PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

“มิตร-ศัตรู” วนๆกันไป

“มิตร-ศัตรู” วนๆกันไป



“ไม่มีมิตรแท้ หรือศัตรูถาวร-ศัตรูของศัตรู คือพวก”
ความจริงที่สะท้อนภาพการเมือง ไม่เฉพาะประเทศไทย กับล่าสุดผลการเลือกตั้งใหญ่ในประเทศมาเลเซีย กลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้าน ปากาตัน ฮาราปัน ได้ 113 ที่นั่ง ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาล ของนายนาจิบ ราซัก นายกฯมาเลเซีย ได้ไป 79 ที่นั่ง เตรียมตัวเป็นอดีตผู้นำไปโดยปริยาย
ขณะที่นายมหาธีร์ โมฮัมหมัด แกนนำพรรคฝ่ายค้าน ที่เคยเป็นผู้นำประเทศมานาน 22 ปี และลงจากเก้าอี้อำนาจไป 15 ปี คืนสู่สังเวียนรอบนี้ จ่อคัมแบ็กเก้าอี้ผู้นำประเทศในวัย 92 ปี
เป็นรายการหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่างครูและลูกศิษย์ทางการเมือง “มหาธีร์-นาจิบ ราซัก”
ยังไม่รวม คิวยุติความบาดหมาง ระหว่างมหาธีร์ และนายอันวาร์ ฮิบราฮิม อดีต แกนนำฝ่ายค้านที่เคยมีความแค้นต่อกันในอดีต และพลิกกลับมาเป็นแนวร่วมกันครั้งนี้
“จากมิตรกลายเป็นศัตรู ศัตรูพลิกมาเป็นมิตร”–“มีศัตรูคนเดียวกัน ก็คือพวกเดียวกัน” ตามตำราเป๊ะ
ก็คงจะไม่แตกต่างกับประเทศไทย ล่าสุด 2 อดีต ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย ทั้ง “พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ” และ “สุรชาติ เทียนทอง” ออกมาโวยคำสั่งจากสำนักงานเขตคันนายาว–หลักสี่ ให้งดทำกิจกรรมและขึ้นป้ายบริการฉีดยุง วัคซีนสุนัข แมว โดยอ้างคำสั่ง คสช.
มีการตั้งข้อสงสัย เหตุใดคำสั่งที่ออกมาช่วงนี้ ตั้งข้อสังเกตคำสั่งเลือกปฏิบัติ ใจคับแคบ
แม้ยังไม่ระบุชัด แต่เอ่ยอ้างคำสั่งที่โยงไปถึงวาระแฝงการเมือง
แน่นอนคิวนี้อดีต ส.ส.เพื่อไทย ย่อมพุ่งเป้าไปที่ “บิ๊กวิน” พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. จากการแต่งตั้งของ คสช. พร้อมๆกับความเคลื่อนไหว พรรคใหม่ค่ายหนุน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปักหมุดพื้นที่เมืองกรุงเป็นเป้าหมายแย่งแต้มเจ้าถิ่นเก่า ทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์
และหนึ่งในจังหวะของแผน น่าจะเป็นการดึง“จั้ม” สกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. ที่ได้รับมอบหมายให้คุมงานด้านเทศกิจ คุมเข้มป้ายในพื้นที่สาธารณะ
คิวคำสั่งจากสำนักงานเขตครั้งนี้ รองผู้ว่าฯ กทม.น่าจะผ่านหูผ่านตาเหมือนกัน
“จั้ม–สกลธี” และ “ออฟ-สุรชาติ” เรื่องราวหนหลัง เป็นทั้งเพื่อนและคู่แข่งในสนามเลือกตั้งเขตหลักสี่
ดังนั้นนอกจากมองภาพกว้าง ถึงสมรภูมิแข่งขันเดือดเมืองกรุง ที่เริ่มเห็นปฏิบัติการถากถางทาง
และจังหวะเล่นลูกไหลตาม ในยุทธการ “เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด”
อะไรไม่ว่า ถ้าจะมองไปถึงเอฟเฟกต์สะเทือนเกมอำนาจภาพรวมหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม
กับคิวเคลื่อนตัวเชื่อมต่อในหัวเมืองชายแดน จ.สระแก้ว ที่มีชื่อของ “เสนาะ เทียนทอง” ผู้เฒ่าวังน้ำเย็น ปรากฏบนหน้าสื่ออีกครั้ง จากการโพสต์เฟซบุ๊กของกุนซือ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม
เปิดคิวเตรียมลงพื้นที่ตรวจราชการของ “บิ๊กตู่” ที่ จ.สระแก้ว กลางเดือน พ.ค.นี้ อาจเป็นคิวดึงผู้เฒ่าวังน้ำเย็น มาร่วมวงปฏิรูป ส่อนัยถึงลำดับถัดไป อาจชูมือ “นายกฯลุงตู่” ทำสถิติปั้นผู้นำรอบใหม่
โปรแกรมที่ “ป๋าเหนาะ” ไม่ปฏิเสธ พร้อมโยนสูตร “รัฐบาลแห่งชาติ” ถามทางอีกรอบ
“เจ้าพ่อวังน้ำเย็น” รอรับดีลพิเศษ กับเครือข่าย “บิ๊กป้อม” อดีตหัวขบวนบูรพาพยัคฆ์ ที่เคยรับราชการในพื้นที่ ในสาย “บูรพาชายแดน” จ.สระแก้ว ที่เคยคุ้น คุ้นเคยเจ้าถิ่นอย่าง “ป๋าเหนาะ”
ที่จริง มีคนในเครือข่ายเจ้าพ่อวังน้ำเย็น ระดับบิ๊กหอการค้า จ.สระแก้ว ในทีมมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก และเครือข่ายสนามม้านางเลิ้งของ “บิ๊กป้อม” มานานพักใหญ่แล้ว
ถึงแม้ “บูรพาสายทหารเสือ” อย่าง “บิ๊กตู่” อาจไม่แนบแน่นนักก็ตาม ก็ถือว่ายังมีเชื้อความสัมพันธ์จากอดีต
สรุปว่าดีลการเมือง “เทียนทอง–ผู้พ่อ” ในภาพรวม กับเหตุกระทบกระทั่งสั่นสะเทือน “เทียนทอง–ผู้ลูก” ในพื้นที่เมืองกรุง น่าจะเดินไปตามรูปรอยทั้งจีบทั้งเขย่ากันไป ในจังหวะเกมส่วนรวม­ส่วนตัว
แบบฉบับ “มิตร–ศัตรู” ไม่ถาวร สลับฉากในประเทศไทยเหมือนกัน.
ทีมข่าวการเมือง

เลื่อนไปสระแก้ว

"บิ๊กตู่"เลื่อนลง สระแก้ว  รอ"ฮุนเซน" ว่าง เปิดด่านร่วมกัน เซ็ง!!โดนหาว่า ไปดูดดดด นักการเมือง 

ทีมงานทำเนียบรัฐบาล  ชี้แจง กำหนดการลงพื้นที่ สระแก้ว ของ พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี 18 พค. นี้ว่า เป็น แผน ที่ทางมหาดไทย โดยทางจังหวัดเสนอมา แต่ต้องรอ "สมเด็จฮุนเซน" นายกฯกัมพูชา ว่าง เพื่อมาเปิดด่านร่วมกัน จึงต้องเลิ่อนไปก่อน เพราะ นายกฯฮุนเซน ติดงาน ที่เขาพระวิหาร จึงต้องรอนัดกันอีกที....โดยยืนยันว่า นายกฯ ไม่ได้หวังผลเริ่องการเมือง ในการลงพื้นที่สระแก้ว แต่ไปเปิดด่านชายแดน  เพื่อเศรษฐกิจชายแดน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กับเพื่อนบ้าน
ไม่มีเรื่องการเมือง แต่กลับมีการวิจารณ์ว่า นายกฯจะไป ดูด นักการเมือง สระแก้ว

ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ มีแผนจะลงพื้นที่ 23 พค. แต่ยังไม่เปิดเผย ว่า จังหวัดใด

พระสยามเทวาทิราช

"พระสยามเทวาธิราช" ก็ยังเหนื่อย!!

"บิ๊กตู่" ถอนหายใจ เฮือกใหญ่ บอก "พระสยามเทวาธิราช"ก็เหนื่อย ดูแลประเทศชาติมานานแล้ว  ขอให้ท่านพักบ้างนะ

พลเอกประยุทธ์ กล่าว บนเวทีลงนาม ผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวว่า  "พระสยามเทวาธิราช" ทรงดูแลประเทศไทยมานานตั้งแต่สร้างมา 200-300 กว่าปี ท่านก็เหนื่อยนะ ให้ท่านพักบ้างเถอะ อะไรก็ขอท่านให้เรียบร้อย ขอได้เป็นกำลังใจให้เรา ขอให้ท่านช่วย ก็ไม่ไหวเหมือนกัน ท่านช่วยให้เราทำงาน

เมื่อมาถึงช่วงนี้. นายกฯได้หยุดพูด พร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนกล่าวว่า "ขอให้พระบารมีอันมากล้นของสถาบันพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้ปกป้องทุกคน เราต้องปฏิรูปประเทศในสมัยเราให้ได้ ตราบที่เรามีชีวิตอยู่ ถ้าเราไม่ช่วยกัน ไม่มีรัฐบาลจะทำได้ ทุกรัฐบาลไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้า ถ้าเราไม่ช่วยกันทำเอง

การบ้าน

"บิ๊กตู่" พ้อ การเมือง คือการสร้างบ้านสร้างเมือง ไม่ใช่ทำลายกัน  ...ยันผมไม่ทำการเมือง ผมทำ "การบ้าน"ของผม

พลเอกประยุทธ์  พ้อ โดนครหา ทำอะไรเพื่อ การเมือง ตลอด  หลังถูกจับตา ลงพื้นที่สระแก้ว ไปดูด"เสนาะ เทียนทอง"

ยัน ผมไปทุกจังหวัด ใครรับผมก็ไป ตรงนั้น ผมต้องการไปเจอ ปชช.ให้มากที่สุด ไม่ได้ไปให้เป็นคำครหา ผมไม่ทำการเมือง ผมทำการบ้านของผม

ผมจำเป็นต้องพูดบ้าง กลัวจะไม่เข้าใจ เพราะอะไรก็จะ ถูกมองเป็นเรื่องการเมืองไปซะหมด" 

การเมืองก็เรื่องของการเมือง การเมืองเขามีไว้ให้สร้างบ้านสร้างเมือง ไม่ใช่ใช้การเมือง ไว้ทำลายกัน  สร้างความเกลียดชังไปเรื่อยๆ แล้วจะอยู่กันได้ยังไงวันข้างหน้า เลือกตั้งมาใหม่ก็เกลียดกันอย่างนี้อีกแหละ นั่นคือสิ่งที่ผมเป็นกังวล” นายกฯกล่าว บนเวที ลงนามข้อตกลงผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าว ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

นายกงอนข่าวดูดป๋าเหนาะ

พลังงอน....พลังเงียบ....พลังดูด

"บิ๊กตู่" งอน... งดให้สัมภาษณ์ ไม่พูดแม้แต่คำเดียว..... หลังถูกกล่าวหาว่า มีแผนลงพื้นที่สระแก้ว เพราะจะไป "ดูด" ป่าเหนาะ"18พค.นี้ / ทีมงานนายกฯแจง เป็นแผนมหาดไทย เสนอมาเรื่องเปิดด่าน แต่รอ"ฮุนเซน" นายกฯเขมร ยังไม่ว่าง จึงเลื่อนไปก่อน/ บิ๊กตู่ บ่น ทำอะไร ก็โดนโยงเป็นการเมืองตลอด

"นายกฯ บิ๊กตู่" ลั่นใครอยากเป็น นายกฯ เป็นรัฐบาล ใครจะเป็น ก็เป็นไปเหอะ ไม่ห่วง  แต่ทุกเรื่องที่ทำ โดนโยงเป็นการเมือง ผมจำเป็นต้องพูด เพราะโดนทุกวัน ได้รัฐบาล ที่พอใจ ยั่งยืน ครบวงจร ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ชี้ มีความพยายามบิดเบือน  ทั่งเรื่องรัฐธรรมนูญ และกฏหมายลูก

พลเอกประยุทธ์  กล่าว ในเวที ลงนามความตกลงเรื่องผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าว  แต่ออกมา  นักข่าวดักถาม กลับเดินนิ่ง ไม่ตอบคำถาม เริ่องการลงพื้นที่สระแก้ว และถูกมองว่า จะไปดูด นายเสนาะ เทียนทอง

เมื่อนักข่าวถามว่า จะใช้พลังเงียบ รับมือพลังดูด ใช่หรือไม่ นายกฯ ทำมือปัด แล้วเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ไป

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

สภานศ.มธ. ประณามสื่อไร้จรรยาบรรณ เขียนข่าวโจมตีนศ.ซ่องสุมกำลัง-ทำลายชาติ

สภานศ.มธ. ประณามสื่อไร้จรรยาบรรณ เขียนข่าวโจมตีนศ.ซ่องสุมกำลัง-ทำลายชาติ


วันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีบทความข่าว “นรกป่วนชาติ (รอบใหม่)” เขียนโดยเจ้าของนามปากกา และตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2561 รวมทั้งมีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ มีเนื้อหาโจมตีคณะอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.)ว่า “เป็นเครื่องมือนักการเมืองและพวกทำลายชาติ” อีกทั้งมีเจตนาชี้นำให้ผู้อ่านเกิดความเกลียดชังต่อคณะอาจารย์ นักศึกษาและต่อมหาวิทยาลัย รวมทั้งพยายามกล่าวหาว่ามธ. เป็นพื้นที่สำหรับวางแผนเคลื่อนไหวและซ่องสุมกองกำลัง อันเป็นการให้ร้าย และปลุกปั่นความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม
สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในฐานะองค์กรพิทักษ์สิทธิ และเสรีภาพของนักศึกษาและประชาชนชาวไทยมาตลอด และในฐานะผู้แทนของนักศึกษามธ. ระบุว่า สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขอประณามต่อการกระทำของสื่อและนักเขียนข่าว ซึ่งไร้จรรยาบรรณในวิชาชีพ ขาดความเที่ยงธรรม และความเป็นภววิสัยในการรายงานข่าว อีกทั้งขาดการกลั่นกรองข้อเท็จจริงก่อนที่จะนำเสนอสู่สาธารณะ ตลอดจนมีเนื้อหาอันก้าวก่ายสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น โดยที่นำมาซึ่งความเกลียดชัง และความแตกแยกในสังคม นับว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติและสังคมในแบบหนึ่ง
สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขอเรียกร้องให้สำนักพิมพ์แสดงความรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าว และขอเรียกร้องไปยังนักเขียนข่าวเจ้าของนามปากกา ให้พิจารณาการทำงานของตนในฐานะสื่อมวลชนว่ายังคงมีจรรยาบรรณในวิชาชีพเพียงพอสำหรับการรับใช้สังคมอยู่หรือไม่
สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขอสนับสนุนให้นักศึกษาและประชาชน พิจารณาข้อมูลข่าวสารจากสื่อที่มีคุณภาพ และเชื่อถือได้ เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อของการใช้สื่อในการสร้างความร้าวฉาน และแตกแยกในสังคม รวมทั้งขอสนับสนุนต่อการใช้สิทธิและเสรีภาพของนักศึกษาและประชาชนตามที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญไทยอย่างเหมาะสมและสมควร โดยมิทำลายซึ่งสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

ป.ป.ช.เผยสอบนาฬิกา"บิ๊กป้อม" เสร็จไม่ทันเดือนนี้

ป.ป.ช.เผยสอบนาฬิกา"บิ๊กป้อม" เสร็จไม่ทันเดือนนี้ อ้างรอเอกสารจากผู้จำหน่าย แต่สอบทายาทเจ้าของนาฬิกาครบแล้ว
.
วันนี้ (10 พ.ค.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีนาฬิกาหรูของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าได้สอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวครบถ้วนแล้ว รวมทั้งทายาทของ นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เพื่อนของพลเอก ประวิตร ที่ได้ชี้แจงมาแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่ามีการยืนยันการเป็นเจ้าของนาฬิกาหรือไม่ ส่วนการจะเรียกสอบพยานบุคคลเพิ่มเติมหรือไม่นั้นยังตอบไม่ได้ เพราะต้องรอดูผลการชี้แจงของตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาอีกครั้งหนึ่งก่อน
.
เลขาฯ ป.ป.ช. ยืนยันว่าการดำเนินการของ ป.ป.ช. ไม่ได้ชะงัก แต่การตรวจสอบจะต้องรอพยานหลักฐานจึงจะดำเนินการต่อไปได้ ขณะนี้ยังคงรอเอกสารยืนยันหมายเลขตัวเรือนของนาฬิกาจากทางผู้จำหน่ายนาฬิกาอยู่ ซึ่ง ป.ป.ช. จะเร่งรัดให้เอกชนส่งหลักฐานมา
.
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าอาจเสร็จไม่ทันภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และอาจจะใช้เวลาอีก 2-3 เดือน ขึ้นอยู่กับการชี้แจงของตัวแทนจำหน่ายนาฬิกา
.
แม้ที่ผ่านมาเลขาฯ ป.ป.ช. จะยืนยันมาตลอดว่าไม่มีการประวิงเวลาสำหรับคดีนี้ แต่กรณีดังกล่าว ป.ป.ช. รับไปดำเนินการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 ผ่านมาเกือบครึ่งปี สังคมก็ยังไม่ได้เห็นความชัดเจนของเรื่องนี้จาก ป.ป.ช.
อ่านย้อนหลังเพิ่มเติม https://thestandard.co/prawit-ignore-testimony/
ขอบคุณข้อมูลจาก THE STANDARD
ภาพ: ชาติกล้า สำเนียงแจ่ม

สมหวังกับงานที่เกินมือ

สมหวังกับงานที่เกินมือ



เส้นกราฟชีวิตกำลังอยู่ในห้วงขาขึ้น
กับชีวิตดี๊ดีของ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุงพรรคเพื่อไทย ที่แทบการันตีตั๋ว “นอมินี” รับธงจากอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร นั่งแท่นแม่ทัพพรรคเพื่อไทยในการลงสนามเลือกตั้ง
สมหวังกับตำแหน่งที่เจ้าตัวขันอาสาสร้างจุดเปลี่ยนให้ “นายใหญ่”
ล่าสุดก็เพิ่งสำเร็จดุษฎีบัณฑิต เตรียมรับปริญญาเอกสาขาวิชาพระพุทธศาสนา จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) หลังใช้เวลาเว้นวรรคการเมืองศึกษามาหลายปี
เสริมราศีดีกรี “ด็อกเตอร์” จังหวะพอดีกับการนั่งแท่นเบอร์หนึ่งพรรคเพื่อไทย
ภารกิจเดิมพันใหญ่สุดในชีวิตการเมืองของเจ้าเมืองกรุงเลยก็พูดได้
กับโจทย์ใหญ่ การบ้านโคตรยากที่กองอยู่ตรงหน้า
เริ่มตั้งแต่ด่านแรก การเคลียร์อาการเขม่นในหมู่เจ๊ๆเฮียๆในเพื่อไทยที่ไม่ยอมหลบให้กัน โดยเฉพาะคิวของ “เจ๊แดง” นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เจ้าแม่วังบัวบาน ไหนจะบวกแรงพ่วงแฝงของ “เฮียเพ้ง” นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล แกนนำสายตรง “ดูไบ” ที่ไม่เผาผี
ถึงฉากหน้าจะยอมตามคำขอของ “นายใหญ่” แบบเสียมิได้ แต่ลึกๆยังไงก็ไม่เต็มร้อย
มันคือแรงเสียดทานภายในที่ “เจ๊หน่อย” ต้องเผชิญนับจากนี้ไป ในจังหวะที่อีกทางก็ต้องปะทะกับแรงเสียดทานภายนอกที่เริ่มยกระดับขึ้นทุกขณะในจังหวะ คสช.ปลดล็อกให้การเมืองเริ่มขยับ
กับจังหวะขยับของ “นายใหญ่” ที่ยังอยู่ในอารมณ์ท้าทายท็อปบูต
กระตุกเงื่อนไขสถานการณ์ยั่วฝ่ายคุมเกมอำนาจ
ตามปรากฏการณ์ล่าสุดในการบินโฉบมาที่ประเทศสิงคโปร์ในห้วงม็อบอยากเลือกตั้ง และอีกสารพัดม็อบเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล
หนีไม่พ้นถูกโยงเป็นการส่งซิกอยู่เบื้องหลังเกมมวลชน
ขณะเดียวกันก็เป็นสถานการณ์ที่ลูกข่ายพรรคเพื่อไทยบินไปต่อคิวเข้าพบ ท้าทายเสียงเตือนจากทีมงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสี่ยงเข้าข่ายการครอบงำ
อาจนำไปสู่โทษหนักถึงขั้นยุบพรรค
ที่แน่ๆเลย “กรรมเก่า” โผล่มาให้เห็นทันตา
กับจังหวะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มอบหมายให้พนักงานคดี สำนักงาน ป.ป.ช. ยื่นฟ้องอดีตนายกฯทักษิณ ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเมื่อปี 2546 “ทักษิณ” ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบและยินยอมให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีคัลไทย จำกัด (ทีพีไอ) โดยมิชอบ
ไล่เลี่ยๆกันเลยกับจังหวะที่อัยการสูงสุดเห็นชอบให้ส่งฟ้อง “เสี่ยไก่” นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมฯ ในคดีทุจริตโครงการก่อสร้างบ้านเอื้ออาทร ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายหลังจากคณะทำงานร่วม ป.ป.ช.และสำนักงานอัยการสูงสุด ใช้เวลาปีกว่าแก้ไขประเด็นข้อไม่สมบูรณ์ในสำนวนฟ้องจนครบถ้วนแล้ว
แนวโน้ม “นายใหญ่” และทีมงานโดนลุยเช็กบิลหนักแน่
ตามสถานการณ์คดีค้างเก่าที่ค้างอยู่เต็มโรงเต็มศาล
แต่ที่น่าห่วงที่สุดก็คือ “กล่องดวงใจ” ของ “นายใหญ่” และ “นายหญิง” อย่าง “เสี่ยโอ๊ค” นายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน
ชะตาแขวนอยู่กับคดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย
โดนปักชนักคาหลังไว้ ประกอบอาการซ่าท้าวัดดวงไปทั่ว ทั้งการเปิดหน้าโซ้ย “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ท้าทายทหาร คสช. และการกระโดดข้ามรุ่นไปใช้ “เดอะมาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าค่ายประชาธิปัตย์ เป็นบันไดลิงไต่เพดานบิน
ที่แสบสันจริงๆก็คือการโพสต์โซเชียลฯถามหาใบสมัครพรรคอนาคตใหม่จาก “ไพร่หมื่นล้าน” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แสดงเจตจำนงร่วมอุดมการณ์กับกลุ่มนิติราษฎร์
โดยไม่สนแรงเสียดทานจากกลุ่มต้านขบวนการหมิ่นเหม่ ม.112
ตามเค้าลางที่ไม่ต้องเป็นหมอดูก็ทำนายอนาคตได้ แนวโน้มสูงมากที่ “เสี่ยโอ๊ค” อาจต้องโดนคดีขึ้นศาลกันเหนื่อย
เงื่อนไขมันเกินมือ สุดกำลังที่ “เจ๊หน่อย” จะเคลียร์ไหว.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ดูดรายต่อไป

ถูก"ดูด"??!!

"ป๋าเหนาะ" เปล่าถูก"ดูด"แต่ พร้อมตัอนรับ "บิ๊กตู่" ลงพื้นที่สระแก้ว ถิ่นเก่า บูรพาพยัคฆ์/ ขณะทีมทำเนียบฯ ยังไม่ยืนยัน "บิ๊กตู่" ไป 18พค.หรือไม่

สาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดข่าวสะพัดว่า คสช.ดูด"ป๋าเหนาะ"คือ การที่"ไพศาล พืชมงคล" ที่ปรึกษาฯ บิ๊กป้อม พลเอกประวิตร 
และเคยอยู่พรรคความหวังใหม่ ยุคบิ๊กจิ๋ว ด้วยกันมา โพสต์ เฟสบุ้ค ภาพและข้อความ ไปกินกาแฟกับ ป๋าเหนาะ "เสนาะ เทียนทอง" ประเมินสถานการณ์การเมือง  ประกอบกับมีข่าวว่า "นายกฯบิ๊กตู่"เตรียมลงพื้นที่"สระแก้ว"  18พค.นี้ ......

จนวันนี้  "ป๋าเหนาะ" ออกตัวว่า ไม่ได้ถูกดูด แต่บอกว่าพร้อมจะไปต้อนรับนายกฯ มา สระแก้ว  และพร้อมนำประชาชนไป ต้อนรับสัก 50,000 คน

แถมทั้ง เป็นถิ่นเก่า ของ พลเอกประยุทธ์ และ พลเอกประวิตร และพลเอกอนุพงษ์  ที่ล้วนเติบโตมาจาก พล.ร.2รอ.สระแก้ว  แดนบูรพาพยัคฆ์

ขณะที่ "ไพศาล" ให้จับตามองว่า ป๋าเหนาะชูมือ พลเอกชาติชาย ว่าจะเป็นนายกฯคนต่อไป ชูมือ ท่านบรรหาร เป็นนายกฯและ ก็เคยชูมือทักษิณ ว่าจะเป็นนายกฯ แล้วก็เป็นจริงมาแล้ว....

"ในวันที่ลุงตู่ลงพื้นที่สระแก้ว ป๋าเหนาะจะจับมือลุงตู่ ชูเป็นนายกต่อหรือไม่?" ไพศาล ระบุ

เรียกได้ว่า ตอนนี้ ไม่ว่าอะไรๆ ก็ถูกมองเป็นการเมือง เป็นเรื่องดูด กันไปซะหมด

ผมแก่แล้ว

"บิ๊กป้อม" วัย73 ออกตัว ผมแก่มาก ไม่เล่นการเมือง ปล่อย"มหาเธร์"92 เป็นนายกฯ อีกสมัย

"บิ๊กป้อม" ยินดี "มหาเธร์"ชนะเลือกตั้ง มาเลเซีย เชื่อการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง ไม่มีผลกระทบต่อไทย  และนโยบายพูดคุยสันติสุขใต้ ปัดตอบ "นาจิบ" ทุจริต"แพ้เลือกตั้ง

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าว แสดงความยินดี กับ "มหาเธร์ โมฮัมหมัด" ที่ชนะเลือกตั้ง มาเลเซีย ชี้ เป็นการตัดสินใจของ ปชช.  เชื่อไม่มีผลกระทบต่อไทย  และนโยบายพูดคุยสันติสุข ที่มาเลเซีย เป็น ผู้อำนวยความสะดวก อยู่

ส่วนการที่ "นาจิบ ราซัค" ที่ถูกโจมตี เรื่องทุจริต แพ้เลือกตั้ง นั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้จะวิจารณ์ยังไง เพราะ ไม่ได้ติดตามรายละเอียด

แต่ เชื่อไม่มีผลกระทบต่อนโยบายการแก้ปัญหาภาคใต้ และ การพูดคุยสันติสุข  เพราะไทยกับมาเลเซีย ก็ดีกัน เราดีกับทุกคน และเมื่อเขาจัดตั้งรัฐบาลใหม่ มีรมว.กลาโหม คนใหม่ ก็คงจะได้คุยกัน แต่ตอนนี้ ยังไม่รู้ว่าจะเป็นใคร

ส่วนการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง ของมาเลเซีย จะมีผลต่อไทย หรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า คงไม่มีผลอะไร
 
ส่วนการเลือกตั้งมาเลเซีย ทำให้การเลือกตั้งไทย ถูกจับตามองเช่นกัน ก็ไม่เป็นไร

ส่วนการที่ นายมหาเธร์ อายุ92 แล้ว ยังเล่นการเมืองอยู่ แล้ว พลเอกประวิตร อายุ73 จะเล่นการเมืองต่อหรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า  แต่ละคนไม่เหมือนกัน ผมแก่มาก เพราะผมทำมาตั้งแต่เด็ก

โดยก่อนหน้านี้ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ตนเองจะไม่เล่นการเมือง เมื่อหมดเทอมรัฐบาล คสช.  ไม่ไปทำงานการเมืองกับพลเอกประยุทธ์  เพราะก็จะพักแล้ว เพราะอายุเยอะ

วันพุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

อีเวนต์ การเมือง ณ สนามช้าง ‘บุรีรัมย์’ ใคร ‘กำหนด’ คิว

อีเวนต์ การเมือง ณ สนามช้าง ‘บุรีรัมย์’ ใคร ‘กำหนด’ คิว



คําถามที่เสนอเข้ามาหลังปรากฏการณ์ ณ สนามช้าง อารีนา บุรีรัมย์ ที่ว่า ตกลงใคร “เสร็จ” ใคร ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ นายเนวิน ชิดชอบ
ตอบยาก
ไม่ใช่ตอบ “ยาก” อย่างธรรมดา หากยากอย่างชนิด “ยากส์”
หากดูจาก สีหน้า ดวงตา และกังวานเสียงอันเปล่งออกมาเหมือนกับว่าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ นายเนวิน ชิดชอบ ดำรงอยู่อย่างชนิด
win win
เพราะว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เห็นประชาชนกว่า 30,000 คนเปล่งเสียงดังก้อง “ลุงตู่สู้ๆ ลุงตู่สู้ๆ” กระหึ่มทั้งสนาม
เพราะว่า นายเนวิน ชิดชอบ ได้รับเสียงชมจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ยิ่งกว่านั้น ยังขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่บุรีรัมย์ได้งบประมาณจาก “ครม.สัญจร” ครั้งนี้ไปกี่หมื่นล้านบาทอีกด้วย
มองจากสถานะแห่งความเป็นนักการเมืองในพื้นที่บุรีรัมย์มาอย่างยาวนาน นับแต่รุ่น นายชัย ชิดชอบ มายังรุ่น นายเนวิน ชิดชอบ
การระดมประชาชนกว่า 30,000 ไม่ยาก
มองจากรากฐานในทาง “เศรษฐกิจ” สามารถควักกระเป๋าเพื่อเป็นเครื่องมือหล่อลื่นได้อยู่แล้ว มองจากรากฐานและความสัมพันธ์ในเครือข่าย “ทางการเมือง” ก็ไม่ลำบาก
“บุรีรัมย์” ก็เหมือนกับ “สุพรรณบุรี” นั่นแหละ
หากถือกันว่าจังหวัดสุพรรณบุรี คือ “บรรหาร-แจ่มใส” หรือเรียกขานกันว่า “บรรหารบุรี” จะแปลกอะไรหากสมญาแห่งบุรีรัมย์คือ “เนวินบุรี” ก็ย่อมได้

เพียงเห็นคำว่า “นครชัยบุรินทร์” ผู้คนก็ร้องอ๋อ
ยิ่งหากตระหนักในความเป็นจริงที่ นายชัย ชิดชอบ เป็นคนสุรินทร์ และอพยพครอบครัวไปอยู่บุรีรัมย์ ยิ่งไม่มีอะไรคลางแคลงสงสัย
ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรอกที่จะได้ ตรงกันข้าม นายเนวิน ชิดชอบ ต่างหากที่รับไปเต็ม-เต็ม จากสถานการณ์ครานี้
ช้างเหยียบนา พญาเหยียบเมือง
เอากันง่ายๆ เพียงแค่ นายเนวิน ชิดชอบ ปรากฏตัวพร้อมกับกางเกงขาสั้น ใส่เสื้อยืด ก็รับไปสุดสุดแล้ว ในความเป็นตัวของตัวเอง สำหรับแฟนานุแฟน
นี่ยังไม่ต้องพูดถึง “ผลพวง” อันจะตกกับ “ภูมิใจไทย”
จึงมิใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรอกที่หน้าบาน หาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ต่างหากที่ยิ้มแทบจะฉีกทะลุแก้ม
อานิสงส์ 30,000 กว่าคนนี้แผ่ไปไกล
เป็นการแผ่โดยที่พรรคภูมิใจไทยยังดำรงอยู่อย่างมั่นคง แข็งแกร่ง เป็นการแผ่โดยที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยยังเป็นหมายเลข 1 ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
นี่เป็นเพราะ “อีเวนต์” การเมืองจากสนามช้าง อารีนา โดยแท้
นี่เป็นเพราะความคล่องแคล่วปราดเปรียวของ นายเนวิน ชิดชอบ โดยแท้
จะเข้าใจบทสรุปนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่งต้องเริ่มจาก “คำตอบ” ของ “คำถาม” ที่ว่าใครเป็นฝ่ายกำหนดวาระและรายละเอียดที่สนามช้าง อารีนา
เป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ
ไม่ใช่หรอก เป็น นายเนวิน ชิดชอบ ต่างหาก เป็น นายเนวิน ชิดชอบ ต่างหากที่ชี้แนะต่อมวลชนกว่า 30,000 คน ว่าต้องแสดงออกอย่างไร
ใครกำหนดเกม คนนั้นย่อมชนะ

สถานีต่อไปเชียงใหม่

สถานีต่อไปเชียงใหม่



ไม่มีช็อตโผเข้าซบอก โอบกอดเอว
แบบที่ทำให้ “บรรหาร ศิลปอาชา–ทักษิณ ชินวัตร–อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อ่อนระทวย
ก็ต้องถือว่า “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคสช. ที่แขวนพระ 2–3 พวงใหญ่ ยังพกของดี ไม่หลง “มนต์เขมร” เคลิ้มตามฉากที่ “เสี่ยเน” นายเนวิน ชิดชอบ เจ้าพ่อเซราะกราว เนรมิตอาณาจักรบุรีรัมย์ ต้อนรับ ครม.สัญจร แบบจัดหนักจัดเต็มตามสไตล์
งานนี้ “เนวิน” แบไต๋ หงายไพ่เลย ถ้าไม่มีการก่อกำเนิดพรรค “พลังประชารัฐ” ก็ต้องเป็นป้อมค่ายภูมิใจไทยนี่แหละที่จะกุมดุลอำนาจทหารผ่านการเมือง
ในฐานะพรรคหลักที่หนุน “นายกฯลุงตู่” ตีตั๋วต่อ
แต่เมื่อเกมเปลี่ยนไป เซียนเขี้ยวลากดินยี่ห้อ “เนวิน” ก็ต้องพลิกเกมเดินแต้มใหม่ กระโดดลงมากำกับเกมด้วยตัวเอง หวังอาศัยแรงฉุด โหนกระแส “ลุงตู่” ปั่นแต้มตีคู่กับค่ายพลังประชารัฐ
ประคองราคา รักษาดีลตีตั๋วเกาะขบวนรถไฟรัฐบาลเปลี่ยนผ่าน
สำหรับทีมหนุน “นายกฯลุงตู่” งานนี้มีแต่ได้ ไม่มีเสีย ตามท้องเรื่องที่ถูกปั่นกระแสไล่ตามดูดทีมภูมิใจไทยถึงถิ่นบุรีรัมย์ แต่เอาเข้าจริง การณ์กลับกลายเป็นเจ้าภาพอย่าง “เนวิน” ที่ออกตัวแรง แสดงให้เห็นถึงอาการกระโดดเกาะเอว อยากได้ “ลุงตู่” ไปเสริมเครดิตมากกว่า
ที่แน่ๆยี่ห้อนี้ “แทงหวยแม่น” ชื่อ “เนวิน” เลือกอยู่ฝั่งชนะตลอด
และต้องยอมรับว่า แรงกระเพื่อมที่จังหวัดบุรีรัมย์ทำให้สั่นสะเทือนฐานการเมืองในภาคอีสาน
ปรากฏการณ์ที่นักการเมืองจะกล้าขยับขยายย้ายพรรค ไม่ปักหลักจมอยู่กับกระแสนิยมยี่ห้อ “ทักษิณ” ที่ผูกปีตีกินบุญเก่ากันมานานนับสิบปี
กระแสดี แต่ท่อน้ำเลี้ยงไม่เดิน ส่อเลือดไหลอีกเยอะ
ตามยุทธศาสตร์วงใน แว่วๆค่ายพลังประชารัฐของทีมหนุน “ลุงตู่” มุ่งปักธง
ที่จังหวัดอุบลราชธานี อุดรธานี เพื่อลุยเจาะหัวเมืองใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ฐานอีสาน ยังไงเพื่อไทยก็ไม่เหลือเท่าเดิม
และเมื่อกำแพงอีสานพังทลายแล้ว ก็ไม่แปลก ถ้าเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ต่อไป ทีมงาน “นายกฯลุงตู่” จะยกพลบุกพื้นที่ภาคเหนือ ตะลุยเจาะปราการฐานที่มั่นสำคัญของ “นายใหญ่”
ล็อกจุดโฟกัสที่จังหวัดเชียงใหม่ เมืองหลวงของตระกูลชิน
ด่านสำคัญเชิงสัญลักษณ์ของ “ทักษิณ”
ท่ามกลางสถานการณ์แนวรบที่เปลี่ยนแปลงไป สังเกตได้ว่าทีม “บูรณุปกรณ์” เงียบหายไป ไม่ได้แสดงตัวแสดงตนเป็นกองกำลังหลักของ “นายใหญ่” ในเชียงใหม่
ภายหลังเจอวิบากกรรมหนักๆจากบทบาทเบื้องหลังคนเสื้อแดง
แม้แต่ในหมู่พี่น้องชินวัตรเอง ก็ไม่แน่จะเหลือเต็มร้อยแค่ไหน
ในเมื่อชัดเจนแล้วว่า “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุง ได้ถือธง “นอมินี” นำทัพพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งรอบต่อไปแน่นอน
ภายหลังช็อตที่นายวัน อยู่บำรุง อดีตนายกฯ โพสต์โชว์รูปถ่าย “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ร่วมเฟรมกับอดีต นายกฯทักษิณ และอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ประเทศสิงคโปร์
เคลียร์คิว การันตีพื้นที่ลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคเพื่อไทย
ด่านแรก จิ๊กโก๋ฝั่งธนฯอย่าง “สารวัตรเหลิม” ดันลูกชายสมใจ ยอมหลีกทางให้เจ้าแม่เมืองกรุง ที่มี “เสี่ยโอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร เป็นหัวคะแนนคนสำคัญ
ได้ตั๋วทั้งฝั่ง “นายใหญ่” และ “นายหญิง”
จบข่าวด่าน “สารวัตรเหลิม” แต่นั่นไม่ได้หมายถึงด่านของ “เจ๊แดง” นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว “ทักษิณ” ที่วงในพรรคเพื่อไทยรู้กันดีกว่าไม่กินเส้นกันในหมู่เจ๊ๆ
เมื่อไม่ได้คุมเพื่อไทย “เจ๊แดง” จะลงเต็มร้อยหรือไม่ ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม
และตามรูปการณ์ ถ้าเจ้าแม่วังบัวบานไม่เอากับเจ้าแม่เมืองกรุง ไม่ออกแรงเต็มตัว ฐานภาคเหนือของเพื่อไทยมีหวังแกว่งแรงอีกหลายจังหวัด
นี่คือธรรมชาติ หลวมๆกลวงๆที่แฝงอยู่ภายในพรรคเพื่อไทย
ส่อแพ้ภัยตัวเองตั้งแต่ “ลุงตู่” ยังไม่ได้ออกแรง.
ทีมข่าวการเมือง

"ผมเหรอ"?!!

"ผมเหรอ"?!!
"บิ๊กป้อม" ถามกลับ "ผมเหรอ" ที่ " สันธนะ" พาดพิง ว่าเป็นรมต.ในรัฐบาล ที่สั่งค้นตลาดดอนเมือง ยันไม่เกี่ยว ไม่ได้สั่ง ผมจะไปรู้เรื่องอะไร เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่เขา ‪ยันไม่เคยรู้จัก สั่งตรวจสอบเป็น มาเฟีย มั้ย ท้าส่งหลักฐานมาเลย‬
ส่วนที่บอกว่า มีรมต.ในรัฐบาลทุจริต นั้น นายกฯก็บอกมาแล้ววว่า ก็บอกมาสิ ถ้ามีข้อมูลให้ส่งมา ให้มีหลักฐานด้วย อย่าพูดลอยๆ
เผย กำลังให้ตรวจสอบว่า เป็นผู้มีอิทธิพล หรือไม่ ว่ามีหลักฐานอะไร. ชี้ เป็นคนเดียว ที่เป็นแบบนี้ อย่าไปสนใจ ยันไม่ต้องเรียกปรับทัศนคติ มันเลยขั้นนั้นไปแล้ว ตำรวจแจ้งความดำเนินคดีอยู่แล้ว
ยันไม่เคยรู้จัก แต่ "จักรทิพย์" ตามผมไป บุรีรัมย์ เขาโทรเข้ามา แต่ ผบ.ตร.ไม่รู้ว่า เบอร์ใคร จึงโทรกลับ ยันไม่ได้มีการเจรจาอะไรกัน พูดแป้ปเดียว ก็วางหู

ตรวจสอบเบื้องหลัง

ตรวจสอบเบื้องหลัง
"บิ๊กป้อม" เหน็บ "คนอยากเลือกตั้ง" แกล้งไม่เข้าใจ ยัน เลือกตั้ง กพ.62 ชี้คนอยากเลือกตั้ง มีนิดเดียว คน70ล้าน ยังไม่อยาก / สั่งตรวจสอบเบื้องหลัง ยัน นายกฯไม่ลาออก เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด แถมปกครองบ้านเมืองดี มา4 ปี/ ขออย่าเดินมา ทำเนียบฯ บี้ แกนนำ มีความผิด หากเกิดวุ่นวาย
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึง ความเคลื่อนไหวของคนอยากเลือกตั้ง ว่า ไม่เป็นห่วง แต่ไม่เข้าใจ "คนอยากเลือกตั้ง จึงตัองกดดันให้เลือก พย.61 นี้ ที่ห่างไปแค่ 2-3 เดือนเท่านั้น มีความชัดเจนอยู่แล้ว เพราะยังไง ก็มีการเลือกตั้ง อยู่แล้ว กพ.2562 ถ้าไม่ใช่ปีหน้า และปีไหน
ส่วนทำไมถึงยังเคลื่อนไหว อยากเลือกตั้ง นั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า คนอยากเลือกตั้ง มีเพียงนิดเดียว แต่คนตั้ง 70กว่าล้าน ยังไม่อยาก ต้องดำเนินการตามโรดแมพ
เผย กำลังตรวจสอบเบื้องหลัง "คนอยากเลือกตั้ง" ตามที่ นายกฯบอก และดูว่า มีการเมืองหนุนหลัง หรือไม่ เพราะมีคนออกมาพูด แค่ไม่กี่คน ไปดูว่า ใครพูดบ้าง ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ชี้หากแกนนำชุมนุม จะ มีความผิด หากเกิดวุ่นวาย
ส่วนข้อเรียกร้อง" คนอยากเลือกตั้ง" ให้ พลเอกประยุทธ์ ลาออก นั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า ถ้าจะลาออก นายกฯก็ลาออกเอง แต่ว่า ท่านทำอะไรผิด จะต้องลาออก เพราะท่านก็ปกครองบ้านเมืองได้ดี ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
เมื่อถามว่า แต่ทำไม จึงไม่เข้าใจ นั่น พลเอกประวิตร กล่าวว่า จริงๆแล้ว เข้าใจ แต่แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ ก็ชี้แจงให้เข้าใจ
ส่วนการที่ "คนอยากเลือกตั้ง" จะเดินมาทำเนียบฯ22 พค.นี้ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ก็ขอว่าอย่ามาเลย แต่จะให้ จนท.เจรจา อย่าเดินมาทำเนีย

ยังไม่ได้มีอะไรกันเลย!!

ยังไม่ได้มีอะไรกันเลย!!
"บิ๊กป้อม" ไม่ห่วง "บิ๊กตู่" คบ"เนวิน" ยันไม่ได้ร่วมมือทางการเมือง อย่าไปมอง ถ้าไม่รู้จริง. แค่เจ้าของพื้นที่ มารับ ยันไม่ใช่หาเสียง ปัด อนุมัติงบฯหมื่นล้าน ลง "เนวินซิตี้" แค่หลักการ แต่ที่มีให้เลย แค่พันล้าน / ชี้ ชาวอิสาน ต้อนรับนายกฯดี
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการที่ พลเอกประยุทธ์ นายกฯลงพื้นที่อิสาน ว่า ชาวอิสาน ต้อนรับนายกฯดี นายกฯบอกแล้ว ที่ไหนต้อนรับ ก็ไปที่นั่น
ส่วนการที่ ถูกวิจารณ์ว่า ครม.ทุ่มงบฯกว่าหมื่นล้านให้ บุรีรัมย์ นั้น ครม. อนุมัติไปแค่ พันล้าน เท่านั้น ที่สามารถให้ได้ทันที ส่วน 1.4 หมื่นล้านบาท ก็แค่รับหลักการเท่านั้น ตามกรอบวงเงิน พัฒนาพื้นที่ในระยะ4-5 ปี ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20ปี ของรัฐบาล
ส่วนพรรคการเมือง วิจารณ์ ยายกฯหาเสียงก่อนคนอื่น นั้น นายกฯก็ลงพื้นที่แบบนี้ มาตั้งนานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งไป ในการไปตรวจเยี่ยมราษฎรในทุกพื้นที่. ไปตลอด ไม่เห็นจะต้องไปหาเสียงเลย
ส่วนที่ห่วง พลเอกประยุทธ์ ไปอยู่กับ นายเนวิน ชิดชอบ ที่อยู่กับใคร หัวหน้าพรรคตายหมด นั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะ เนวิน เป็นเจ้าของพื้นที่ ก็ต้องมาต้อนรับ ยังไม่ได้มีอะไรกันเลย
ส่วนที่ มีคนห่วง พลเอกประยุทธ์ ที่จะ ไปร่วมมือทางการเมือง กับนายเนวิน พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่มีหรอก เพราะ พลเอกประยุทธ์ ไม่ได้ไปเรื่องการเมือง ไปห่วง โดยที่ไม่รู้ คนจะมอง ก็มองไป เรื่องจริง เป็นอย่างไร ยังไม่รู้เลย

วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

8 เดือนก่อนเลือกตั้ง

8 เดือนก่อนเลือกตั้ง



รัฐบาล คสช.ให้สัญญา ว่าจะเร่งปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง
แต่ผ่านไป 4 ปี การปฏิรูปประเทศยังไม่เกิดผล สำเร็จอย่างที่ฉายหนังโฆษณา
เพราะการปฏิรูปประเทศไม่ใช่ทำปุ๊บเสร็จปั๊บเห็นผลทันที บางเรื่องต้องใช้เวลาเป็นปี บางเรื่องต้องใช้เวลา 10 ปี บางเรื่องต้องลากยาวไปอีก 20 ปี
แต่ล่าสุด...การปฏิรูปบางเรื่องเริ่มจะเกิดผลเป็นรูปธรรม
เช่น...ตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป พี่น้องประชาชนที่จะไปติดต่อหน่วยราชการ ไม่ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชน ถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านให้วุ่นวายขายปลาช่อนอย่างเดิม
“แม่ลูกจันทร์” ให้เครดิต นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐได้สะดวกรวดเร็ว
โชว์บัตรประชาชนใบเดียว...ไฟเขียว ผ่านตลอด 100 เปอร์เซ็นต์
“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า การปฏิรูป อีกเรื่องที่รัฐบาลเร่งให้เสร็จก่อนสิ้นปีนี้ คือการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง หรือ “บิ๊กดาต้า” เพื่อดึงข้อมูลประชาชน 68 ล้านคนไว้ในมือรัฐบาล
ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการทำมาหากิน ข้อมูล การถือครองทรัพย์สิน ข้อมูลภาระหนี้สิน ข้อมูลการเสียภาษีเงินได้ส่วนบุคคล ข้อมูลการทำธุรกรรมการเงิน ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร ข้อมูลการรักษาพยาบาล ฯลฯ
แม้กระทั่งเรื่องปลีกย่อย เช่น ข้อมูลการชำระค่านํ้า ค่าไฟ ฯลฯ
ข้อดีคือ...รัฐบาลจะได้นำข้อมูลประชาชน จากบิ๊กดาต้า ไปวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนได้ถูกจุด และติดตามประเมินผลได้ครบวงจร
แต่ข้อเสียคือ...การดูดข้อมูลส่วนตัวของประชาชนไปรวมไว้ในบิ๊กดาต้าของ รัฐบาล จะละเมิดสิทธิส่วนบุคคลที่รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครองหรือไม่??
และจะมีระบบเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวประชาชนอย่างไร?
รัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าข้อมูลส่วนตัวจะไม่รั่วไหล? หรือถูกนำไปใช้ผิดที่ผิดทาง??
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า มาถึงประเด็นสำคัญ คือเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าจะถึงกำหนดเลือกตั้งใหญ่ตามโรดแม็ป คสช.
ทำให้ นายกฯพล.อ.ประยุทธ์ สั่งเร่งสปีดให้การปฏิรูปประเทศเห็นผลสำเร็จภายในเวลาที่เหลืออีก 8 เดือน!!
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.สำนักนายกฯผู้รับหน้าเสื่อขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ แถลงว่า รัฐบาลมีแผนการปฏิรูปประเทศพร้อมดำเนินการกว่า 2,000 เรื่อง
แต่ในช่วงเข้าด้ายเข้าเข็มอีก 8 เดือนก่อนเลือกตั้ง
รัฐบาลจะเร่งลุยถั่วปฏิรูปเรื่องใหญ่ๆให้สำเร็จก่อน 5 เรื่อง
1,ปฏิรูปให้ประชาชนได้รับบริการจากภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ
2,ปฏิรูปปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น
3,ปฏิรูปการแก้ปัญหาทุจริตและปราบปรามคอร์รัปชัน
4,ปฏิรูปลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคในสังคมไทย
5,ปฏิรูปการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยให้ยอมรับกฎกติกา และแก้ปัญหาขัดแย้งโดยสันติวิธี
“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยที่รัฐบาลจะเร่งปฏิรูปประเทศให้เห็นผลสำเร็จก่อนเลือกตั้ง
แต่ไม่มั่นใจ (ไม่เชื่อ) ว่ารัฐบาลจะปฏิรูปเรื่องสำคัญทั้ง 5 เรื่อง ในเวลาแค่ 8 เดือนให้เกิดผลสำเร็จได้
โดยเฉพาะการปฏิรูปปัญหาปากท้อง การปฏิรูปปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ฯลฯ เป็นเรื่องใหญ่แก้ไขยาก
ถ้าพูดแล้วทำไม่ได้...เสียหายบานแห้วเชียวนะคุณท่าน.
"แม่ลูกจันทร์"

ใครดูดใครโหนกันแน่

ใครดูดใครโหนกันแน่



สถานการณ์พลิกผัน ต้องแก้โจทย์กันใหม่เลย
เมื่อ “สวนดุสิตโพล” สะท้อนตัวเลขประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ไม่ตื่นเต้นกับกระแสดูดที่นักการเมืองทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์กำลังตีฆ้องร้องป่าวประจานพรรคทหาร
แต่ชาวบ้านมองการย้ายพรรคเป็นเรื่องธรรมดาทางการเมืองทุกยุคทุกสมัย ตามระบบนิเวศการเมืองแบบไทยๆเป็นเรื่องต่อรองอำนาจและผลประโยชน์
กลายเป็นโจทย์ยากของนักการเมืองยิ่งไปกันใหญ่
น่าสนใจ ถ้าโพลนี้ทำหลังจากเจ้าตำรับวาทกรรมดูดอย่างอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ส่งสัญญาณจากประเทศสิงคโปร์มาเบิ้ลบลัฟพรรคทหาร ดูดมากๆระวังกลายเป็นสีเทา
ตัวเลขจะออกมาเซอร์ไพรส์กว่านี้หรือไม่
ในอารมณ์แบบที่รู้ๆกัน “ทักษิณ” คือเจ้าตำรับพลังดูดอันลือเลื่องในยุคพรรคไทยรักไทย เคยสร้างตัวอย่างไว้ แต่สุดท้ายก็ใช้เสียง ส.ส.ในการยึดสภา เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจให้ตัวเองและพวกพ้อง
จนต้องเจอกระแสต้าน ถูกโค่นกระดานอำนาจ
แต่ ณ วันนี้ยังถือเป็นโอกาสของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ที่จะไม่เดินย่ำซ้ำรอยอดีต ในการใช้ทฤษฎีขนมชั้นของ “ทักษิณ” ดึงนักการเมืองที่มีฐานเสียงแข็งๆมาเป็นฐานประกันความชัวร์ในสนามเลือกตั้ง
ตีตั๋วกลับมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี คุมเกมอำนาจเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิรูปประเทศ
โดยเงื่อนไขสถานการณ์ไปสู่เป้าหมาย มันคนละเรื่องกันเลย
เบื้องต้น ว่ากันตามผลโพลที่ออกมาถือว่าเข้าทางสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ยกประโยคอมตะของ “เติ้ง เสี่ยวผิง” อดีตผู้นำจีนแผ่นดินใหญ่ แมวขาวหรือแมวดำขอให้จับหนูได้ และไม่ใช่แมวสกปรก
วาทกรรม “ตกเขียว” ไม่มีผล กระแสดูดไม่ทำให้แผนตั้งพรรคหนุน “ลุงตู่” สะเทือน ตรงกันข้าม ตามรูปการณ์ออกมาแบบนี้น่าจะทำให้พวกที่กำลังชั่งใจ กล้าๆกลัวๆ ตัดสินใจง่าย
นักการเมืองกระโดดโหน “นายกฯลุงตู่” ตัวลอยแน่
และก็อย่างที่เห็นภาพ ในการประชุม ครม.สัญจรล่าสุด ที่ พล.อ.ประยุทธ์นำคณะลงพื้นที่มุ่งพัฒนากลุ่มจังหวัด “นครชัยบุรินทร์” นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์
ลุยแก้ปัญหาความยากจนในโซนพื้นที่ที่ประชากรรายได้ต่ำลำดับต้นๆของประเทศ
เน้นยุทธศาสตร์กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
แต่อีกมุมมันก็หนีไม่พ้นถูกลากเข้าฉากการเมือง ตามท้องเรื่องไฮไลต์อยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ กับอาการขยับตัวอย่างแรงของเจ้าถิ่นยี่ห้อ “เสี่ยเน” นายเนวิน ชิดชอบ ที่สั่ง “จัดเต็ม” เกณฑ์พลพรรคภูมิใจไทย ไล่ตั้งแต่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ลูกพรรค ไปยันชาวบ้านลูกเด็กเล็กแดงเรือนหมื่นคน
รอต้อนรับ “นายกฯลุงตู่” เยือนถิ่น “เซราะกราว”
เร้ากระแส “ดูด” ตามทิศทางข่าวในสื่อจับตาดีล ดึงภูมิใจไทยเข้าพรรคหนุน “ลุงตู่”
แต่เรื่องของเรื่อง งานนี้ดูจากปรากฏการณ์ของ “เสี่ยเน” และ “เสี่ยหนู” ที่เทกแอ็กชันแรงกว่าการประชุม ครม.สัญจรในพื้นที่อื่น
ที่ผ่านๆมา ที่นักการเมืองเจ้าของพื้นที่จะเป็นฝ่ายถูกเชิญให้เข้าวงเสวนากับรัฐบาล
อาการมันฟ้อง งานนี้ไม่ใช่ “ลุงตู่” ไปไล่ดูด
แต่เจ้าภาพอยากได้ “ลุงตู่” มาเพิ่มแต้ม เสริมเครดิตซะมากกว่า
ตามประสาอดีตคนคุ้นเคยกับ “พี่ใหญ่” อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม แตะมือหัก “นายใหญ่” ตั้งรัฐบาลในค่ายทหารมาก่อน
ตอนนี้ถึงเวลาระลึกความทรงจำ ย้ำความเป็นพันธมิตรใกล้ชิด
เหนืออื่นใด โดยบทเรียนจากการเลือกตั้งรอบที่แล้ว ยี่ห้อ “เนวิน” ทุ่มสรรพกำลัง เปิดคลังกระสุนดินดำไม่อั้นบวกกับอำนาจในมือ แต่ค่ายภูมิใจไทยไม่ได้ ส.ส.ตามเป้า เพราะไร้กระแส
มารอบนี้ “เจ้าพ่อเซราะกราว” เลยน่าจะหวังใช้ต้นทุน “นายกฯลุงตู่” ช่วยดันหลัง
เพิ่มพลังเจาะฐานพรรคเพื่อไทยของ “นายใหญ่”
เรื่องของเรื่อง เบื้องหลังเครื่องดูดยี่ห้อภูมิใจไทยก็เดินพลังแรงไม่ใช่ย่อยเหมือนกัน ตามสถานการณ์ปั่นแต้ม ส.ส.เพื่อเพิ่มราคาต่อรองในดีลตีตั๋วร่วมขบวน “ลุงตู่”
แว่วๆแรงดูดเซราะกราวแรงไปถึงประจวบคีรีขันธ์ เป้าหมายอยู่ที่ “เสี่ยต่อ” นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน มวยระดับขาใหญ่ของค่ายประชาธิปัตย์ ผ่านดีลฟุตบอลไทยลีก รวมถึงหลายจังหวัดในอีสานที่ฐานเสียงเพื่อไทยไม่แน่น อย่างนครราชสีมา อุบลราชธานี บึงกาฬ ฯลฯ
“เนวิน” พยายามปั่นแต้ม สร้างขุมพลังภูมิใจไทยตีคู่กับพรรคหนุน “ลุงตู่”
ดูแล้ว เข้าฟอร์มพรรคทหารมากกว่ายี่ห้อ “พลังประชารัฐ”เสียอีก.
ทีมข่าวการเมือง

เรียนจบก็ไม่มีใครรับทำงาน

เรียนหนังสือไม่จบ หรือ จบไป ก็ไม่มีใครกล้ารับทำงาน!!

"บิ๊กตู่" เรียกร้องสังคม ช่วยหาข้อมูล มีอะไรอยู่เบื้องหลัง "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง"หรือเปล่า  ยันมีโรดแมพอยู่แล้ว อ้างต่างชาติ ก็ยอมรับ ชี้ดูพฤติกรรมที่ผ่านมา  เผย ห่วงเรียนหนังสือไม่จบ หรือ จบไป ก็ไม่มีใครกล้ารับทำงาน ให้เลิกซะ!!

พล.อ ประยุทธ์ กล่าวถึง "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" ทีจะเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล22พค.นี้ เพื่อเรียกร้องให้คสช.ยุติบทบาท และจัดการเลือกตั้งภายในพย.นี้ ว่า พูดหลายครั้งแล้ว ว่าคนเหล่านี้เป็นเยาวชน นักศึกษา ขอให้ย้อนกลับไปดูพฤติกรรมที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร วัตถุประสงค์ และเจตนารมย์ ในการเคลื่อนไหวเป็นอย่างไร

“เขาเป็นนักศึกษา มีความรู้ น่าจะฟังรู้เรื่องว่าเราวางโรดแมพไปแล้วว่า เราจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ เวลาใด ซึ่งต่างประเทศเขาก็ยอมรับ แล้วทำไมคนเหล่านี้ จึงไม่ยอมรับอะไรเลย เขาต้องการอะไรไปดูสิ ช่วยหาข้อมูลให้ผมหน่อยว่า มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า“

ทั้งนี้ เป็นห่วงว่า วันหน้าถูกดำเนินการทางกฎหมายขึ้นมา เรียนหนังสือก็ไม่จบ จบมา ก็ไม่มีคนรับทำงาน พฤติกรรมแบบนี้ ผมว่าไม่มีใครกล้ารับหรอก ก็อยากให้เขาเลิกซะ มันไม่ได้เกิดผลดี กับใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะกับพ่อแม่ผู้ปกครอง

ไม่ใช่ว่าจะให้หมด

"พี่เนฯ" ได้ยินมั้ย!!? ...ไม่ใช่ใครดีด้วยแล้ว ผมต้องให้ ทุกอย่าง

"บิ๊กตู่"ยัน ให้ไม่ได้ เป็นหมื่นล้านหรอก ไม่ใช่ขอมาเท่าไหร่ แล้วได้หมด ไม่ใช่ใครดีด้วยแล้ว ผมต้องให้ ทุกอย่าง ต้องยึด หลักการบริหารแผ่นดิน ยัน มาบุรีรัมย์  ไม่ใช่การเมือง

พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวในที่ประชุมครม. ที่บุรีรัมย์ ว่า การเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่ได้มาด้วยเรื่องการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น  

ส่วนงบประมาณนั้น ไม่สามารถให้ทุกคนได้หมด ตามที่ร้องขอ แต่ต้องมีการพิจารณาและปรับลดงบประมาณด้วย 

"ไม่ใช่ขอมาล้านล้าน หรือหมื่นล้าน แล้วจะได้หมด เพราะต้องผ่านการพิจารณาจาก ครม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นไปตามหลักการบริหารแผ่นดิน"

"ไม่ใช่ใครดีด้วยแล้ว ผมต้องให้หรือให้ทุกอย่าง ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะต้องให้คนทั้งประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมในสังคม"

ท้าแฉ

แฉมาเลย ข้อมูลลับ!!

"บิ๊กตู่" ท้า "สันธนะ" ส่ง ข้อมูลลับ มาเลย บิ๊กทหารคนไหน ในรัฐบาลคสช. ทุจริต อยากรู้ความลับที่ว่า น่ะอะไร พร้อมให้ผู้ที่ถูกกล่าวหา ชี้แจง. ขู่ ถ้าไม่ใช่ ก็โดนคดีอีก  แฉ มีคดีเพียบ เผย รับไม่ได้ พฤติกรรม ไม่อยากเชื่อว่า เป็นอดีตตำรวจ

พล.อ ประยุทธ์  กล่าว ถึงกรณี  พ.ต.ท สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจ ขัดขวางการทำหน้าที่ตรวจค้นตลาดใหม่ ดอนเมือง ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอ้างถูก กลั่นแกล้ง เพราะไปรู้ข้อมูลทุจริตของ  ทหารใหญ่ในรัฐบาล ว่า 

"ผมว่าเขา คงไม่ใช่อดีตตำรวจหรอก ผมคิดว่าพฤติกรรมเหล่านี้ ผมรับไม่ได้ ตำรวจเอง ก็รับไม่ได้"

และเท่าที่ตรวจสอบประวัติ และ ที่ได้รับรายงานมา ก็พบว่าไม่ดีนัก เพราะฉะนั้นก็อย่าไปขยายความให้กับเขา เขาอาจจะคิดในมุมที่ไม่ค่อยสนใจกฎระเบียบ 

“ผมเสียดาย ที่เป็นตำรวจมา กริยาท่าทางมันไม่ได้ และก็เห็นมีคดีอยู่  6-7คดี มันอาจจะยิ่งพูด ก็ยิ่งคดีเยอะ ก็ได้ ดูถูก ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ดูถูกมผบ.ตร ดูถูกองค์กรตำรวจ 
เดี๋ยวผมพูดไป ก็มาดูถูกผมอีก 

เพราะฉะนั้นที่มาอ้างว่ากำความลับของคนโน้นคนนี้ มาบอก ส่งมาสิความลับที่ว่าน่ะอะไร ผมจะให้ผู้ที่ถูกกล่าวหา มาชี้แจงว่าใช่-ไม่ใช่ ถ้าไม่ใช่ ก็โดนอีก ก็ต้องตรวจสอบหาข้อมูลหลักฐานให้ชัดเจน”

ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีใครมากดดัน เจ้าหน้าที่รัฐ หรือ รัฐบาลได้โดยเด็ดขาด ไม่มี เพราะผมเข้ามาแบบนี้ ก็ต้องระมัดระวังในเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะเรื่องงานการเมืองอะไรก็ตาม ผมจำเป็นต้อง ทำให้ถูกต้องชัดเจน