PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559

จีนวางแผนเดินทางไปตรวจสอบด้านมืดของดวงจันทร์ในปี 2018

จีนวางแผนเดินทางไปตรวจสอบด้านมืดของดวงจันทร์ในปี 2018
เมื่อวานนี้ (14 ม.ค.) สำนักงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศแห่งชาติ (SASTIND) ของประเทศจีนได้ประกาศเริ่มต้นสำรวจดวงจันทร์อีกครั้งอย่างเป็นทางการ และวางแผนจะส่ง ดาวเทียม “ฉางเอ๋อ 4” ไปทำการสอบสวนอีกฟากหนึ่งของดวงจันทร์ในปี 2018
เพราะแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้เรายังไม่เคยเห็นด้านไกลของดวงจันทร์ และไม่เคยได้ไปสำรวจในพื้นที่ดังกล่าว “ฉางเอ๋อ 4” จึงจะเป็นภารกิจแรกในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่ริเริ่มการเดินทางในครั้งนี้ Liu Jizhong หัวหน้าของศูนย์สำรวจดวงจันทร์ภายใต้ สำนักงาน SASTIND กล่าว
ประเทศจีนได้กล่าวถึงเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการส่งเครื่องมือไปตรวจสอบยังพื้นที่ด้านไกลของดวงจันทร์ และการเปิดรับความร่วมมือกับต่างประเทศมานานแล้ว Liu กล่าว
โดยจีนได้ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกในการลงจอดของดาวเทียม ฉางเอ๋อ 3 ในเดือนธันวาคม ปี 2013 ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงทำการส่งข้อความกลับมายังโลก
Liu กล่าวว่า ฉางเอ๋อ 4 จะคล้ายคลึงกับ ฉางเอ๋อ 3 ในด้านโครงสร้าง แต่จะสามารถรองรับน้ำหนักสิ่งของที่บรรทุกได้บรรทุกมากขึ้น ซึ่งจะถูกนำมาใช้เพื่อศึกษาสภาพทางธรณีวิทยาของด้านมืดของดวงจันทร์
จีนได้ส่งหนังสือแสดงเจตจำนงขอความร่วมมือจากต่างประเทศแล้วในช่วงต้นปี 2015
นอกจากนี้ ประเทศจีนยังมีแผนที่จะปล่อยตัว ฉางเอ๋อ 5 ดาวเทียมตรวจสอบดวงจันทร์ตัวสุดท้าย ซึ่งจะเป็นการปิดฉากโครงการตรวจสอบดวงจันทร์ 3 ขั้นตอนของจีน (โคจร ลงจอด และเดินทางกลับ) ของโปรแกรมการสำรวจดวงจันทร์

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559

ฟมอฟัดหมอสสส.

นพ.ประเวศ วะสี โดนแฉ ! ฟัดกันเดือด !
มีหลักฐานว่ามูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) 
ที่มีนพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน
และนพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์เป็นเลขาธิการนั้น 
ได้รับเงินจาก สสส.ไปมากกว่า 800 ล้านบาท 
ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2546ถึงปี 2555 
โดยที่นพ.ประเวศ วะสี เป็นที่ปรึกษา
ของบอร์ด สสส.ตลอดมา ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง 

ที่ผ่านมา กลุ่ม นพ.ประเวศ มีการเขียนกฎหมาย
เพื่อดึงเอางบประมาณแผ่นดินมาตั้งกองทุน 

พร้อมกับตั้งตัวเองและพวกพ้อง
เข้ามาบริหารกองทุน 

หรือบางทีก็กลับมาเป็นผู้รับทุนเองด้วยซ้ำ 

ผ่านรูปแบบของการตั้งมูลนิธิทางด้านสาธารณสุข 
โดยไม่สามารถตรวจสอบการทำงานได้ 
เช่น กองทุนบูรณะเวศ 
ซึ่ง นพ.ประเวศ ก็เป็นผู้ตั้งเอง 
ก็คือการนำงบประมาณจากหน่วยงานรัฐ
มาใช้ผ่านกองทุน เข้าสู่มูลนิธิ
เพื่อทำเรื่องการปรับคุณภาพน้ำในท้องถิ่น 
แต่กลับพบว่ามีการเรียกรับเงินจากประชาชน 
ทั้งที่ได้รับทุนมาเพื่อทำงานให้ประชาชน 

นอกจากนี้ ยังพบว่าในพื้นที่ จ.นนทบุรี 
มีการตั้งมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพจำนวนมาก 
ซึ่งอยากให้ คสช. 
ตรวจสอบกระบวนการดังกล่าวว่ามีการทุจริตหรือไม่

โดย พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา กล่าวต่อว่า 
ได้ออกแถลงการณ์
ขอให้ นพ.ประเวศ วะสี และสถาบันพระปกเกล้า 
ยุติการเคลื่อนไหวสนับสนุนคอร์รัปชันภายในชาติ 

ที่ผ่านมา นพ.ประเวศ ตั้งตนเป็นราษฎรอาวุโส 
และไม่เคยแสดงจุดยืน
ในการต่อต้านรัฐบาลคอร์รัปชันเลย 
แต่เมื่อ คสช. เข้ามาบริหารประเทศ 
กลับออกมาเสนอความคิดเห็น 
ซึ่งมองว่าเพื่อเป็นการรักษาอำนาจของตนเอง 
จึงอยากให้ คสช. 
ตรวจสอบ กลุ่มของ นพ.ประเวศ และเครือข่าย 
ว่าการทำงานที่ผ่านมาได้รับทุนจากที่ใดบ้าง
และถูกต้องหรือไม่

Cr เฟสเพจกรุงเทพกรุงเทพ

ผบ.ตร.อินโดระบุISอยู่เบื้องหลังบึ้ม


รายงานล่าสุดจากกรุงจาการ์ตาเปิดเผยว่า ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลอินโดนีเซีย ติโต คาร์นาเวียน ได้ออกมาระบุว่ากลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มไอเอส เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดหลายระลอกที่เกิดขึ้นในวันนี้ เขายังให้ข้อมูลด้วยว่านายบาห์รุน นาอิม นักรบของกลุ่มไอเอส ซึ่งเชื่อว่าขณะนี้อยู่ในซีเรียเป็นผู้วางแผนก่อเหตุมาระยะหนึ่งแล้ว

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลอินโดนีเซียเปิดเผยด้วยว่า คนร้าย 5 คน เสียชีวิต โดย 3 คนในจำนวนนี้เสียชีวิตขณะยิงต่อสู้กับตำรวจที่ด้านหน้าโรงภาพยนตร์จาการ์ตา ส่วนอีกสองคนเสียชีวิตจากการจุดระเบิดสังหารตัวเองที่ป้อมตำรวจที่สี่แยกด้านหน้าศูนย์การค้าซารินาห์ ตรงข้ามร้านกาแฟ
สตาร์บัคส์ ขณะที่มีประชาชน 2 คน เสียชีวิต 1 ในนั้นเป็นชาวแคนาเดียน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ อีก 20 คน ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจ 5 นาย

ก่อนหน้านี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย เปิดเผยว่ามีสมาชิกของกลุ่ม ๆ หนึ่งในเมืองโซโล ทางชวาตอนกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่สนับสนุนไอเอส ได้ติดต่อกับนายบาห์รุน นาอิม ซึ่งอยู่ในซีเรีย ขณะเดียวกันตำรวจอินโดนีเซียได้รับคำขู่จากกลุ่มดังกล่าวตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยกลุ่มตั้งใจจะ “ก่อเหตุระเบิดครั้งใหญ่” ในช่วงปีใหม่ แต่ตำรวจอินโดนีเซียได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในช่วงปีใหม่อย่างเต็มที่ ทำให้หันมาก่อเหตุในวันนี้ #JakartaAttacks #KamiTidakTakut

อนุมัติซื้อยาง45บาท

อนุมัติ ซื้อ ยาง กก.ละ 45บาท ใช้งบกองทุนยางฯซิ้อ 1แสนตัน
พลเอกประวิตร เผย ที่ประชุมยาง ตกลงซื้อยางแผ่นดิบ กก.ละ45 บาทใช้เงิน กองทุนยาง ซิ้อ1 แสนตัน ให้ คสช. มท. อสค. เกษตร หลายฝ่าย ลงพื้นที่ ซิ้อทันที  หลัง ครม.อนุมัติ วงเงินงบประมาณ อังคารหน้าก่อน ยันซื้อยางแผ่นดิบ ทั่วประเทศ กก ละ45 บาท  เริ่มอิสานก่อน ส่วนยางประเภทอื่นๆ ราคาก็ลดหลั่นตาม ratio ที่มี ระบุชาวสวนยางพอใจ เพราะเราให้ กก.ละ60 บาท ไม่ได้

ประวิตรบอกฉัตรชัยน้อยใจได้แต่อย่าท้อ

พี่ใหญ่ บอก"น้องนมชง"น้อยใจได้  แต่อย่าท้อแท้....เปิดช่อง ซื้อยางไม่เกิน60บาท

บิ๊กปัอม พลเอกประวิตร เชื่อว่า พลเอกฉัตรชัย  สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ ไม่คิดลาออก ไม่ใช่น้อยใจนายกฯ แต่เพราะสื่อวิจารณ์โจมตี ระบุมีน้อยใจได้บ้าง แต่อย่าท้อแท้  ยันเขาก็ทำงานเต็มที่ แต่ตอนนี้ต้องช่วยกันทุกส่วน ทุกกระทรวง แบบบูรณาการ แต่เรายังต้องอาศัยคนของท่าน  คนของเกษตรฯที่มีความรู้ในการลงไปซื้อยาง.....เผยถกยางวันนี้ที่ทำเนียบฯ หาราคาซื้อยาง45-60บาท ไม่เกินนี้ เตรียมซื้อ1แสนตัน เผยตอนนี้ราคาขยับขึ้นหน่อยแล้ว ระบุราคายางต่ำเพราะผลิตเยอะ 4.7ล้านตันใช้แค่1ล้านตันแถมราคาน้ำมันตลาดโลกลด เผยรับซื้อมา ไม่ต้องเก็บ ส่งโรงงานผลิตเลย เปิดช่องช่วยสวนยาง กก.ละไม่เกิน 60บาทย้ำจำเป็นต้องแทรกแซงกลไกตลาดเพื่อช่วยเกษตรกร รับไปแปรรูปเพิ่มราคา

บิ๊กป้อมเตรียมปรับระบบป้องกันเวปราชการใหม่

บิ๊กป้อม เผย ต้องปรับระบบป้องกันเวบไซต์ราชการใหม่ เพื่อป้องกัน hackers อาจต้องซื้อระบบ และเครื่องมือที่ทันสมัย

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม เผยว่า อาจต้องอนุมัติมหมีการจัดซื้อ เครื่องมือ เพื่อป้องกัน การถูกแฮค ที่จำเป็น เพิ่มเติม หลังเวบราชการถูกโจมตีอย่างหนัก  โดยจะต้องเปลี่ยนเป็นระบบที่ทันสมัย
และล่าสุด Anonymous hackers แฮค เวบของศาล

ส่วนการที่ มีการโจมตี เวบ ของราชการไทย ต่อเนื่อง และมากขึ้น ส่งผลต่อภาพการดูแลความมั่นคง หรือไม่ นั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า เราก็พยายามแก้ไขและป้องกันอยู่ แต่เราเป็นฝ่ายรับ  เขาเป็นฝ่ายจัองมาโจมตี  ก็จะป้องกันได้ไม่ง่าย

ศปมผ.นำแถลงผลแก้IUU Fishing

ศปมผ.นำแถลงผลแก้IUU Fishing ยันทำเต็มที่ ตั้งใจ ผลประเมินออกมาอย่างไร จะยอมรับ แต่จะทำต่อไป ให้ดีที่สุดจนได้ เน้นสร้างจิตสำนึก ชาวประมง ให้ยึดหลักสากล เชื่อมาถูกทางแล้ว  ด้านกรมประมง ส่ง on board observer ผู้สังเกตุการณ์บนเรือประมงใหญ่ ตรวจการถ่ายปลากลางทะเล

บิ๊กจุ๋ม พล.ร.ท.จุมพล ลุมพิกานนท์ รองเสธ.ทร. ตัวแทน ศปมผ.นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวการปราบปราบการทำประมงผิดกม.IUU Fishing ระบุ EU เสมือน คุณครูตรวจการบ้าน แต่ต้องสร้างจิตสำนึกชาวประมง ทำสิ่งถูกตัอง เราก็จะเป็นมาตรฐานสากล

นายวิมล  จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง เผยว่า จัดให้มี"ผู้สังเกตุการณ์"บนเรือ อบรมแล้ว20คน ตามมาตรฐานสากล เตรียมไปกับเรือประมงขนาดใหญ่ เท่านั้น ในมค. นี้ เพื่อทำหน้าที่สังเกตุการณ์ การขนถ่ายปลา กลางทะเล  และเก็บตัวอย่างปลา  จนท.จะได้รับการประกันฯในการทำงาน

พลตรี คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกลาโหม ยืนยันว่า  เราทำงานด้วยความตั้งใจ  เน้นแก้ปัญหายั่งยืน ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร เราก็จะทำต่อไป และทำให้ดีที่สุด ไม่ว่า ผลการประเมินของEU จะออกมาอย่างไร เราก็ต้องยอมรับ  เรามาถูกทางแล้ว ทรัพยากรประมงเพิ่มขึ้น จากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราไม่ทราบ  แต่ประชาขนต้องร่วมมือกับรัฐบาล โดยเฉพาะที่อยู่ในห่วงโซ่ของการประมง ที่จะ เปลี่ยนแปลง ไปในทิศทางที่ดีขึ้น และยั่งยืน

ทหารค้นบ้านจ่านิวยึดตั๋วรถไฟของสะสม

ทหารค้นบ้าน ‘นิว สิรวิชญ์’ ยึดตั๋วรถไฟของสะสม ขู่ไม่มอบตัวจะไม่ให้ประกัน หลังศาลทหารอนุมัติหมายจับ

บ่ายวันนี้ทหารเข้าค้นบ้านของ นิว สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์และยึดตั๋วรถไฟที่สะสมไว้ไป โดยขณะที่ทหารค้นบ้านมีเพียงยายของสิรวิชญ์อยู่ที่บ้านเพียงคนเดียว และแจ้งว่าหากสิรวิชญ์ไม่เข้ามอบตัวจะไม่ให้ประกันตัว หลังศาลทหารอนุมัติหมายจับวานนี้

14 ม.ค.2559 เวลา 15.30 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมุนษยชนได้รับทราบจากนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ว่า ตนทราบจากยายว่าเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้มีทหารในเครื่องแบบไปที่บ้าน 5-6 นาย เข้าค้นบ้าน โดยไม่มีมีการแสดงหมายค้น แต่มีการอ้างว่าหากบริสุทธิ์ใจต้องให้เข้าค้นได้ ขณะที่ทหารมาที่บ้านมีเพียงยายอยุ่ที่บ้านคนเดียว แต่ไม่ทราบว่าเป็นทหารจากหน่วยใด แต่คิดว่าไม่ใช่ทหารชุดเดียวกับที่มาที่บ้านเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเนื่องจากไม่คุ้นหน้าทหารคนใดที่มา

เจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจค้นที่ห้องของนายสิรวิชญ์และได้ยึดตั๋วรถไฟที่นายสิรวิชญ์สะสมไว้พันกว่าใบไป แต่ยังไม่พบว่ามีสิ่งของอย่างอื่นหายไปอีก ในการตรวจค้นใช้เวลาราว 10-15นาที และนอกจากการตรวจค้นแล้วเจ้าหน้าที่ทหารยังกล่าวอีกว่าถ้านายสิรวิชญ์ไม่เข้ามอบตัวจะไม่ให้ประกันตัว

นายสิรวิชญ์ เป็น 1 ใน 11 คนที่ถูกออกหมายเรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจรถไฟธนบุรี ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 ข้อ 12 เรื่องการห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน จากการทำกิจกรรม “นั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องหากลโกง” เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2558 โดยมีพ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นผู้กล่าวหา แต่เขาได้ประกาศจุดยืนที่จะปฏิเสธการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมกับอีก 4 คน ได้แก่ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์, นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธุ์ และนายกรกช แสงเย็นพันธ์ ที่หน้าสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี เมื่อวันที่ 8 ม.ค. และเมื่อวานนี้(13 ม.ค.) มีการรายงานข่าวผ่านสื่อต่างๆ ว่าศาลทหารได้อนุมัติหมายจับตามที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจรถไฟธนบุรียื่นคำร้องขอให้ศาลอนุมัติออกหมายจับ บุคคลที่ไม่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกอีก 6 คนที่ไม่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาซึ่งมีบุคคลตามรายชื่อที่กล่าวไปแล้วและรวมถึงนายธเนตร อนันตวงษ์อีกหนึ่งคนด้วย

คดีนี้มีผู้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วทั้งหมด 5 คน ได้แก่ นายกิติธัช สุมาลย์และนายวิจิตร หันหาบุญ ซึ่งเข้ารับทราบข้อกล่าวหาไปเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2558 และนายอานนท์ นำภา น.ส.กรกนก คำตา นายวิศรุต อนุกุลการย์ ที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 8 ม.ค.2559

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย6รายจากเหตุก่อการร้ายระเบิดกลางกรุงจากาต้าอินโด


เสียงปืนและระเบิดมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยหกคนในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซียกับตำรวจและทหารน้ำท่วมถนนท่ามกลางมือปืนกลัวยังคงอยู่ในการทำงาน
พยานกล่าวว่าอย่างน้อยหนึ่งมือปืนโจมตี Starbucks ร้านกาแฟในใจกลางเมือง - ใกล้กลุ่มของสถ​​านทูตและสำนักงานสหประชาชาติ - ก่อนที่จะเกิดการยิงกันที่ยืนดูและอีกเจ็ดระเบิดสั่นสะเทือนไปทั่วพื้นที่
ศพถูกเห็นนอนอยู่บนถนนในขณะที่กองกำลังความมั่นคงย้ายเข้ามาอยู่กับรายงานปกติของปืนและคำเตือนของพลซุ่มยิงในพื้นที่
ตำรวจกล่าวว่าระเบิดที่เกิดจากการระเบิดที่ไม่ระเบิด
"สำหรับตอนนี้ปืนได้หยุด แต่พวกเขายังคงอยู่ในการทำงานเรามีความกลัวที่จะมีปืนมากขึ้น" โฆษกตำรวจแห่งชาติแอนตัน Charliyan บอกสำนักข่าวเอเอฟพี
นาย Charliyan กล่าวว่าตำรวจสามสามพลเรือนถูกฆ่าตาย
เขากล่าวว่าตำรวจไม่ได้รู้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ที่ "เราได้รับก่อนหน้านี้ภัยคุกคามจากรัฐอิสลามที่อินโดนีเซียจะเป็นสปอตไล"
เอบีซีของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผู้สื่อข่าวซาแมนต้าฮอกลีย์กล่าวว่ารถหุ้มเกราะหัวของหน่วยสืบราชการลับและเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิดได้เข้าร่วมตำรวจที่เกิดเหตุระเบิดที่
ตำรวจเตือนคนที่จะอยู่ห่างออกไปบอกว่าพวกเขาไม่ทราบว่าหลายโจมตีมีและกลัวว่าอาจมีระเบิดมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ในที่เกิดเหตุบอกสำนักข่าวเอเอฟพีผู้สื่อข่าว "ได้กลับ" เพราะมี "เป็นมือปืน" บนหลังคาของอาคาร
"หน้าต่างร้านกาแฟสตาร์บัถูกลมพัดปลิวออก. ฉันเห็นสามคนตายบนท้องถนน" รอยเตอร์เป็นช่างภาพที่อยู่ในที่เกิดเหตุกล่าวว่า
"มีการขับกล่อมในการถ่ายภาพ แต่คนที่อยู่บนหลังคาของอาคารและตำรวจกำลังเล็งปืนมาที่เขา."
โพสต์ตำรวจบนถนนสายหลักได้รับความเสียหายหลังจากหกก็ได้ยินเสียงระเบิด
ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย Joko Widodo กล่าวว่าระเบิดเป็น "การกระทำของการก่อการร้าย"
"ชาติและคนของเราเราไม่ควรจะกลัวเราจะไม่แพ้การกระทำเหล่านี้ของความหวาดกลัวฉันหวังว่าสงบเข้าพักที่สาธารณะ" เขาบอก MetroTV
"เราทุกคนจะเสียใจสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อลดลงจากเหตุการณ์นี้ แต่เรายังประณามการกระทำที่มีการรบกวนการรักษาความปลอดภัยและความสงบสุขและการแพร่กระจายความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนของเรา."
บรรณาธิการหัวหน้าของจาการ์ตาโพสต์ Meidyatama Suryodiningrat กล่าวว่าพื้นที่เป้าหมายเป็นที่นิยมมาก
"มันน้อยกว่าหนึ่งและครึ่งกิโลเมตรไปยังพระราชวังก็พื้นที่ศูนย์กลางของรัฐบาล" เขากล่าว
"ห้าร้อยเมตรเป็นอาคารธนาคารกลางคุณมีสถานที่ราชการหลายศูนย์กลางที่สำคัญของรัฐบาลในพื้นที่."
ทูตออสเตรเลียไปยังประเทศอินโดนีเซียพอลกริกสันทวีต "สื่อมีการรายงานการระเบิดและปืนในพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าใน Sarinah Jl Thamrin ในจาการ์ตาตอนกลาง."
"ชาวออสเตรเลียทุกคนควรอยู่ที่ชัดเจนของพื้นที่เหล่านี้ จำกัด การเคลื่อนไหวของพวกเขาและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น" เขาเขียน
สหประชาชาติภูมิภาคตัวแทนดักลาสเจเรมีพูดกับเอบีซีจากสำนักงานสหประชาชาติในกรุงจาการ์ตากล่าวว่าอาคารอยู่ในออกโรง
เขากล่าวว่าเขาได้รับในรถเมื่อระเบิดครั้งแรกออกไป
"เราได้ออกจากรถและเราได้ยินเสียงระเบิดลูกที่สอง. แล้วเราได้ยินที่สามที่สี่ที่ห้าที่หกแล้วยิงปืนในถนน. จำนวนมากของปืน A," เขากล่าว
"พวกเขาได้ขอให้เราหลีกเลี่ยงหน้าต่าง."
บางอาคารอื่น ๆ ในพื้นที่อพยพยัง
นักข่าวจาการ์ตาตามไบรซ์กรีนกล่าวว่าเขาพยายามที่จะเดินทางข้ามเมืองไปถึงครอบครัวของเขา แต่ถนนสายหลักถูกอุดตัน
"เราเพิ่งเสร็จสิ้นจากการดูแลของธุรกิจบางอย่างมีเพื่อให้ผมอยู่ในรถในขณะนี้และเรากำลังพยายามที่จะมุ่งหน้ากลับข้ามไปทางฝั่งตะวันตกของเมืองที่ครอบครัวของภรรยาของฉันมีชีวิตอยู่" เขากล่าว
"ดังนั้นเรากำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ แต่เรายังได้รับการแนะนำให้ลองเพื่อหลีกเลี่ยงถนนสายหลัก ๆ เป็นอย่างดีและเส้นทางหลักใด ๆ และชนิดของการพักออกจากสถานที่ไม่ว่าง
"ดังนั้นเราจึงอยู่ในขั้นตอนของการพยายามที่จะมุ่งหน้ากลับบ้านในขณะนี้."

วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2559

ศบปพ.ทำNew master plan

ผบ.ทอ.ประชุม ศบปพ. ทำ New Master plan แก้ไขปัญหาการบินพลเรือน พร้อมเร่งรัดการรับบุคลากร ภายในมค.

พลอากาศเอก ตรีทศ  สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศในฐานะ  ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน (ผบ.ศบปพ.) เป็นประธานในการประชุมติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องทางด้านการบินพลเรือนของคณะกรรมการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน (ศบปพ.) ที่ กองบัญชาการกองทัพอากาศ โดยมีผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
 
พลอากาศเอก มณฑล  สัชฌุกร โฆษก ศบปพ. กล่าวว่า  ในการประชุมครั้งนี้ เป็นการเร่งรัดติดตามเรื่องการคัดสรรบุคลากรที่จะบรรจุเข้าทำงานในสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้โดยเร็วที่สุด
 กพท.ชี้แจงว่าได้มีการแบ่งกลุ่มการคัดสรรออกเป็น ๓ กลุ่ม ด้วยกัน ได้แก่ การคัดสรรบุคลากรเดิมที่เคยปฏิบัติงานในกรมการบินพลเรือน (บพ.) การรับสมัครบุคคลที่มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมการบินทั่วไป และการรับสมัครจากผู้ที่สำเร็จการศึกษาใหม่ 

โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการคัดเลือกบุคลากรในกลุ่มแรก ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคมนี้ 

ทั้งนี้ ผบ.ศบปพ.ได้ให้ข้อพิจารณาว่าการคัดเลือกบุคลากร   เข้ามาทำงานใน กพท.ถือว่ามีความสำคัญที่สุด เพราะความสำเร็จและความผิดพลาดที่ผ่านมาเกิดจากคนที่เข้ามาทำงานทั้งสิ้น การคัดสรรคนจึงต้องให้ได้คนที่มีความสามารถและมีคุณสมบัติที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลตามที่กำหนด ดังนั้นกรรมวิธีในการคัดสรรบุคลากรจึงต้องมีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของฝ่ายต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
 
จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณาร่างแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน(New Master Plan) ซึ่งทาง กพท.ได้นำเสนอ ประกอบด้วย การฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ งบประมาณ และระยะเวลาในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับแผนการฝึกอบรมและเพิ่มคุณสมบัติของผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ(Inspectors) แผนการตรวจสอบเพื่อออกใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอกใหม่(Re-ATPL) และแผนการตรวจสอบเพื่อออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศใหม่(Re-AOC) รวมถึงการพิจารณาเรื่องความร่วมมือกับสำนักงานบริหารความปลอดภัยด้านการบินของสหภาพยุโรป(EASA) และการพิจารณาบุคลากรเข้าปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบร่วมกับบริษัท Civil Aviation Authority International (CAAi) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับเป็นที่ปรึกษาและแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนที่ทาง EASA แนะนำเพื่อให้มาช่วยในการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น  

โดยทาง ผบ.ศบปพ.ได้ขอให้ กพท.ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบของไทยที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้าร่วมด้วยและให้ว่าจ้างผู้ตรวจสอบของบริษัทฯ ดังกล่าวเท่าที่จำเป็น เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณและฝึกฝนคนของเราให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยตนเองในระยะยาวต่อไป

 ทั้งนี้ขอให้นำร่างแผนแม่บทที่นำเสนอครั้งนี้ไปตรวจสอบในรายละเอียดให้รอบคอบและนำเสนอให้ ศบปพ.รับรองภายในสัปดาห์หน้าเพื่อที่จะได้นำเรียนคณะรัฐมนตรีสำหรับใช้เป็นแผนหลักในการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน ต่อไป

ศปมผ.เตรียมลงนามMOUกับผู้ประกอบการ34ราย

ศปมผ. เครียมลงนาม MOU กับหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการ 34หน่วย ในการไม่ซื้อ นำเข้า ส่งออก นำผ่าน จำหน่าย ซึ่งสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงผิดกฎหมาย การใช้แรงงานผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ มาผลิตในอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ และจัดจำหน่ายเป็นสินค้าอาหารทะเล/ขณะที่ ศปมผ.ตรวจโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ เผย ไล่ตรวจ115 โรงงาน แจงรายละเอียดการตรวจ

ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) จะลงนามระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการ จำนวน 34 หน่วยงาน บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการไม่ซื้อ นำเข้า ส่งออก นำผ่าน จำหน่าย ซึ่งสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงผิดกฎหมาย การใช้แรงงานผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ มาผลิตในอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ และจัดจำหน่ายเป็นสินค้าอาหารทะเล

โดยจัดขึ้น ในวันศุกร์ที่15 มกราคม 2559เวลา 13.30 น. ที่ห้องรับรอง 1 ชั้น 2 กองบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอุทยาน 

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหากระบวนการด้านประมงตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการประมงทั้งหมดมีมาตรฐานสากล อันจะเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการได้ตระหนักถึงความสำคัญ และเห็นชอบร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาอย่างถึงที่สุด

สำหรับหน่วยงานที่ร่วมลงนาม MOU จำนวน 34 หน่วยงาน ประกอบด้วย 
 1. หน่วยงานภาครัฐ จำนวน 12 หน่วยงาน
- ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย
- ศูนย์ประสานการปฎิบัติในการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล(ศรชล.)
-กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 
- กระทรวงแรงงาน 
- กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ 
-สำนักงานอัยการสูงสุด
-  กรมสอบสวนคดีพิเศษ - กรมประมง
- กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
-กรมเจ้าท่า
-กรมศลากากร
-กองบังคับการตำรวจน้ำ
2. องค์กรภาคเอกชน19 หน่วยงาน
- สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย 
- สมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย
-  สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย 
- สมาคมการประมงทะเลไทย
- สมาคมอุตสาหกรรรมทูน่าไทย 
- บริษัทไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด(มหาชน)
-บริษัทยูเนี่ยนโฟรเซน โปรดักส์ จำกัด
-บริษัทสยาม ทูน่า ซัพพลาย จำกัด
-บริษัท ห้องเย็นกู้ดฟอร์จูน จำกัด
-บริษัท แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ จำกัด
-บริษัท เซียนหนิง ซีฟู้ด จำกัด
-บริษัท องกรณ์ห้องเย็น จำกัด
-บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยนซีฟู้ด จำกัด(มหาชน)
-บริษัท สุรพลฟู้ดส์ จำกัด(มหาชน)
-บริษัท ชัยวารีมารีนโปรดักส์ จำกัด
-บริษัท แพ็คฟู้ด จำกัด(มหาชน)
-บริษัท ไทยรอแยลฟรอเซนฟู้ด จำกัด
-บริษัท เมย์โอฟู้ดส์ จำกัด
3. องค์กรที่เป็นกลาง 3 หน่วยงาน (ลงนามในฐานะพยาน)
- กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 
- องค์การแรงงานระหว่างประเทศ
- มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน 

และ ศปมผ.จัดการประชุมติดตามผลการดำเนินงานของ ศปมผ. ครั้งที่ 1/2559 
 พลเรือเอก ณะ  อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) จะเป็นประธานการประชุม ศปมผ. ครั้งที่ 1/2559  เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน  เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายขาดการรายงาน และไร้การควบคุม และติดตามเรื่องจากการประชุมที่ผ่านมา ดังนี้
 1. ให้กรมประมงชี้แจง ดังนี้ 
 1.1 ความก้าวหน้าการรายงานให้ DG MARE ได้ทราบถึงการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายของประเทศไทย
 1.2 ความก้าวหน้าการออก กฎหมายเพื่อให้สมุดคู่มือประจำเรือ/อาชญาบัตร มีผลบังคับใช้ 
 1.3 ความก้าวหน้า ความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย/การค้ามนุษย์
 1.4 การจัดอบรมเจ้าหน้าที่ตามคู่มือของศูนย์เฝ้าระวังการทำการประมงผิดกฎหมาย
 1.5 ความก้าวหน้าการเตรียมการจัด Observer on Board ปฏิบัติงานใน เรือประมง
 1.6 ความก้าวหน้าการจัดทำระบบสารสนเทศเชื่อมโยงข้อมูลของระบบตรวจสอบย้อนกลับ
 1.7 ความก้าวหน้าการออกคำสั่ง ให้โรงงานแปรรูปสัตว์น้ำที่ทำผิดกฎหมายหยุดประกอบการ ตามที่ คณะตรวจสหวิชาชีพนำเสนอ
 1.8 ความก้าวหน้าการปรับปรุงโครงสร้างรองรับภารกิจการป้องกันการทำประมง IUU
 2. คณะทำงานพัฒนาระบบทะเบียนและบันทึกข้อมูลเรือประมงชี้ความก้าวหน้า
 3. คณะทำงานด้านกฎหมาย ศปมผ.ชี้แจงความก้าวหน้าการติดตามการออกอนุบัญญัติรองรับ พ.ร.ก.
การประมง พ.ศ.2558 ของกรมประมง
 4. คณะทำงานปรับปรุงระบบตรวจสอบย้อนกลับ รายงานความก้าวหน้า
 5. คณะทำงานจัดทำระบบติดตามเรือ (VMS) รายงานผลการสาธิตระบบให้ EJF รับทราบ
6. คณะทำงานปราบปรามการบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์ในภาคประมง รายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินคดี และการเสนอข้อมูลเพื่อให้หยุด/ปิดสถานประกอบการ
 7. กระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงความก้าวหน้าการสั่งปิดโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำที่ทำผิดกฎหมาย ตามที่ชุดตรวจเฉพาะกิจสหวิชาชีพ และกรมประมง เสนอ
 8. สำนักงานพระธรรมนูญทหารเรือชี้แจงผลการติดตามคดีการทำการประมงผิดกฎหมาย/บังคับใช้แรงงาน/การค้ามนุษย์ของ ศรชล.ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2558 
 9. สำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงความก้าวหน้าการจัดทำข้อมูลเพื่อเตรียมนำเสนอให้ EU ได้ทราบ
 10. กระทรวงแรงงานชี้แจงความก้าวหน้าการนำเสนอข้อมูลการแก้ไขปัญหาด้านแรงงานให้ EU ได้รับทราบ
 11. กระทรวงการต่างประเทศ และ กระทรวงแรงงาน รายงานความก้าวหน้า ทำข้อตกลงนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศ
 12. ฝ่ายปลัดบัญชี สำนักงานเลขาศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ชี้แจงความก้าวหน้าการดำเนินการ
 13. รองเสนาธิการทหารเรือ (ด้าน กบ.) ชี้แจงเตรียมการและแนวทางการซื้อเรือประมงคืนจากผู้ประกอบการ
 14. ฝ่ายคณะทำงาน ประชาสัมพันธ์ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ชี้แจงความก้าวหน้าการดำเนินการ
 15. สำนักงานเลขาศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ชี้แจงแผนงานรับตรวจจาก EU และรายงานความก้าวหน้า การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายของทุกหน่วยงาน

หลังการประชุมจะมีการแถลงข่าวความคืบหน้าในการทำงานของ ศปมผ. โดยมีพลเรือโทจุมพล ลุมพิกานนท์ รองเสนาธิการทหารเรือ/โฆษก ศปมผ.เป็นผู้แถลงข่าว

ศปมผ.บุกตรวจโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ เผย ไล่ตรวจ115 โรงงาน แจงรายละเอียดการตรวจ
 

ในการเข้าตรวจเยี่ยมโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำของ ศปมผ. ในครั้งนี้ 
มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบระบบการตรวจสอบย้อนกลับและการดูแลแรงงานของโรงอุตสาหกรรม 

โดยในหลักการของระบบ "ตรวจสอบย้อนกลับ" คือ ผู้บริโภคจะต้องทราบว่าปลาที่จะบริโภคนั้นได้มาจากที่ใด ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่มาตรฐานสากลได้กำหนดไว้ โดยระบบตรวจสอบย้อนกลับของภาคประมงจะต้องมีส่วนสัมพันธ์กันทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่นโยบายการจัดการประมง (Fisheries Policy) ระบบติดตามควบคุม เฝ้าระวังการทำประมงในทะเล (Monitoring Control and Surveillance : MCS) การบริหารจัดการบริเวณท่าเรือ (Dockside Management) ไปจนถึงโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำและตลาดปลายทาง ซึ่งเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าสู่ผู้บริโภคในแต่ละจุดจำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์เครื่องมือและวิธีการจัดการที่เหมาะสมรัดกุม เพื่อให้ระบบตรวจสอบย้อนกลับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

ดังนั้น เรือประมงไทยก่อนออกทำการประมงทั้งในและนอกน่านน้ำ จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ตรวจทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ ใบประกาศนายท้ายเรือ ช่างเครื่อง VMS Logbook 

โดยศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมง (PIPO) โดยเรือประมงไทยที่ได้เสร็จสิ้นการทำประมงฯ และเข้าเทียบท่าจะต้องผ่านการตรวจวิเคราะห์ข้อมูลในระบบ VMS และ Logbook เกี่ยวกับชนิดของสัตว์น้ำ ตำบลที่จับสัตว์น้ำก่อนการนำสัตว์น้ำขึ้นท่าเรือส่งมอบให้กับผู้ซื้อ ซึ่งท่าเรือ/แพปลาเป็นผู้มีหน้าที่ออกใบกำกับการซื้อขายสัตว์น้ำ (MCPD) ซึ่งท่าเรือ/แพปลา จะต้องมีเครื่องชั่งน้ำหนักมาตรฐาน และควบคุมตรวจสอบการออกใบ MCPD ให้เป็นไปอย่างถูกต้องใกล้เคียงกับความจริง ทั้งนี้ เรือประมงต่างชาตินำเข้าสัตว์น้ำ โดยผู้ประกอบการต้องดำเนินการแจ้งการนำเข้า เอกสารรับรองการจับสัตว์น้ำจากต้นทาง 

นอกจากนี้ จะมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูล เพื่อสนับสนุนระบบตรวจสอบย้อนกลับ โดยกรมประมงกำลังวางระบบฐานข้อมูลให้สามารถเชื่อมต่อฐานข้อมูลกับหน่วยที่เกี่ยวข้องได้ โดยในลักษณะ Real Time ซึ่งจะสร้างให้งานของระบบตรวจสอบย้อนกลับเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 
สำหรับในเรื่องแรงงาน ศปมผ. ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 
1.การบังคับใช้กฎหมายกับอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ และการปราบปรามการค้าในอุตสาหกรรม 
 1. ตรวจโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำที่ขึ้นบัญชีกับกรมประมงและอยู่ในกลุ่มเสี่ยง 100 % 
 2. ตรวจโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำที่ไม่ได้ขึ้นบัญชีกับกรมประมง จำนวน 50 แห่ง
 3. ตรวจโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำแล้ว จำนวน 115 โรงงาน จากจำนวนที่กำหนดในแผน 81 โรงงาน คิดเป็นร้อยละ 142 พบการกระทำความผิด 52 โรงงาน 
ในจำนวนนี้ได้สั่งหยุดกิจการชั่วคราว จำนวน 5 โรงงาน และสั่งปิดกิจการ จำนวน 1 โรงงาน ที่เหลือยู่ระหว่างการตรวจสอบ 
 3. ตรวจโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำแล้ว จำนวน 115 โรงงาน จากจำนวนที่กำหนดในแผน 81 โรงงาน คิดเป็นร้อยละ 142 พบการกระทำความผิด 52 โรงงาน 
ในจำนวนนี้ได้สั่งหยุดกิจการชั่วคราว จำนวน 5 โรงงาน และสั่งปิดกิจการ จำนวน 1 โรงงาน ที่เหลือยู่ระหว่างการตรวจสอบ 
 4. การกำหนดบทลงโทษการใช้แรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ในโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงนามเรียบร้อยเมื่อ 11 ธันวาคม 2558  
2. การปรับสถานะแรงงานต่างด้าวในเรือประมงและอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำให้ถูกกฎหมาย
 1. ออกประกาศและจดทะเบียนให้แรงงานต่างด้าวทำงานประมงได้เป็นเวลา 1 ปี 
โดยให้นายจ้างนำแรงงานต่างด้าวมารายงานตัว 
 1.1 ให้ถูกส่งกลับเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยให้จดทะเบียนให้ถูกต้องระหว่าง 2 พฤศจิกายน 2558 – 30 มกราคม 2559 ปัจจุบันมีแรงงานจดทะเบียนแล้ว 12,606 คน ส่วนแรงงานในโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำให้จดทะเบียนระหว่าง 25 พฤศจิกายน 2558 – 22 กุมภาพันธ์ 2559 ปัจจุบันมีแรงงานจะทะเบียนแล้ว 22,443 คน (แรงงาน 22,133 คน และผู้ติดตาม 310 คน)
 1.2 การพิจารณาเพิ่มอายุใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวเป็น 4 ปี และต่ออายุใบอนุญาตทำงานโดยอัตโนมัติอีก 4 ปี อยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญประชุมสรุป เพื่อเสนอสหภาพยุโรปต่อไป 
 2. ต้องให้แรงงานภาคการประมงสามารถเปลี่ยนนายจ้างได้ โดยไม่จำกัดจำนวนนายจ้างและจังหวัดที่ทำงานได้ โดยให้นายทะเบียนอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวเปลี่ยนนายจ้าง หรือท้องที่ทำงานตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 มาตรา 26 ดำเนินการตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2558
3. ใช้มาตรการการลงโทษอย่างเคร่งครัด 
 1. บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกฎหมายแรงงาน กฎหมายคนเข้าเมือง และ พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ ในอัตราขั้นสูงสุด โดยเฉพาะการเปรียบเทียบปรับ
 2. สำนักงานอัยการสูงสุด ได้รายงานผลการติดตามคดีที่ส่งฟ้องศาลความก้าวหน้าในการดำเนินการสำนวนคดีการบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2558 – 29 ธันวาคม 2558 จำนวน 41 คดี ในจำนวนนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการทำความผิดการบังคับใช้แรงงานประมง 8 คดี 
4. ความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ
 1. ความร่วมมือกับต่างประเทศ ทำ MOU ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการประมง และแก้ปัญหาค้ามนุษย์ในภาคประมงกับประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน และประเทศแถบหมู่เกาะ แปซิฟิก อาทิ ฟิจิ ฟิลิปินส์ สหภาพเมียนมา อินโดนีเซีย เวียดนาม และประเทศแถบหมู่เกาะ แปซิฟิก 
 

และในวันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2559 เวลา 13.30 น. ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ 
วังนันทอุทยาน จะมีการลงนามระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการไม่ซื้อ นำเข้า ส่งออก นำผ่าน จำหน่าย ซึ่งสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงผิดกฎหมาย การใช้แรงงานผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ มาผลิตในอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ และจัดจำหน่ายเป็นสินค้าอาหารทะเล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหากระบวนการด้านประมงตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการประมงทั้งหมดมีมาตรฐานสากล อันจะเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการได้ตระหนักถึงความสำคัญ และเห็นชอบร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาอย่างถึงที่สุด โดยมีข้อกำหนด ดังนี้
 1. ให้หน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการ ร่วมมือกันในการรักษามาตรฐานการประกอบการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน และให้มีการประมงอย่างยั่งยืน โดยผู้ประกอบการจะไม่ซื้อ นำเข้า ส่งออก นำผ่าน จำหน่าย ซึ่งสัตว์น้ำ และผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ที่ได้จากการทำประมงผิดกฎหมาย การใช้แรงงานผิดกฎหมาย และการค้ามนุษย์ มาผลิตในอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ 
และจัดจำหน่ายเป็นสินค้าอาหารทะเล รวมทั้งจะปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการประมง แรงงาน และการค้ามนุษย์อย่างเคร่งครัด และส่งมอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้แก่หน่วยงานภาครัฐ
 2.ให้ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนความรู้ จัดกิจกรรม จัดให้มีการบรรยายทางวิชาการ การฝึกอบรม และการศึกษาวิจัยในหัวข้อและโครงการที่เหมาะสม
สำหรับหน่วยงานที่ร่วมลงนาม MOU จำนวน 25 หน่วยงาน ประกอบด้วย 
 1. หน่วยงานภาครัฐ จำนวน 12 หน่วยงาน
- ศปมผ. - ศรชล.
- กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ - กระทรวงแรงงาน 
- กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ - สำนักงานอัยการสูงสุด
-  กรมสอบสวนคดีพิเศษ - กรมประมง
- กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง - กรมเจ้าท่า
- กองบังคับการตำรวจน้ำ - กรมศุลกากร 
 2. องค์กรภาคเอกชน
- สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย - สมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย
-  สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย - สมาคมการประมงทะเลไทย
- สมาคมอุตสาหกรรรมทูน่าไทย - บริษัทไทยยูเนี่ยน
- บริษัท ฯลฯ 
 3. องค์กรที่เป็นกลาง (ลงนามในฐานะพยาน)
- กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ - องค์การแรงงานระหว่างประเทศ
- มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน 

ซึ่งในการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายเป็นความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อให้การทำการประมงไทยมีมาตรฐานสากล และมีความยั่งยืนตลอดไป

นี่ไงบิ๊กเจี๊ยบ

ดูตัว บิ๊กเจี๊ยบ.....
ก่อนกลับ จากกองทัพภาค1 เมื่อเช้านี้ นายกฯ บิ๊กตู่ ตะโกนเรียก บิ๊กเจี๊ยบ พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท  ผช.ผบทบ. 1 ในแคนดิเดท ผบทบ. เข้ามาหา โดย นายกฯ เรียก บิ๊กปัอม พลเอกประวิตร มาร่วมพูดคุยด้วย  นายกฯบอกว่า  นี่ไง เจี๊ยบ ....ก่อนที่จะแซว เริ่อง ใบหน้าที่ยังดูเครียด ตลอดเวลา  ตามที่เคยแซว มาแล้วครั้งก่อน  คราวนี้เรียกหา แล้ว ขวนคุยเริ้องการสร้่างความปรองดอง  โดยมี บิ๊กหมู พลเอก ธีรชัย ผบทบ./เลขาฯคสช./ผบ.กกล.รส. ที่คุมศูนย์ปรองดองฯ ด้วย  โดยนายกฯ แนะว่า  การถามความเห็นแต่ละฝ่ายอย่างเดียว ไม่พอ  ต้องถามว่า เขาจะร่วมมืออย่างไรบ้างด้วย ไม่ใช่แค่พูดๆอย่างเดียว.....นายกฯ แซว บิ๊กเจี๊ยบ ให้โรยตัวจาก หลังคา บก.ทัพภาค1 ด้วย เพราะเป็นทหารรบพิเศษ นั่นเอง....สำหรับ พลเอกเฉลิมชัย เป็น ตท.16 มีอายุราชการ ถึง กบ.2561  ปลายปีนี้ จะชิงเก้าอี้ ผบทบ.กับ บิ๊กแกละ พลเอกพิสิทธิ สิทธิสาร เสธ.ทบ. สายบูรพาพยัคฆ์ น้องรัก พลเอกประวิตร  เป็นตท.17 แต่เกษียณ2560 โดยถือว่า เป็นเต็งหนึ่ง  อีกทั้ง พลเอกเฉลิมชัย เป็นสายทหารรบพิเศษ  ที่ก็ยากที่ จะฝ่าดงบูรพาพยัคฆ์ขึ้นมาได้  ยิ่งปี2560-2561 เป็นช่วง หัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมือง การเลือกตั้ง  เพราะ สายรบพืเศษนั้น ถูกมองว่าเป็น สาย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและ บื๊กบัง พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผบทบ./อดีตประธานคมช. ที่ก็มีเรื่องคาใจกับ พลเอกประวิตร มายาวนาน....แต่แน่นอนว่า  พลเอกเฉลิมชัย  มีแรงเชียร์เพียบ เพราะ ทหารที่ไม่ใช่สายบูรพาพยัคฆ์  ก็ต่างอยากให้ คนเป็น ผบทบ. มาจากสายอื่นบ้าง หลังจากที่ เป็นผบทบ. ต่อเนื่องกันมา 4 คน ตั้งแต่ พลเอก อนุพงษ์  พลอกประยุทธ  พลเอกอุดมเดช และ พลเอกธีรชัย....โยกย้ายกย.นี้ จึงน่าจับตามองยิ่ง แต่ที่น่าจับตามองมากกว่า คือ เมย.นี้  พลเอกประยุทธ์  จะดันใคร มาเสียบเป็น แคนดิเดท ผบทบ. เพิ่มหรือไม่ หากมีการปรับครม. แล้วดึง บิ๊กทหาร คนใดในห้าเสือทบ.ไปช่วยงาน เพื่อให้เกิดเก้าอี้ว่าง

เกิดอะไรขึ้นกับค่าเงินหยวน

 เกิดอะไรขึ้นกับค่าเงินหยวน ==
ในช่วง 5-6 เดือนที่ผ่านมา ค่าเงินหยวนของจีนอ่อนค่า 6% เทียบกับดอลล่าร์ นับว่าอ่อนค่าน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับสกุลอื่นๆ ใน Emerging Markets โดยหลายคนไม่รู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลัง คือการลงต่อสู้ใน “สนามรบค่าเงิน” ระหว่างธนาคารกลางของจีน (PBOC) กับบรรดานักค้าเงินและนักเก็งกำไร ด้วยการเข้าซื้อเงินหยวนจำนวนมหาศาล
Bloomberg รายงานว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา PBOC หมดทุนสำรองไปกับการพยุงค่าเงินหยวนมากถึง 18 ล้านล้านบาท เทียบเท่ากับทุนสำรองของสวิตเซอร์แลนด์ทั้งประเทศ ... แต่จีนยังมีทุนสำรองอีกกว่า 120 ล้านล้านบาท จึงมี 'หน้าตัก' อีกเยอะ
ช่วงที่ต้องต่อสู้หนัก คือ หลังปีใหม่ ที่ทางการจีนต้องไล่เก็บเงินหยวน Offshore ที่ฮ่องกง เพื่อปิด gap ให้ค่าเงิน Offshore แข็งเท่ากับ Onshore ... ลองนึกดูว่า “เงิน” ก็คือสินค้าอย่างหนึ่ง เมื่อมีคนไล่เก็บก็จะเกิดการ “ขาดตลาด” สิ่งที่ตามมาคือ อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้น (Overnight Lending Rate) พุ่งขึ้นจาก 4% เป็น 67% เพื่อกีดกันไม่ให้นักเก็งกำไรกู้ยืมเงินดอกเบี้ยถูกๆ มาถล่มค่าเงินหยวน ยังดีที่ 67% นี้เป็นอัตราดอกเบี้ย Offshore จึงไม่กระทบกับธุรกิจในประเทศจีน (อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระยะสั้นในจีนยังต่ำเพียง 2.4%)
ถ้าเราย้อนไปดูภาพใหญ่ ทั้งหมดที่ทางการจีนทำ ก็เพื่อให้ค่าเงินหยวนไม่อ่อนค่าแรงเกินไป เพราะหากคนคาดว่าเงินหยวนจะอ่อนค่ารุนแรง ก็จะมีเงินขนเงินออกจากจีน เกิด Capital Outflow ขนาดมหาศาล หากจำกันได้ IMF เพิ่งอนุมัติให้เงินหยวนอยู่ในตะกร้าสกุลเงินหลัก ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ปลายปี 2016 นี้ จีนจึงต้องสร้าง “Stability” ให้สกุลเงินหยวน รวมทั้งยับยั้งการไหลออกของเงินทุน ซึ่งคาดว่าไหลออกไปแล้วมากกว่า 36 ล้านล้านบาท
คำแนะนำ: เรายังเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับค่าเงินหยวนและตลาดหุ้นจีนในระยะนี้ มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจโลกในภาพรวมไม่มากนัก โดยคาดว่า เศรษฐกิจยุโรปและญี่ปุ่นยังฟื้นตัวได้แบบช้าๆ และคาดว่าตลาดหุ้นยุโรปและญี่ปุ่นน่าจะปรับขึ้นได้ในระยะสั้น ยังคงแนะนำทยอยสะสมกองทุน CIMB-P GSA, EUEQ และ JEQ
โดย วิน พรหมแพทย์, CFA, บลจ. CIMB Principal
Data Source: Bloomberg

ศึกชิงบัลลังก์สะท้านประชาธิปัตย์

The Hel(l)met Show EP.61 : ศึกชิงบัลลังก์สะท้าน...ประชาธิปัตย์

จังหวะพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกของพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่การตั้งคำถามการทำงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีข่าวคราวดราม่าเกี่ยวกับกทม.ออกมาเป็นระยะๆ ล่าสุดคงไม่พ้นรื่องไฟปีใหม่ 39 ล้านบาท 

และยังไล่เรียงมาถึง  กระแสข่าวในพรรค ที่เหยียบกันให้แซ่ดว่าเตรียมเขี่ย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคพ้นเก้าอี้ ทั้งๆยังมีความสามารถในการอยู่ในตำแหน่งได้อีกถึง 2 ปี และยังเป็นช่วงที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกำลังดวงขึ้นอีกด้วย เพราะป.ป.ช. มีมติกรณีคำร้องการไต่สวนถอดถอน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีสั่งใช้กำลังทหาร-ตำรวจในการสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ช่วงวันที่ 10 เม.ย. - 19 พ.ค. 2553 ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป แถมฝ่ายร่างรัฐธรรมนูญยังยืนยันว่าคุณอภิสิทธิ์ยังคงลงเลือกตั้งได้แม้ว่าจะยื่นเอกสารปลอมในการสมัครทหารก็ตาม

อ.พิชญ์มองว่าหลายๆกระแสข่าวที่ออกมาก็ดูจะเป็นเรื่องดีสำหรับคุณอภิสิทธิ์ทั้งหมด แต่ทำไมถึงมีกระแสข่าวว่าจะปลิวจากเก้าอี้ได้  ?

พร้อมๆกับรายชื่อของแคนดิเดตที่ผุดขึ้นมา อาทิ  ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน และอดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ หลายสมัย  ผู้มีความชำนาญด้านงานต่างประเทศในงานเชิงนโยบาย และเคยดำรงตำแหน่งอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย 

ซึ่ง ดร.สุรินทร์ เองได้เคยกล่าวถึงอนาคตทางการเมืองของตนเองว่า หลังจากทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ปลดล็อคพรรคการเมืองแล้ว ตนก็มีความพร้อมที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ เนื่องจากขณะนี้ตนมีความพร้อมแล้ว

และอีกท่านที่น่าจับตามองคือ นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ที่ประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.อีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้า กับการชูจุดเด่นการจะเป็นปากเสียงแทนชาวบ้านได้ดีกว่าผู้ปกครองประเทศที่ไม่ได้มาจาก "ชาวบ้าน"

คงต้องติดตามศึกชิงบัลลังก์พรรคประชาธิปัตย์ต่อไปว่าจะเดินเกมการเมืองในรูปแบบไหนเพราแต่ละคนที่พร้อมจะลงชิงตำแหน่งก็มีฝีไม้ลายมือทั้งนั้น

ดูความคิดปูตินในบทบาทถ่วงดุลมหาอำนาจโลก

จับใจความสำคัญจากคำให้สัมภาษณ์ของประธานาธิบดีปูติน กับสื่อเยอรมัน Bild เกี่ยวกับบทบาทของรัสเซียในการช่วยถ่วงดุลมหาอำนาจในโลก เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่เมืองโซชิ > Interview to German newspaper Bild (The interview was recorded on January 5, in Sochi.) 

"World would be more balanced if Russia asserted national interests from outset." > "โลกจะมีความสมดุลมากยิ่งขึ้น หากรัสเซียรักษาจุดยืนในผลประโยชน์ของชาติตั้งแต่เริ่มต้น" 

"For me, it is not borders that matter" > "สำหรับผม เรื่องชายแดนไม่ใช่สาระสำคัญ การล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินและสหภาพโซเวียต ไม่ได้รวมยุโรปให้เป็นเอกภาพ แต่เป็นการย้ายเส้นแบ่งเขตไปทางตะวันออกเท่านั้น ตะวันตกยังคงประกาศว่า รัสเซียเป็นปฏิปักษ์อยู่ตลอดเวลาที่กรุงมอสโกได้แสดงท่าทีที่เป็นเอกราช และยืนยันในผลประโยชน์ของชาติของตนเอง"

บทเรียนจากข่าวดีเจเก่งสะท้อนหน้าที่ของนักข่าว

บทเรียน "ดีเจเก่งถอยชน" สะท้อนโลกสื่อยุคใหม่ ตอกย้ำหน้าที่ "นักข่าว"
มติชนออนไลน์ Tuesday, January 12, 2016

          ข่าวคนดังในสังคมถอยรถชนเก๋งคันหนึ่งถูกผู้สื่อข่าวพบเห็นและบันทึกภาพเหตุการณ์พร้อมคำบอกเล่าของคู่กรณีจนกลายเป็นกระแสข่าวดังชั่วข้ามคืนสื่อทุกแห่งทั่วประเทศหยิบยกประเด็นนี้มานำเสนอเป็นข่าวใหญ่ตลอดสัปดาห์เหตุการณ์นี้สะท้อนพื้นที่ข่าวและบทบาทของสื่ออย่างไรท่ามกลางโลกยุคใหม่อ่านมุมมองเหล่านี้จากความคิดเห็นของนักวิชาการและอาจารย์ด้านสื่อสารมวลชนดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ ม.หอการค้าไทย

          กรณีเหตุการณ์คลิปข่าวดีเจเก่งถอยรถชนยาริส ทำให้เกิดภาพสะท้อนหลายอย่างในสังคมโดยเฉพาะในวงการสื่อ มองประเด็นเรื่องนี้อย่างไร

          ในกรณีของดีเจเก่งเกิดขึ้นแตกต่างจากเดิม คือเมื่อก่อนแพลตฟอร์มของสื่อมีค่อนข้างจำกัด มีทีวีแค่ 5-6 ช่อง แต่ทุกวันนี้มีช่องทีวีมากมายเต็มไปหมด และที่สำคัญเรามีโทรศัพท์มือถือที่สามารถถ่ายทอดสื่อสารต่างๆ ได้ ซึ่งเมื่อก่อนสื่อมวลชนเป็นผู้กำหนดวาระข่าวสาร บอกว่าอะไรเป็นข่าว อะไรไม่ใช่ข่าว ซึ่งอันนี้คือในอดีต แต่ทุกวันนี้ประชาชนทุกคนมีช่องทางสื่อสารของตัวเอง สามารถบอกได้ว่านี้คือประเด็นที่ฉันอยากสื่อสารกับเพื่อน อยากจะบอกต่อ เป็นประเด็นที่อยากจะแสดงความคิดเห็น

          เพราะฉะนั้นแล้ว ช่องทางในการสื่อสารของทุกคนมีมากขึ้น และช่องทางการเสพสื่อก็มีมากขึ้น มากกว่าเดิมด้วย เพราะฉะนั้นแล้วจึงไม่แปลกใจที่ประเด็นในโลกออนไลน์ทุกวันนี้เป็นประเด็นหลักขึ้นมามากมาย สื่อมวลชนกระแสหลักกลับมากระโดดหยิบเอาประเด็นในโลกออนไลน์ไปนำเสนอ

          แต่ปัญหาหลักคือการที่สื่อมวลชนนำเอาประเด็นในโลกออนไลน์ไปนำเสนอ ต้องพึงตรวจสอบ พึงกลั่นกรอง และทำให้มันรอบด้านมากขึ้น เพราะอย่าลืมว่าพอเราแต่ละคนเป็นในเชิงของปัจเจกชน เชิงของคนธรรมดาทั่วไป ถ่ายทอดจากมือถือ ถ่ายทอดผ่านเครื่องมือสื่อสารต่างๆ มันมีมุมมองของแต่ละคน ซึ่งมันเป็นมุมมองของแต่ละบุคคลอยู่แล้ว บางคนอาจจะเห็นมุมนี้ เห็นความจริงแบบนี้ อีกคนเห็นความจริงอีกแบบหนึ่ง

          ถ้าในฐานะสื่อมวลชน ต้องดึงเอาหลายๆ อย่างรวบรวมแล้วมากลั่นกรอง เรียบเรียงว่าอะไรมันถูกต้อง อะไรมันขาดแง่มุมไหนไป โดยเฉพาะในเรื่องของประเด็นข่าว ถ้ามันมีแง่มุมเดียวจากคนที่อยู่ตรงนี้ แล้วคนอีกมุมหนึ่งเห็นอะไรไปบ้าง ต้องไปตรวจสอบ ต้องไปกลั่นกรองก่อนนำเสนอ ไม่ใช่หยิบก๊อบปี้-แปะ แต่เมื่อไหร่ที่ก๊อบปี้-แปะ สื่อมวลชนก็ไม่ได้ต่างไปจากบุคคลธรรมดาที่มีการนำเสนอ

          อย่าลืมนะครับว่า สื่อมวลชนมืออาชีพมีเครดิตความน่าเชื่อถือของความเป็นสื่ออยู่ ความเป็นนักข่าวอยู่ ลักษณะเด่นของนักข่าวคือการกลั่นกรอง เช็กข่าวก่อน เพราะฉะนั้นแล้ว "เมื่อสื่อมวลชนไปหยิบยกประเด็นในโลกออนไลน์มา อย่าเพิ่งเน้นในเรื่องความเร็ว ให้เน้นในเรื่องของความถูกต้องน่าจะดีกว่า รอบด้านให้มากกว่า ล้วงลึกให้มากกว่า" มันจะทำให้ประเด็นที่ออกมาจากสื่อมวลชนดูน่าเชื่อถือและเชื่อมั่น เพราะฉะนั้น "พอเปิดดูในโลกออนไลน์แล้วคนหันไปเชื่อ พอกลับมาสื่อปกติแล้วเลียนแบบเหมือนกันเลย เชื่อไปเลย สุดท้ายแล้วหากข้อมูลมันผิดพลาดไป ใครจะรับผิดชอบ" !!!

          อนาคตของสื่อจะเป็นอย่างไร ใครเป็นคนตั้งหรือจุดประเด็น

          ในอนาคตจะเป็นสองอย่างครับ ทั้งในส่วนของสังคมโลกออนไลน์จุดประเด็น แล้วนักข่าวตามประเด็นและเป็นประเด็นที่ดีด้วย อาทิ เมื่อหลายปีก่อนเรื่องกรณีเครื่องตรวจจับระเบิด GT200 โดยเริ่มประเด็นมาจากห้องหว้ากอของพันทิป แล้วมีการวิพากษ์วิจารณ์กันในสื่อโซเชียลมีเดีย หลังจากนั้นมีหนังสือพิมพ์ไปหยิบนำเอาประเด็นมาขยายผล มาตรวจสอบต่อ มาเช็กต่อ มามีการขยายผลของประเด็นที่อยู่ในโลกออนไลน์จนสามารถทำให้ข่าวชิ้นนั้นได้รางวัลอิศรา ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลที่ดีที่อยู่ในประเด็นเชิงสืบสวนของไทยในปีนั้นได้ แสดงให้เห็นว่าจริงๆ แล้วมันมีประเด็นเยอะแยะที่อยู่ในโลกออนไลน์ถ้าหยิบมาแล้วขยายผล ก็สามารถเป็นประเด็นข่าวสืบสวนที่ดีได้

          อย่างไรก็ตาม ก็จะมีประเด็นข่าวอีกจำนวนหนึ่งที่นักข่าวทำขึ้นมาเองแล้วในโลกออนไลน์หยิบไปพูดคุย หรือเอามาช่วยเสริม หาประเด็นต่างๆ เพิ่มเข้ามาได้ อย่างเช่น นักข่าวทำข่าวประเด็นใดประเด็นหนึ่งออกมา แล้วเจอเรื่องในมุมนี้ แล้วในโลกออนไลน์ก็จะไปเสริมในมุมนี้ และในอนาคตอันใกล้นี้จะต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างนักข่าวมืออาชีพกับนักข่าวพลเมือง แล้วก็ประชาชนทั่วๆ ไป แต่บทบาทอาจจะมีความแตกต่างกัน

          สุดท้ายแล้วบทบาทที่สำคัญคือ นักข่าวมืออาชีพต้องกลั่นกรอง ต้องตรวจสอบ ต้องทำข่าวให้รอบด้าน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และในขณะเดียวกันก็จะมีซัพพอร์ตเตอร์จากในส่วนของนักข่าวพลเมืองจากคนต่างๆ ที่ส่งเข้าไป อันนี้ก็อาจจะเป็นความร่วมมือกันระหว่างนักข่าวที่เป็นมืออาชีพกับประชาชนคนที่เสพข่าวทั่วๆ ไป

          สิ่งที่ต้องพึงระลึกถึงก่อน "ถ่าย-โพสต์-โชว์-แชร์" คืออะไรบ้าง

          สิ่งหนึ่งที่ทุกคนควรคำนึงถึงคือทุกคนสามารถเล่าเรื่องราวในมุมมองของตัวเองได้แต่ต้องไม่ก้าวละเมิดสิทธิของคนอื่นไม่ไปหมิ่นประมาทคนอื่น คือทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้ แต่อย่าดัดแปลงข้อมูลหรือตัดต่อเรียบเรียงข้อมูลใหม่ หรือหมิ่นประมาทกล่าวหาคนโน้นคนนี้ เพราะมันมีกฎหมายเรื่องพวกนี้อยู่ ต้องพึงระวังด้วย สิ่งนี้คือสิ่งสำคัญ และในประเทศหลายแห่งก็มีกรณีแบบนี้เหมือนกัน

          มีการหยิบรูปถ่ายหรือว่าถ่ายคลิปวิดีโอต่างๆไปล่วงละเมิด ไปแอบถ่ายในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นแล้วเอามาโพสต์ มาแชร์ อันนี้ก็จะเป็นสิ่งผิดกฎหมายแน่นอน เพราะฉะนั้นต้องพึงระวังว่าทุกคนเป็นสื่อได้ในยุคนี้ที่มีโทรศัพท์มือถือ แต่ก็ต้องมีความรับผิดชอบด้วย เพราะมันเป็นทั้งพลังที่บวกและพลังที่ลบด้วย เปรียบเสมือนมีดที่เราสามารถจะเอาไปประกอบอาหารหรือนำไปเป็นอาวุธแทงคน ซึ่งโทรศัพท์มือถือหรือสื่อใหม่ก็เหมือนกับมีด เราจะใช้ประโยชน์ในด้านบวกหรือลบขึ้นอยู่กับตัวเรา มันไม่ได้ผิดที่ตัวมีด แต่มันผิดที่ตัวคน

          ที่มา: www.matichon.co.th

ผู้นำตุรกีบอกมือระเบิดเป็นชาวซีเรีย

ผู้นำตุรกีเผยมือระเบิดที่ก่อเหตุในนครอิสตันบูลเป็นชาวซีเรีย 

ประธานาธิบดีเรเจป ทายิป แอร์โดอัน ผู้นำตุรกี บอกว่ามือระเบิดชาวซีเรียเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีในย่านท่องเที่ยวในนครอิสตันบูล ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวเยอรมัน และมีผู้บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 15 คน 

กระทรวงต่างประเทศเยอรมนีระบุว่าเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน และเตือนให้ชาวเยอรมันเลี่ยงการไปยังสถานที่มีคนพลุกพล่านตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในนครอิสตันบูล เนื่องจากเกรงว่าอาจมีการก่อเหตุโจมตีตามมาอีก 

ล่าสุดเดนมาร์กได้ออกคำเตือนประชาชนของตนเช่นกัน ว่าให้เลี่ยงการไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ทั้งนี้เมื่อเดือนต.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดในกรุงอังการา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกล่าว 100 ราย #Turkey 

ภาพประกอบ ตำรวจเข้าควบคุมพื้นที่บริเวณมัสยิดสีฟ้า ซึ่งเป็นบริเวณที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุระเบิด

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559

ครม.ตั้งบอร์ดยาง

คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาราคายาง พร้อมซื้อตรง 100,000 ตัน แต่ยังไม่กำหนดราคา

บ่ายนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรชาวสวนยาง แต่ยังไม่กำหนดราคา พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย โดยมี พลเอกฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เป็นประธาน และมีกรรมการอีกรวม 8 คน โดยนายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไปร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อสรุปงบประมาณในการรับซื้อผลิตภัณฑ์จากยางพาราโดยเร็วที่สุด ด้านเกษตรกรสวนยางทั้งภาคใต้และภาคเหนือยังคงมีการชุมนุมและประชุมหารือในพื้นที่ต่างๆ 

โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีระบุว่า ยางที่รัฐบาลจะรับซื้อจากชาวสวนยางนั้นจะต้องเป็นยางใหม่ ไม่ใช่ยางที่มีในสต็อก และจะรับซื้อราคาสูงกว่าท้องตลาดนิดหน่อยเพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้ แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าราคาควรเป็นเท่าใด โดยนายกฯ ได้มอบหมายให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแลในการประสานกับ 8 กระทรวงและหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับงบประมาณที่ต้องใช้ 

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ เผยว่าขณะนี้ได้สั่งการให้การยางแห่งประเทศไทยเร่งรัดมาตรการชดเชยให้กับเกษตรกรสวนยางไร่ละ 1,500 บาท แต่ไม่เกินรายละ 15 ไร่ ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนนี้ ส่วนโครงการต่างๆ ที่อุดหนุนเกษตรกรสวนยางก็จะมีการเร่งรัดการดำเนินงาน โดยเฉพาะสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพารา วงเงิน 5,000 ล้านบาท และโครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ยาง วงเงิน 15,000 ล้านบาท 

สำหรับคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยทั้ง 8 คน ประกอบไปด้วย พลเอกฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เป็นประธานกรรมการ นายประสิทธิ์ หมีดเส็น นายสังข์เวิน ทวดห้อย นายเสนี จิตตเกษม นายธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ อิ่นคำ ซึ่งเป็นผู้แทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้ประกอบกิจการยางที่มีความเชี่ยวชาญด้านการค้า และนายพิชัย ถิ่นสันติสุข ผู้แทนผู้ประกอบกิจการยางที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอุตสาหกรรมยาง

เอกชนเอาจริงทุ่ม2.5พันล้านสร้างเสาธงชาติไทยสูงที่สุดในโลก



เดินหน้าแน่! เอกชนทุ่มทุนสร้างเสาธงไทย 2.5 พันล้าน สูงสุดในโลก-เริ่มเมษาฯ นี้
        เชียงราย - ผู้ว่าฯ เมืองเชียงราย นำทีมกลุ่มบริษัทเอกชน-ซินแสดัง ตั้งโต๊ะแถลงโชว์ความพร้อมโครงการสร้างเสาธงไทยสูงสุดในโลก มูลค่ากว่า 2,500 ล้าน ริมน้ำโขงชายแดนเชียงแสน คาดเริ่มได้เมษาฯ 59 นี้ ปี 60 เสร็จฉลอง 100 ปีธงชาติไทย ย้ำไม่รับบริจาค หรืองบสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐ ทั้งหมดลงทุนเองล้วนๆ
      
       วันนี้ (11 ม.ค.) นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, พล.ต.พิศาล นาคผจญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37, นายตฤณ นิลประเสริฐ ประธานผู้บริหารโครงการจัดสร้างเสาธงชาติไทยสูงที่สุดในในโลก พร้อมด้วยภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เช่น บริษัทตฤร อินโนเวชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท ตฤณ อินโนเวชั่น เชียงแสน จำกัด, Mr.David J.Chambers ผู้บริหารบริษัท ไทรเด้นท์ ซัพพอร์ท จำกัด จากสหรัฐอเมริกา, นายพฤฒิพล ประชุมผล ผอ.พิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย, อาจารย์วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ ซินแสชื่อดังและที่ปรึกษาโครงการ, นายจักรพันธ์ บุญปั้น ตัวแทนครอบครัวจิรรัตนพิเชษฐ์ ซึ่งเป็นผู้บริจาคที่ดินเพื่อโครงการ ฯลฯ ร่วมแถลงข่าวที่สวนไม้งามริมน้ำกก ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย
เดินหน้าแน่! เอกชนทุ่มทุนสร้างเสาธงไทย 2.5 พันล้าน สูงสุดในโลก-เริ่มเมษาฯ นี้
        เกี่ยวกับความคืบหน้าในการสร้างเสาธงที่สูงที่สุดในโลก ที่บ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ใกล้แม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว หลังจากเคยมีการเปิดตัวแถลงโครงการมาครั้งหนึ่งแล้วที่ อ.เชียงแสน เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา
      
       นายบุญส่งกล่าวว่า หลังจากได้รับการติดต่อจากบริษัทเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน และได้รับทราบรายละเอียดก็พบว่าโครงการนี้สามารถเป็นสัญลักษณ์หรือแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัด และประเทศไทยได้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดฯ ที่ส่งเสริมให้เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวในทุกฤดูกาล
เดินหน้าแน่! เอกชนทุ่มทุนสร้างเสาธงไทย 2.5 พันล้าน สูงสุดในโลก-เริ่มเมษาฯ นี้
        ขณะที่บริษัท ไทรเด้นท์ ซัพพอร์ท จำกัด เป็นเอกชนที่ตระเวนสร้างเสาธงที่สูงที่สุดมาแล้วทั่วโลก 7 แห่ง และจะมาสร้างแห่งที่ 8 ที่ อ.เชียงแสน เป็นแห่งสุดท้ายด้วย จึงเชื่อว่าหากเสาธงชาติไทยสร้างแล้วเสร็จจะทำให้เสาธงที่ อ.เชียงแสน รักษาสถิติเอาไว้ได้อีกนานแน่
      
       ด้านนายตฤณกล่าวว่า จากเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยที่มีความขัดแย้งกันในหลายปีที่ผ่านมาทำให้ตนเห็นว่าในฐานะคนไทยอยากให้มีความเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนในอดีต ซึ่งธงชาติก็ถือเป็นสัญลักษณ์ที่ทุกคนมีร่วมกันทั้งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ดังนั้นจึงมีแนวคิดจะสร้างเสาธงให้สูงที่สุดในโลกขึ้น
เดินหน้าแน่! เอกชนทุ่มทุนสร้างเสาธงไทย 2.5 พันล้าน สูงสุดในโลก-เริ่มเมษาฯ นี้
        โดยเมื่อต้นปี 2558 ได้นำโครงการไปประกวดร่วมกับประเทศต่างๆ จำนวน 30 กว่าประเทศแล้ว ทางผู้บริหารบริษัท ไทรเด้นท์ฯ ให้ความสนใจ และเลือกโครงการของเรามาดำเนินการ เพราะซาบซึ้งในความหมายที่ธงชาติของเรามี 3 สถาบันหลักเป็นสัญลักษณ์ ทางโครงการจึงเลือกที่จะสร้างที่เชียงราย เพราะอยู่เหนือสุดของประเทศไทย และประสงค์จะให้ตรงกับระยะเวลาครบ 100 ปี นับตั้งแต่ได้รับพระราชทานธงชาติไทยในปี 2560 ด้วย
      
       สำหรับงบประมาณที่จะต้องใช้คือ ประมาณ 2,500 ล้านบาท เฉพาะส่วนฐาน และเสาใช้เม็ดเงินประมาณ 250 ล้านบาท ใช้ทุนร่วมระหว่างเอกชนไทย มาเลเซีย และจีน บนเนื้อที่ประมาณ 269 ไร่ แต่พื้นที่ที่จะใช้ตั้งเสา และอาคารประกอบจริงมีประมาณ 40 ไร่เท่านั้น ขณะที่ทาง Mr.David จะมอบธงชนิดพิเศษให้จำนวน 6 ผืน โดยมีการทดสอบคุณภาพเป็นประจำทุกปี ระยะเวลาการประกันโครงการ 10 ปี
เดินหน้าแน่! เอกชนทุ่มทุนสร้างเสาธงไทย 2.5 พันล้าน สูงสุดในโลก-เริ่มเมษาฯ นี้
        นายตฤณกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา Mr.David ได้ทำการทดสอบดินบริเวณพื้นที่ก่อสร้างแล้ว และจะรู้ผลชัดเจนในอีก 2-3 เดือนนี้ พร้อมกันนั้นยังมีการศึกษาข้อมูลเรื่องกระแสลม แผ่นดินไหว ฯลฯ อย่างครบถ้วน จากนั้นจะเริ่มก่อสร้างเดือนเมษายน 59 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างนาน 15 เดือน ผลที่ได้ทันทีคือ ด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจีนตอนใต้มีประชากรกว่า 200 ล้านคน ซึ่งขอเพียงแค่ 1% ก็จะสร้างมูลค่าทางการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยอย่างมหาศาล
      
       “แต่ที่สำคัญเสาธงที่สูงที่สุดนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของความรักชาติ รักในหลวง และเทิดทูลศาสนาของคนไทยเรา และยังสร้างงานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งระหว่างก่อสร้าง และหลังจากได้เปิดโครงการแล้ว รวมทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของไทยในการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนด้วย โดยพื้นที่ก่อสร้างห่างจากแม่น้ำโขงเพียงประมาณ 2 กิโลเมตร สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลกว่า 20 กิโลเมตรถึงประเทศเพื่อนบ้าน เพราะสูงเท่ากับตึกระดับ 63 ชั้น”
เดินหน้าแน่! เอกชนทุ่มทุนสร้างเสาธงไทย 2.5 พันล้าน สูงสุดในโลก-เริ่มเมษาฯ นี้
        Mr.David กล่าวว่า บริษัทก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1996 ที่มลรัฐแคลิฟอร์เนียร์ สหรัฐอเมริกา และเคยก่อสร้างเสาธงสูงทั่วโลกแล้ว เคยสร้างพื้นที่ที่มีลมพัดแรง แผ่นดินไหว ฯลฯ มาแล้วครบถ้วน ล่าสุดไปสร้างเสาที่สูงที่สุดในโลกที่เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เป็นเสาธงสูง 171.4 เมตร จึงสามารถก่อสร้างที่ อ.เชียงแสน ได้แน่ และตนรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้มาก่อสร้างที่ประเทศไทยเป็นแห่งสุดท้าย เพราะที่ผ่านมาเคยสร้างในประเทศมุสลิมเสียเป็นส่วนมาก และประเทศไทยเป็นแห่งแรกที่เป็นประเทศพุทธศาสนาที่ตนจะได้มาก่อสร้าง รวมทั้งเห็นว่าไม่ว่าจะไปไหนในประเทศไทย คนไทยเป็นผู้ที่น่ารักที่สุดด้วย
เดินหน้าแน่! เอกชนทุ่มทุนสร้างเสาธงไทย 2.5 พันล้าน สูงสุดในโลก-เริ่มเมษาฯ นี้
        ด้านนายแอนดรู คอ ผู้ร่วมทุนจากประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า ตนได้หารือกับนายตฤณเพื่อยืนยันว่าจะก่อสร้างจริงหรือไม่ เมื่อได้รับคำยืนยันจึงตัดสินใจร่วมกัน โดยตนจะขายหุ้นที่ลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา มาร่วมก่อสร้าง และโครงการฯก็จะไม่มีการขอรับเงินบริจาค หรือขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานใดอีกด้วย หากจะมีผู้ประสงค์บริจาคก็ขอให้ไปที่วัดแต่ละแห่งทั่วประเทศไทย แล้วนำเงินไปร่วมทำบุญเพื่อจะได้ร่วมทำบุญกับวัดนั้นๆ ร่วมกัน โดยไม่ต้องนำเงินมาร่วมก่อสร้างเสาธงแห่งนี้ก็ได้ เพราะถือว่าไดรับบุญร่วมกันต่อไป
เดินหน้าแน่! เอกชนทุ่มทุนสร้างเสาธงไทย 2.5 พันล้าน สูงสุดในโลก-เริ่มเมษาฯ นี้
        

ข่าวเคลื่อนไหววันนี้

12012559   เรื่องยาง  ปัญหาเกิดจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะนักการเมืองเลว หากชาวสวนยางโทษแต่รัฐบาล  ไม่ปรับตัวเองบ้าง ระวังจะเข้าตัว  ต้องศึกษาท่าทีกำนันสุเทพผู้ใหญ่ถาวร
• “ วันนี้เป็นเวลาที่ทุกฝ่ายต้องรวมกำลัง รวมความคิดช่วยกันแก้ไข “
เชื่อใจนายกฯ ตั้งใจแต่ทีมงานไร้เอกภาพ แนะอย่าก่อม็อบกดดัน    
ความคิดใดที่เป็นการทำให้บ้านเมืองเกิดความสามัคคีและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้ากมธ.สันติสุขเชิญให้ร่วมด้วยส่วนตัวก็ยินดี....    กำนันสุเทพ
• "สุเทพ"วอนเกษตรกรสวนยางหยุดเคลื่อนไหวเพราะไม่เกิดผลดี มั่นใจรัฐบาลแก้ปัญหาเต็มที่ เผยเสนอความเห็นให้ "สมคิด" แล้ว 
วันนี้เป็นเวลาที่ทุกฝ่ายต้องรวมกำลัง รวมความคิดช่วยกันแก้ไข.... 
อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/politic/409490

• ปัดข้อเสนอสุเทพอุ้มยาง :  ไทยโพสต์
“ประยุทธ์” ยันจะบูรณาการยางพาราทั้งระบบ ดีเดย์ตั้งแต่บ่าย 12 ม.ค. รัฐเตรียมรับซื้อยางเองแต่ยังอุบเงียบราคา 
ปัดทิ้งข้อเสนอ “สุเทพ” อุ้ม 60 บาทต่อ กก. ถามจะเอาเงินที่ไหน ลั่นไม่มีคุยทั้ง “กำนัน-ปชป.” เพราะมีแนวทางตัวเอง 
ประธานมูลนิธิ มปท.เชื่อใจนายกฯ ตั้งใจแต่ทีมงานไร้เอกภาพ แนะอย่าก่อม็อบกดดัน “ถาวร” ทำจดหมายเปิดผนึกชี้แนะทางแก้ยาวเหยียด เผยควรมีเมตตาทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้ว พร้อมชงปลด “บิ๊กนมชง-จินตนา” ชาวสวนยางผวาถูกรวบตัวเลิกชุมนุมที่ทุ่งสงแล้ว
• "ฉัตรชัย" เผย นายกฯสั่ง องค์การคลังสินค้ารับซื้อยางพาราจากเกษตรกร ชงครม.เคาะราคารับซื้อ 12 ม.ค.นี้.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/biz/gov/409553
• หนุ่มใต้แต่งเพลงสะท้อนราคายางร่วง-ถาม "เพื่อนผมหายไปไหน".... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/social/hot/409529
• ชาวสวนยางนครศรีฯยุติชุมนุม-ยื่น8ข้อให้รัฐแก้ราคาตกต่ำ.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/local/south/409512
• "ถาวร" พร้อมอดีตสส.ยื่นข้อเสนอนายกฯแก้ราคายางตกต่ำ ชี้ที่ผ่านมาเดินผิดทาง จี้เร่งตั้งบอร์ดการยางมาทำงาน ย้ำไม่สนับสนุนม็อบเดินขบวน .... อ่านต่อได้ที่ :
http://www.posttoday.com/politic/409530
• เริ่มแล้ว การประชุมยาวที่ชะอำของกรธ.ร่างรัฐธรรมนูญ 
กรธ.ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ 48 มาตรา เห็นชอบให้ชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ เปิดทางศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดปัญหาล้มล้างการปกครอง.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/politic/409549
• "สุเทพ" ไม่วิจารณ์ปัญหาประชาธิปัตย์ชี้เป็นอดีตไปแล้ว.... 
ความคิดใดที่เป็นการทำให้บ้านเมืองเกิดความสามัคคีและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน 
ถ้ากมธ.สันติสุขเชิญให้ร่วมด้วยส่วนตัวก็ยินดี.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/politic/409557
• 20 ภาคีสุขภาพในนาม "ขสช." ออกแถลงการณ์ 5 ข้อ จี้ คสช.ยกเลิกคำสั่งปลดบอร์ด สสส. จับตา 15 ม.ค.ตั้งกรรมการชุดใหม่ ลั่นไม่โปร่งใสเจอม็อบทั่วประเทศ 
วอนปลดล็อกจ่ายงบโครงการ เหตุทำผู้ปฏิบัติงานกว่า 1 หมื่นคนเดือดร้อนหนัก 
"วิษณุ" รับรัฐบาลจำเป็นต้องทำ 
"บิ๊กต๊อก" ยัน สสส.เป็นโครงการดีแค่ปรับระบบแล้วเดินต่อ
แถลงการณ์ 5 ข้อ
1..ขสช.เห็นว่าการปลดบอร์ด สสส.ทั้ง 7 คนเป็นไปโดยไม่ชอบธรรม เนื่องจากไม่พบทุจริต 
อีกทั้งการดำรงตำแหน่งก็มีคุณสมบัติเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด 
อย่างไรก็ตาม ขบวนการฯ มีข้อเสนอให้ยกเลิกการสั่งที่ให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากการเป็นกรรมการและดำรงตำแหน่งใน สสส. และ
กลับเข้ามาปฏิบัติงานได้หลังการตรวจสอบเสร็จสิ้นลงโดยเร็ว 
"ขณะนี้สัดส่วนของคณะกรรมการเหลือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพียง 2 คน และกรรมการสัดส่วนจากภาครัฐ 11 คน 
ดังนั้น หากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่ประสงค์จะดำรงตำแหน่งต่อ 
กระบวนการสรรหา แต่งตั้งซึ่งขาดการถ่วงดุลจากผู้ทรงคุณวุฒิ 
อาจได้คุณสมบัติไม่เป็นไปตามกฎหมาย 
จึงขอเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีที่มีอำนาจดำเนินการเพื่อให้ได้คุณสมบัติ
ตาม พ.ร.บ.กองทุน สสส.ปี 2544 
ซึ่งขบวนการฯ จะติดตามความคืบหน้าการประชุมของคณะกรรมการ สสส.
ในวันที่ 15 ม.ค.นี้อย่างใกล้ชิด 
หากพบเป็นไปโดยมิชอบหรือไม่มีความคืบหน้าจะเคลื่อนไหวใหญ่ทั่วประเทศ 
และจะแถลงต่อไป"
• "บิ๊กต๊อก" ไม่เห็นด้วย "เรืองไกร" เสนอยุบสสส. ระบุ เป็นโครงการที่ดี แต่ต้องแก้ระบบใหม่ อัด "หมอวิชัย" ต้องเคารพกติกา.
"ถ้าท่านอยากให้เขาเคารพกติกา ท่านก็ต้องเคารพกติกาผมด้วย ขอให้เคารพกติกาของผมด้วย เพราะนั่นคือสิ่งที่สังคมต้องมีกติกา และการที่ไปกล่าวเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่มีออกมา ท่านก็ต้องเคารพคำพูดของท่านด้วย ว่าเกิดความเสียหายแก่องค์กรอื่นหรือไม่....... 
อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/politic/409554
• ศาลปกครอง ยกคำร้อง "ทักษิณ" ขอให้ระงับคำสั่งยกเลิกพาสปอร์ตสองฉบับ 
ชี้ไม่พบคำสั่งยกเลิกไม่ชอบด้วยกฎหมาย .... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/politic/409543
• 'สมเด็จวัดปากน้ำ' ปธ.ประชุมมส. ไม่มีวาระตั้งสังฆราช
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
• มส.ไร้วาระ‘สังฆราช’ใหม่ ‘บิ๊กตู่’ลั่นถ้าไม่จบไม่ส่งชื่อ    :  ไทยโพสต์
"พุทธะอิสระ" หอบ 3 แสนรายชื่อคัดค้านเสนอชื่อ "สมเด็จช่วง" เป็นสังฆราชองค์ใหม่ พร้อมเรียกร้องหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์คัดสรรพระเถระผู้ทรงธรรม ทรงวินัยและเป็นที่เลื่อมใสของชาวพุทธ 
ขณะที่มหาเถรสมาคมยังไม่มีวาระประชุมเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะเพื่อสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช แต่ยันยึด พ.ร.บ.คณะสงฆ์เป็นหลัก 
"ประยุทธ์" ลั่นถ้าปัญหาไม่จบก็เสนอชื่อสังฆราชให้ไม่ได้ 
ส่วน "วิษณุ" เผยอาจใช้วิธีรักษาการไปก่อนแต่คงไม่เป็นสิบๆ ปี
• ทุกเสื้อสีสร้างสันติสุข ‘อกนิษฐ์’ชงวิปสนช.ตั้ง24กมธ.ถกนัดแรก15ม.ค. :ไทยโพสต์
"พล.อ.อกนิษฐ์" เตรียมยื่นญัตติตั้ง กมธ.สันติสุขอังคารนี้ พร้อมประชุมนัดแรก 15 ม.ค.ทันที มั่นใจรัฐบาลและ คสช.สานต่อเพราะประสานกันมาตลอด 
เผย กมธ. 24 คนจากทุกกลุ่มการเมือง "สุภรณ์-ชินวัตร-สาทิตย์-หมอระวี" ติดโผ
 "สุเทพ" เห็นด้วยเพื่อให้บ้านเมืองสามัคคี 
แต่ "เพื่อไทย" ยังไม่เอาด้วยซ้ำยุใช้ ม.44 นิรโทษเหมาเข่ง 
อดีต กก.ปรองดองหนุนนิรโทษต้นซอย กรธ.ถกนอกสถานที่โยนศาล รธน.ตีความ ม.7
• ถอดบทเรียนคดี "ดีเจเกียร์R" เมื่ออารมณ์เดือดทำชีวิตพัง.... สังคมอดทนต่ำ
อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/report/409550
• "นายกสมาคมบลจ." ให้เวลาบอร์ด CPALL ตอบกลับกรณีอินไซด์ถึงสิ้นเดือนนี้ 
ชี้หากไม่ตอบกลับเชื่อว่านักลงทุนสถาบันไทยไม่ยินดีที่จะถือหุ้นต่อไป : กรุงเทพธุรกิจ
• "เดวิด โบวี่" ศิลปินนักร้องชื่อดังชาวอังกฤษ เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 69 หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งนาน 18 เดือน.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/ent/inter/409521
• เผยเบื้องหลังจับเจ้าพ่อยาเสพติด "เอล ชาโป" ได้เบาะแสจาก "ฌอน เพนน์".... 
อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/world/news/409560
• เมอร์เรย์หวังโนเลฟอร์มหลุดออสซี่โอเพ่น.... 
"คุณต้องพยายามเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ดูแมตช์แข่งขันของเขา และหาจุดอ่อนให้ได้ 
บางทีเขาอาจจะฟอร์มตกลงบ้าง มันยากมากที่จะรักษาฟอร์มอยู่ในระดับยอดเยี่ยมต่อเนื่องเป็นเวลานาน
อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/sports/tennis/409563

คดีเกาะเต่ายังไม่จบ

พี่สาวเหยื่อคดีเกาะเต่าโพสต์เฟซบุ๊กระบุถูกข่มขู่ ตำหนิทางการไทยใช้ถ้อยคำทำร้ายความรู้สึก

เพรส แอสโซซิเอชั่น รายงานว่าลอรา วิทเธอร์ริดจ์ พี่สาวของฮันนาห์ วิทเธอร์ริจด์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษหนึ่งในสองคนซึ่งเสียชีวิตเพราะถูกฆาตกรรมที่เกาะเต่า ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัวตำหนิทางการไทยว่าไม่ใส่ใจความโศกเศร้าของครอบครัว เจ้าหน้าที่ตำรวจและศาลใช้ถ้อยคำทำร้ายความรู้สึก ส่วนตัวเธอนั้นถูกข่มขู่เอาชีวิตและมีผู้พยายามเสนอเงินชดเชยเพื่อให้เรื่องเงียบ

ฮันนาห์ วัย 23 ปี และเดวิด มิลเลอร์ วัย 24 ปี เสียชีวิตที่เกาะเต่า ในเดือนกันยายน ปี 2557 ขณะที่ศาลชั้นต้นของไทยมีคำพิพากษาเมื่อปลายปีที่แล้วให้ประหารชีวิตนายซอ ลิน และไว เพียว จำเลยชาวเมียนมาฐานฆาตกรรมนักท่องเที่ยวทั้งสองคน 

ลอรา วิทเธอร์ริดจ์ พี่สาวของฮันนาห์ เขียนข้อความยาวทางหน้าเฟซบุ๊ก เมื่อวานนี้ (10 ม.ค.) หลังทราบข่าวการเสียชีวิตของลุค มิลเลอร์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษคนล่าสุดซึ่งเสียชีวิตในสระว่ายน้ำของโรงแรมแห่งหนึ่งที่เกาะเต่า เมื่อไม่กี่วันก่อนว่า มีความจำเป็นที่จะต้องบอกกล่าวให้ผู้คนรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในไทย ประเทศที่ได้ชื่อว่า “สวยงามที่สุดในโลก” ทั้งที่จริงคนไทยบางส่วนเกลียดชาวตะวันตกและเห็นความสำคัญในชีวิตมนุษย์น้อยมาก 

“นับตั้งแต่ฮันนาห์เสียชีวิต ก็มีคนเสียชีวิตอย่างน่าสงสัยที่เกาะเต่าอีกหลายราย บางทีคุณอาจไม่ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพวกเขา เพราะพวกเขาไม่ใช่คนอังกฤษทั้งหมด การเสียชีวิตของคนเหล่านี้อาจถูกปกปิด ด้วยการทำให้เป็นเหตุฆ่าตัวตาย และอุบัติเหตุ สิ่งนี้อาจเกิดกับฮันนาห์ หากเธอไม่ได้ถูกฆ่าตายอย่างโหดร้ายทารุณเสียก่อน" 

ลอราระบุว่า ระหว่างที่ครอบครัวพยายามติดตามคดีของน้องสาว ตนเองได้รับคำขู่เอาชีวิตจากคนไทยหลายครั้ง โดยมีผู้ส่งรูปของเธอที่โดนฉีกใบหน้าออกมาให้ พร้อมข้อความว่า "ฆาตกรทำงานเสร็จไปแค่ครึ่งเดียว" ทั้งยังมีการส่งภาพถ่ายจากที่เกิดเหตุที่น่าสยดสยองมาให้ ซึ่งทำให้เธอหวาดกลัวและฝันร้าย เธอยังเปิดเผยว่ามีคนไทยบางกลุ่มพยายามเสนอเงินชดเชยเพื่อให้ครอบครัวของเธอเลิกติดตามคดี แต่เธอรู้สึก "สะอิดสะเอียนอย่างยิ่ง" และบอกให้พวกเขาเอาเงินไปทิ้งเสีย

นอกจากนั้น ตลอดช่วงเวลาของการพิจารณาคดี ทั้งผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลได้แสดงความเห็นที่ทำร้ายความรู้สึกของครอบครัววิทเธอร์ริดจ์เป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งถ้อยคำที่ว่า “ยังจะต้องวุ่นวายอะไรอีก? กลับบ้านไปเสีย ไปทำลูกใหม่อีกคนก็แล้วกัน อีก 30 วันเธอก็กลับมาเกิดใหม่แล้ว ชาติหน้าเธออาจจะโชคดีกว่านี้” ลอราบอกด้วยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยส่วนใหญ่ทุจริต ทั้งยังหลอกให้ครอบครัวของเธอเข้าร่วมการแถลงข่าวโดยไม่เต็มใจ ทั้งที่ตอนแรกบอกว่าเป็นการเชิญไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม 

ก่อนหน้านี้ ครอบครัวของน.ส. ฮันนาห์ วิทเธอริดจ์ เปิดเผยหลังรับทราบคำพิพากษาประหารชีวิตจำเลยชาวเมียนมาว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาครอบครัววิทเธอริดจ์ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างเหลือเชื่อ โดยการติดตามกระบวนการพิจารณาคดีในไทยเป็นความยากลำบากอย่างยิ่ง ครอบครัวต้องอดทนกับทั้งความเจ็บปวดและกับการได้รับข่าวสารที่สับสน ขณะนี้จึงขอเวลาไตร่ตรองผลการพิพากษาในครั้งนี้อย่างรอบคอบ และใคร่ครวญดูว่าทางครอบครัวจะมีแถลงการณ์ที่เหมาะสมอย่างไรต่อไป

ขณะที่ครอบครัวของนายเดวิด มิลเลอร์ เหยื่อผู้เสียชีวิตในคดีเดียวกับน.ส. ฮันนาห์ วิทเธอริดจ์ ออกแถลงการณ์ระบุว่าศาลได้ตัดสินอย่างยุติธรรม และตำรวจไทยได้สอบสวนเรื่องนี้อย่างรอบคอบและละเอียดถี่ถ้วน โดยมีหลักฐานท่วมท้นที่ใช้เอาผิดกับจำเลย ส่วนโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ได้ยืนยันมาโดยตลอดว่าการสอบสวนคดีดังกล่าว “ดำเนินไปอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามมาตรฐานสากล”

อย่างไรก็ดี ชาวเมียนมาในนครย่างกุ้งได้ออกมาประท้วงคำพิพากษาของศาลไทย จนเป็นเหตุให้แผนกกงสุลของสถานทูตไทยที่ย่างกุ้ง ต้องปิดทำการเป็นเวลาหลายวัน #KohTaoMurders

ลุงตู่ให้คำขวัญวันครูฟ้องเด็กมีคนดึงขาลุงอยู่

เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยก่อนการประชุมพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะนักเรียน นักศึกษา พร้อมศิลปินดารา นายวิวิศน์ บวรกีรติขจร (ตี๋ AF4) และ น.ส.นิภาภรณ์ ฐิติธนการ (ซานิ AF6) เข้ามอบดอกกล้วยไม้ และซีดีเพลงเทิดพระเกียรติคุณครู เนื่องในวันครู 16 มกราคมนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมลงนามในบัตรคารวะครูทางออนไลน์ผ่านแท็บเล็ตเพื่อร่วมระลึกถึงพระครู และมอบคำขวัญวันครูประจำปี 2559 ว่า " อนาคตก้าวไกล ด้วยครูดี มีคุณภาพ" 



จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับเด็กนักเรียน ว่า ขอให้คิดถึงครูและให้กำลังใจครู เพราะทุกคนเหนื่อย  ขณะที่ ด.ช.เอกสุกฤษฎิ์ ฐิติจรัสพรสุข นักเรียนร.ร.สาธิตละอออุทิศ ได้ถามนายกฯว่า"ลุงเหนื่อยบ้างไหม" นายกฯตอบว่า "รำคาญบ้าง หงุดหงิดบ้าง ก็ต้องอดทนเพื่อพวกเรา ต้องทำงานหลายเท่าเพราะมีพวกดึงขาลุงอยู่ด้วย" ระหว่างนั้น ด.ช.เอกสุกฤษฎิ์ ได้ถามนายกฯกลับอีกว่า ใครบ้าง นายกฯจึงชี้ไปให้ถามผู้สื่อข่าว จากนั้นนายกฯได้สอบถามชื่อของเด็กๆ แล้วกล่าวว่า "ไม่มีใครชื่อประยุทธ์เลยเหรอลูก"นักเรียนคนหนึ่งจึงกล่าวตอบว่า "ไม่อยากมีชื่อซ้ำ" พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวอีกว่า "รู้ไหมชื่อประยุทธ์ แปลว่าอะไร ชื่อประยุทธ์แปลว่ารบ ต่อสู้ รบทั้งวัน"