PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

(คลิป)การประชุมและประกาศจัดตั้งกลุ่ม รัฐบุคคล 28 01 57 P1





การประชุมและประกาศจัดตั้งกลุ่ม รัฐบุคคล


"Man of the State"...บิ๊กตู่ ผบ.ทบ. บอก แค่คนแก่ กินกาแฟ กัน.....ไม่รู้จะคุยอะไรกัน แต่หมดหน้าที่จากกองทัพไปแล้ว มาสั่งอะไรใครไม่ได้

"ท่านเกษียณอายุไปแล้ว ท่านคงนัดเจอกันบ้าง เพราะมีห่วงใยชาติบ้านเมือง แต่ท่านไม่ได้มายุ่งเกี่ยวอะไรกับพวกผม ไม่ได้มาสั่งอะไร มีแต่ให้กำลังใจ
ท่านก็แค่นั่งกินกาแฟ และแสดงความคิดเห็น อาจไม่รู้จะคุยอะไรกันจึงคุยเรื่องบ้านเมือง เรื่องกองทัพบ้าง ส่วนท่านจะพูดอะไร เป็นความคิดเห็นของท่าน ท่านหมดหน้าที่จากกองทัพไปแล้ว คิดว่า ท่านคงไม่มาสั่งอะไรใคร แต่ความคิดของคนห้ามกันไม่ได้ ตราบใดที่บ้านเมืองยังไม่สงบ ทุกคนมีสิทธิ์คิด แต่ปัญหาคือ จะทำอย่างไรให้ถูกต้องเหมือนกองทัพบกที่พยายามทำให้ถูกต้อง” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.

28มค.2557 อดีต บิ๊กทหาร ประชุมถกปัญหาบ้านเมือง บทบาททหาร การรัฐประหาร ตั้งกลุ่ม รัฐบุคคล. Man of the State พล.อ.อ.กันต์ พิมานทิพย์ อดีตผบ.ทอ. พล,อ.วิมล วงศ์วานิช อดีต ผบ.ทบ. พล.ร.อ.วิเชษฐ์ การุณยวนิช อดีต ผบ.ทร. พล.อ.อ.เทอดศักดิ์ สัจจารักษ์ อดีต รองผบ.ทอ. และ นาย ชัยอนันต์ สมุทรวานิช

ตอน 1 http://www.youtube.com/watch?v=FQXX9r3ec9I
ตอน 2 http://www.youtube.com/watch?v=R16PDGRVJxU
ตอน 3 http://www.youtube.com/watch?v=1oHYQk1XPv4...
ตอน 4 http://www.youtube.com/watch?v=B0s7PRMnnS
ตอน 5 http://www.youtube.com/watch?v=kHD5_akWXdE

ว่าด้วยภาพเหตุการณ์เขียนบัตรเลือกตั้งในเขตหลักสี่


เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง // ภาพนี้คือภาพ การตรวจตรวจสอบอุปกรณ์ของกกต. เสร็จแล้วเซ็นต์ชื่อรับ กรรมการประจำหน่วยต้องตรวจนับบัตรที่ได้รับมอบว่าเลขบัตรที่ได้รับถูกต้องหรือไม่ และต้องเซ็นซื่อหน้าปกบัตรทุกเล่ม

จากเฟสบุ๊คช่างภาพ: เรียน ทุกท่าน ตามที่มีการแชร์ภาพกลุ่มบุคคล ตำรวจ บัตรเลือกตั้ง หีบเลือกตั้งที่กังขาและตัดสินกันไปเรียบร้อยว่า ทุจริตการเลือกตั้งนั้น เป็นภาพบรรยากาศการตรวจนับหีบบัตร การเตรียมการเลือกตั้งที่มีเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนคอยสังเกตการณ์มากมาย ไม่ใช่เป็นดังท่านคิดแต่อย่างใด
เพราะช่างภาพที่ถ่ายนั้น ผมรู้จักดี ไม่ใช่เพื่อนของเพื่อน ไม่ใช่เพื่อนบอกมา ไม่ใช่เพื่อนของคนรู้จัก ไม่ใช่เพื่อนของพี่เขยของอาสะใภ้ฯลฯ หากท่านใดได้แชร์ภาพเหล่านั้น กรุณาไปชี้แจงและลบภาพด้วย


อ่าน ความในใจ บิ๊กตู่ กับ แรงกดดัน ให้รัฐประหาร

อ่าน ความในใจ บิ๊กตู่ กับ แรงกดดัน ให้รัฐประหาร

“พล.อ.ประยุทธ์” ยัน “ไม่มีใครมากดดัน หรือสั่งผมได้” ให้ปฏิวัติ ยันต้องเป็นตัวของตัวเอง โตมาจนป่านนี้ไม่มีใครมาบังคับผมได้ ยันยึดระบอบกติกา ไม่ฟังคนนอกกองทัพบก หรือเหนือกติกาทบ. ยอมรับอดีตบิ๊กทหารส่งจดหมาย ขอให้ทหารทำนั่นทำนี่ เคารพทุกความคิด แต่มอง อดีตบิ๊กๆทหารแก่ วิจารณ์การเมือง-กองทัพ แค่มากินกาแฟ แสดงความเห็น แต่คงสั่งใครไม่ได้ วอนอย่าด่าทหาร หยาบคาย เผนทำงานเพื่อกองทัพ รบมา ต้องให้เกียรติกันบ้าง อย่าด่าเป็นหมูเป็นหมา เผยทหารทำดี เลือกตั้งไม่นองเลือด ก็ต้องชมกันบ้าง ชมดังๆให้คนด่าทหารได้ยิน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่า มีผู้ใหญ่หลายฝ่ายกดดันให้กองทัพทำรัฐประหารเพื่อแก้ปัญหาชาติบ้านเมืองนั้น ว่า ใครจะมากดดันผม ผู้ใหญ่ที่ไหนไม่มี อย่าพูดให้ท่านเสียหาย สื่อเขียนไปเรื่อยเปื่อย ทำให้คนเหล่านั้นเสียหาย และเป็นอันตราย

“ผมโตมาถึงบัดนี้คงไม่มีใครมาบังคับ ผมทำงานด้วยระบบและกติกา ผมคงไม่ฟังอะไรที่นอกเหนือจากกติกาของกองทัพบก ดังนั้นไม่มีใครชักจูงผมได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ เล่าด้วยว่า บางวันตื่นนอนขึ้นมา ยังต้องมาถามตัวเองเลยว่า เราเป็นใคร เราเป็นตัวของตัวเองหรือไม่ ถ้าใครไม่เคยอยู่ในสภาพแบบผมนี่จะไม่รู้หรอก

เมื่อถามว่า มีผู้ใหญ่และอดีตบิ๊กทหารเขียนจดหมายมาถึงผบ.ทบ. เรียกร้องให้ทหารทำนั่นทำนี่ นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีคนส่งจดหมายเรียกร้องมาที่กองทัพบกเยอะ ผมจึงให้สำนักงานเลขานุการกองทัพบกชี้แจงกลับไป

“ขอบคุณทุกความคิดเห็นที่เป็นห่วงกองทัพ กองทัพเป็นของประชาชนทุกคน” ผบ.ทบ. กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนรักทหารบ้าง หรือถ้าจะเกลียดทหาร หรือไม่ชอบทหารบ้างก็ไม่เป็นไร แต่อย่าหยาบคายกับทหาร เพราะถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติกัน

“ผมรับราชการทหารมา 30 กว่าปี ดูแลประเทศชาติมาเยอะ ผ่านศึกสงครามชายแดนมาพอสมควร แต่จะมาด่าผมหรือทหารเป็นหมูเป็นหมา มันไม่ใช่ กรุณาให้เกียรติกัน เมื่อท่านไม่ให้เกียรติผม ผมก็ไม่ให้เกียรติท่าน ดังนั้นช่วยกันรักษากฎหมายเท่าที่สามารถทำได้ให้มากที่สุด และให้ความเป็นธรรมกับทุกส่วน ฝากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร และอย่าขาดความเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

กรณีที่พล.อ.สายหยุด เกิดผล อดีต ผบ.สส. พล.อ.วิมล วงศ์วานิช อดีต ผบ.ทบ. และอดีตนายทหารระดับสูงจัดตั้งกลุ่ม “รัฐบุคคล” เพื่อหาทางออกให้กับประเทศ โดยมีการพูดผ่านคลิปวิดีโอ ให้ทหารรัฐประหาร ด้วยนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว ท่านเกษียณอายุไปแล้ว ท่านคงนัดเจอกันบ้าง เพราะมีห่วงใยชาติบ้านเมือง แต่ท่านไม่ได้มายุ่งเกี่ยวอะไรกับพวกผม ไม่ได้มาสั่งอะไร มีแต่ให้กำลังใจ

“ท่านก็แค่นั่งกินกาแฟ และแสดงความคิดเห็น อาจไม่รู้จะคุยอะไรกันจึงคุยเรื่องบ้านเมือง เรื่องกองทัพบ้าง ส่วนท่านจะพูดอะไร เป็นความคิดเห็นของท่าน ท่านหมดหน้าที่จากกองทัพไปแล้ว คิดว่า ท่านคงไม่มาสั่งอะไรใคร แต่ความคิดของคนห้ามกันไม่ได้ ตราบใดที่บ้านเมืองยังไม่สงบ ทุกคนมีสิทธิ์คิด แต่ปัญหาคือ จะทำอย่างไรให้ถูกต้องเหมือนกองทัพบกที่พยายามทำให้ถูกต้อง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เมื่อถามถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้งไม่ใช่หน้าที่ของผม หน้าที่ของผม คือ ดูแลความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชน ซึ่งวันเลือกตั้งถือว่า มีความเรียบร้อยน่าพอใจอยู่ในระดับหนึ่ง และถือว่า ดีที่สถานการณ์ไม่เป็นไปอย่างที่ประเมินไว้ ไม่มีการสูญเสียหรือมีคนตาย แต่จะให้เห็นด้วย หรือไม่กับการเลือกตั้ง ผมคงไม่ตอบในเรื่องนี้ เพราะไม่ได้มอบหน้าที่ให้ผมจัดการเลือกตั้ง

“แต่ที่ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ ดูแลดี ทีอย่างนี้ควรจะชมทหารบ้าง ให้กำลังใจทหารบ้าง ไม่ใช่ด่าอย่างเดียว ต้องชมทหารดังๆ ชมให้คนที่ด่าทหาร ให้ได้ยินด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ที่มา : FBวาสนา นาน่วม


(คลิป)หลักสี่จากCNN





คลิป อีกมุม จากCNN

ภัยจากการ์ดม็อบกปปส.เหตุเกิดหน้า รพ.จุฬาฯ

5 ชั่วโมงที่แล้ว 

และเมื่อความรุนแรงเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว เมื่อโพสต์ทูเดย์พยายามรายงานว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งพยายามล้มป้ายคุณสุเทือก ทำให้การ์ดกปปสต้องลากตัวไปกัก ความจริงเทอไม่ได้สาวนัก นางเป็นพี่สะใภ้ชั้นเองอายุห้าสิบเอ็ดแล้ว แต่นางหน้าเด็กมาก นางต้องอัลตร้าซาวก้อนเนื้อที่หน้าอกเป็นระยะ สองปีมาแล้ว ก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็งที่รพจุฬา และหาทางเข้าตึกรพไม่ได้ ประกอบกับความซวยที่ใส่เสื้อขาวไปรพ ก็เลยโดนจิกหัว โทรศัพท์ยึดไปไม่คืน โดนขวดน้ำปาหัว แล้วก็มีเสียงเป็นระยะว่าทำอะไรมันก็ได้แต่อย่าให้เลือดออก หลานชายตามหาแม่เป็นชั่วโมงกว่าจะเจอ ณ จุดนี้ เรื่องแบบนี้อาจเกิดกับญาติพี่น้องใครก็ได้ ระวังตัวด้วยนะคะ


รถกปปส.สุราษฎร์สงขลาถูกสิบล้อเจตนาเบียดคว่ำตาย4สาหัส7

**กลุ่ม กก.ปส.สุราษฎร์ธานีและสงขลา รวม 11 คน ขณะกลับจากชุมนุมเวทีลุมพินี กรุงเทพ ยังบ้านเกิดภาคใต้ โดยนั่งโดยสารมากับ รถปิกอัพโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กน 5163 สุราษฎร์ธานี มาตามถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี เลยที่ว่าการ อ.หัวหิน มาราว 100 เมตร ถูกรถบรรทุก 10 ล้อ ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนเบียดตกถนนชนกับต้นไม้ข้างทาง ทำให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ 4 ราย มี นายวุฒิศักดิ์ แก้วบัวทอง อายุ 37 ปี ,นายอำพร ยั่งยืน อายุ 59 ปี นายถาวร จันทุรศ อายุ 53 ปี ทั้งหมดเป็นชาวสุราษฎร์ธานี และ น.ส.เสาวลักษณ์ ยอดพรมทอง อายุ 42 ปี ชาว จ.สงขลา แต่ละคนกะโหลกศีรษะแตก แขนขาหัก และมีผู้บาดเจ็บ อีก 4 คน มี นายนพพร อุไรโรจน์ อายุ 42 ปี นายวิรัช แมนเมือง อายุ 66 ปี นายฤทธิไกร โบมิตร อายุ 27 ปี และนายโกศล ติ้วตัง อายุ 48 ปี บาดเจ็บนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.หัวหิน ส่วนคนขับทราบชื่อเล่นว่า นายวัฒน์ หลบหนีไปหลังเกิดเหตุ 

โดย 1 ในผู้รอดชีวิต คือนายสมพร อนุพัฒน์ กล่าวว่า พวกตนแต่งชุดผู้เข้าร่วมชุมนุมมาเต็มตัว ทั้งหมวก ปลอกข้อมือ ผ้าพันคอและนกหวีดลายธงชาติ รวมทั้งมือตบ โดยแบ่งกันนั่งในรถ 6 คน ด้านหลังกระบะ 5 คน มาถึงที่เกิดเหตุมีรถบรรทุก 10 ล้อ เชื่อว่าคนขับจงใจเบียดรถตนให้ตกถนนจนชนต้นไม้อย่างจังทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ปราโมทย์ สัจจาวัฒนา :…มือปืนถุงปุ๋ย..คือใคร?

…มือปืนถุงปุ๋ย..คือใคร?

เช้านี้ที่ทำงานมีการพูดคุยกันตามประสาเพื่อนร่วมงานก่อนทำงาน(ได้เม้าท์แล้วสบายใจทำงานคล่อง) หัวข้อเด่นที่เป็นเรื่องวิพากวิจารณ์ในวันนี้ คือเรื่องเหตุยิงปะทะที่หลักสี่ โดยเฉพาะเรื่อง“มือปืนถุงปุ๋ย” ที่ต่างมีทัศนะไปในทางบวกในประเด็นที่ว่า หากไม่มีมือปืนถุงปุ๋ยยิงเบิกทางในวันนั้นเป็นไปได้สูงว่ามวลมหาประชาชนจะสูญเสียชีวิตเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดกับคนดีๆ อย่างคุณสุทิน ธราทิน ที่บางนา นานาทัศนะที่พูดคุยกันต่างก็มองว่ามือปืนถุงปุ๋ยยิงแค่เบิกทางข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามที่แน่ชัดแล้วว่ามีปืน เหตุการณ์นี้จึงไม่มีผู้เสียชีวิต แน่ละโดยสามัญสำนึกคนทั่วไปแล้วไม่มีใครส่งเสริมให้มีการใช้ปืนมาเอาชนะกัน แต่ฝ่ายตรงข้ามไม่คิดเช่นนั้นจึงทำให้สูญเสียมวลชนที่ออกมาต้านระบอบทักษิณจากอาวุธสงครามมาตั้งแต่ยุคพันธมิตรฯ

มือปืนถุงปุ๋ยจะเป็นใครมาจากไหนไม่มีใครรู้ จะเป็นทหารที่อยากช่วยประชาชนไม่ให้ล้มตายหรือเปล่า? และอีกหลากหลายข้อสงสัย? แต่การไม่ใช้อาวุธในการชุมนุมและต่อสู้อย่างสันติอหิสานั้นเป็นจุดยืนชัดเจนที่ กปปส. ประกาศชัดและหนักแน่นกับหลักการนี้มาตลอด เมื่อคืนลุงกำนันสุเทพก็ประกาศชัดในจุดยืนนี้อีกครั้ง ถึงกับพูดบนเวทีฝากไปถึงตำรวจว่า “ตามหาไอ้โม่งไม่ใช่หน้าที่กู กูไม่เกี่ยว ตำรวจไปตามหาเอาเองก็แล้วกัน” แต่ก็ยอบรับว่าชายที่นอนยิงกับพื้นนั้นน่าจะเป็นมวลชน กปปส. ที่พกปืนสั้นมาเพื่อความปลอดภัย เมื่อถูกยิงจึงโต้ตอบ อย่างที่บอกในวงสนทนาเช้านี้ต่างชื่นชมมือปืนถุงปุ๋ยในแง่บวก สาวๆ ที่ล้อมวงคุยกันคนหนึ่งบอก“เท่มาก อยากเห็นหน้า” อีกคนไปไกลกว่า “มือปืนถุงปุ๋ยมีแฟนยังเนี่ย ถ้ามีแล้วก็อยากเป็นกิ๊ก” เท่านั้นแหละวงแตกแยกย้ายกันไปนั่งโต๊ะ…นี่คือเรื่องจริงในเช้านี้

1.มีการปกปิดอำพรางตัวตนและอาวุธที่ใช้
2.เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญชำนิชำนาญในการใช้อาวุธและยุทธวิธีการรบ
3.ไม่มีความตื่นกลัวในการใช้อาวุธหรือตื่นกลัวต่อสถานการณ์
4.มีลักษณะการต่อสู้ด้วยอาวุธคล้ายพลแม่นปืน มีทีมชี้เป้าที่ประกบติดตลอดเวลา
5.การปฎิบัติการมีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้ขบวน กปปส ผ่านดงกระสุนของเสื้อแดงไปได้โดยปลอดภัย
6.การปฎิบัติการไม่มีเป้าประสงค์ต่อชีวิตผู้ชุมนุมฝ่ายตรงข้ามฯ


วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ที่มา2โม่งกับปืนทราโว ช่วยม็อบ กปปส.ปะทะแดงหลักสี่


หลายคนสอบถามมามากมายเหลือเกินเรื่องชายสวมไอ้โม่ง 2 คน ที่ใช้อาวุธปืนทราโว ปรากฏตัวบุกเข้ามาช่วยคนของเราทั้งเด็กและผู้หญิงหลายร้อยคนที่กำลังหมอบคลานต่ำไปตามถนนที่แยกหลักสี่หลังจากถูกเสื้อแดงยิงถล่ม
ผมต้องขอยืนยันอย่างนี้ครับ ในฐานะที่รู้จักทีมการ์ดที่ลาดพร้าวเป็นอย่างดี ผมไม่เคยเห็นบุคคล 2 คนนี้ รวมทั้งเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ก็ไม่ชินตา อย่าลืมนะครับว่าผมอยู่ที่นี่มานานและการ์ดส่วนมากแทบจะรู้จักกันหมดแล้วแต่ 2 คนนี้ผมยืนยันว่าไม่ใช่คนของลาดพร้าว
และที่สำคัญในคลิปวีดีโอ จังหวะที่ทั้ง 2 ยิงและถอยหลังพาคนของเราหลบไปตามแนวแบริเอร์คอนกรีตนั้น ดูแป๊บเดียวก็รู้ครับว่าเป็นการปฏิบัติการทางยุทธิวิธีที่ฝึกฝนมา ซึ่งคุณอาจเห็นได้ในภาพยนต์ฝรั่งหลายเรื่องที่เกี่ยวกับหน่วยสวาท หรือ หน่อยปฏิบัติการพิเศษ การเคลื่อนไหวจะมีคน 1 คนเป็นผู้ช่วยคอยแตะหลังให้เดินหน้าถอยหลังหรือซ้ายขวา คอยชี้ทิศทางของศัตรู ที่สำคัญอาวุธในกระสอบนั้นที่แท้จริงแล้วไม่ใช่ลักษณะปิดบังอาวุธครับ แต่เพื่อเก็บปลอกกระสุน
ผมไม่กล้าทายว่าเขาเป็นใคร เป็นปริศนา
ผมรู้แค่ว่า ... เสื้อแดงยิงถล่มเราก่อนและมีคนคอยช่วยป้องกันเด็กๆและผู้หญิงของเราครับ

ปล.สำหรับท่านที่เป็นห่วงเรื่องภาพนี้ ผมต้องขอเรียนอย่างนี้ครับ ว่าภาพนี้ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกแล้ว และสื่อต่างประเทศต่างยืนยันว่าพวกเราถูกเสื้อแดงยิงถล่มก่อน ส่วนภาพนี้ทางตำรวจนำไปบิดเบือนไม่กล่าวถึงต้นน้ำคือการที่พวกเราถูกดักยิงก่อน เพียงเอาภาพนี้ไปออกสื่อในทิศทางที่โจมตี กปปส.
ภาพนี้สำหรับผม ผมเฉยๆครับ เพราะเมื่อคนของเราถูกยิงจนต้องสวดอิติปิโสสู้ลูกปืน ถ้าหากมีใครบุกเข้ามาช่วย จะจากหน่วยงานใดก็เรื่องธรรมดา ในหลักการณ์ต้องไม่ยอมให้คนของเราต้องเกิดอันตรายเท่านั้นเอง ส่วนพวกเรายังยืนยันต่อสู้ด้วยมือปล่าวครับ
///โดย สจ.ตั้ม-พิสุทธิ์ จันทรจำนงค์


@เสธ น้ำเงิน:อากาศกำลังดี..อย่าคิดไปทำไม่ดีแถวแจ้งวัฒนะมาฆะ ”บูชา” จะมาเร็ว

ถูกใจแล้ว · 2 ชั่วโมงที่แล้ว 



3 ก.พ.57 

ช่วงนี้อากาศแถวแจ้งวัฒนะ คงกำลังดีไม่ร้อนเกินไปนัก แต่ถ้าใครคิดจะใช้ชายชุดดำที่ไปซ่องสุมกำลังไว้แถวเมืองทองธานี และแถวโรงเรียนใกล้เคียง และมีความคิดที่จะสลายการชุมนุมประชาชนจุดนั้น หรือพวกแก๊งค์สมุนแดงตู้ม้า แก๊งบ่อน ค้ายานครปฐม ให้คิดมากๆ หลายๆ รอบเพราะมีหลายปัจจัย คือ

1. ถ้าจะใช้กองกำลังชายชุดดำปราบจลาจล และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ
- อาจมีการจัดงานมาฆะ “บูชา” มาโดยมิได้นัดหมายก่อนกำหนดได้
- เป็ดเหลิมเอาไปขังไว้ในแบรริเออร์ ศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) 1 หมื่นกว่าคนมานานมากแล้ว จะกลับไปยังหน่วยต้นสังกัด สุเทพก็กระแอมแรง ๆ ว่าจะบุก การข่าวรายงานว่าชายชุดดำทั้งหมดการกินอยู่ไม่ค่อยดี กินมาม่า ยำๆ อ่อนระโหยโดยแรง ห้องน้ำมีน้อยไม่พอขี้ เยี่ยว ตด..ระวังเจอระบายเข้าไป จะขี้แตกกันทั้งหมื่นคน เหม็นไปทั้งศูนย์ฯ
- แถวนั้นเจ้าที่แรง และเฮี้ยนมาก ๆ ด้วย ภายในไม่เกิน 15 นาทีสามารถระดมชายชุดเขียวในเครื่องแบบราบ 11 รอ. , หน่วย ปตอ. หลายร้อยคนสบายมาก และอาจมีชายนิรนามไร้สี หน่วยสังหารโจรดำ จากไหนไม่รู้ มาพรึบพับได้อย่างสบายมาก (ไม่รู้มาจากไหนเหมือนกัน) และจะมีการฉลองเทศกาลดอกไม้ไฟกระหึ่มกึกก้อง อาจมี BB Gun ในถุงป๊อบคอนมาโรยเม็ดถั่วเม็ดงาได้

2. ถ้าจะใช้กองกำลังติดอาวุธแก๊งค์ชั่วต่าง ๆ
- สายอีสาน โคราชถอนตัวไป 5 เดือนกว่าแล้ว เพราะโดนอะไรเข้าไปบางอย่าง , อุดร ตอนนี้พักงานยาว เดี้ยงอาจเป็นอัมพาตตลอดชีวิต ยังหาโจทก์ไม่เจอ และรอรอบ 3 อยู่
- สายภาคกลาง นครปฐมถอนตัวไปแล้ว , อยุธยาฟ่อกิน ไม่งั้นจะโดนไม่น้อย , นนทบุรี เสี่ยจิต ไอ้สมนึก ไอ้หลองขี้ร้องไห้ ขาใหญ่นนทบุรี ไม่อยากเสี่ยงกับโดนทุบตู้ม้า ตามแหล่งบ้านเช่า หอพัก หรือสถานบันเทิง หมดทุกตู้ , กาละแม กระเจิงแตกไปทั่ว, โกตี๋ หนีตายร้องเอ๋ง ๆ
- สายเหนือ เชียงใหม่ลูกน้องจมน้ำตาย โดนถล่มทั้งปืนและระเบิด ช่วงนี้คงไม่ค่อยว่าง
- สายตะวันตก กาญฯ สุพรรณ โดนสาด BB Gun แถวอนุสาวรีย์ และป่านนี้ยังไม่กล้าเข้าบ้าน เพราะกลัวผีดุ
- สายสู้แล้วรวย ไฮโซแล้วปากยังอยาก “ กินข้าสวย “ อยู่ขอเห่าอย่างเดียว ไม่ลงมากัด
- กองกำลังเขมรฮุนเซน ไม่รู้โดนสาดสีขาวอะไรเข้าตา พากันโดยอ้าวกลับแน่บ คงไม่อยากประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนเพื่อน 23 ศพ แถวอนุสาวรีย์ ร. 6 ช่วงปี 53

** อย่าวู่วามให้ดูการปะทะแถวหลักสี่ และชะตากรรมขวัญควาย โกตี๋ แดงเชียงใหม่ไว้มากๆ

3. วันที่ 3 ก.พ. รองโฆษกชายชุดเขียว แถลงว่าโกตี๋ แกนนำ นปช.ปทุมธานี ให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ กล่าวหาบิ๊กชายชุดเขียวสั่งฆ่านั้น อยากให้โกตี๋ระมัดระวังในการใช้คำพูด ให้สังคม “ย้อนกลับไปดูพฤติกรรมของโกตี๋” ในช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร กองทัพชายชุดเขียว “ ไม่อยากให้ค่า” กับคนแบบนั้น “

ส่วนกรณีที่พูดกันว่ามีการใช้อาวุธของชายชุดเขียวในเหตุการณ์ปะทะบริเวณแยกหลักสี่ และมีบางคนวิจารณ์ว่าคนใช้อาวุธมีความชำนาญพิเศษ และอาวุธที่ใช้คล้ายของทางชาย 3 สี นั้น ขอบอกว่าอาวุธปืนบางชนิดทั้งปืนพก ปืนคาร์บิน อาวุธสงครามที่เห็นในสื่อนั้นมีใช้กันอยู่หลายหน่วยทั้งชาย 3 สี ( เขียว ขาว ฟ้า) ชายชุดดำ และประชาชน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นชาย 3 สีเท่านั้น

แต่ “ มีอาวุธปืนอีกจำนวนหลายกระบอกที่เคยถูกกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. ยึดไป ตั้งแต่การชุมนุมเมื่อปี 53 “ ซึ่งปัจจุบันยังตามคืนมาได้ไม่ครบ สำหรับเหตุปะทะที่หลักสี่ ทางชายชุดเขียวที่อยู่ในที่เกิดเหตุยืนยันว่ามีการยิงจากหลายทิศทาง ดังนั้นขอให้ชายชุดดำได้ตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนจะหาข้อสรุปต่อสังคม มิเช่นนั้นอาจส่งผลกระทบเกี่ยวกับการยอมรับ และ “ ความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย “

ที่สำคัญการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือคดีทุกคดีควรรอให้ผ่านการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการ “ อย่างถูกต้องก่อน” จึงจะนำมาเปิดเผยต่อสังคม “ อย่าเพิ่งด่วนสรุป เพราะมีผลต่อความไม่เป็นธรรมขึ้นได้ “

4. เสธ ทราบข่าวมาว่าเมื่อวันก่อนแถวไปรษณีย์ทุ่งสง....รถขนกำลังชายชุดเขียวขึ้นกรุงเทพประมาณ 10 รถทัวร์ เเละพร้อมกำลัง” สิ่งเทียมอาวุธเพียบ “ ไประชาชนแถวนั้นถามว่า " ไปไหนกัน?" ชายชุดเขียวในรถตะโกนบอกมาว่า " ไปที่ลุงสุเทพ ไปดูเเลผู้ชมนม"

5. ไอ้ที่วางแผน และดำเนินการไปบ้างแล้วในการขโมยรถมอเตอร์ไซต์ที่จอดรถหน้าบ้านประชาชนหรือที่ล่อแหลมแถวปทุม ฯ แล้วถอดป้ายทะเบียนออก เพื่อจะเอาไปก่อเหตุเพราะง่ายต่อการก่อเหตุและหลบหนีนั้น...รู้ทันอีกและ !!! เลิกเหอะ รัฐอั้งยี่แดงอย่าใช้สมุนชั่วไปรังแกประชาชนที่เขาหาเช้ากินค่ำเลย ถ้ายิงมา 1 จัดสวนไป 10 จำไว้

ถ้าอยากขโมยจริง ๆ ให้ไปขโมยรถ “ ตีนตะขาบ” ในค่ายโน่น มีเยอะเลย...แต่ระวัง ” ตีนชายชุดเขียว” หน่อยละกัน !!! ช่วงนี้อารมณ์ไม่ดี

@เสธ น้ำเงิน
https://www.facebook.com/topsecretthai

"สุเทพ สั่งมวลหมาประชาชนบุกสนง.ปลัดกห.ทุกวัน

เวลา 19.50 น. ที่เวทีกปปส. สี่แยกปทุมวัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ซึ่งสวมใส่เสื้อทอมือชนเผ่าปกากะญอ จาก อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมย่ามทอมือ โดยทั้งเสื้อและย่ามทอเป็นลายธงชาติ ขึ้นกล่าวปราศรัยว่า ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา คงทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ปวดหัว เพราะถูกพูดเสียดสีจากการหย่อนบัตรเลือกตั้งผิดกล่อง แต่ตนเข้าข้างน.ส.ยิ่งลักษณ์ และขอให้มีการลงโทษเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง เพราะคิดว่าคงแกล้งนายกฯ จนถูกคนทั่วประเทศหัวเราะ ทั้งนี้การที่เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่ามีคนใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 20.4 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 45.84นั้น เห็นได้ว่าแม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พยายามชักชวนให้ประชาชน ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แต่ประชาชนรู้แล้วว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องการใช้การเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อฟอกตัวเอง และเหมือนเป็นการสมัครพรรคเดียว โดยมีพรรคที่เหลือเป็นองค์ประกอบ

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า รู้สึกกลุ้มใจแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เลือกตั้งเสร็จแล้ว แต่ประกาศผลเลือกตั้งไม่ได้ และเปิดประชุมสภาฯเพื่อเลือกตัวเองเป็นนายกฯ ก็ไม่ได้ อีกทั้งยังมีเรื่องทุจริตหลายเรื่อง และเชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ คงกลุ้มใจ นอนที่บ้านก็ไมได้ แต่กลับไปนอนอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งตนอยากให้พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ชี้แจงว่าจริงหรือไม่ ที่มีข่าวว่ามีการนำงบประมาณราชการ ไปสร้างห้องนอนให้นายกฯ ด้วย อย่างไรก็ตาม วันนี้(3 ก.พ.) กปปส. ได้ไปเยี่ยมน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แต่ได้ทราบว่าบริเวณนั้นมีสไนเปอร์ ตนจึงสั่งให้พาผู้ชุมนุมกลับเมื่อช่วงเย็น แต่ในวันพรุ่งนี้(4 ก.พ.) พวกเราจะไปเยี่ยมน.ส.ยิ่งลักษณ ที่นั่นอีกครั้ง และถ้ารู้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปที่ใด จะไปดักเจอกลางทางด้วย.

( @ Daily News )


กรณ์ จาติกวณิช:วันเลือกตั้งผ่านไป แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

วันเลือกตั้งผ่านไป แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

ใครๆก็พยายามบอกรัฐบาลว่าเลือกตั้งครั้งนี้แก้ปัญหาอะไรก็ไม่ได้ คราวนี้เลยยิ่งแก้ยาก และคงต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าเป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งผมเข้าใจว่าอาจจะใช้เวลาถึงสองเดือนในการพิจารณา สรุปว่าเสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน เสียโอกาส

วันนี้ผมรับนัดคณะผู้แทนนักธุรกิจญี่ปุ่นที่ลงทุนอยู่ในไทยในนามของ Jetro เขาจะมารายงานทุกสามสี่เดือนว่านักธุรกิจญี่ปุ่นคิดอะไรอยู่ โดยอาศัยผลสำรวจที่เขาจัดทำทุกไตรมาส

โดยสรุปญี่ปุ่นเขากังวลแน่นอนกับสถานการณ์ และถึงแม้ว่าเขาจะยืนยันกับกิจการที่ลงทุนไว้เดิม เขาก็ลังเลที่จะลงทุนเพิ่มเติม แต่ที่เขาหวังมากที่สุด ก็คือการปลอดการใช้ความรุนแรง

ส่วนในทางยุทธศาสตร์ นักธุรกิจญี่ปุ่นมองว่าโอกาสที่ดีของเขาในระยะยาวคือการใช้ไทยเป็นฐานในการส่งออกไปสู่พม่า อินโดฯ และเวียตนาม นี่คือจุดขายของเรา ขอเพียงเรากำจัดอุปสรรคทางการเมืองให้ได้ก่อน ผมมั่นใจว่าไทยเราสามารถยึดความเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้กลับคืนมาได้แน่นอนครับ


“ปู-โต้ง” หน้ามืด บีบกรุงไทยปล่อยกู้จำนำข้าว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 กุมภาพันธ์ 2557 21:54 น.  
“ปู-โต้ง” หน้ามืด บีบกรุงไทยปล่อยกู้จำนำข้าว

ASTVผู้จัดการออนไลน์ - “ปู-โต้ง” เรียก “พยุงศักดิ์” ถกด่วน บีบปล่อยกู้จำนำข้าว ดันเข้าที่ประชุมบอร์ดวันพรุ่งนี้ “วรภัค” เตรียมแถลงชี้แจงความชัดเจน 8.30 น.ที่สำนักงานใหญ่
     
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันนี้ (3 ก.พ.) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้เรียกนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล กรรมการธนาคาร และประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เข้าพบด่วน เพื่อหารือให้บอร์ดธนาคารกรุงไทยนำวาระการปล่อยกู้โครงการรับจำนำข้าวเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดในวันพรุ่งนี้ หลังจากที่ธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นไม่ให้ความสนใจปล่อยกู้ในโครงการดังกล่าว อีกทั้งธนาคารกรุงไทยอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงการคลังจึงมีความเป็นไปได้ในการเจรจามากกว่าธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นและยังไม่มีกระแสต่อต้านออกมารุนแรงเหมือนกับธนาคารออมสิน ซึ่งการเรียกเข้าพบในครั้งนี้ถือเป็นการเรียกไปหารือครั้งที่ 3 หลังเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จมาแล้วถึง 2 ครั้ง
     
       รายงานข่าวแจ้งว่าในวันพรุ่งนี้ (4 ก.พ.) นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จะเปิดแถลงข่าวในเวลา 8.30 น. ณ อาคารธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการปล่อยกู้โครงการรับจำนำข้าวให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกันการกู้เงินดังกล่าว ซึ่งกระทรวงการคลังจะดำเนินการกู้เงินทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 -2 หมื่นล้านบาท เพื่อจ่ายให้กับชาวนาตามใบประทวน รวมวงเงินทั้งสิ้น 1.3 แสนล้านบาท

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ : เดินตามประชาธิปัตย์ หมาไม่กัด

เดินตามประชาธิปัตย์ หมาไม่กัด

ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนบอกอะไรเราบ้าง?

ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองอย่างหนัก กระแสม็อบต่อต้านการเลือกตั้ง ปิดถนน ล้อมหน่วยเลือกตั้ง ศาลากลาง สำนักงานเขต โรงพิมพ์ จนถึงปาระเบิด ยิงกัน รวมทั้งกระแสปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง มีให้เห็นทุกวัน

ผลการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ ทั่วประเทศมีประชาชนมาลงคะแนนเสียง 45.84% หรือ 20.4 ล้านคน ในกรุงเทพฯ 26.18% หรือ 1.14 ล้านคน

59 จังหวัด สามารถดำเนินการเลือกตั้งได้ 100% ส่วน 9 จังหวัด (รวมกรุงเทพฯ) สามารถเลือกตั้งได้เพียงบางส่วน ที่เหลืออีก 9 จังหวัด จัดการเลือกตั้งไม่ได้เลย

ผมไม่ทราบว่าคนที่ไปเลือกตั้งเขาโหวตให้ใคร หรือโหวตโนไม่ประสงค์ลงคะแนน แต่ที่ประชาชนออกไปลงคะแนนเขาบอกแน่นอนคือ พวกเขาต้องการรักษากติกาประชาธิปไตยเอาไว้ เพราะจำนวนคนมาลงคะแนนสูงถึง 45.84% ในสถานการณ์ต่อต้านแบบนี้ ถือว่ามากอย่างน่าประหลาดใจ

ม็อบ กปปส. ไม่สามารถเอาไปอ้างได้เลยว่าเป็นชัยชนะของมวลมหาประชาชน เพราะขนาดขัดขวางการเลือกตั้งขนาดนี้ ยังมีคนออกมาเลือกตั้งสูงถึง 45.84%

วันพรุ่งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ และยุบพรรคเพื่อไทย ขัดมาตรา 68 นายกฯยิ่งลักษณ์ และรัฐบาล ดึงดันเดินหน้าเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการที่มิชอบตามรัฐธรรมนูญ

พรรคประชาธิปัตย์ รณรงค์ร่วมกับม็อบ กปปส. ของคุณสุเทพมาโดยตลอด ว่า "การเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบ" ดึงดันยืนกราน ต้องการให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง จึงเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่สุดในโลก พรรคที่ไม่ได้ลงเลือกตั้ง ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคที่ลงเลือกตั้ง และให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ

หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาให้เป็นโมฆะ ประชาชนกว่า 20 ล้านคนที่ไปเลือกตั้งครั้งนี้คงมีความรู้สึกว่า คนที่ปฏิบัติตามกฎกติกา ตามกฎหมาย กลับถูกละเลย ส่วนคนที่ละเมิดกฎหมาย เล่นนอกกติกา ขัดขวางการเลือกตั้ง กลับเป็นฝ่ายที่ถูกต้อง

เมื่อทุกอย่างกลับหัวกลับหาง การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ การเลือกตั้งครั้งหน้าผมขอดูพรรคประชาธิปัตย์ก่อน หากพรรคประชาธิปัตย์ลงเลือกตั้ง ผมถึงจะลงด้วย หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงเลือกตั้ง ผมก็ขอไม่ลงด้วย เพราะรู้ว่าลงไปแล้วจะเสียเงินหาเสียงไปเปล่าๆ

ส่วนประชาชนที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนตามกติกาคงคิดเหมือนผมว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลง ไม่ต้องออกไปเลือกตั้งให้เสียเวลา ถึงอย่างไรก็เป็นโมฆะอยู่ดี

โบราณเขาบอก "เดินตามผู้ใหญ่ หมาไม่กัด" แต่ตอนนี้ต้องบอกว่า "เดินตามประชาธิปัตย์ หมาไม่กัด"

เพราะประเทศนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยผิด "ชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นนก" จริงๆ


สัญญาณพ่ายแพ้ของระบอบทักษิณ ผ่านการนำเสนอข่าวของสื่อตปท.


Aum Sky Exits · ผู้ติดตาม 17,780 คน
  • #สัญญาณพ่ายแพ้ของระบอบทักษิณ

    สำนักข่าวบลูมเบิร์ก พาดหัวข่าววันที่กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ นำมวลมหาประชนเดินขบวนขัดขืนคำสั่งห้ามเข้าถนน 25 สายในกรุงเทพฯตามพระราชกำหนดบริหารประเทศในสถานการณ์ภาวะฉุกเฉินว่า “เวลาของรัฐบาลหมดแล้ว” ในขณะที่สำนักข่าวเอพีซึ่งเคยเสนอข่าวสนับสนุนรัฐบาลตลอดมา พาดหัวข่าวว่า“ชาวนาเพิ่มทุกข์ให้รัฐบาล ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดทางการเมือง” ตามด้วยคำสัมภาษณ์ทูตอเมริกาประจำประเทศไทยว่า อเมริกาไม่มีเจตนาแทรกแซงการเมืองของไทยและเข้าใจจุดยืนของประชาชนที่เคลื่อนไหวทางการเมืองดี ประกอบกับแถลงการณ์ฉบับล่าสุดของกระทรวงต่างประเทศอเมริกาที่มีท่าทีอ่อนลง เป็นสัญญาณบอกว่า ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์มาถึงแล้ว

    สื่อต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากอเมริกาและประเทศตะวันตก เคยเสนอข่าวบิดเบือนใส่ร้ายมวลมหาประชาชนที่ลุกขึ้นทำการปฏิวัติ เพื่อขุดรากถอนโคนระบอบทักษิณ เริ่มเปลี่ยนท่าทีมาเสนอข่าวความจริงมากขึ้น หลังจากพบว่าปฏิบัติการ“Shutdown Bangkok”ที่ผ่านมาหลายวันเป็นไปด้วยความสงบสันติปราศจากอาวุธ การดำเนินชีวิตในเมืองหลวงของคนทั่วไป ไม่ได้รับผลกระทบกระเทือนมากมายนัก แต่ในทันทีที่รัฐบาลทิ้งไพ่ใบสุดท้าย ประกาศภาวะฉุกเฉิน สื่อต่างประเทศเกือบทุกสำนักเสนอข่าวในทางลบต่อรัฐบาล

    สื่อต่างประเทศแทบทุกสำนักเสนอข่าวประกาศภาวะฉุกเฉินไปในทำนองว่า “รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังจากผู้ชุมนุมถูกโจมตีหลายระลอก” เสนอข่าวที่กำนันสุเทพแสดงพลังอารยะขัดขืน นำมวลชนจำนวนมากเดินขบวนไปตามถนน ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นล้นหลามจากประชาชนในเมืองหลวง นอกจากนั้นสื่อต่างประเทศทั้งจากประเทศตะวันตก และสื่อในประเทศเอเชีย ล้วนเสนอข่าวว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินฉุดให้เศรษฐกิจตกต่ำลงอย่างน่าวิตก

    สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักลงทุนต่างชาติวิตกกังวลประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งมีผลใช้นานถึง 60 วัน หลายบริษัทข้ามชาติถอนการลงทุนเช่น บริษัทโตโยต้า ประเทศไทยจะทบทวนการลงทุน 600 ล้านดอลลาร์ และลดการผลิตในปีนี้ลง หุ้นท่องเที่ยวลดลง 15% ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง 02% สฌตรต ไทม์รายงานว่า นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนยกเลิกการเดินทางมาประเทศไทยลดลงกว่า 50 % บลูมเบิร์ก รายงานว่า สายการบินต่างๆยกเลิกเที่ยวบินเข้าประเทศไทยกว่า 50 เที่ยวบินต่อหนึ่งสัปดาห์ ข่าวต่างประเทศเสนอข่าวในแง่ลบเพราะประกาศภาวะ ฉุกเฉินอีกมากมาย

    ล่าสุดสำนักข่าวบลูมเบิร์กกับสำนักข่าวเอพีเสนอรายงาน “การดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของรัฐบาล” บอกว่า เวลาของรัฐบาลหมดแล้วว่า “รัฐบาลถูกผลักดันเข้าทางตันทางการเมืองซึ่งนำมาสู่การล่มสลายของระบอบทักษิณ” พร้อมรายละเอียดว่า โอกาสที่นางสาวยิ่งลักษณ์จะกลับมาฟอร์มรัฐบาลชุดใหม่หลังจากการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. 2557 ไม่เหลืออยู่เลย เพราะถึงแม้จะดึงดันให้มีการเลือกตั้งกี่ครั้งก็ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ เพราะการเลือกตั้งมีข้อบกพร่องอยู่หลายประการประกอบกับปัญหาทางกฎหมายที่นางสาวยิ่งลักษณ์ และ สมาชิกในพรรคเพื่อไทยหลายคนกำลังถูกสอบสวน

    “รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ต้องล่มสลายไปในเร็ววันนี้“บลูมเบิร์กรายงาน แม้สื่อทุกสำนักไม่สามารถบอกได้ว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ต้องออกจากตำแหน่งด้วยวิธีไหน แต่ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือถูกขับให้ออกจากตำแหน่งโดยฝ่ายตุลาการหรือองค์กรอิสระเช่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักข่าวบลูมเบิร์กกับสำนักข่าวเอพีรายงานตรงกันว่า ข้อหาทุจริตในโครงการจำนำข้าว เป็นความผิดร้ายแรงที่สุดในบรรดาความผิดหลายข้อหาที่กำลังถูกสอบสวน“ถ้าไม่ถูกขับออกโดยฝ่ายตุลาการก็อาจถูกบังคับให้ออกจากตำแหน่งโดยการแทรกแซงของฝ่ายทหาร”

    สื่อต่างประเทศแทบทุกสำนักทำนายว่า เวลาของรัฐบาลหมดแล้ว แต่ไม่มีสำนักไหนฟันธงได้ว่านางสาวยิ่งลักษณ์จะออกโดยวิธีใด ส่วนสำนักข่าวเอพีซึ่งเสนอข่าวสนับสนุนรัฐบาลตลอดมา เมื่อมองเห็นจุดจบของนางสาวยิ่งลักษณ์ ก็อดแขวะฝ่ายตุลาการไม่ได้ว่า เป็นไปได้มากที่สุดว่าศาลอนุรักษ์นิยมในประเทศไทยซึ่งเป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางว่าลำเอียงมีอคติกับระบอบทักษิณจะใช้วิธี “ตุลาการปฏิวัติ” (judicial coup)ขับไล่นางสาวยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่ง

    สื่อตะวันตกซึ่งเคยละเลงข่าวในทางลบต่อมวลมหาประชาชนตลอดมาโดยกล่าวว่า “คนไทยต่อสู้เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่ด้อยกว่า” -“การชุมนุมประท้วงเป็นการต่อสู้ของคนชั้นสูงคนชั้นกลางในเมืองพวกนิยมเจ้ากับคนจนในชนบทที่นิยมทักษิณ”- “มวลมหาประชาชนประท้วงเพื่อเร่งเร้าให้ทหารปฏิวัติ” แต่เมื่อถึงจุดที่สื่อเหล่านั้นเห็นว่า ไม่อาจบิดเบือนความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ได้อีกต่อไป เมื่อพบความจริงว่า ลมหายใจของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ รวยรินเต็มที ก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวหาตุลาการ กล่าวหาศาลไทยว่าลำเอียงมีอคติกับระบอบทักษิณ เหมือนกับที่สมุนบริวารของทักษิณใส่ร้ายศาลอยู่ตลอดเวลา ซึ่งคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะมีใครสักคนฟ้องสื่อต่างประเทศในข้อหมิ่นศาล

    นอกจากสื่อต่างประเทศลดการบิดเบือนข่าวหันมานำเสนอข่าวความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมากขึ้นแล้ว ท่าทีที่อ่อนลงของอเมริกาเป็นสัญญาณเตือนภัยให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์ได้เป็นอย่างดีว่าเวลาของเธอหมดแล้ว แถลงการณ์การล่าสุดของกระทรวงต่างประเทศอเมริกา ประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นในการชุมนุมทางการเมืองในกรุงเทพฯ เรียกร้องให้นำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี สนับสนุนขบวนการประชาธิปไตยและเรียกร้องให้มีการเจรจาอย่างสันติ ประกอบกับการให้สัมภาษณ์สื่อของ คริสตี้ เคนนี้ ทูตอเมริกาประจำประเทศไทยที่ว่า “อเมริกาไม่มีเจตนาแทรกแซงปัญหาทางการเมืองของไทย อเมริกาเห็นว่าปัญหาในประเทศคนไทยต้องแก้ด้วยกันเอง อเมริกาไม่คว่ำบาตร หรือกดดันประเทศไทยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเข้าใจจุดยืนของผู้ชุมนุมดี”

    แถลงการณ์และคำให้สัมภาษณ์ของทูตอเมริกา พอบอกได้ว่าท่าทีของอเมริกา เปลี่ยนไปจากการสนับสนุนระบอบทักษิณอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูเป็นการถอยห่างออกมามากพอสมควรและเริ่มเอนเอียงมาสู่ความเป็นจริงในประเทศนี้มากขึ้นซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับสื่อตะวันตกที่ลดการบิดเบือนน้อยลงเป็นสัญญาณบอกว่าจุดจบของรัฐบาลเถื่อนมาถึงแล้ว

    ประสบการณ์ในแวดวงสื่อต่างประเทศ และ ติดตามข่าวสารการเมืองในประเทศนี้มาหลายทศวรรษพบว่า วันไหนที่สื่อให้น้ำหนักมาทางฝ่ายต่อต้านรัฐบาลหรือผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล วันนั้นคือจุดจบของรัฐบาลทรราช

    จากการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า สื่อทั้งในและต่างประเทศให้น้ำหนักมาทางมวลมหาประชาชน มากกว่ารัฐบาล ทีวีเสรีเริ่มให้ความสำคัญกับการเสนอข่าวผู้ชุมนุมมากขึ้น หนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับพาดหัวความเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชนโดยการนำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และให้พื้นที่ข่าวหน้าหนึ่งการเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชนมากกว่าข่าวอื่นๆ การเคลื่อนไหวต่อต้านขัดขืนภาวะฉุกเฉิน ที่มีประชาชนนับแสนๆคนทั้งที่ร่วมในขบวนและรอให้การต้อน ให้การสนับสนุนอย่างล้นหลามอยู่ทั้งสองฟากถนน ปรากฏเป็นภาพบนสุด หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ไทยรัฐ และ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในประเทศไทยทั้งสองฉบับ เป็นสัญญาณเตือนภัยรัฐบาลว่าเวลาของทรราชหมดแล้ว

    ภาพที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กระทรวงสาธารณะสุข กระทรวงเกษตรฯ กรมชลประทาน กระทรวงพาณิชย์ และ ครูบาอาจารย์จากสถาบันการศึกษาเกือบทุกแห่งขึ้นเวที กปปส. ประกาศตัวสนับสนุนการต่อสู้ของมวลมหาประชาชน ถือว่า เป็นตาปูตัวสุดท้ายที่ตอกฝาโลงรัฐบาลเถื่อนของนางสาวยิ่งลักษณ์

จาตุรนต์ ฉายแสง:ปชป.กับการทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ประชาชนกับการรักษาประชาธิปไตย

ปชป.กับการทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ประชาชนกับการรักษาประชาธิปไตย

เพิ่งวิจารณ์ปชป.ไปเมื่อวันก่อนถึงตอนที่คุณอภิสิทธิ์ประกาศไม่ไปออกเสียงเลือกตั้งอ้างว่าการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

แค่นั้นก็ว่าแย่แล้ว วันนี้คุณอภิสิทธิ์ไปไกลกว่านั้นคือถึงขั้นร้องศาลรัฐธรรมนูญเองเลยว่ารัฐบาลขัดมาตรา 68 ที่ไม่ยอมเลื่อนการเลือกตั้ง ปล่อยให้มีการเลือกตั้งไปโดยไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 

คำกล่าวหาตามมาตรานี้ก็คือล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยและได้อำนาจการปกครองโดยวิถีทางที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

ถ้าศาลฯเห็นตามนั้นก็จะวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเสียด้วย

เรียกว่ากลับตาลปัตรไปหมด ถูกเป็นผิด ผิดเป็นถูก โจทย์กลายเป็นจำเลยและจำเลยกลับกลายมาเป็นโจทย์

ปชป.ส่งพวกออกมาเคลื่อนไหวนอกสภาเพื่อล้มรัฐบาลและต่อมาก็ล้มระบบด้วย ใช้การเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมายร้ายแรงเต็มไปหมดบีบบังคับให้รัฐบาลออกไป เสนอให้มีสภาประชาประชาชนและให้มีรัฐบาลประชาชน ขัดขวางการเลือกตั้งโดยทุกวิถีทาง มีการใช้อาวุธ กระทั่งอาวุธสงครามอย่างโจ่งแจ้ง และยังเรียกร้องยุยงให้มีการทำรัฐประหารด้วย

ปชป.ได้เข้าร่วมและสนับสนุนการเคลื่อนไหวนี้อย่างที่ไม่อาจปฏิเสธได้เลย

การเคลื่อนไหวนี้เป็นการกระทำที่เข้าข่ายตามมาตรา 68อย่างชัดเจน คือเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพของคนกลุ่มหนึ่งและเป็นการกระทำของพรรคการเมืองที่ร่วมกันล้มล้างการปกครองระบอบประชาชธิปไตยและเพื่อให้ได้อำนาจการปกครองโดยวิถีทางที่ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรมนูญ

ยิ่งวันเวลาผ่านไปก็ยิ่งตรงตามมาตรานี้มากขึ้นๆอย่างเห็นได้ชัด

มีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฯไม่รับคำร้อง

ก่อนหน้านี้ สมาชิกรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยกระบวนการทางรัฐสภาตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้อำนาจไว้ ศาลรัฐธรรมนูญกลับวินิจฉัยว่าขัดมาตรา 68

มาคราวนี้กำลังจะพิจารณาอีกว่าการจัดการเลือกตั้งเป็นการล้มล้างการปกครองฯและเป็นการได้อำนาจการปกครองโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

หากวินิจฉัยนอย่างนั้น ศาลฯก็จะสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและนำไปสู่การถอดถอนนายกรัฐมนตรีต่อไป

เรียกว่าหาหลักหาเกณฑ์อะไรไม่ได้ หาความยุติธรรมไม่ได้เอาเสียเลย

ที่แย่กว่านั้นคือถ้าตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ฟังได้ความว่าเหตุผลที่จะใช้บอกว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะเพราะไม่ได้เลือกในวันเดียวกันทั้งประเทศ

ถ้าตัดสินกันอย่างนั้น จะจัดการเลือกตั้งอย่างไรก็ไม่มีทางสำเร็จเป็นผลได้ เพราะพอถึงวันสมัครก็จะมีคนไปขัดขวางการรับสมัครอีก จะเลือกล่วงหน้าก็มีคนไปขัดขวางอีก กกต.ก็จะยอมตามนั้นแต่โดยดี แล้วพอจะเลือกตั้งตามที่กำหนดก็จะบอกว่าไม่ได้เลือกในวันเดียวกันทั้งประเทศอีก ก็คือต้องเลื่อนไปเรื่อยหรือไม่ก็เป็นโมฆะแล้วโมฆะอีกไม่มีวันจบสิ้นจนกว่า....

จนกว่าจะมีการใช้กลไกต่างๆจัดการกับรัฐบาลเพื่อให้เข้าข่ายที่จะใช้มาตรา 7 หรือไม่ก็มีการรัฐประหารตามที่มีการวางแผนกันอย่างสนุกสนานและเปิดเผย

กว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 กพ.ได้ ประชาชนต้องพยายามลุ้นกันเต็มที่ มีการเลือกตั้งได้ ดีใจกันอยู่เดี๋ยวเดียว ก็ต้องมาคิดรับมือกับความพยายามทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะอีกแล้ว

แต่นี่คือความเป็นจริง ความเป็นจริงที่เจ็บปวด แต่ก็ต้องพยายามกันต่อไป พยายามที่จะรักษาประชาธิปไตยไว้ให้ดีที่สุด แม้ว่าจะต้องเหนื่อยยากกันอีกเพียงใดก็ตาม

จะสู้กันอย่างไรต่อไป จะพยายามเขียนมาแลกเปลี่ยนกัน แต่คงต้องเป็นพรุ่งนี้แล้วละครับ

ฮ.ฝึกบินนครฯชนรถกระบะตก

ฮ.....
เมื่อหัวค่ำ ได้เกิดเหตุ เฮลิคอปเตอร์ฝึกบิน แบบ Huge 300/1371 สังกัด ร้อย บิน .พล.ร.5 กองทัพภาค4 ขณะฝึกซ้อมค้นหาช่วยเหลืออากาศยานประสบเหตุ หลังจากปฏิบัติภารกิจฝึกฯ ขณะ Taxi กลับลานจอดภายในหน่วย อากาศยานเสียการควบคุมเกิดการหมุนตัวอย่างรุนแรง ที่ความสูงประมาณ30ฟุตจากพื้น ตกกระแทกกับรถให้สัญญาณ ฮ. ของ จนท. ทำให้เกิดเพลิงไหม้อากาศยานเสียหายทั้งลำ

ส่วนนักบินและช่างฯ(ร.ท.ประจิต ทองอินทร์ และ จ.ส.อ.ณรงค์ศักดิ์ ภิรมรสสามารถออกมาได้โดยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย หน่วยนำส่ง รพ.ค่ายวชิราวุธ เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนึ้ เหตุเกิดชณะกำลังนำเครื่องลงที่ สนามบิน ทภ. 4 ค่ายวชิราวุธ ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้เกิดตกลงอย่างกะทันหันทำให้เครื่องไหม้หมดทั้งลำ

ฮ ลำดังกล่าวได้ทำการฝึกซ้อมบิน เนื่องจากในวันที่(4 ก.พ.57 จะทำการซักซ้อมแผนการค้นหาและกู้ภัยเมื่ออากาศยานประสบอุบัติเหตุ ทั้งของทางราชการและเอกชน โดยการสมมุติสถานการณ์ ฮ.ของกองทัพ ประสบอุบัติเหตุลงฉุกเฉิน จะมีการปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานที่ประสบอุบัติเหตุ ร่วมกับหน่วยแพทย์ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นกำลังตรวจสอบ