PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2556

"คปท.นำธงชาติล้อมรั้วทำเนียบ ปิดทางเข้า-ออก"..

กลุ่มผู้ชุมนุม คปท. นำธงชาติไทย ที่มีความ 1.4 กิโลเมตรเพื่อนำมาล้อมรั้วทำเนียบรัฐบาลไว้โดยรอบ เพื่อไม่ให้มีผู้ใดเข้าออกพื้นที่ทำเนียบได้ ณ ทำเนียบรัฐบาล

วันนี ( 13 ธ.ค. ) กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนประฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณแยกพาณิชยการ ถนนพิษณุโลก นำธงชาติที่มีความยาวขนาด 1.4 กิโลเมตรมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ไม่ให้ตำรวจและทหารที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาลออกจากพื้นที่ทำเนียบฯได้ โดยหากเจ้าหน้าที่ต้องการจะออกจากทำเนียบรัฐบาล หรือถอนกำลัง ต้องมาเจรจาเพื่อขอออกในทางที่แกนนำกำหนดเท่านั้น

ด้านนายอมร อมรรัตนานนท์ ปราศรัยขอกำลังการ์ดอาสาทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์เพื่อล็อกปิดตายประตูทำเนียบรัฐบาลทุกด้าน พร้อมยืนยันว่าผู้ชุมนุมไม่ได้ต่อสู้กับตำรวจ แต่ต้องการให้ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง จากนั้น จึงมีการนำธงชาติมาพันล้อมทำเนียบดังกล่าว
http://astv.mobi/AU9gHAA


“กล้านรงค์”ชี้ช่อง ป.ป.ช.ลัดขั้นตอนฟัน 312 ส.ส.-ส.ว.ทาส

อดีต กรรมการ ป.ป.ช.ยันมีช่องทางเร่งรัดเอาผิด 312 ส.ส.-ส.ว.ได้ ชี้ระเบียบไต่สวนเป็นกรณีปกติที่ ป.ป.ช.ยังไม่มีข้อเท็จจริง แต่คดีนี้ศาล รธน.วินิจฉัยทั้งข้อเท็จจริงข้อกฎหมายไว้เรียบร้อยแล้ว เดินตามขั้นตอน ป.ป.ช.ผลสอบก็ออกมาไม่ต่างกัน ยกคดียุบ“ชาติไทย”ปี 51 ศาล รธน.นำผลสอบ กกต.สั่งฟันได้เลย

พีชเมกเกอร์ กองบิน 5 ไถลออกนอกรันเวย์ที่ประจวบคีรีขันธ์

เครื่องบินพีชเมกเกอร์ กองบิน 5 
ไถลออกนอกรันเวย์ที่ประจวบคีรีขันธ์ โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เผยสาเหตุจากกระแสลมแรงและทัศนวิสัยไม่ดี

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.เวลา13.00 น.ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยว ที่เดินทางไปเที่ยวงานสดุดีวีรชน 8 ธันวาคม 2484 ที่กองบิน 5 อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า มีอุบัติเหตุเครื่องบินโจมตีธุรการแบบ บจ.ธ 2หรือ พีชเมกเกอร์ ที่ประจำการอยู่ในฝูงบิน 501 ได้ลื่นไถลออกนอกรันเวย์ในพื้นที่ยุทธการ ได้รับความเสียหาย แต่นักบินไม่ได้รับบาดเจ็บ จากการตรวจสอบพบว่า เครื่องบินลำดังกล่าวมีลักษณะสีเขียวลายพราง ด้านหน้าเป็นรูปปากฉลามสีแดงจอดเอียงข้างสนามบิน เนื่องจากล้อหน้าด้านขวาจมอยู่ในทรายทำให้เครื่องบินเอียงตัว และปีกด้านขวาติดพื้นดิน
ต่อมา นอ.พิทูร เจริญยิ่ง กองบิน 5 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้นำอุปกรณ์กู้ภัยเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยมีมีผู้เชี่ยวชาญและคณะกรรมการตรวจสอบจากกองทัพอากาศ ได้เดินทางมาตรวจสอบและ หาสาเหตุที่เครื่องบินประสบอุบัติเหตุ เบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ เครื่องบินได้นำนักบินขึ้นฝึกบินตามปกติ ขณะร่อนลงได้มีกระแสลมแรง ประกอบกับมีทัศวิสัยไม่ดี เนื่องจากมีหมอกลงจัด ทำให้เครื่องบินเสียการทรงตัว
สำหรับเครื่องบินรุ่นดังกล่าวผลิตโดย บริษัท แฟร์ไชลด์ อินดัสทรีประเทศสหรัฐอเมริกา มีขีดความสามารถในการขึ้น ลง ระยะสั้นโดยเฉพาะการขนส่งขึ้นลงในสนามบินฉุกเฉินเร่งด่วน และกองทัพสหรัฐได้ใช้ปฏิบัติการในสงครามเวียดนาม ต่อมารัฐบาลสหรัฐได้มอบเครื่องบินพีชเมคเกอร์ให้รัฐบาลไทยเพื่อใช้ในภารกิจทางทหารและปราบปรามผู้ก่อการร้าย และได้ประจำการอยู่ในฐานทัพอากาศไทย ที่กองบิน 5 จำนวน 16 ลำ มีนามเรียกขานคือ Mosquito และเป็นฝูงบินสุดท้ายและแห่งเดียวของโลกที่ยังประจำการเพื่อปฎิบัติการในฐานทัพอากาศ มีอายุการใช้งานมากกว่า 40 ปี โดยใช้ฝึกนักบิน การปฏิบัติจิตวิทยาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การทำฝนหลวง และการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศในพื้นที่อุทยานแห่งชาติป่ากุยบุรีเพื่อปลูกป่าตามโครงการของกองทัพอากาศ


สุเทพให้สัมภาษณ์CNN

12 ธันวาคม 2556 : "กำนันสุเทพ" ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศ ประกอบด้วย CNN,AlJAZEERA,CCTV ได้ชี้แจงกรณีความห่วงใยในภาพลักษณ์ของขบวนการประชาชนต่อสายตาผู้นำชาติต่างๆอย่างไร ? ว่า....

ผมขอให้ทุกท่านพิจารณากระบวนการประชาชนไทยด้วยความเข้าใจและให้ความเป็นธรรม

คนไทยหวังไมตรีและความเข้าใจจากต่างชาติ เสมอ แต่วันนี้ระบอบทักษิณทำลายประเทศไทยเสียหายยับเยินเกินกว่าที่จะยอมรับได้ ซึ่งนับว่าเป็นเหตุให้คนไทยต้องลุกขึ้นสู้หลายล้านคน ต่างก็ออกมาเพื่อต้านระบอบทักษิณ พวกเขาต่างแสดงเจตจำนงค์ชัดเจนว่าต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ซึ่งวันนี้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเฉพาะในรูปแบบ เพราะรูปแบบที่ว่าคือการเลือกตั้งถูกใช้เป็นเพียงพิธีการรับรองอำนาจของนักการเมืองผู้มีเงินในระบอบทักษิณ และในข้อเท็จจริงพิสูจน์มาแล้วว่าในขบวนการเลือกตั้งมีการโกง มีการซื้อคะแนนเสียง และใช้นโยบายชวนเชื่อที่ไม่สามารถปฎิบัติได้จริงหรือปฎิบัติได้ก็ก่อความเสียหายต่อส่วนรวมทั้งระบบ นั่นคือการทุจริตคอรัปชั่นเป็นขบวนการ

ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนฯที่มาจากการเลือกตั้ง จึงไม่ใช่ผู้แทนของประชาชนอย่างแท้จริง แต่ทำตัวเป็นหุ่นเชิดให้นายทุนอย่างทักษิณ ถ้ามีการเลือกตั้งเวลานี้ก็จะกลับไปสู่วัฏจักรเดิมๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูป ดังนั้นประชาชนจึงต้องการปฏิรูปประเทศให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเสียก่อน และเมื่อขบวนการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงสำเร็จก็จึงสามารถจัดให้มีการเลือกตั้งได้บนกติกาที่เป็นธรรมไม่ใช่เพียงรูปแบบ

ซึ่งสิ่งที่อยากให้ผู้นำทุกชาติเห็นคือ ไม่มีที่ไหนในโลกที่ประชาชนหลายล้านคนออกมาสู้บนถนน โดยยึดหลักสันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ และไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้นเลย นับว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหม่ที่ชาวต่างชาติอาจจะต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ ขอยืนยันว่านี่เป็นขบวนการของประชาชนที่ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ โดยไม่ได้ทำเพื่อคนใดคนหนึ่งหรือพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง

สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส.

รายงานโดย โฆษก กปปส.
‪#‎thaiuprising‬


วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ทักษิณ จ้าง บ.พีอาร์Bell Pottingerช่วย"ยิ่งลักษณ์"

-สงสัยไหมครับว่าทำไม"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"จึงพบสื่อต่างชาติมากผิดปกติช่วงนี้ ขนาดตอบคำถามแบบงู ๆ ปลา ๆ ก็ยังกล้าให้สัมภาษณ์
-ตอบว่าพี่ชายจัดให้ งานนี้บริษัทพีอาร์ Bell Pottinger รับจ็อบ เพื่อสู้กับกำนันสุเทพโดยเฉพาะ..the guardian รายงานครับ
(@korbsak)

วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เสธอ้ายนำตท.1-9ร่วมทัพ กปปส.

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2556 พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานเตรียมทหารรุ่นที่ 1 (ตท.1) เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ เวลา 13.30 น. ที่สโมสรเทเวศร์ ตนจะนำ ตท.1-9 แถลงข่าวท่าทีของทหาร ในการสนับสนุนการชุมนุมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) พร้อมร่วมกันกดดันรัฐบาลรักษาการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และระบอบทักษิณ ให้หมดไปในประเทศ


"ทฤษฎีไร้ระเบียบ" ว่าด้วยต้องทำให้เกิด Chaos

โฉมหน้าผู้เขียนหนังสือ "ทฤษฎีไร้ระเบียบ" ว่าด้วยต้องทำให้เกิด Chaos บ้านเมืองพินาศฉิบหายก่อนจึงจะเกิดระเบียบใหม่ที่ดีกว่า

โดยธรรมชาติสังคมบางครั้งเป็นเช่นนั้นจริง แต่บางคนบางกลุ่มจงใจอยากให้เกิดจนตัวสั่น อยากให้เกิดอนาธิปไตย ทั้งที่หลีกเลี่ยงได้

การบอกว่าทำให้เกิดสิ่งที่ดีกว่า ก็ไม่เสมอไป ในสังคมสมัยใหม่ที่มนุษย์มีความรู้ มีเหตุผล มีกระบวนการเจรจาตกลงกันได้มากขึ้น การหลีกเลี่ยง Chaos กลับส่งผลดีกว่า

อาฟริกาใต้ กลับสู่สันติด้วยการเจรจา หลังจากต่อสู้มายืดเยื้อยาวนาน คนขาวไม่ได้แพ้คนดำโดยตรง แต่แพ้กระแสโลก ที่ต้องการเห็นความเสมอภาค ประชาธิปไตย จนต้องหันมาเจรจา ไม่งั้นก็ทำมาค้าขายกับชาวโลกไม่ได้

รวันดา ฆ่ากันเป็นเบือ ไม่ได้ทำให้เกิดสิ่งที่ดีกว่า ยังเป็นบาดแผล สมานไม่ได้จนวันนี้ รัฐบาลทำได้แค่ห้ามรื้อฟื้นเรื่องเก่า อ.ชัยวัฒน์เคยเล่าว่า แม้แต่การหาความจริง สรุปบทเรียน ก็สรุปไม่ได้เพราะพอรื้อฟื้นก็ไม่วายโทษว่ามึงผิดกูถูกจะฆ่ากันใหม่

อาหรับสปริง ที่ชื่นชมกันนักหนา ไปดูสิครับ 3 ปีผ่านไปมีประเทศไหนสงบสันติบ้าง นำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า? ยังปั่นป่วนวุ่นวายไม่จบ ประเทศที่สงบที่สุดกลับกลายเป็นซาอุฯ ซึ่งกษัตริย์ซาอุฯ รีบแก้ปัญหาลดรงกดดันแล้วครองอำนาจต่อ

แต่ยอมรับว่ากรณีอาหรับสปริง มันจำเป็นต้องเกิด เพราะรัฐบาลเผด็จการยาวนาน แรงกดทำให้เกิดแรงต้านจนระเบิด ก็เหมือนปฏิวัติฝรั่งเศส โค่นพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จำเป็นต้องเกิดแต่ลงท้ายก็ฆ่ากันเองเป็นเบือ ปฏิวัติรัสเซียก็ตามมาด้วยระบอบสตาลิน ปฏิวัติจีนตามมาด้วยปฏิวัติวัฒนธรรม เขมรแดงก็คนตายเป็นล้าน สุดท้ายได้อะไร ได้ระบอบฮุนเซน แต่อย่างน้อยเมื่อประชาธิปไตยเริ่มเติบโต ฮุนเซนก็เกือบแพ้เลือกตั้ง

โลกยุค "ปฏิวัติสังคม" "ปฏิวัติประชาชน" มันจบลงตั้งแต่สมัยผม สมัยธีรยุทธ บุญมี ยังหนุ่มๆ แต่บางคนยังรับสารพิษตกค้าง มาถึงโลกยุค fb โดยอิทธิพลที่ทำให้ความคิดเหล่านี้กลับมาใหม่คือความกลัวทุนนิยมโลกาภิวัตน์ คนส่วนหนึ่งที่เคยมีอุดมคติสังคมนิยมจึงเปลี่ยนมาคับแคบกับการรักษาความเป็นชาติ เศรษฐกิจชาตินิยม ชุมชนนิยม วัฒนธรรมนิยม ชาติไทยหนึ่งเดียวในโลก


ชูวิทย์ โพสต์ ตกงาน ทบทวนตัวเอง


วันนี้ผมหลีกหนีความวุ่นวาย ปลีกวิเวกมาอยู่ท่ามกลางขุนเขาและม่านหมอกของจังหวัดหนึ่ง ทบทวนตัวเองว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง เพื่อเก็บไว้เป็นประสบการณ์ในอนาคต

ไม่น่าเชื่อว่า 10 ปีที่ผ่านมา ชีวิตผมไม่เคยหยุดนิ่ง ไม่วิ่งก็เดิน ไม่เคยนั่งพัก ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเคยสุขสบาย ชีวิตเพียบพร้อม

จนถึงวันนี้ ผมสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งเวลาให้กับครอบครัว เงินทอง และโอกาสที่จะเพิ่มพูนความมั่งคั่งให้กับตัวเอง ต้องถูกฟ้อง ขึ้นโรงขึ้นศาลแทบทุกศาล ติดคุกติดตาราง ถูกคนเขาดูหมิ่นเหยียดหยาม จนไปถึงรับตำแหน่งเชิดหน้าชูตาเป็น ส.ส. เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง

ชีวิตผมผ่านมาทุกรูปแบบ ทั้งทำธุรกิจ จนได้มีโอกาสมารับใช้ประชาชน เคยเป็นทั้ง "อสูร" และกลับอกกลับใจเป็น "องคุลีมาล" ยืนหยัดต่อสู้กับความอยุติธรรม

คนเขาไม่เชื่อ บ้างว่าผมยังมีธุรกิจสีเทาอยู่ แต่ผมยืนยันว่าผมสละสิ้นหมดทุกอย่าง คนที่รู้ดีที่สุดคือตำรวจ

วันนี้ผมตื่นแต่เช้า หมอกยังปกคลุม เสียงเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกร้องอยู่ที่เชิงเขา อากาศหนาวเย็น น้ำค้างยังเกาะอยู่บนยอดใบไม้

เมื่อนึกถึงเสียงตะโกนด้วยความเคร่งเครียดของเหล่าม็อบ เสียงนกหวีด บรรยากาศที่ตึงเครียดของบรรดาประชาชน ที่ต่อสู้ตามความเชื่อและอุดมการณ์ ทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ชีวิตคนเรานั้นมันแปลกสิ้นดี บางครั้งเราเลือกที่จะปล่อยวางมีความสุขกับตัวเองและธรรมชาติ แต่บางครั้งเราเลือกที่จะลุกขึ้นต่อสู้

พระเจ้าประทานห้วงเวลาทั้งทุกข์และสุขให้กับเรา เพื่อไม่ให้ใครเป็นคนที่สมบูรณ์แบบบนโลกมนุษย์

ตอนนี้ ขอลาก่อนครับ ผมตกงานแล้ว หมดหน้าที่ทางการเมือง แต่ผมยังคงตีแผ่ทุกเรื่องราวความไม่ชอบมาพากลเท่าที่ผมทำได้ แม้ว่าผมไม่ได้เป็น ส.ส. แต่ผมทำในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง

หากมีโอกาส หวังว่าจะได้ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองต่อไป


สุเทพ” เตรียมเข้าพบ ผบ.สส.-ผู้นำเหล่าทัพ-ผบ.ตร. แจงแนวทางปฏิรูปประเทศก่อนสองทุ่มพรุ่งนี้

แกนนำ กปปส.” เผยมติขอพบหน่วยงานที่ดูแลความมั่นคง ผบ.สส.-ผู้นำเหล่าทัพ-ผบ.ตร. ชี้แจงจุดยืนแนวทางการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศ และเปิดโอกาสให้สอบถาม ส่วนการออกหมายจับไม่กังวลเพราะรัฐบาลหมดความชอบธรรม

...(11 ธ.ค.) ที่แยกนางเลิ้ง เมื่อเวลา 15.20 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ระบุข้อสรุปแนวทางการเคลื่อนไหวว่า การคัดค้านรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรมทำให้สังคมไทยตื่นรู้ถึงความเปลี่ยนแปลง ขณะนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นธรรม ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน ซื้อสิทธิขายเสียง แต่อปุสรรคสำคัญคือรัฐบาลที่อ้างว่ารักษาการตามรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ไม่มีความชอบธรรม จึงยังไม่บรรลุผลอย่างแท้จริง

**คณะกรรมการ กปปส.จึงมีมติขอพบหน่วยงานของรัฐที่ดูแลความมั่นคง คือ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก่อนเวลา 20.00 น.ของวันพรุ่งนี้ (12 ธ.ค.) เพื่อชี้แจงจุดยืนแนวทางการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศ และเปิดโอกาสให้สอบถามจุดยืน แนวทางเพื่อที่จะตัดสินใจเข้าร่วมหรือไม่ และจะได้นัดพบองค์กรภาคเอกชน เช่น องค์กรวิชาชีพและองค์กรทางสังคมอื่นๆ ที่สนับสนุนแนวทางอีกด้วย หวังว่าแนวทางเคลื่อนไหวอย่างสงบ สันติ ปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญจะทำให้ประสบความสำเร็จสูงสุดตามเจตนารมณ์

...วันนี้ยังมีข้าราชการที่อาจจะยังไม่ชัดเจน ยังไม่เข้าใจว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยเพื่ออนาคตที่ดีกว่า จึงไม่ได้เข้าพบกรรมการ กปปส.อย่างเป็นทางการ จึงเห็นว่า มีความจำเป็นที่คณะกรรมการ กปปส.จะได้ชี้แจงต่อผู้มีอำนาจเพื่อให้ซักถาม สอบถาม ให้ชัดเจน เพื่อประกอบการตัดสินใจได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลยังคงดึงดันอยู่ ข้าราชการจึงมีความลังเลใจ ส่วนการออกหมายจับในคดีกบฏนั้นตนไม่ได้กังวลใจ เพราะคำสั่งใดๆ ที่รัฐบาลสั่งการใดๆ ย่อมไม่ชอบธรรมตามกฎหมาย

http://astv.mobi/AzuzOhG


"ปชป." เลื่อนนัดถกใหญ่เป็น 16-17 ธ.ค. ตั้งกก.บห.ชุดใหม่ !!

ปชป.เตรียมประชุมใหญ่ 16-17 ธ.ค.นี้ รับรองข้อบังคับใหม่ พร้อมตั้งกก.บห.ชุดใหม่ ยังไม่ฟันธงลงสู้ศึกเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 หรือไม่

วันนี้ ( 11 ธ.ค. ) นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์กำหนดวันประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี เพื่อพิจารณาข้อบังคับพรรคตามโครงสร้างการปฎิรูปพรรคใหม่ ในวันที่ 23-24 ธ.ค.นี้ ล่าสุดจากสถานการณ์การเมืองที่มีความเข้มข้นในขณะนี้ จึงได้เลื่อนการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นมาวันที่ 16-17 ธ.ค.นี้ ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ หลักสี่ โดยในการประชุมวันที่ 16 ธ.ค. จะเริ่มในช่วงบ่าย จะมีการประชุมเป็นการภายในของสาขาพรรค และช่วงเย็นจะมีการเลี้ยงต้อนรับสาขาพรรค และสมาชิกพรรค โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วม ส่วนวันที่ 17 ธ.ค. จะเริ่มประชุมอย่างเป็นทางการตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นต้นไป โดยมีวาระสำคัญคือรับรองข้อบังคับพรรคใหม่ ซึ่งทำให้หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันหมดวาระลงทันที จากนั้นที่ประชุมจะเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรคตามโครงสร้างใหม่ 25 คน ซึ่งกรรมการบริหารชุดใหม่นี้จะเป็นผู้กำหนดทิศทางการทำงานของพรรค รวมถึงการตัดสินใจในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 57 หรือไม่

‪#‎ทีนิวส์‬


มีผู้เสนอกรอบการเจรจาเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฎิรูปประเทศไทย

ลองเสนอกรอบการเจรจาเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฎิรูปประเทศไทย

ลองช่วยกันพิจารณาว่าตรงไหนควรปรับปรุงหรือไม่นะครับ

1. คณะรัฐมนตรีรักษาการณ์ ในช่วงก่อนเลือกตั้ง เปลี่ยนแปลงได้แต่ต้องอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ หรือจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยก็ได้ขึ้นอยู่กับการเจรจา

2. เวทีสภาปฎิรูปประเทศไทย เป็นโครงสร้างเดิมที่มีอยู่แล้ว (คณะที่คุณบรรหารเป็นประธาน) แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงมากขนาดนี้ สมาชิกจึงควรปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทุกตำแหน่ง ให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ เพื่อเป็นแกนหลักในการปฎิรูปประเทศไทยร่วมไปกับทางรัฐบาล

3. สมัชชาสภาประชาชน คือ กลไกขับเคลื่อนภาคประชาชน ที่ก่อตัวขึ้นจากมวลมหาประชาชนและผู้รักประชาธิปไตยที่เคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆอยู่ในขณะนี้ มีภารกิจในช่วงก่อนเลือกตั้งคือดูแลให้การเลือกตั้งโปร่งใส ยุติธรรม และช่วยสนับสนุนคนดีมีความสามารถเข้ามาเป็นผู้แทนของเรา

เป้าหมายระยะยามของสมัชชาสภาประชาชน คือ ผลักดันให้เกิดสภาประชาชนที่เป็นองค์กรหลักของชาติโดยผลักดันให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง มีสัญญาประชาคมว่าเมื่อได้รับตำแหน่งแล้วจะสนับสนุนกลไกนี้ให้เกิดขึ้นโดยทันที


ไม่มีกฎหมาย ไม่มีอำนาจ กรรมการเป่านกหวีดให้หยุดป่วนเมืองได้แล้ว


หนึ่งในหลักนิติรัฐที่สำคัญคือ หลักการเคารพกฎหมาย กปปส. สถาปนาตนเองขึ้นมาโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจ และถือว่ายังไม่มีอำนาจรัฐ การจะได้อำนาจรัฐนายสุเทพฯ เป็นรองนายก และรัฐมนตรีหลายสมัยไม่รู้หรืออย่างไรว่าการได้มาซึ่งอำนาจของรัฐ ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นทุกฝ่ายหากถือ “หลักนิติรัฐมิใช่ถือหาง” ต้องมีคำตอบว่า

๑. กปปส. เป็นคณะบุคคลเถื่อนหรือองค์กรเถื่อนหรือไม่มีกฎหมายใดรองรับการให้อำนาจ ช่วยตอบที

๒.หากไม่มีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่มีกฎหมายใดรองรับการที่นายสุเทพฯ ออกคำสั่งตามประกาศ กปปส. ฉบับ ๑/๒๕๕๖ และฉบับต่อๆมา จนกระทั่ง “ลิดรอน และละเมิดพระราชอำนาจ” โดยประกาศเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองประเทศให้เป็นประชาธิปไตยทางตรง ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ ประกาศ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และสภาประชาชนเอง ทั้งๆที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์

คำถาม จิตสำนึกของข้าราชการผู้รับผิดชอบตามกฎหมายไม่ว่าจะเป็นองค์กรใดๆ ก็แล้วแต่ไม่เข้าใจว่าให้คณะบุคคล หรือองค์กรเถื่อน ป่วนบ้านป่วนเมืองอยู่อย่างไร แม้จะลิดรอน และละเมิดพระราชอำนาจอย่างไรผู้มีหน้าที่ก็วางเฉย “อย่ามาโทษรัฐบาลนะ” ที่ผมตั้งคำถาม ผมอยากได้คำตอบจากข้าราชการ หรือหน่วยงานรัฐที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าคุณจะตั้งตัวเป็น “กรรมการ” นักกีฬาทำผิดกติกาไปมากแล้วพวกคุณวางเฉยไม่เป่านกหวีด แต่กลับนั่งฟังเสียงนกหวีดที่นักกีฬาแย่งไปจากกรรมการ ทำตัวเป็นจ่าเฉยไม่ทำหน้าที่ของตนที่มีอยู่


หรือกำลังจะรอเวลาไปรายงานตัวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จบข่าวประเทศไทย


สดศรี หนุนยิ่งลักษณ์ รักษาการต่อ

"สดศรี"หนุน"ยิ่งลักษณ์"เป็นนายกฯ รักษาการต่อ อยากให้สู้มากกว่านี้ กลัวเป็นการปฏิวัติที่เบ็ดเสร็จ

วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2556 เวลา 18:09:32 น.

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม นางสดศรี สัตยธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงข้อเสนอของกลุ่ม กปปส.ที่ให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีลาออกจากรัฐบาลรักษาการว่า หากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีลาออก จะเกิดสูญญากาศทางการเมืองและมีปัญหาต่อการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ทันที จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีอย่าลาออก อยากให้สู้มากกว่านี้ เพราะเมื่อเกิดสูญญากาศ ก็จะนำไปสู่สิ่งที่ผู้ชุมนุมเรียกร้อง อีกทั้งขณะนี้ก็เหมือนการปฏิวัติแล้ว เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบจากอดีตที่เคยใช้กำลังทหารมาเป็นประชาชน แต่ยังเป็นการปฏิวัติที่ไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ถ้านายกฯ ลาออก ก็อาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้ ทั้งนี้ มองว่าเงื่อนไขหนึ่งที่จะทำให้เกิดสูญญากาศทางการเมือง คือกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรี จากคำร้องที่มีอยู่ เพราะ ป.ป.ช.เองก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่า การยุบสภาไม่มีผลต่อการไต่สวนคำร้อง

เมื่อถามว่า ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ศาลจะยอมรับความเป็นรัฎฐาธิปัตย์ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ได้หรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ก็เปรียบเหมือนการปฏิวัติอย่างที่ได้กล่าวไว้ ทำสำเร็จก็มีอำนาจ เช่นเดียวกันเมื่อยึดอำนาจเสร็จ ก็ประกาศนิรโทษกรรมให้ตัวเอง การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจ มีอำนาจอะไรที่อยู่ข้างหลังอีกหรือเปล่า เราก็ไม่ทราบ รัฐบาลก็ต้องต่อสู้กันต่อไป

จากมติชน

วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2556

"สุเทพ" ดอดพบ "ประวิตร-ประยุทธ์-อนุพงษ์" ที่ ร.1 รอ.

วันอังคารที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
ข่าวกองทัพ
"สุเทพ" ดอดพบ "ประวิตร-ประยุทธ์-อนุพงษ์" ที่ ร.1 รอ.

แหล่งข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา13.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้เดินทางไปหารือกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรณ ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ5 จังหวัดภาคตะวันออก และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผบ.ทบ. ที่กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร. 1 รอ.) ซึ่งคาดว่าจะเป็นการหารือ เพื่อหาแนวทางออกให้กับสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ส่งรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า พราโด้ ไปรับนายสุเทพที่จุดนัดหมายเพื่อเข้ามาภายใน ร.1 รอ. จากนั้นได้ให้รถยนต์คันเดิมกลับออกมาส่งที่จุดนัดหมายในเวลาประมาณ 16.00 น. โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดการเข้าพบครั้งนี้

กปปส.ประกาศ “ยิ่งลักษณ์-รัฐบาล” โมฆะ-เล็งหานายกฯ ใหม่"..//

“สุเทพ” อ่านประกาศ กปปส.ชี้นายกฯ-รัฐบาลโมฆะตั้งแต่ประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ หนำซ้ำยุบสภาโดยไม่รอพระราชกฤษฎีกา เป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ เตรียมจัดหานายกรัฐมนตรีใหม่ ที่ประชาชนทั้งประเทศยอมรับ พร้อมขอให้มั่นใจแนวทางประชาภิวัฒน์ต่อผู้ชุมนุม
วันนี้ (10 ธ.ค.) ที่แยกสวนมิสกวัน เมื่อเวลา 19.15 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้อ่านประกาศ คณะกรรมการ กปปส.ฉบับที่ 1/2556 เรื่อง ความเป็นโมฆะของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี โดยระบุว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาลโมฆะตั้งแต่วันที่ประกาศไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ

ขณะเดียวกัน การประกาศยุบสภา โดยไม่รอพระราชกฤษฎีกา เป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้รัฐบาลยุบสภาแต่ก็ไม่สามารถรักษาการต่อได้ นายกรัฐมนตรีเป็นโมฆะ จึงทำหน้าที่ไม่ได้แล้ว เมื่อรัฐบาลไม่มีอำนาจรักษาการ ขณะนี้จึงเป็นสุญญากาศ เป็นช่องว่างทางอำนาจ จึงเป็นหน้าที่ของประชาชนในการจัดหานายกรัฐมนตรีใหม่ ที่ประชาชนทั้งประเทศยอมรับ ขอให้ประชาชนมั่นใจการประชาภิวัตน์ครั้งนี้ และจะประกาศความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

มีรายงานว่า นายสุเทพ จะปราศรัยอีกครั้งในเวลา 20.00 น.และเวลา 22.40 น.จะอ่านคำสั่ง กปปส.

รายละเอียด สุเทพ ประกาศคณะกรรมการ กปปส.

เมื่อเวลาประมาณ 19.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ขึ้นอ่านประกาศคณะกรรมการ กปปส. ฉบับที่ 1/2556 เรื่อง ความเป็นโมฆะของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ความว่า

ประกาศคณะกรรมการ กปปส. ฉบับที่ 1/2556
เรื่อง ความเป็นโมฆะของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี

ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2556 ความว่า "ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่มาของ ส.ว.มีสาระสำคัญขัดแย้งต่อหลักการพื้นฐาน และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 อันเป็นการทำให้ผู้ที่ถูกร้องได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ ด้วยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคหนึ่ง ซึ่งภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยแล้วนั้น หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอื่นๆ ซึ่งเป็นผู้แทนคณะรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสมาชิก ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งดังกล่าว ได้แถลงไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบกับการที่นายกรัฐมนตรีได้นำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ทั้งที่เป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่มีเนื้อหาและกระบวนการแก้ไขไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 216 วรรคห้า ที่บัญญัติให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ ให้ต้องปฏิบัติตามเป็นเด็ดขาด และต่อมา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2556 นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร โดยยังมิได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาให้ทรงตราพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร อันมาตรา 108 บัญญัติให้เป็นพระราชอำนาจ นับเป็นการกระทำอันล่วงละเมิดพระราชอำนาจอย่างชัดแจ้งที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งยังเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญซ้ำแล้วซ้ำอีก ดังปรากฏตามแถลงการณ์ของสภาทนายความ การกระทำทั้งหลายดังกล่าวข้างต้น ถือได้ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคร่วมรัฐบาล ร่วมกันจงใจกระทำการละเมิดรัฐธรรมนูญโดยไม่สุจริต และตั้งต้นอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้รัฐบาลชุดนี้ตกเป็นโมฆะนับตั้งแต่วันที่ประกาศไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการกระทำที่เป็นการจงใจละเมิดรัฐธรรมนูญ โดยไม่สุจริตดังกล่าว มีความร้ายแรงถึงขนาดที่ไม่อาจจะให้รัฐบาลชุดนี้ใช้อำนาจในนามของประชาชนได้อีกต่อไป

ดังนั้น แม้นายกรัฐมนตรีจะได้มีการประกาศยุบสภาไปแล้วก็ตาม ก็ไม่ส่งผลให้รัฐบาลที่สิ้นสภาพไปแล้วรักษาการต่อไปได้ เมื่อกรณีเป็นไปตามความดังกล่าวข้างต้น จึงถือได้ว่าเวลานี้ ประเทศไทยตกอยู่ในสภาวะสูญญากาศ เนื่องจากไม่มีนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีอีกต่อไปแล้ว จึงชอบที่จะต้องมีการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 โดยการจัดให้มีนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนทั้งประเทศยอมรับ เพื่อดำเนินการปฏิรูปประเทศไทยตามเจตจำนงของมวลมหาประชาชนต่อไป

ทั้งนี้ ขอให้มวลมหาประชาชนได้มั่นใจกับหลักการประชาภิวัฒน์ ด้วยวิธีสงบ สันติ อหิงสาต่อไป และศรัทธาเชื่อมั่นในความเป็นรัฏฐาธิปัตย์แห่งมวลมหาประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง และได้ทวงคืนกลับมาไว้ได้โดยสิ้นเชิง และพร้อมที่จะประชาภิวัฒน์ประเทศไทยโดยเร็วต่อไป

ประกาศ ณ วันที่ 10 เดือนธันวาคม พ.ศ.2556

ลงชื่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
เลขาธิการคณะกรรมการ กปปส.

http://astv.mobi/AgWxkJC
"กปปส.ประกาศ “ยิ่งลักษณ์-รัฐบาล” โมฆะ-เล็งหานายกฯ ใหม่"..//**“สุเทพ” อ่านประกาศ กปปส.ชี้นายกฯ-รัฐบาลโมฆะตั้งแต่ประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ หนำซ้ำยุบสภาโดยไม่รอพระราชกฤษฎีกา เป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญ เตรียมจัดหานายกรัฐมนตรีใหม่ ที่ประชาชนทั้งประเทศยอมรับ พร้อมขอให้มั่นใจแนวทางประชาภิวัฒน์ต่อผู้ชุมนุม
       

       
       วันนี้ (10 ธ.ค.) ที่แยกสวนมิสกวัน เมื่อเวลา 19.15 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้อ่านประกาศ คณะกรรมการ กปปส.ฉบับที่ 1/2556 เรื่อง ความเป็นโมฆะของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี โดยระบุว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาลโมฆะตั้งแต่วันที่ประกาศไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ
       
       ขณะเดียวกัน การประกาศยุบสภา โดยไม่รอพระราชกฤษฎีกา เป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้รัฐบาลยุบสภาแต่ก็ไม่สามารถรักษาการต่อได้ นายกรัฐมนตรีเป็นโมฆะ จึงทำหน้าที่ไม่ได้แล้ว เมื่อรัฐบาลไม่มีอำนาจรักษาการ ขณะนี้จึงเป็นสุญญากาศ เป็นช่องว่างทางอำนาจ จึงเป็นหน้าที่ของประชาชนในการจัดหานายกรัฐมนตรีใหม่ ที่ประชาชนทั้งประเทศยอมรับ ขอให้ประชาชนมั่นใจการประชาภิวัตน์ครั้งนี้ และจะประกาศความคืบหน้าให้ทราบต่อไป
       
       มีรายงานว่า นายสุเทพ จะปราศรัยอีกครั้งในเวลา 20.00 น.และเวลา 22.40 น.จะอ่านคำสั่ง กปปส.
       
       รายละเอียด สุเทพ ประกาศคณะกรรมการ กปปส.
       
       เมื่อเวลาประมาณ 19.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ได้ขึ้นอ่านประกาศคณะกรรมการ กปปส. ฉบับที่ 1/2556 เรื่อง ความเป็นโมฆะของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ความว่า
       
       ประกาศคณะกรรมการ กปปส. ฉบับที่ 1/2556
       เรื่อง ความเป็นโมฆะของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี
       
       ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2556 ความว่า "ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่มาของ ส.ว.มีสาระสำคัญขัดแย้งต่อหลักการพื้นฐาน และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 อันเป็นการทำให้ผู้ที่ถูกร้องได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ ด้วยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคหนึ่ง ซึ่งภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยแล้วนั้น หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอื่นๆ ซึ่งเป็นผู้แทนคณะรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสมาชิก ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งดังกล่าว ได้แถลงไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบกับการที่นายกรัฐมนตรีได้นำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ทั้งที่เป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่มีเนื้อหาและกระบวนการแก้ไขไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 216 วรรคห้า ที่บัญญัติให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ ให้ต้องปฏิบัติตามเป็นเด็ดขาด และต่อมา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2556 นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร โดยยังมิได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาให้ทรงตราพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร อันมาตรา 108 บัญญัติให้เป็นพระราชอำนาจ นับเป็นการกระทำอันล่วงละเมิดพระราชอำนาจอย่างชัดแจ้งที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งยังเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญซ้ำแล้วซ้ำอีก ดังปรากฏตามแถลงการณ์ของสภาทนายความ การกระทำทั้งหลายดังกล่าวข้างต้น ถือได้ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคร่วมรัฐบาล ร่วมกันจงใจกระทำการละเมิดรัฐธรรมนูญโดยไม่สุจริต และตั้งต้นอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้รัฐบาลชุดนี้ตกเป็นโมฆะนับตั้งแต่วันที่ประกาศไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการกระทำที่เป็นการจงใจละเมิดรัฐธรรมนูญ โดยไม่สุจริตดังกล่าว มีความร้ายแรงถึงขนาดที่ไม่อาจจะให้รัฐบาลชุดนี้ใช้อำนาจในนามของประชาชนได้อีกต่อไป
       
       ดังนั้น แม้นายกรัฐมนตรีจะได้มีการประกาศยุบสภาไปแล้วก็ตาม ก็ไม่ส่งผลให้รัฐบาลที่สิ้นสภาพไปแล้วรักษาการต่อไปได้ เมื่อกรณีเป็นไปตามความดังกล่าวข้างต้น จึงถือได้ว่าเวลานี้ ประเทศไทยตกอยู่ในสภาวะสูญญากาศ เนื่องจากไม่มีนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีอีกต่อไปแล้ว จึงชอบที่จะต้องมีการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 โดยการจัดให้มีนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนทั้งประเทศยอมรับ เพื่อดำเนินการปฏิรูปประเทศไทยตามเจตจำนงของมวลมหาประชาชนต่อไป
       
       ทั้งนี้ ขอให้มวลมหาประชาชนได้มั่นใจกับหลักการประชาภิวัฒน์ ด้วยวิธีสงบ สันติ อหิงสาต่อไป และศรัทธาเชื่อมั่นในความเป็นรัฏฐาธิปัตย์แห่งมวลมหาประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง และได้ทวงคืนกลับมาไว้ได้โดยสิ้นเชิง และพร้อมที่จะประชาภิวัฒน์ประเทศไทยโดยเร็วต่อไป
       
       ประกาศ ณ วันที่ 10 เดือนธันวาคม พ.ศ.2556
       
       ลงชื่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
       เลขาธิการคณะกรรมการ กปปส.

http://astv.mobi/AgWxkJC

พรบ.2ล้านล้านยังไม่ตกตามสภา


"ชัชชาติ"เผยพรบ.2ล้านล้านยังไม่ตกตามสภา เชื่อรัฐบาลใหม่มานำทูลเกล้าฯได้
 
(10/12/56)นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวก่อนการประชุมครม.ถึงการดำเนินการต่อของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน2ล้านล้านบาทภายหลังจากมีการยุบสภาแล้วว่า แม้จะมีการยุบสภาแล้วแต่ครม.ก็ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายยังคงตั้งคำถามว่าพ.ร.บ.2ล้านล้านบาทจะตกไปตามสภาหรือไม่นั้น ขอยืนยันว่าพ.ร.บ.2ล้านล้าน ผ่านสภาวาระที่3เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการทูลเกล้าฯ เนื่องจากต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสียก่อน จึงคิดว่ารอให้รัฐบาลใหม่มารอนำทูลเกล้าฯ

อย่างไรก็ตามโครงการต่างๆที่หน่วยงานทำอยู่นั้นก็ยังไม่ได้หยุด ยังคงศึกษารายละเอียดและเตรียมความพร้อมต่อไป หากรัฐบาลใหม่มาก็เข้ามาเดินต่อได้ถึงแม้ว่าอาจจะช้าเล็กน้อย

ผู้สื่อข่าวถามว่าโครงการต่างๆที่รัฐบาลชุดนี้จะได้สานต่อหรือไม่ รมว.คมนคาม กล่าวว่า ราชการยังเป็นหน่วยงานหลักที่มีข้าราชการชุดเดิมทำอยู่ หลายโครงการที่รัฐบาลชุดนี้ทำก็เป็นโครงการต่อเนื่องจากรัฐบาลก่อน จึงคิดว่าเรื่องใดที่เป็นประโยชน์ก็ทำต่อเพราะประเทศชาติต้องเดินหน้าต่อไป


ประมวลภาพ9ธ.ค.56มวลมหาประชาชนเคลื่อน

ประมวลภาพ วันที่ 9/12/56