กลางการค้าและอุตสาหกรรมของเยอรมันหลายเมือง ผ่านเมืองท่าสำคัญทะเลเหนือAntwerp ของ เบลเยี่ยม และลงทะเลหนือฝั่งตะวันตกที่อัมสเตอร์ดัมส์ เนเธอร์แลนด์ การรถไฟสวิส เริ่มศึกษาโครงการนี้เมื่อปี 1947 ลงมือก่อสร้างปี 1999 ทำพิธีเปิดเป็นทางการเมื่อ 2 มิ.ย. 2016 รวมระยะเวลาก่อสร้างอุโมงค์ 17 ปีใช้เงินไป 25 พันล้านสวิสฟรังค์ ลงทุนโดยรัฐบาลสวิส ทั้งหมด ความเร็วรถไฟขณะนี้ 200 กม./ชม และจะเพิ่มเป็น 250 กม./ชม.อนาคตจะใช้ความเร็วสูงสุด ได้มากกว่า 500 กม./ชม ใช้ขนส่งสินค้าวันละ 167 ขบวน และขนส่งผู้โดยสาร วันละ 60 ขบวน ใช้เวลาเดินทางจากมิลาน ถึงซูริคเพียง 3 ชม.เท่านั้น การก่อสร้างอุโมงค์นี้ ใช้เคร่ืองจักร เครื่องมือ วิศวกรและแรงงาน จาก 15บริษัททั่วโลก

งามหน้า! ผบ.ตร.แต่งตั้งสีกากีฉาว! “พ.ต.ท.” ผู้ต้องหา ม.112 โผล่มีชื่อย้ายด้วย



 ผิดซ้ำซาก! เผยคำสั่งตั้งตำรวจ “สว.- รอง ผบก.” ล่าสุด โยก “พ.ต.ท.ธนบัตร” ผู้ต้องหาคดี ม.112 ร่วมกับ “สารวัตรเอี๊ยด” อ้างเบื้องสูงหาประโยชน์ส่วนตัว จาก รอง ผกก.1 บก.ปคม. ไปเป็นรอง ผกก.ฝอ.3 บก.อก.บช.ก. “โฆษก สตช.” เต้นขอตรวจสอบข้อเท็จจริง 
       
       เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2559 เว็บไซต์กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยแพร่คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 350/2559 แต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร (สว.) ถึงรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2558 จำนวน 75 ราย ลงนามโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)
       
       ก่อนหน้านี้ วันที่ 4 มิ.ย. เว็บไซต์กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยแพร่คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 3 ฉบับ คือ คำสั่ง ตร.346, 347 และ 349 รวมทั้งสิ้น 802 ตำแหน่ง ซึ่งหลายตำแหน่งเป็นการแก้ไขคำสั่งที่มีการแต่งตั้งซ้ำชื่อ ซ้ำตำแหน่ง แต่งตั้งผู้เสียชีวิตไปแล้ว และแต่งตั้งลดตำแหน่ง ทั้งนี้ ในคำสั่งที่ 346 มีการแก้ไขคำสั่งแต่งตั้ง ที่เคยแต่งตั้งให้ พ.ต.อ.สมเกียรติ ยุวดี ผกก.สภ.ไม้เรียง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม 2556 หรือนานมากกว่า 2 ปี ไปเป็น ผกก.สภ.ขนอม จว.นครศรีธรรมราช โดยให้ พ.ต.อ.อิสกานตาร์ อามิน ผกก.สภ.ควนมีด จ.สงขลา ไปเป็น ผกก.สภ.ขนอม จว.นครศรีธรรมราช แทน
       
       พ.ต.อ.พิชาญ ทองสุขแก้ว ผกก.คูคต จว.ปทุมธานี ในคำสั่งที่ 347 ลำดับที่ 243 ไปเป็น ผกก.สภ.แม่ตื่น จว.เชียงใหม่ ซึ่งซ้ำกับ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ มาอินทร์ ผกก.ฝอ.ภ.จว.สระบุรี ในคำสั่งที่ 349 ลำดับที่ 36 ซึ่งไปเป็น ผกก.สภ.แม่ตื่น จว.เชียงใหม่ เช่นกัน ทำให้ในคำสั่งที่ 350 มีการแก้ใหม่แต่งตั้ง พ.ต.อ.พิชาญ ไปเป็น ผกก.สภ.อ่าวน้อย จว.ประจวบคีรีขันธ์
       
       อย่างไรก็ดี ในคำสั่ง ตร.350 เกิดความผิดพลาดขึ้นอีก เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในแวดวงตำรวจ คือ ในลำดับที่ 26 แต่งตั้ง พ.ต.ท.ธนบัตร ประเสริฐวิทย์ รอง ผกก.2 บก.ปคม. ไปเป็นรอง ผกก.ฝอ.3 บก.อก.บช.ก. ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า พ.ต.ท.ธนบัตร มีหมายจับในคดีร่วมกันดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสดงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น
       
       คดีของ พ.ต.ท.ธนบัตร เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2558 พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงถึงการดำเนินคดีกับขบวนการแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเรียกรับผลประโยชน์ ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ตอนหนึ่ง ระบุว่า พนักงานสอบสวนได้อนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.ธนบัตร ประเสริฐวิทย์ รอง ผกก.1 บก.ปคม. แล้ว หลังพบว่าได้ร่วมกับ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือ สารวัตรเอี๊ยด อดีต สว.ปอท. กระทำผิดในการแอบอ้างหาผลประโยชน์จากบริษัทเอกชนในการสั่งผลิตสิ่งของต่าง ๆ
       
       “ขณะนี้ทราบว่ายังไม่มีการควบคุมตัว แต่หลังจากนี้ ผู้บังคับบัญชาต้องพิจารณาโทษทางปกครอง อาจพักราชการ หรือให้ออกจากราชการต่อไป โดยจากนี้เมื่อถูกแจ้งข้อกล่าวหาต้องคดีอาญาแล้ว ทาง พ.ต.ท.ธนบัตร ต้องเข้ารายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชา” พล.ต.อ.เดชณรงค์ เคยระบุไว้ 
       
       ทั้งนี้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวถึงคำสั่งที่มีการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจที่มีหมายจับคดี 112 ว่า ยังไม่เห็นคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าว ต้องขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน 

เปิดหนังสือฉบับเต็ม! ผบ.ทบ.‘อนุมัติตามเสนอ’ล้มดีลแลก‘แบล็ค ฮอว์ค-ชีนุก’บ.ค้าอาวุธ

เปิดหนังสือฉบับเต็ม กรณีแลก‘ซากชีนุก’ กับ‘แบล็ค ฮอว์ค’ บ.ค้าอาวุธ สหรัฐ ผ่านกระบวนพิจารณา 6 ขั้น ‘หน่วยงาน-รอง ผบ.ทบ.’ก่อน‘พล.อ.ธีระชัย’เซ็นฉับอนุมัติยกเลิก ระบุชัด เอกชนไม่ทำตามเงื่อนไข 3 ข้อ กระทั่งนำขายทอดตลาด ปมร้อนขณะนี้
picbookss045 6 16
กรณีขายซากเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง แบบ 47 หรือ ฮ.ล.47 (CH-47D-ชีนุก) จำนวน 6 ลำ (เครื่อง) พร้อมชิ้นส่วน เครื่องมือซ่อมบำรุง และบริภัณฑ์ภาคพื้น ที่กองทัพบกกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ (ประกวดราคาครั้งที่ 3) มีที่มาจากความพยายามในการดำเนินการ แลกเปลี่ยนซาก ชีนุก จำนวน 6 ลำ และ เครื่องบินใช้งานทั่วไป แบบ 1900 จำนวน 2 ลำ กับ เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป แบบ 60 M (BLACK HAWK หรือ แบล็ค ฮอว์ค – เหยี่ยวดำ) จำนวน 1 ลำ ผ่าน บริษัท เมอร์ลิน อินเทลลิเจ้นท์ ทรี จำกัด ตัวแทนบริษัทค้าอาวุธยุทธภัณฑ์จากสหรัฐ แต่ติดเงื่อนไขสำคัญ 3 ข้อ 1 ใน 3 คือ กรณีเช็คหลักประกันซอง จำนวน 10 ล้านบาท ของเอกชน กองทัพอ้างว่าลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามในเช็คไม่ตรงดับลายมือชื่อที่ให้ไว้กับธนาคาร ซึ่งสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org นำข้อมูลเช็ค 10 ล้านบาท ‘เจ้าปัญหา’ มารายงานต่อสาธารณชนแล้ว
ล่าสุดขอนำหนังสือรายงานความคืบหน้าการดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซากชีนุก ฉบับวันที่ 12 ต.ค.58 ถึง ผบ.ทบ. มาเสนอแบบเต็มๆ ดังนี้
12 ต.ค.58 พล.ท.ธนเดช เหลืองทองคำ เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบก (จก.กบ.ทบ.) ทำบันทึกถึง ผบ.ทบ. เรื่อง ขส.ทบ (กรมการขนส่งทหารบก) รายงานความคืบหน้าการดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซาก ชีนุก เพิ่มเติม
เนื้อหาในบันทึก มีทั้งหมด 4 ข้อ
ข้อแรก ได้อ้างรายงานความคืบหน้าการดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซาก ฮ.ล.47 จำนวน 6 ลำ และ เครื่องบินใช้งานทั่วไป แบบ 1900 จำนวน 2 ลำ กับ ฮ.ท. 60 รุ่น M (Refurbished) จำนวน 1 เครื่อง ให้ ทบ.(ผ่าน กบ.ทบ.)ทราบเพิ่มเติม
ข้อที่สอง คำชี้แจงของ กบ.ทบ. มีจำนวน 4 ข้อย่อย
ข้อ 2.4 ระบุว่า
“ขส.ทบ. ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซาก ฮ.ล.47 และ ซาก บ.ท. 1900 ให้ ทบ.(ผ่าน กบ.ทบ.)ทราบเพิ่มเติมตามข้อ 1 โดยมีปัญหาข้อขัดข้องในการดำเนินการ ดังนี้
2.4.1 ขส.ทบ. ได้ตรวจสอบหลักประกันซอง (เช็ค ธนาคารกสิกรไทย สาขาสรงประภา-ดอนเมือง เลขที่ 06412510 เป็นเงิน 10,000,000 บาท) ที่ บริษัท เมอร์ลิน อินเทลลิเจ้นท์ ทรี จำกัด นำมายื่นต่อทางราชการกับ ธนาคารกสิกรไทย ปรากฏว่า ธนาคารปฏิเสธการรับ เนื่องจากลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามในเช็ค ไม่ตรงกับลายมือชื่อที่ให้ไว้กับธนาคาร ดังนั้น ขส.ทบ.จึงได้แจ้งให้บริษัทฯ ทราบเพื่อดำเนินการแก้ไข แต่บริษัทฯ ไม่สามารถนำหลักประกันซองมาวางไว้กับทางราชการตามข้อกำหนดไว้
2.4.2 บริษัทฯ ไม่สามารถจัดให้เจ้าหน้าที่เทคนิคขอทางราชการเดินทางไปตรวจสภาพ ฮ.ท. 60 รุ่น M (Refurbished) ที่สหรัฐอเมริกา เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการรายงานของอนุมัติแลกเปลี่ยนตามอนุมัติหลักการของ ทบ.ได้
2.4.3 บริษัทฯ แจ้งเปลี่ยนแปลงบริษัทที่จะลงนามในสัญญาแลกเปลี่ยนเป็น บริษัท ไทยแอร์โรสเปซ อินดัสทรี จำกัด ซึ่งหากจะดำเนินการตามที่ บริษัทฯ แจ้ง จะต้องยกเลิกการดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ และเริ่มดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนใหม่อีกครั้ง”
ข้อที่สาม เป็นความเห็นของ กบ.ทบ.
“ กบ.ทบ. พิจารณาแล้วเห็นว่า ขส.ทบ. ได้ดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซาก ฮ.ล.47 และ ซาก บ.ท. 1900 โดยยึดถือปฏิบัติตามอนุมัติหลักการของ ทบ. ที่อ้างถึง 1 อย่างเคร่งครัด แต่ปัญหาข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นตามที่ ขส.ทบ.รายงานให้ ทบ. (ผ่าน กบ.ทบ.) ทราบในข้อ 2.4 เกิดจากผู้ประกอบการ (บริษัท เมอร์ลิน อินเทลลิเจ้นท์ ทรี จำกัด) ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทางราชการกำหนด ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการปฏิบัติต่อ ซาก ฮ.ล.47 และ ซาก บ.ท. 1900 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ทบ. จึงเห็นสมควรอนุมัติให้ ขส.ทบ.ดำเนินการยกเลิกการดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซาก ฮ.ล.47 จำนวน 6 เครื่อง และ ซาก บ.ท. 1900 จำนวน 2 เครื่อง พร้อมด้วยชิ้นส่วนซ่อม, เครื่องมือซ่อมบำรุง และบริภัณฑ์ภาคพื้น กับ ฮ.ท. 60 รุ่น M (Refurbished) จำนวน 1 เครื่อง ในครั้งนี้ และพิจารณาแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมในการปฏิบัติต่อซาก ฮ.ล.47 และ ซาก บ.ท. 1900 ที่จะทำให้ ทบ.ได้รับประโยชน์สูงสุด แล้วเสนอแนวทางดังกล่าวให้ ทบ. (ผ่าน กบ.ทบ.) ทราบเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป”
ข้อที่สี่ ข้อเสนอดำเนินการ
“ 4.1กรุณารับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซาก ฮ.ล.47 และ ซาก บ.ท. 1900 ของ ขส.ทบ.ตามข้อ 1
4.2 อนุมัติให้ ขส.ทบ.ดำเนินการตามการพิจารณาของ กบ.ทบ.ในข้อ 3
จึงเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณา หากเห็นเป็นการสมควรกรุณาอนุมัติตามเสนอในข้อ 4”
พล.ท.ธนเดช เหลืองทองคำ จก.กบ.ทบ.
ในท้ายบันทึกข้อความฉบับนี้ (หน้า 3 ) มีการอนุมัติขึ้นมาตามลำดับชั้น
รอง.เสธ.ทบ. 4 “เรียน ผบ.ทบ. เห็นควรอนุมัติตามที่ กบ.ทบ.เสนอในข้อ 4” เมื่อ 20 ต.ค. 58 ,เสธ ทบ. วันที่ 21 ต.ค.58 ,ผู้ช่วย ผบ.ทบ. (2) เมื่อ 21 ต.ค.58 ,รอง ผบ.ทบ. เมื่อ 21 ต.ค.58
กระทั่ง ผบ.ทบ.ลงนาม ‘อนุมัติตามเสนอในข้อ 4’ เมื่อ 26 ต.ค.58 (ดูเอกสาร)
picbookss5 6 16
picbookss005 6 16
การดำเนินกรรมวิธีแลกเปลี่ยนซาก ฮ.ล.47 และ ซาก บ.ท. 1900 กับ แบล็ค ฮอว์ค ผ่าน บริษัทฯ ก็ล้มกลางคัน นำมาสู่การประกาศขายโดยวิธีทอดตลาดซาก ชีนุก 6 ลำ เมื่อ 1 ก.พ.59 และ บริษัท ธนนิพัฒน์ยนต์ตระการ จำกัด ผู้ชนะประมูล (ในครั้งแรก) เมื่อ 23 ก.พ.59 ก่อนถูกยกเลิกทั้ง 2 ครั้ง และกำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้
อ่านประกอบ:

คนงานนับร้อย จู่ๆ ถูกสั่งปลดฟ้าผ่า กอดคอกันตกงาน

น้ำตาไหลพราก คนงานนับร้อย จู่ๆ ถูกสั่งปลดฟ้าผ่า กอดคอกันตกงาน
1 มิ.ย. 2016. โรงงาน 2 แห่ง เลิกจ้างพนักงาน โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าและไม่มีกำหนดจ­่ายเงินชดเชย ทำให้คนงานต้องออกมาชุมนุมเรียกร้อง
คนงานกว่าร้อยชีวิต โผเข้ากอดกันร้องไห้ กับชะตากรรมที่ต้องเผชิญพร้อมกันในเช้าของ­เมื่อวานนี้ เป็นภาพที่ไม่มีใครอยากเห็น ซึ่งเกิดขึ้นภายในโรงงานปั่นด้ายของชาวอิ­นเดีย ตั้งอยู่ตำบลน้ำเชียว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งมีคนงานทั้งชาวไทย และแรงงานเพื่อนบ้าน 1,270 คน
คนงานมาเข้างานตามปกติ แต่กลับได้รับคูปองแจกคนละใบ พร้อมประกาศผ่านโทรโข่งตามมาว่า ผู้ที่ได้รับคูปองสีชมพู ให้กลับบ้านได้ และตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานแล้ว ทำให้คนงาน 716 คนที่ได้รับคูปองสีชมพู ซึ่งเป็นคนไทย 616 คนแรงงานเพื่อนบ้าน 100 คน ถึงกับช็อกและปล่อยโฮออกมาหลายคน เพราะคนงานที่ถูกเลิกจ้างแบบกระทันหันนี้ ล้วนมีฐานะทางบ้านยากจน บางคนก็อายุมากแล้ว ไม่รู้จะไปหางานทำที่ไหน ทำสำคัญบริษัทแจ้งเพียงว่าจะจ่ายค่าชดเชยใ­ห้ 1 เดือน แต่ไม่กำหนดเวลาให้มารับเงิน จึงไม่ยอมกลับออกไปจากโรงงาน และพากันปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณหน้าโรงง­าน
การชุมนุมยืดเยื้อจนกระทั่ง 4 ทุ่มเศษ คนงานได้รับคำตอบว่าจะได้รับเงินชดเชยจาก­บริษัทอย่างแน่นอน จึงได้ทยอยเดินทางกลับออกไปจากโรงงาน
ช่วยเหลือแรงงานถูกลอยแพ จ.บุรีรัมย์
ส่วนที่จังหวัดบุรีรัมย์ คนงาน 82 คน ถูกลอยแพ หลังจากที่โรงงานตัดเย็บชุดชั้นใน ตำบลพุทไธสง อำเภอพุทไธสง ปิดกิจการลงตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าให้กับคนงานได้ทรา­บ โดยอ้างว่าโรงงานขาดสภาพคล่อง
เจ้าหน้าที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจัง­หวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ให้คำแนะนำแก่คนงานที่ถูกลอยแพ พร้อมทั้งเรียกนายจ้างมาเจรจาเรื่องเงินปร­ะกัน และเงินชดเชยตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน โดยนายจ้างชี้แจงว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการขายทรัพย์สินอุปกรณ์­ภายในโรงงาน เพื่อนำมาจ่ายให้กับคนงาน แต่ยังไม่สามารถขายทรัพย์สินได้ตามยอดที่­ต้องให้กับคนงาน ทั้งหมด 6 ล้าน 8 แสนบาท

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2559

บิ๊กป้อม เขื่อ นายกฯไม่ปรับครม.2ปีรัฐบาล

(31/5/59)บิ๊กป้อม เขื่อ นายกฯไม่ปรับครม.2ปีรัฐบาล ส่ง"พลเอก ธีรชัย นาควานิช ผบทบ. -พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ ผช.ผบทบ." ที่จะเกษียณมาเป็นรมต.เผยนายกฯยังไม่เคยพูด ทำงานอย่างเดียว....เชื่อไม่มีปรับครม. ขนาดผมเกษียณยังกลับไปอยู่บ้านเลย ไม่ใช่ว่า ต้องมาเป็นรมต. ผมเองก็ไม่คิดว่า จะมาเป็นรมต....เชื่อโยกย้ายทหาร กย.นี้ไม่มีปัญหา แม้เปลี่ยน ผบ.เหล่าทัพ หลายคน ก็ตาม เคยทำมาแล้ว
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะมีให้"พลเอก ธีรชัย นาควานิช ผบทบ. -พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ ผช.ผบทบ." ที่จะเกษียณมาเป็นรมต.ว่า หากเชื่อกระแสข่าวดังกล่าวก็ไปถามคนที่เผยแพร่ ขณะนี้ยังไม่มีการปรับย้ายอะไรทั้งสิ้น นายกฯยังไม่เคยพูดเลย ทำงานอย่างเดียว ตอนนี้รัฐบาลเหลือเวลาอีกปีกว่า พยายามทำสิ่งที่นายกฯวางเอาไว้
เมื่อถามว่า จะมีการนำทหารที่เกษียณอายุราชการเข้ามาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่มีการปรับย้ายอะไรทั้งสิ้น ไม่มีหรอก ขณะนี้นายกฯทำงานอย่างเดียว ไม่เคยพูดเรื่องดังกล่าวกับผม
เมื่อถามย้ำว่า นายทหารที่เกษียณแล้วจะไปอยู่ที่ไหน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตอนผมเกษียณก็กลับไปอยู่บ้าน
ถามว่าถ้าคนที่เกษียณแล้วยังไม่อยากกลับบ้านจะทำอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คงต้องไปถามเขาเอง ผมไม่รู้
ส่วนโยกย้ายทหาร กย.นี้ไม่มีปัญหา แม้เปลี่ยน ผบ.เหล่าทัพ หลายคน ก็ตาม เคยทำมาแล้ว

ยืนจำคุก2ปีไม่รอลงอาญา‘วาสนา-ปริญญา’

ยืนจำคุก2ปีไม่รอลงอาญา‘วาสนา-ปริญญา’

ศาลฎีกาคุก2ปีไม่รอลงอาญา“วาสนา-ปริญญา”อดีต ปธ.กกต- กกต.พร้อมเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง10ปี สอบทุจริตเลือกตั้งปี49จ้างพรรคเล็กสมัครแข่งไทยรักไทย ล่าช้า

 
          ที่ห้องพิจารณา 710 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 3 มิ.ย.59 เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่ อ.1464/2549 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อายุ 67 ปี อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) , นายปริญญา นาคฉัตรีย์ อายุ 68 ปี , นายวีระชัย แนวบุญเนียร อดีต กกต. ( เสียชีวิตแล้ว) เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 และ พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541มาตรา 24 และ 42 กรณีที่ไม่เร่งสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ข้อร้องเรียนกล่าวหาพรรคไทยรักไทย ว่าจ้างพรรคการแผ่นดินไทย และพรรคพัฒนาชาติไทย ลงรับสมัครเลือกตั้งในวันที่ 2 เม.ย.49 โดยพลันตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและการวินิจฉัย พ.ศ.2542 มาตรา 37 ,48 จำเลยให้การปฏิเสธ
 
            คดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 ก.ย.49 ให้จำคุก พล.ต.อ.วาสนา , นายปริญญา และนายวีระชัย จำเลยที่ 1-3 คนละ 3 ปี ขณะที่ทางนำสืบจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี พร้อมกับเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคนละ 10 ปี ต่อมาวันที่ 14 พ.ค.51 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยระหว่างฎีกาคดีนายวีระชัย จำเลยที่ 3 ได้เสียชีวิตลง
  
          ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1-2 สั่งประชุม กกต. เพื่อพิจารณาผลการสอบสวนข้อเท็จจริงของอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงจากการร้องเรียนเลือกตั้งไม่ทุจริตที่ให้สอบสวนเพิ่มเติมในส่วนของพรรคไทยรักไทย ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และเพื่อเป็นคุณต่อพรรคไทยรักไทยหรือไม่ เห็นว่า ขณะเกิดเหตุ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 มาตรา 136-148 กำหนดให้มี กกต. ซึ่งมีอำนาจหน้าที่อิสระในการจัดการเลือกตั้งให้สุจริต รวมทั้งมีอำนาจสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่สุจริต โดยมาตรา 147 บัญญัติว่า หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่ไม่สุจริตเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ก็ให้อำนาจ กกต.ตั้งอนุกรรมการสอบสวนและสั่งการโดยพลัน ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่าภายหลังมีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนฯแล้ว ได้มีการรายงานผลว่า เชื่อว่ามีการกระทำผิดของผู้บริหารระดับสูงของพรรคไทยรักไทย รวมทั้งพรรคพัฒนาชาติไทยและพรรคแผ่นดินไทย ซึ่งต่อมาจำเลยได้มีมติให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ กกต. ที่ได้แก้ไขข้อมูลทะเบียนสมาชิกพรรคที่ขาดคุณสมบัติเรื่องการสังกัดพรรค 90 วัน ให้มีคุณสมบัติครบเพื่อลงเลือกตั้งในเขตที่พรรคไทยรักไทยลงสมัครเพียงพรรคเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงเกณฑ์ให้ได้คะแนนเสียงร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง รวมทั้งให้ดำเนินการกล่าวโทษกับผู้ที่เกี่ยวข้องและผอ.พรรคเล็ก และแจ้งให้อัยการสูงสุดยุบพรรคเล็ก
 
         และตามรายงานของอนุกรรมการไต่สวนฯ ยังมีพยานที่เชื่อได้ว่ามีการรับเงินค่าตอบแทนจาก พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรมว.กลาโหม และนายพงษ์ศักดิ์ รัตตพงศ์ไพศาล อดีต รมว.คมนาคม ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของพรรคไทยรักไทย แต่จำเลยกลับสั่งให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับพรรคไทยรักไทย เนื่องจากเห็นว่ามีการพาดพิงผู้บริหารพรรคไทยรักไทยหลายคน โดยนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานอนุกรรมการไต่สวนฯ ซึ่งเคยเป็นผู้พิพากษาได้มีหนังสือแจ้งมาที่จำเลยที่ 1 ว่าไม่จำเป็นต้องสอบสวนเพิ่มเติมอีก แต่จำเลยไม่ได้ตระหนัก อีกทั้งยังออกหนังสือเชิญให้ พล.อ.ธรรมรักษ์ และนายพงษ์ศักดิ์ เดินทางมาให้ถ้อยคำกับคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ชุดใหม่ กระทั่งเมื่ออนุกรรมการไต่สวนฯ ชุดใหม่ได้สรุปสำนวนส่งให้จำเลยแล้วจึงได้ประชุมและมีมติให้ส่งสำนวนพรรคไทยรักไทยให้อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณา ตามความเห็นของนายนาม ประธานอนุกรรมการไต่สวนฯ ชุดก่อน ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าพวกจำเลยเชื่อตามสำนวนสอบสวนของนายนาม
  
        โดยข้อเท็จจริงก็ยังปรากฏแต่แรกว่า พล.อ.ธรรมรักษ์ และนายพงษ์ศักดิ์ เป็นผู้บริหารระดับสูงของพรรคไทยรักไทย ซึ่งได้รับตำแหน่งสำคัญเป็นถึงรัฐมนตรีเมื่อมีการดำเนินการใดย่อมส่งผลประโยชน์ต่อพรรค แต่จำเลยไม่สั่งการให้ดำเนินการกับพรรคไทยรักไทยแต่ก่อนหน้ากลับสั่งให้วินิจฉัยสอบสวนพรรคไทยรักไทยเพิ่มเติม กระทั่งเมื่อมีการเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย.49 แล้วจำเลยได้ประกาศผลเลือกตั้งอย่างเร่งรีบ ที่จะมีผลให้ทางพรรคไทยรักไทยได้จัดตั้งรัฐบาล ขณะที่จำเลยสั่งดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่กกต. และพรรคเล็กทันที จึงเป็นการเลือกปฏิบัติ
 
         จึงเชื่อว่าจำเลยย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าการดำเนินคดีย่อมส่งผลต่อพรรคไทยรักไทยอย่างรุนแรง จำเลยที่ 1 เป็นนายทะเบียนพรรคการเมืองย่อมแจ้งต่ออัยการสูงสุด เพื่อให้พิจารณาส่งสำนวนให้ศาลยุบพรรคไทยรักไทยได้ การประชุมของจำเลยและลงมติให้สอบสวนเพิ่มเติมจนเวลาล่วงเลยถึงการเลือกตั้ง จึงเป็นคุณต่อพรรคไทยรักไทย ไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ซึ่งเป็นความผิดว่าด้วย พ.ร.บ.กกต. พ.ศ.2541 มาตรา 24 และ42 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามา จึงไม่เกินคำขอ ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น
  
        ส่วนที่จำเลยขอให้ศาลรอการลงโทษ เนื่องจากจำเลยมีอายุมาก สุขภาพไม่แข็งแรงต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งจำเลยเคยรับราชการ ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาตินั้นเห็นว่า การที่จำเลยรับตำแหน่งสำคัญและทำคุณงามความดีจนได้รับเลือกเป็น กกต. จำเลยต้องทราบดีว่า การเป็น กกต.จัดการเลือกตั้งต้องดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลางทางการเมือง ดังนั้น จำเลยต้องดำรงความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นคุณต่อประเทศมากที่สุด แต่จำเลยกลับกระทำตรงข้าม แสดงให้เห็นว่าจำเลยยอมละทิ้งคุณงามความดีที่ได้กระทำมาทั้งหมด จำเลยจึงไม่ควรยกมาอ้าง แม้จำเลยจะมีอายุมากและสุขภาพไม่ดีก็ไม่เพียงพอจะให้รอการลงโทษ ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้จำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ 2 ปี พร้อมกับเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคนละ 10 ปี ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน
 
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฟังคำพิพากษา พล.ต.อ.วาสนา และนายปริญญา ที่เดินทางมาโดยมีไม้เท้าพยุงตัว ก็มีสีหน้าเรียบเฉย ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ กกต. และอดีตเจาหน้าที่ รวมทั้งคนใกล้ชิดมาให้กำลังใจจำนวนมาก
  
        ขณะที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้คุมตัวพล.ต.อ.วาสนา และนายปริญญา นำขึ้นรถไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที ภายหลังศาลมีคำพิพากษา