PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2558

บิ๊กป้อม ถกGBC ลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือความมั่นคงชายแดนไทย – ลาว ฉบับใหม่

บิ๊กป้อม ถกGBC ลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือความมั่นคงชายแดนไทย – ลาว ฉบับใหม่ ระบุจะทำเส้นเขตแดน ให้เป็น "เส้นแห่งความร่วมมือ" ไม่ใช่อุปสรรค/ นายกฯลาว เข้าใจสถานการณ์ในไทย ลั่นจะไม่ยอมให้คนไม่ดี มาสร้างปัญหาความขัดแย้ง แตกแยกของคนในชาติ จนเสียความเป็นพี่น้องระหว่างกัน
เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรีและ รมว.กห.
พร้อมคณะ ประกอบด้วย พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกลาโหม พลเอกสมหมาย เกาฏีระ ผบ.ทสส. และผู้แทนเหล่าทัพ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ
โดยมี พล.ท.แสงนวน ไซยะลาด รมว.กระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาวและคณะ ให้การต้อนรับ ที่ กระทรวงป้องกันประเทศ นครหลวงเวียงจันทน์
โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือและเห็นชอบร่วมกัน ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือทางทหารระหว่างกันให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับ การฝึกศึกษา รวมทั้งความร่วมมือและการประสานงานกันในด้านต่างๆให้ใกล้ชิดมากขึ้น
พล.อ.ประวิตร ได้เสนอให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและความร่วมมือในการจัดระเบียบชายแดน เพื่อป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การลักลอบเข้าเมืองผิดกฏหมาย รวมทั้งเสนอให้กองทัพทั้งสองประเทศ ร่วมกันทำเส้นเขตแดน ให้เป็น "เส้นแห่งความร่วมมือ" ไม่ใช่อุปสรรค เพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศ ได้ไปมาหาสู่กันฉันท์บ้านพี่เมืองน้อง ด้วยความสะดวก ปลอดภัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตร่วมกันในฐานะประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีชายแดนติดต่อกัน
จากนั้น พลเอกประวิตร.พร้อมคณะได้เดินทางเข้าเยี่ยมคำนับ นายทองสิง ทามะวง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวที่ ทำเนียบรัฐบาล โดยปรึกษาหารือร่วมกันที่จะเสริมสร้างมิตรภาพ ความเข้าใจของกองทัพและประชาชนทั้งสองประเทศให้แนบแน่นยิ่งขึ้น
นายกฯ ลาว ได้กล่าวชมเชยและเชื่อมั่นในกองทัพไทยที่ได้ช่วยดูแลการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนที่ผ่านมาเป็นอย่างดี ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ควรร่วมกันแก้อย่างสันติวิธี โดยไม่ยอมให้คนไม่ดี มาสร้างปัญหาความขัดแย้ง แตกแยกของคนในชาติ จนเสียความเป็นพี่น้องระหว่างกัน
พลเอกประวิตร ได้ใช้โอกาสนี้กล่าวแสดงความขอบคุณ ที่ นายกฯและรัฐบาลรวมทั้งประชาชนสปป.ลาว เข้าใจถึงสถานการณ์ของประเทศไทยและเป็นกำลังใจให้กับรัฐบาลในการบริหารประเทศ
หลังจากนั้นพลเอกประวิตร ประธานร่วมฝ่ายไทย พร้อมทั้ง รมว.ป้องกันประเทศสปป.ลาว /ประธานร่วมฝ่ายลาว ได้ประชุมคณะกรรมการกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนทั่วไป ไทย – ลาว ครั้งที่ 22 ( GBC 22 )
โดยบรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างซื่นมื่น ผลการประชุมมีความคืบหน้าในหลายประเด็นที่เป็นไปตามเจตนารมณ์ร่วมกัน
โดยทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย – ลาว ฉบับใหม่ สาระสำคัญ ยังคงยึดถือแนวทางตามความตกฉบับเดิมที่หมดอายุลง โดยปรับให้ทันสมัยและมีความอ่อนตัวมากขึ้น พร้อมทั้งสามารถปรับปรุงผ่านกลไกทางการทูต
ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมร่วมกันให้มากขึ้น เพื่อเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ สันติภาพ มิตรภาพและเสถียรภาพของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นมากขึ้น

คสช. เผย ส่งทหาร กกล.รส.-ตำรวจ ตรวจจับกุม โรงงานสินค้าประมง-อาหารทะเล ที่ทำผิด กม.แรงงาน ทั่วประเทศ


คสช. เผย ส่งทหาร กกล.รส.-ตำรวจ ตรวจจับกุม โรงงานสินค้าประมง-อาหารทะเล ที่ทำผิด กม.แรงงาน ทั่วประเทศ ตั้งแต่17ธค. เผย จับ โรงงานแกะกุ้ง สมุทรสาคร ที่ตกเป็นข่าวไปแล้ว ตั้งแต่9พย. ยันเพิ่มความเข้นข้น ตรวจจับ เพื่อไม่ให้ คนส่วนน้อย ทำเสียภาพลักษณ์การแก้ปัญหา ประมงผิดกม. ที่อยู่ในเกณฑ์ดีมาก เมื่อเทียบกับในอดีต
พันเอกวินธัย สุวารี โฆษก คสช.กล่าวขณะนี้ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส.)ร่วมกับตำรวจและฝ่ายปกครอง ได้เริ่มเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายผู้ประกอบการสินค้าประมง ที่อาจกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ทั่วประเทศตั้งแต่เมื่อวานนี้
หลังจากที่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่ายังมีผู้ประกอบการบางรายเริ่มจะไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 9 พ.ย.58 หรือเมื่อเดือนที่แล้ว จนท.โดยทาง DSI ร่วมกับ จนท.3ฝ่าย ได้เข้าตรวจ โรงงานแกะกุ้ง ที่ มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พบมีผู้การกระทำความผิดจำนวน 4คน หลบหนีได้ 1 คน ฐานช่วยเหลือซ่อนเร้นให้พักอาศัยแก่บุคคลเข้าเมืองผิดกฎหมาย และเป็นนายจ้างรับบุคคลต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามความผิดของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน
หลังจากนี้ คสช.โดย กกล.รส.จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรามากยิ่งขึ้น หลังจากพบพฤติกรรมของผู้ประกอบการบางรายเริ่มเปลี่ยนแปลงไม่เชื่อฟัง และไม่ให้ความร่วมมือกับทางราชการเหมือนช่วงที่ผ่านมา
"คสช.จำเป็นต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการที่อาจเหลืออยู่ส่วนน้อยมาก ที่ยังไม่ให้ความร่วมมือ ไปมีผลต่อภาพลักษณ์การแก้ปัญหาในภาพรวม เพราะข้อมูลล่าสุดต่อการแก้ปัญหาในปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับอดีต ในหลายๆปีที่ผ่านมา"

"สมเด็จฮุนเซน"เยือนไทยอย่างเป็นทางการในรอบ12ปี ในโอกาสครบ65ปีการสถาปนาความสัมพันธ์การฑูต


"สมเด็จฮุนเซน"เยือนไทยอย่างเป็นทางการในรอบ12ปี ในโอกาสครบ65ปีการสถาปนาความสัมพันธ์การฑูต เตรียมถก ครม.ร่วม พรุ่งนี้ และลงนามMOU4ฉบับความร่วมมือแรงงาน-จ้างงาน-ขจัดค้ามนุษย์-พัฒนาจุดผ่านแดนถาวรบ้านหนองเอียน-สตึงบท แถลงการณ์ร่วมยืนยันเจตนารมณ์
ที่ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้การต้อนรับ สมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาและคณะ รวมทั้ง พลเอกเตียบันห์ รองนายกฯ/รมว.กลาโหม และ นาย ฮอร์นัมฮง รมว.ต่างประเทศ
ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของทางรัฐบาลระหว่างวันที่ 18-19 ธ.ค. ซึ่งถือเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการในรอบ 12 ปี
โดยรัฐบาล ได้จัดแถวทหารกองเกียรติยศ ผสม3 เหล่าทัพ ต้อนรับ ที่สนามหญ้า ด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนหารือทวิภาคีแบบเต็มคณะ
ในเวลา 15.00น. สมเด็จฯ ฮุน เซน จะพบปะพูดคุยกับคณะนักธุรกิจไทย-กัมพูชา เพื่อหารือเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกันของทั้ง 2ประเทศ ที่โรงแรมดุสิตธานี
จากนั้น ช่วงค่ำ พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ และในฐานะเพื่อเป็นการฉลองการครบรอบ 65ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการฑูตของไทย-กัมพูชา ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
แล้วในวันที่ 19 ธ.ค.สมเด็จฯฮุนเซน และคณะจะเข้าร่วมการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีไทย-กัมพูชาอย่างไม่เป็นทางการ ครั้งที่ 2
จากนั้นนายกรัฐมนตรีของทั้ง 2ประเทศ จะร่วมเป็นพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางด้านแรงงาน ข้อตกลงว่าด้วยการจ้างงานไทย-กัมพูชา ขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการพัฒนาจุดผ่านแดนถาวรบ้านหนองเอียน-สตึงบท รวมถึงแถลงการณ์ร่วมเพื่อยืนยันเจตนารมณ์ทางการเมืองที่จะขยายความร่วมมือระหว่างกัน ก่อนที่อาจจะมีการแถลงข่าวร่วมกันของนายกรัฐมนตรีทั้ง 2ประเทศ
โดยสมเด็จฯฮุน เซ็น จะเดินทางกลับกัมพูชาในช่วงบ่าย19ธค.

บิ๊กตู่-ฮุนเซน ปิ้ง ไอเดีย จัดฟุตบอลกระชับมิตร 65ปี ไทย-เขมร ถ่ายทอดสด2ประเทศ


บิ๊กตู่-ฮุนเซน ปิ้ง ไอเดีย จัดฟุตบอลกระชับมิตร 65ปี ไทย-เขมร ถ่ายทอดสด2ประเทศ ตกลงพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวร่วมกัน ในลักษณะ package tour และ long stay กระตุ้นการท่องเที่ยวภูมิภาค หนุนเที่ยวทะเลและชายฝั่งไทย-กัมพูชา-เวียดนาม ใช้เรือสำราญ /ฮุนเซน เผย สมเด็จพระเทพราชสุดาฯ จะเสด็จฯ เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ ปีหน้า วางศิลาฤกษ์ การก่อสร้างสถาบันเทคโนโลยีพระราชทานที่ กัมปงสปือ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ สมเด็จ อัคคมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบรัฐบาล ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการ
หลังจากนั้น เวลา 10.30 น. นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีไทย-กัมพูชา ที่เกี่ยวข้อง เช่น พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตองรองนายกรัฐมนตรี พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี
ส่วน ฝ่ายกัมพูชา ได้แก่ นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา นายสก อาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักคณะรัฐมนตรีกัมพูชา พลเอก เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมกัมพูชา ร่วมหารือข้อราชการเต็มคณะ ที่ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
พลตรี วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยผลการหารือว่า พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ไทยและกัมพูชาที่ครบ 65 ปี บนพื้นฐานของการพึ่งพาและผลประโยชน์ร่วมกัน และพร้อมที่จะยกระดับสู่ความเป็นหุ้นส่วนต่อไป พร้อมขอให้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนอย่างสม่ำเสมอ
ด้าน สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ขอบคุณการต้อนรับอันอบอุ่น พร้อมกล่าวแสดงความซาบซึ้ง
สมเด็จฮุนเซน เผยว่า ตนเองพร้อมถวายการต้อนรับและเข้าเฝ้าฯด้วยตนเอง ในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ เยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ ปีหน้า เพื่อทรงเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ การก่อสร้างสถาบันเทคโนโลยีพระราชทานที่จังหวัดกัมปงสปือและเยี่ยมชมโครงการพระราชทานของพระองค์ โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขและวิชาการพระราชทานความช่วยเหลือในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ของกัมพูชาตลอดระยะเวลาผ่านมา
พลตรี วีรชน กล่าวว่า ในด้านความสัมพันธ์ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 65 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-กัมพูชา รัฐบาลไทยและกัมพูชา รวมถึงภาคประชาชนจะร่วมกันจัดกิจกรรมและการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร ระหว่างไทยและกัมพูชา
โดยนายกรัฐมนตรีไทย ได้มอบหมายให้รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้แทนพิเศษนายกรัฐมนตรีร่วมงาน
สมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เสนอให้มีถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลนัดดังกล่าวทั้งไทยและกัมพูชา เพื่อร่วมเป็นสัญลักษณ์ความผูกพันระหว่างประชาชนของสองประเทศร่วมกันด้วย
ส่วนด้านเศรษฐกิจ นั้น นายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชาเห็นชอบร่วมกันในการผลักดันเป้าหมายขยายปริมาณมูลค่าการค้าและการลงทุนของ 2 ประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า ในช่วง5 ปีข้างหน้า ซึ่งปัจจุบันทั้งสองประเทศมีมูลค่าการค้ารวมประมาณ 5,000 ล้านดอลล่าสหรัฐ โดยจะเชื่อมโยงกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และการเชื่อมโยงระหว่างเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.สระแก้ว- จ.บันเตียเมียนเจย การอำนวยความสะดวกด้านศุลกากรและการเพิ่มปริมาณการเดินรถ การเชื่อมโยงทางบกและเส้นทางรถไฟ เพื่อมีส่วนผลักดันให้ปริมาณการค้าสินค้าของสองประเทศเพิ่มมากขึ้นได้ นอกจากนี้ ไทยและกัมพูชายังสนับสนุนให้นักลงทุนของทั้งสองฝ่าย แสวงหาลู่ทางลงทุนเพิ่มในแต่ละประเทศด้วย
การท่องเที่ยว พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเชิญชวนกัมพูชาส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคร่วมกัน ในลักษณะเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวร่วมกัน ในลักษณะ package tour และ long stay เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของภูมิภาค ซึ่งในขณะนี้ ไทยยังได้มีการพัฒนาการท่องเที่ยวทางทะเลและชายฝั่งระหว่างไทย-กัมพูชา-เวียดนาม ทั้งท่าเรือ และท่าเรือสำราญ เพื่อรองรับการเติบโตการท่องเที่ยวทางทะเลที่เพิ่มขึ้น
ด้านพลังงาน สมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้กล่าวขอบคุณไทยที่ให้ไฟฟ้าให้กับกัมพูชา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไฟฟ้ายังเข้าไปไม่ถึง
ขณะเดียวกัน พลเอกประยุทธ์ ก็ขอให้กัมพูชาพิจารณาแบ่งปันทรัพยากรน้ำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงานของทั้งสองประเทศ
ด้านแรงงาน พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรียินดีที่จะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานและข้อตกลงว่าด้วยการจ้างงานไทย – กัมพูชา ในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ เนื่องจากบันทึกความเข้าใจและข้อตกลงทั้งสองฉบับนี้ จะช่วยยกระดับความร่วมมือที่ไทยกับกัมพูชามีต่อกันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะอย่าง ไทยและกัมพูชายืนยันที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและต่อต้านกระบวนการค้ามนุษย์ โดยจะเร่งรัดการขึ้นทะเบียนแรงงานถูกกฎหมาย เพื่อให้แรงงานกัมพูชาได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายไทยโดยสมบูรณ์
ส่วนความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียนและพหุภาคี นั่น นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีกัมพูชายินดีที่ไทยและกัมพูชากำลังจะมุ่งหน้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน
พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ไทยได้เตรียมความพร้อม สำหรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว และหวังว่า ภายหลังจากเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนไทยกับกัมพูชาจะมีความร่วมมือร่วมกันมากยิ่งขึ้นในทุก ๆ ด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการเชื่อมโยง ต่อไป
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างไทยและกัมพูชาจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้ประชาคมอาเซียน
ด้านการเกษตร ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร รวมทั้งการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค้าและเชื่อมโยงกับตลาดสินค้า ขณะเดียวกัน ก็เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขสินค้าเกษตรที่ยังมีปัญหาระหว่างกัน
ด้านสาธารณสุขและการแพทย์ นายกรัฐมนตรีไทย ได้เสนอที่จะฝึกอบรมบุลากรด้านสาธารณสุขแก่กัมพูชา พร้อมจะศึกษาการจัดสรรทุนแพทย์แก่กัมพูชา เพื่อประโยชน์ในด้านการแพทย์และสาธารณสุข
ในช่วงท้าย พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความสัมพันธ์ไทยและกัมพูชาปัจจุบันนี้ ถือว่าอยู่ในระดับที่ดียิ่งตลอดระยะเวลา 65 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชน เพิ่มการค้าและการลงทุน รวมทั้งการพัฒนาในมิติต่างๆ ภายใต้แนวคิดและนโยบาย Thailand + 1 เพื่อดึงดูดนักลงทุนเข้ามาในภูมิภาคเพิ่มขึ้น โดยอาเซียนกำลังจะกลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรกว่า 600 ล้าน โดยไทยจะร่วมมือกับกัมพูชาในลักษณะเกื้อกูลส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับไทย กัมพูชา และประชาคมอาเซียนร่วมกัน

เคลื่อนไหวโลกกรณีซาอุฯ

Oopz! ซาอุดิอาระเบียมั่วนิ่มแหกตาชาวโลกกรณีก่อตั้งกองกำลังพันธมิตรอิสลามต่อต้านขบวนการก่อการร้าย มีหลายประเทศถูกแอบอ้างชื่อโดยไม่รู้เรื่องด้วยเลย งานเข้า!
---------

และแล้วก็ความแตกจนได้ มาอ่านข่าวดูนะครับว่าเกิดอะไรขึ้น วันที่ 16 ธ.ค.58 RT news พาดหัวข่าวว่า "บทบาทของกองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดิอาระเบียก่อให้เกิดคำถามขึ้นในประเทศสมาชิกบางรายที่ปฏิเสธเข้ามีส่วนร่วมด้วย" (Role of Saudi-led ‘military alliance’ put to question as some members reject participation) ส่วนสำนักข่าว Sputnik news พาดหัวข่าวว่า "พันธมิตรต่อต้านดาอิชของซาอุดิอาระเบียก่อให้เกิดความสับสนไปทั่ว แม้กระทั่งในกลุ่มสมาชิกด้วยกันเอง" (Saudi Anti-Daesh Coalition Sparks Widespread Confusion, Even Among Members) กรรม!

รายงานข่าวจาก RT บอกว่าประชาคมนานาชาติได้แสดงการต้อนรับกับแนวความคิดริเริ่มของซาอุดิอาระเบียในการก่อตั้งกองกำลังพันธมิตรต่อต้านขบวนการก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม บทบาททางกองทัพและอุดมการณ์ของพันธมิตรกลุ่มนี้ได้ก่อให้เกิดความสับสนแม้กระทั่่งในกลุ่มประเทศสมาชิกด้วยกันเอง บางประเทศไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกนำชื่อไปรวมอยู่ในกองกำลังพันธมิตรชุดใหม่นี้

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซาอุดิอาระเบียได้ประกาศเปรี้ยงป้างถึงการก่อตั้ง "พันธมิตรทางทหารของอิสลาม" (Islamic military alliance) โดยมีภารกิจเพื่อต่อสู้กับขบวนการก่อการร้าย เจ้าชาย Mohammed bin Salman รองมกุฏราชกุมารกล่าวว่า พันธมิตรรัฐอิสลามจำนวน 34 ประเทศจะต่อสู้ไปทั่วอิรัค ซีเรีย ลิเบีย อียิปต์ และอัฟกานิสถาน

ประเทศสมาชิกของพันธมิตรกลุ่มนี้จะแชร์ข้อมูลข่าวกรอง การฝึกกำลังพล ติดอาวุธ และมีความเป็นไปได้ถึงแม้กระทั่งการให้การสนับสนุนด้านกองทัพเพื่อต่อสู้กลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรง เช่นพวกไอซิส อัลเคด้า นาย Adel al-Jubeir รมว.ต่างประเทศของซาอุดิอาระเบียกล่าว

Adel al-Jubeir กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปปฏิบัติการว่า "ไม่มีอะไรอยู่นอกโต๊ะการเจรจา (Nothing is off the table หมายความว่าทุกอย่าง ทุกตัวเลือก เป็นไปได้ทั้งนั้น)"

+ ปากีสถานเพิ่งจะรู้ตัวเองว่ามีส่วนร่วมด้วยผ่านรายงานข่าวจากสื่อฯ (Pakistan got to know of its participation via news)
---------
คราวนี้มาดูท่าทีของบางประเทศที่ซาอุดิอ้างว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกของ "กองกำลังพันธมิตรอิสลามต่อต้านขบวนการก่อการร้าย" บ้างนะครับ รายงานข่าวบอกว่า หนึ่งวันหลังจากที่กรุงริยาดห์ได้ประกาศการจัดตั้งกองกำลังพันธมิตร ประเทศสมาชิกบางส่วนได้กล่าวว่ารับมุกไม่ทันและไม่เคยเห็นด้วยกับการมีส่วนร่วมในพันธมิตรดังกล่าวเลย [โอหละพ่อ! โอหละแม่! ไ
เป็นงั้นไปได้หละนี่? - ผู้แปล]

ปากีสถาน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกพันธมิตรที่ประกาศโดยซาอุดิอาระเบีย ได้ออกมาปฏิเสธการมีส่วนร่วมของตนเอง Aizaz Chaudhry รมว.ต่างประเทศของปากีสถานได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เขาเพิ่งจะรับรู้เรื่องกองกำลังพันธมิตรผ่านรายงานข่าวจากสื่อฯ ปากีสถานไม่ได้รับการปรึกษาหารือในเรื่องนี้เลย หนังสือพิมพ์ Dawn รายงานเมื่อวันพุธที่ผ่านมา Aizaz Chaudhry กล่าวอีกว่า กรุงอิสลามาบัด (Islamabad) กำลังหารายละเอียดเกี่ยวกับความเข้าใจผิดในเรื่องนี้ [เพี๊ยะ! ซาอุดิอาระเบียหน้าแตกครั้งที่1 - ผู้แปล]

+ มาเลเซียรีบออกมาปฏิเสธการมีส่วนร่วม (Malaysia denies taking part)
---------
มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศมุสลิมที่ถูกกรุงลิยาดห์แอบใส่ชื่อลงไปในรายชื่อสมาชิก 34 ประเทศ ก็ได้ออกมาปฏิเสธการมีส่วนร่วมในกองกำลังพันธมิตรดังกล่าวด้วย Datuk Seri Hishammuddin Hussein รมว.กลาโหมของมาเลเซียได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า กรุงกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur) จะไม่เข้าร่วมกับกรุงริยาดห์ อย่างไรก็ตาม มาเลเซียจะยังคงเดินหน้าเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้นานาชาติต่อต้านขบวนการก่อการร้ายต่อไป หนังสือพิมพ์ Rakyat Post รายงาน [เพี๊ยะๆ! ซาอุดิอาระเบียหน้าแตกครั้งที่2 - ผู้แปล]

+ อินโดนีเซียตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับ "พันธมิตรทางทหาร" (Indonesia skeptical about ‘military alliance’)
---------
อินโดนีเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีประชากรชาวมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้กล่าวว่า ได้รับการทาบทามจากซาอุดิอาระเบียเกี่ยวกับความร่วมมือในการต่อต้านขบวนการก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียต้องการรายละเอียดก่อนทีจะพิจารณาเข้าร่วมใน "พันธมิตรทางทหาร" (/กองกำลังพันธมิตร/military alliance)

Armanatha Nasir โฆษกกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวว่า "มันเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับอินโดนีเซียที่จะได้รับรายละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจให้การสนับสนุน" ต่อการดำเนินการทางทหารใดๆ

อย่างไรก็ตาม Luhut Pandjaitan รมว.กลาโหมของอินโดนีเซีย ได้กล่าวในภายหลังซึ่งอ้างคำพูดโดยสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า "พวกเราไม่ได้ต้องการที่จะเข้าร่วมพันธมิตรทางทหารเลย" (We don't want to join a military alliance) [เพี๊ยะๆๆ! ซาอุดิอาระเบียหน้าแตกครั้งที่3 - ผู้แปล]

+ สหรัฐฯแบ่งรับแบ่งสู้ สหรัฐฯต้องการที่จะรู้ (รายละเอียด) มากกว่านี้ (US wants to know more)
---------
สหรัฐฯซึ่งกำลังนำแคมเปญจ์การทิ้งระเบิดของตนเองในซีเรียมุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงไอซิส ได้ต้อนรับแนวความคิดริเริ่มนี้ (ของซาอุดิอาระเบีย) อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่ากรุงวอชิงตันจะสับสนนในเงื่อนไขเกี่ยวกับการดำเนินงานในปฏิบัติการของพันธมิตรชุดใหม่นี้

"พวกเรากำลังมองไปข้างหน้าเพื่อศึกษาให้มากขึ้นเกี่ยวกับสิงที่ซาอุดิอาระเบียเก็บไว้ในใจในความหมายของพัมธมิตรนี้" Ashton Carter รมว.กลาโหมของสหรัฐฯกล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา [ก็แสดงว่า ขนาดสหรัฐฯเองก็เหมือนกับเล่นละครว่าไม่แน่ใจเช่นกันว่าพันธมิตรชุดใหม่ที่ซาอุดิอาระเบียอ้างนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง - ผู้แปล]

+ รัสเซียคาดหวังในรายละเอียด (Russia expects details)
---------
ทางรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียคาดหวังในรายละเอียดมากว่านี้จากแนวความคิดริเริ่มของซาอุดิอาระเบีย "พวกเราคาดว่าจะได้รับรายข้อมูลที่ละเอียดมากกว่านี้ จากการริเริ่มของกระบวนการนี้ ซึ่งรวมถึงว่าพวกเราจะต้องรู้มากกว่านี้เกี่ยวกับสิ่งมีได้มีการหารือกันที่กรุงปารีสเมื่อวานนี้" คุณ Sergey Lavrov รมว.ต่างประเทศของรัสเซียกล่าว ซึ่งอ้างคำพูดโดยสำนักข่าว RIA Novosti ของรัสเซียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

รมว.ต่างประเทศของสหรัฐฯ ฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน อิตาลี ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน กาตาร์ และตุรกีได้ไปพบกันที่กรุงปารีสเมื่อวันจันทร์ เพื่อหารือกันเกี่ยวกับวิกฤตซีเรีย ก่อนการประชุมที่จะจัดขึ้นในนครนิวยอร์ก ซึ่งคาดว่าจะมีรัสเซียเข้าร่วมด้วย

[แต่การประชุมที่ปารีสในครั้งนั้นไม่ได้เชิญรัสเซียเข้าร่วมด้วย หลังจากที่เดอะแก๊งคุยกันเรียบร้อยแล้ว ก็ส่งนายจอห์น แคร์รี่กับคณะเข้ามาคุยกับกรุงมอสโคว์ ทางรัสเซียรู้ทันแผนของเดอะแก๊งจึงจัดกองทัพนักข่าวเป็นจำนวนมากเอาไว้ต้อนรับ โดยไม่มีการประชุมลับอะไรทั้งนั้น สหรัฐฯอยากจะพูดอะไรกับรัสเซีย อยากจะต่อรองอะไร ก็ให้พูดกันต่อหน้านักข่าวที่เข้ารับฟังการประชุมในครั้งนี้ด้วยเลย เล่นเอาคุณแคร์รี่กับคณะไปไม่เป็นเลย และรมว.ต่างประเทศของรัสเซียก็ออกมาพูดว่า ที่นี่พวกเราทำกันแบบเปิดเผย ไม่แอบประชุมกันลับหลังเหมือนบางประเทศ ฮ่าๆๆ ให้รู้ซะมั่งว่าคุณกำลังเล่นกับใครอยู่ - ผู้แปล]

+ ตุรกียินดีต้อนรับกับกองกำลังพันธมิตรนำโดยกรุงริยาดห์ (Turkey welcomes Riyadh-led military coalition)
---------
กรุงอังการา ซึ่งเป็นสมาชิกของนาโต้เพียงประเทศเดียวที่รวมอยู่ในพันธมิตรนี้ ได้ตกลงที่จะมีส่วนร่วมในความคิดริเริ่มนำโดยซาอุดิอาระเบีย

"การตอบสนองที่ดีที่สุดให้กับความมุ่งมั่นต่อการเชื่อมโยงขบวนการก่อการร้ายและอิสลาม สำหรับกลุ่มประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามเพื่อแสดงถึงเสียงที่เป็นเอกภาพต่อต้านขบวนการก่อการร้าย" นาย Ahmet Davutoglu นายกรัฐมนตรีของตุรกีกล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามบทบาทของตุรกีในการต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายไอซิสได้ก่อให้เกิดคำถามขึ้นมา เมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงกลาโหมของรัสเซียกล่าวว่า กรุงอังการาเป็นผู้บริโภคน้ำมันเถื่อนของพวกไอซิสรายใหญ่ที่ปล้นไปจากซีเรียและอิรัค และปธน. Recep Tayyip Erdogan ของตุรกี และครอบครัวของเขาก็มีส่วนเกี่ยวข้องในธุรกิจผิดกฎหมายที่เป็นอาชญากรรมด้วย

ในขณะเดียวกันนาย Eren Erdem ส.ส.ของตุรกีก็บอกกับสำนักข่าว RT ว่า พวกผู้ก่อการร้ายไอซิสในซีเรียได้รับทรัพยากรที่จำเป็นทั้งหมดในการผลิตแก๊สพิษมรณะซาริน (deadly sarin gas) ผ่านตุรกีด้วย

[ต่อมาอัยการของตุรกีก็ตั้งข้อหากบฎ/ทำลายประเทศต่อส.ส.คนดังกล่าว ใครที่ออกมาพูดข่าวหรือให้ข้อมูลที่เป็นลบต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของตุรกี ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงสามนาย นักข่าว และนักการเมือง ก็จะถูกดำเนินคดีทั้งหมด บ้างก็มีมือที่มองไม่เห็นไปยิงปืนข่มขู่สำนักงานใหญ่ของสื่อฯที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย สื่อฯและรัฐบาลตะวันตกพันธมิตรของตุรกีต่างก็พากันหุบปากเงียบกริ๊บ แต่หันมาเล่นงานประเทศไทยในเรื่องต่างแทน ตลก! - ผู้แปล]

ทางกรุงวอชิงติน (ทำทีเป็น) ออกมาเรียกร้องให้กรุงอังการารักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดนเมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนในการควบคุมไอซิสทางฝั่งซีเรียได้ อย่างไรก็ตามตุรกีได้แสดงท่าทีที่น่าสงสัย โดยกล่าวว่า มันเป็นเรื่องที่ยากเป็นอย่างยิ่ง

[แปลว่า ตุรกีจะไม่ปิดพรมแดนของตนเองฝั่งซีเรีย แม้ว่านานาชาติจะแสดงความกังวลว่ากลุ่มก่อการร้ายไอซิสจะใช้ช่องทางดังกล่าวผ่านเข้าออกไปในซีเรียโดยผ่านประเทศตุรกีก็ตาม นี่ถ้าตุรกีเป็นประเทศไทยอยู่ตรงนั้น คิดว่าไทยจะโดนสหรัฐฯและอียูแซงชั่นกดดันด้านต่างมากขนาดไหน? แต่นี่เนื่องจากตุรกีเป็นพันธมิตรของนาโต้และอียู ไม่มีทางที่สหรัฐฯและอียูจะแซงชั่นตุรกี นั่นคือมาตรฐานของตะวันตกหละ - ผู้แปล]

+ อิหร่าน อิรัค และซีเรีย ไม่ได้รับเชิญจากซาอุดิอาระเบียให้เข้าร่วมกลุ่มด้วย (Iran, Iraq, Syria not invited by Saudi to the block)
---------
แม้ว่าการริเริ่มของกรุงริยาดห์ ในการรวมกองทัพภาคพื้นดินของพันธมิตรที่อาจจะเป็นไปได้ในการต่อสู้กับขบวนการก่อการร้ายไอซิสก็ตาม แต่ อิรัค (อิหร่าน) และซีเรียไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมในกลุ่มนี้ด้วย

ทางอิรัคกล่าวว่า ตนเองสับสนกับบทบาทของพันธมิตรในการต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายในภูมิภาค "เรื่องนี้ได้ทำให้พวกเราสับสนเป็นอันมาก ใครจะเป็นผู้นำในการต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายในภูมิภาค?" Nasser Nouri โฆษกกลาโหมของอิรัคตั้งคำถาม ซึ่งอ้างโดยนิตยสาร  The Wall Street Journal ของสหรัฐฯเมื่อวันอังคารนี้ "มันจะใหญ่โตกว่าพันธมิตรนานาชาติหรือไม่? และหากเป็นเช่นนั้น อะไรคือประเด็นที่มีพันธมิตรใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก?"

[จบข่าวเรื่องพันธมิตรต่อต้านการก่อการร้ายของซาอุดิอาระเบีย สรุป ณ ขั้นตอนนี้ เป็นเพียง "กองกำลังพันธมิตรลม" หรือ "กองกำลังพันธมิตรผี" เท่านั้น ยังไม่มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมอะไร ฝ่ายต่างๆที่ถูกพาดพิงชื่อโดยตรงก็เริ่มออกมาปฏิเสธและคัดค้าน ไม่เห็นด้วยและไม่ขอเข้าร่วมกับซาอุดิอาระเบีย 

สหรัฐฯก็มีพันธมิตรของตนเองในตอนแรกไม่ได้รับอนุมัติจากยูเอ็นและรัฐบาลท้องถิ่นของซีเรียในการเข้าไปบอมบ์ซีเรีย รัสเซียก็มีพันธมิตรของตนเองแต่ได้รับการอนุมัติและความร่วมมือจากรัฐบาลซีเรีย อิรัค และอิหร่านในการเข้าไปปราบปรามไอซิสในซีเรีย ต่อมาฝรั่งเศสก็ขอให้ยูเอ็นอนุมัติให้มีการโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มก่อการร้ายในซีเรียและอิรัคในนามของพันธมิตรนานาชาติ แต่ทางตะวันตกบอกว่าพันธมิตรชุดนี้นำโดยสหรัฐฯ 

สรุปเป็นแก๊งเดียวกันกับพันธมิตรตะวันตกนำโดยสหรัฐฯที่เข้าไปถล่มซีเรียเป็นแรมปีโดยไม่ได้รับอนุมัติจากยูเอ็น งานนี้เป็นเพียงการย้อมแมวเท่านั้นเอง จากนั้นซาอุดิอาระเบียที่รุกรานเยเมนและกำลังถูกกองทัพของเยเมนและนักรบชนเผ่าฮูติแห่งเยเมนรุกเข้าไปในดินแดนของซาอุดิอาระเบียได้ถึง 3 จังหวัด แพ้ฮูติไม่เป็นท่า กลับออกมาประกาศว่าจะต่อตั้งพันธมิตรอิสลามต่อต้านขบวนการก่อการร้ายเฉยเลย ใครจะยอมส่งทหารของตนเองไปให้นักรบฮูติเด็ดหัวแทนกองทัพซาอุดิอาระเบียและยูเออีบ้าง? - ผู้แปล]

เพจ: ปอกเปลือก ทรราช 
https://www.facebook.com/fisont
https://vk.com/theeyesproject
--------------
https://www.rt.com/news/326161-saudi-military-coalition-questioned/
http://sputniknews.com/middleeast/20151217/1031867775/saudi-coalition-confusion.html

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สหรัฐฯเตือนไทยต้องคืนสู่ปชต.เพื่อความสัมพันธ์อันรุ่งเรืองระหว่างสองชาติ


สหรัฐฯเตือนไทยต้องคืนสู่ปชต.เพื่อความสัมพันธ์อันรุ่งเรืองระหว่างสองชาติ

โดย: MGR Online

เอพี - ทูตระดับสูงสหรัฐฯด้านกิจการเอเชียตะวันออก บอกกับเหล่าผู้นำของไทยระหว่างหารือกันในวันพุธ(16ธ.ค.) ว่าไทยจำเป็นต้องคืนสู่ประชาธิปไตยเพื่อคืนความสัมพันธ์อันรุ่งเรืองระหว่างสองชาติที่เป็นพันธมิตรกันมาช้านาน
นายแดเนียล รัสเซลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกันฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออก พบปะกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆของไทยเมื่อวันพุธ(16ธ.ค.) ท่ามกลางความกังวลของสหรัฐฯต่อประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้รัฐบาลทหารที่กัดเซาะความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ
ในรายงานของเอพีระบุว่ากองทัพไทยเข้ายึดอำนาจด้วยการก่อรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2014 และจำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดงอออก ขณะที่การเลือกตั้งรอบใหม่คาดหมายว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นก่อนปี 2017
"ผมมีโอกาสแบ่งปันความกังวลของเราในบางประะเด็นอย่างเฉพาะเจาะจงกับท่านนายกรัฐมนตรี" รัสเซลล์แถลงกับผู้สื่อข่าว "เขารับฟัง ผมเชื่อและจะรายงานกลับไปยังวอชิงตันว่าคำพูดของผมได้รับการรับฟังด้วยความเคารพ และแน่นอนว่าผมเองก็รับฟังด้วยความตั้งใจต่อคำอธิบายสถานการณ์ทางการเมืองของท่านนายกรัฐมนตรีและโรดแมปคืนไทยสู่ประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ของเขา"
สำนักข่าวเอพีรายงานอ้างคำกล่าวของนายนายอภิชาติ ชินวรรโณ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศของไทยที่แถลงข่าวร่วมกับนายรัสเซล ระบุว่าสองฝ่ายยังได้มีการหารือในประเด็นอื่นๆแยกกัน ซึ่งจะเปิดทางให้ทั้งสองประเทศร่วมมือกันในด้านต่างๆ ในนั้นรวมถึงด้านสาธารณสุข บรรเทาภัยหายนะและต่อสู้กับปัญหาค้ามนุษย์ พร้อมระบุว่าทั้งสองชาติพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาและปราศจากอคติยาวนานเกือบ 6 ชั่วโมง ในบรรยากาศที่เป็นมิตรและอบอุ่น 
ทั้งสองฝ่ายกล่าวว่าตามหลังการพบปะกันครั้งนี้ พวกเขาจะเดินหน้าในความพยายามกระชับความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 182 ปี แต่รัสเซลล์ย้ำว่าไทยต้องคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์ระหว่างสองฝ่าย
"ผมใส่ใจความสัมพันธ์ระหว่างเรากับไทยอย่างมาก ผมใส่ใจอย่างยิ่งต่อประเทศไทย และต้องการเดินหน้าทำงานร่วมกันและขยายความร่วมมือระหว่างเราในช่วงหลายขวบปีข้างหน้า" รัสเซลล์กล่าว "อย่างที่ผมเคยแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนแล้ว เราต้องการเห็นไทยประสบความสำเร็จ ในนั้นรวมถึงความสำเร็จในการคืนสู่ประชาธิปไตย ซึ่งจะช่วยให้เราตระหนักถึงศักยภาพแห่งความสัมพันธ์อันยอดเยี่ยมนี้มากขึ้น" เขากล่าว
ระหว่างเดินทางเยือนไทยคราวก่อนเมื่อเดือนมกราคม 2015 นายรัสเซลล์ ประณามการการจำกัดประชาธิปไตยของคณะรัฐประหารและเข้าพบกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่นาน ก่อนหน้าที่กองทัพจะขับไล่รัฐบาลของเธอ
พฤติกรรมของนายรัสเซลล์ในตอนนั้น กระพือเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่าผู้สนับสนุนคณะรัฐประหาร และสื่อมวลชนไทยบางส่วนตราหน้านักการทูตอาวุโสรายนี้ว่า ""ugly American." ส่วนรัฐบาลไทยก็ประท้วง โดยบอกว่าเขาสร้างบาดแผลทางใจแก่คนไทย
การเดินทางเยือนไทยครั้งนี้ของนายรัสเซลล์ มีขึ้นขณะที่นายกลิน เดวีส์ เอกอัครราชทูตอเมริกาประจำประเทศไทย กำลังตกอยู่แก่นกลางของเสียงวิพากษ์วิจารณ์เช่นกัน ตามหลังออกมาตำหนิการปราบปรามผู้เห็นต่างของคณะรัฐประหาร
เอพีระบุว่าตำรวจได้รับแจ้งความจากเหล่าผู้จงรักภักดีต่อสถาบัน ที่กล่าวหานายเดวีส์ หมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์ ระหว่างที่เขากล่าวบรรยายเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับบทลงโทษที่ยาวนานภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

เคอร์รีโดนปูตินตบหน้าตั้งแต่ยังไม่ถึงรัสเซีย

เคอร์รีโดนปูตินตบหน้าตั้งแต่ยังไม่ถึงรัสเซีย
นายจอห์น เคอร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯได้วางแผนเยือนรัสเซียตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมาโดยหวังว่าจะได้คุยปัญหาที่สำคัญในความสัมพันธ์สหรัฐฯ-รัสเซียซึ่งก็คือปัญหายูเครนและปัญหาซีเรีย แต่ทว่าก็ได้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกันเล็กน้อยที่สามารถสะท้อนความสัมพันธ์อันซับซ้อนของทั้งสองได้อย่างดี ปัญหาที่ว่านี้ก็คือปูตินจะยอมพบกับเคอร์รีหรือไม่?
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมาโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้ประกาศถึงแผนการเยือนรัสเซียของจอห์น เคอร์รี แต่ทว่าจากนั้นไม่นานโฆษกเครมลินก็ได้แจ้งอย่างไม่ไว้หน้าว่าเรื่องที่ปูตินจะยอมเข้าพบกับเคอร์รีหรือไม่นั้นยังคงไม่แน่นอนเพราะต้องดูก่อนว่าการพูดคุยของเคอร์รีกับเซอร์เก ลาฟรอฟนั้นเป็นอย่างไร
สำนักข่าวฝรั่งเศสได้รายงานโดยอ้างอิงถึงคำพูดของดมิตรี เพสคอฟ เลขานุการด้านสื่อของประธานาธิบดีปูตินว่า "การเยือนรัสเซียของเคอร์รีนั้นเป็นไปตามคำเชิญของเซอร์เก ลาฟรอฟรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย ดังนั้นคนที่จะพูดคุยกับเขาก็คือ เซอร์เก ลาฟรอฟ”
จนกระทั่งถึงวันที่ 14 ซึ่งเป็นวันก่อนหน้าที่เคอร์รีจะเยือนรัสเซียเพียงวันเดียว เพสคอฟถึงได้ออกมายืนยันว่าปูตินจะพูดคุยกับเคอร์รีและผู้รับผิดชอบของทั้งสองฝ่ายจะเป็นคนรายงานผลการพูดคุยดังกล่าว
สื่อต่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่กระอักกระอ่วนของรัสเซียและสหรัฐฯรวมถึงความสลับซับซ้อนในความสัมพันธ์ของสองฝ่าย
ส่วนเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นต่างกันมากที่สุดก็คงไม่พ้นเรื่องปัญหาซีเรียรวมถึงปัญหาการโจมตีไอเอส เพราะการปฏิบัติการโจมตีไอเอสของทั้งสองฝ่ายนั้นเป็นเรื่องที่ต่างคนต่างทำไม่ยุ่งเกี่ยวกัน แถมยังมีการตำหนิกันอยู่บ่อยครั้ง
โดยสหรัฐฯกล่าวว่ารัสเซียเอาการโจมตีไอเอสมาอ้างเพื่อโจมตีกลุ่มกบฏที่ต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ส่วนรัสเซียก็บอกว่าชาติพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯเอาการโจมตีไอเอสมาบังหน้าการโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด นอกจากนี้สหรัฐฯยังเห็นว่าอัสซาดควรลงจากเวทีแต่รัสเซียมองว่ารัฐบาลอัสซาดเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับรัฐอิสลาม
อย่างไรก็ดีสหรัฐฯออกตัวว่าอยากให้การเยือนรัสเซียของเคอร์รีในครั้งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศพัฒนาไปในทิศทางที่ดีมากยิ่งขึ้น
มีหลายคนให้ความเห็นว่าถึงแม้ทั้งสองฝ่ายจะมีความขัดแย้งกันในหลายๆเรื่องแต่ตอนนี้ก็เริ่มมีสัญญาณความเป็นไปได้ถึงการลดความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายออกมาบ้างเล็กน้อย ซึ่งรวมถึงการต่อสู้กับไอเอสและกระบวนการทางการเมืองในซีเรีย
โดยเคอร์รีได้พูดเมื่อไม่นานมานี้ว่าที่เขาไปเยือนมอสโกนั้นก็เป็นเพราะว่าการยับยั้งปัญหาความขัดแย้งในซีเรียของรัสเซียนั้น “กำลังมีผลในเชิงสร้างสรรค์”
มีผู้วิเคราะห์ว่า สหรัฐฯกับรัสเซียจะยอมประณีประนอมหรือทำข้อตกลงในเรื่องวิกฤตซีเรียได้หรือไม่ รวมถึงจะผลักดันให้เกิดการประชุมในนครนิวยอร์คในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ได้หรือไม่นั้นคือภารกิจหลักในการเยือนของเคอร์รีในครั้งนี้

“เจ๊เกียว” กรี๊ด รถทัวร์ทยอยเจ๊ง ลดค่าตั๋วช่วยไม่ได้ ไอเดีย “บัสโลว์คอสต์” แป้ก คนไม่ขึ้น แห่ซบสายการบินโลว์คอสต์” นั่งรถตู้


“เจ๊เกียว” กรี๊ด รถทัวร์ทยอยเจ๊ง ลดค่าตั๋วช่วยไม่ได้ ไอเดีย “บัสโลว์คอสต์” แป้ก คนไม่ขึ้น แห่ซบสายการบินโลว์คอสต์” นั่งรถตู้ ย้ำชัดปรับลดไปแล้วบางสาย 20% ก่อนดีเซลลด ถามให้ทำอย่างไร เอาที่ไหนไปจ่ายค่าอะไหล่ เคยวิ่ง 4 เที่ยว เหลือ 1 เที่ยวต่อวัน คาดปีหน้ากิจการรถโดยสาร ตายกันระนาว ขณะที่เรือคลองแสนแสบ ประเดิมลดค่าตั๋วแล้ว 1 บาท...
จากราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะสัปดาห์นี้ ลดลงถึง 2 ครั้ง รวมราคาลดลง 1.10 บาทต่อลิตร ล่าสุดอยู่ที่ 20.64 บาทต่อลิตร ซึ่งผู้บริโภคต่างคาดหวังผู้ประกอบการขนส่งประเภทต่างๆ จะปรับราคาค่าโดยสารลง โดยเฉพาะราคาค่าโดยสารรถร่วม บขส. มีการพุ่งเป้าไปยัง นางสุจินดา เชิดชัย หรือ "เจ๊เกียว" ในฐานะนายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารขนส่ง และเจ้าของกิจการอู่ต่อรถทัวร์และบริษัทเดินรถ เชิดชัย ที่ใหญ่ที่สุด
ล่าสุดทีมไทยรัฐออนไลน์ พยายามโทรสอบถามไปยังเจ๊เกียว ตลอดช่วง 3 วันที่ผ่านมา หลังราคาน้ำมันดีเซลลดลงต่อเนื่อง ปรากฏไม่สามารถติดต่อได้ มีทั้งให้คนใกล้ชิดรับโทรศัพท์ บอกเจ๊เกียว ติดธุระ และไม่มีการรับสาย กระทั่งวันนี้ (17 ธ.ค.) ประสบความสำเร็จ เจ๊เกียว เปิดใจว่า ได้ประสานไปยังผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง ให้ลดราคาค่าโดยสาร 20% ก่อนน้ำมันดีเซลลดราคาลง เพื่อปรับกลยุทธ์ไปเป็น "บัสโลว์คอสต์" ดึงดูดผู้โดยสาร แข่งขันกับสายการบินโลว์คอสต์ โดยในส่วนของเชิดชัย ได้ปรับลดราคาค่าโดยสารไปแล้วบางเส้นทาง แต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้น ไม่มีผู้โดยสารเพิ่ม
“ลดค่าตั๋วลงไปแล้ว ก่อนดีเซลลงต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีคนขึ้น แล้วจะให้ลดราคาตั๋วอีกหรืออย่างไร จากรถเคยวิ่ง 4 เที่ยว เหลือ 1 เที่ยวต่อวัน จะเอาที่ไหนเป็นค่าบริหาร ค่าซ่อมรถ ค่ายาง ค่าอะไหล่ และอีกหลายอย่าง เพราะคนแห่ไปใช้บริการสายการบินโลว์คอสต์หมด แต่ตอนนี้โชคดีที่เครื่องบินโลว์คอสต์ ได้มีการกำหนดราคาขั้นต่ำ ไม่ให้ดัมพ์ราคากันมาก ก็หวังว่าผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางจะดีขึ้น แต่กลับเป็นว่า เขาไปนั่งรถตู้ นั่งรถส่วนตัวไปกัน จนตอนนี้เจ๊งกันหมดแล้ว”
เจ๊เกียว ระบุว่า ปัจจุบันผู้โดยสารรถโดยสารประจำทาง หายไป 70 กว่า% มองว่าปีหน้าผู้ประกอบการจะประสบปัญหาหนักมากกว่าปีนี้ หลายรายอยู่ไม่ได้ต้องปิดกิจการ ขายรถให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ไป โดยช่วยเหลือรับซื้อแต่ซื้อในราคาที่ถูก ดังนั้นการที่ค่าโดยสารลดราคาหรือไม่ลดราคา ไม่แตกต่างกัน เพราะวันนี้แทบไม่มีผู้โดยสาร
พร้อมทิ้งท้ายว่า "จะให้เจ๊เกียวทำยังไง ใครๆ ก็พุ่งเป้ามาที่เจ๊ อาจเป็นเพราะเป็นคนเก่าแก่ในวงการรถบขส.มั้ง พอน้ำมันลดก็มาถามเจ๊เกียวทุกครั้ง จะลดราคาค่ารถหรือเปล่า ตอนนี้ก็ยังดูแลพนักงานทุกคนเหมือนลูกหลาน ไม่ทิ้งกัน แม้สถานการณ์รถโดยสารประจำทางไม่ดี กิจการแย่ลง ส่วนเจ้าอื่นที่มีรถไม่กี่คัน เค้าเจ๊งกันหมดแล้วตอนนี้ คิดว่าปีหน้าตายมากกว่านี้แน่ จึงอยากขอความเห็นใจบ้าง ไม่ใช่น้ำมันลด ก็จะให้ลดค่าตั๋วกันตลอด”
ขณะที่ นายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรือเดินประจำทาง เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมมีมติให้มีการปรับลดอัตราค่าโดยสารเรือโดยสารที่ให้บริการทั้งในคลองแสนแสบ และในแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันดีเซลได้มีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 20.64 บาทต่อลิตร ซึ่งตามเงื่อนไขที่กรมเจ้าท่าและผู้ประกอบการตกลงร่วมกันนั้น กำหนดว่า หากราคาน้ำมันลดลงถึงระดับ 20 บาทต่อลิตร จะต้องมีการปรับลดอัตราค่าโดยสารลง โดยจะมีการติดตามราคาน้ำมันให้ทรงตัวประมาณ 7 วัน ก่อนที่กรมเจ้าท่าจะมีการประกาศเพื่อบังคับใช้จากวันที่มีมติ 10 วัน
       
มีรายงานว่า บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จํากัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารในคลองแสนแสบ ได้มีการปรับลดค่าโดยสารลงระยะละ 1 บาท ซึ่งมีอัตราใหม่เริ่มต้น 7-17 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. นี้ ส่วนของ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา และเรือโดยสารข้ามฟาก จะมีการปรับลดอัตราค่าโดยสารเรือเจ้าพระยาลงระยะละ 1 บาท ส่วนของเรือโดยสารข้ามฟากจะมีการปรับลด 0.50 บาท ทันทีที่มีประกาศจากกรมเจ้าท่า.

สปท.ใช้ยาเเรง ชงคุณสมบัตินักการเมืองเข้ม คุกกลุ่มทุนแจกเงินพรรค10ปี-ปรับ50ล้าน




http://www.matichon.co.th/online/2015/12/14503198931450319916l.jpg

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า การที่กมธ.การเมืองฯได้เตรียมทำความเห็นและข้อเสนอแนะประเด็นการปฏิรูปด้านการเมือง เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ในสัปดาห์หน้านั้น

มีประเด็นสำคัญที่จะทำให้การเมืองเปลี่ยนแปลง คือ ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกระดับ จะต้องมีการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ให้มีความเข้มข้นกว่าที่เคยกำหนดเพื่อช่วยคัดกรองบุคคลในเบื้องต้นก่อนที่จะให้ประชาชนเลือกตั้ง
เช่น คนที่มีประวัติถูกไล่ออก หรือปลดออกจากราชการและทุจริตต้องไม่มีสิทธิ์ลงสมัคร รวมทั้งคนที่เคยถูกศาลพิพากษาลงโทษเพราะทุจริตการเลือกตั้ง หรือคนที่มีประวัติไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งต้องแสดงและแจ้งความจำนงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ก่อนประกาศเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปีเพื่อให้ประชาชนพิจารณาตรวจสอบประวัติ คุณสมบัติเสียก่อน 

"นอกจากนี้ ต้องเปิดเผยการเสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตนและคู่สมรสโดยละเอียด นี่เป็นมาตรการที่เข้มข้นในส่วนหนึ่งและยังมีส่วนอื่นๆ อีกด้วย แต่ที่สำคัญหากในขณะที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง มีการกระทำผิดขึ้นมา จะต้องกำหนดบทลงโทษผู้รับสมัครเลือกตั้งที่กระทำการทุจริตให้รุนแรงและเด็ดขาด เช่น การตัดสิทธิ์ไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต กำหนดบทลงโทษทางอาญาที่รุนแรง ให้มีโทษจำคุก 1-10 ปีโดยไม่มีการรอลงอาญาและให้มีอายุความ 20 ปี กำหนดให้หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคการเมืองร่วมกันป้องกัน ไม่ให้เกิดการกระทำผิดต่อกฎหมายการเลือกตั้งและให้ร่วมรับผิดชอบในการกระทำทุจริตเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค

หากเป็นการกระทำผิดของหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคให้ลงโทษตัดสิทธิ์ทางการเมืองกับผู้กระทำผิดตลอดชีวิต และห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมือง หากอยู่เบื้องหลังการเมืองให้มีโทษจำคุก 10 ปี และห้ามรอลงอาญา หากต้องมีการเลือกตั้งใหม่ด้วยเหตุมีทุจริตเลือกตั้งให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองนั้นรับผิดชอบชดใช้ค่าเลือกตั้งใหม่จะต้องมีการฟ้องร้องและบังคับให้ได้ผลจริงโดยเร็ว"นายวันชัย กล่าว

นายวันชัย กล่าวอีกว่า กำหนดบทลงโทษนายทุนหรือกลุ่มทุนที่แจกเงินให้ทุกพรรคการเมืองให้มีโทษจำคุก 10 ปี โดยไม่มีการรอลงอาญาและมีโทษปรับไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท และให้ผู้ที่นำหลักฐานมาเปิดเผยได้รับเงินค่าปรับดังกล่าว 
กำหนดบทลงโทษทางอาญาที่รุนแรงกับนักการเมืองที่รับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนจากพรรคการเมือง กลุ่มทุน หัวหน้ากลุ่มเพื่อนำไปใช้หาเสียงหรือซื้อเสียง มีบทลงโทษทางอาญาที่รุนแรงกับคนที่เป็นหัวคะแนนที่รับเงินหรือผลประโยชน์ไปซื้อเสียง รวมทั้งผู้รับเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้สมัครหรือบุคคลใดเป็นค่าตอบแทนก็ต้องได้รับโทษทางอาญาหนักเช่นกัน

และให้มีบทลงโทษทางอาญาอย่างรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือกระทำการให้คุณให้โทษผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นอย่างไรก็ตาม ยังมีการเสนอแนวทางเกี่ยวกับระบบพรรคการเมืองการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมการกำกับควบคุมและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองและการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองโดยเป็นแนวทางที่จะเป็นการแก้ปัญหาทางการเมืองในระยะที่จะมีการเลือกตั้งครั้งหน้าและในระยะยาวบางเรื่องเป็นมาตรการที่จะต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ บางเรื่องจะต้องไปเขียนไว้ในกฎหมายลูก บางเรื่องเป็นเรื่องของการรณรงค์ปรับเปลี่ยนกระบวนการ วิธีการ ตลอดจนการสร้างจิตสำนึกใหม่ๆให้เกิดขึ้นซึ่งจะต้องทำควบคู่กันไป

ทหาร พล.ม.2 รอ.คุมเข้ม ปีใหม่ เข้มเขตราชเทวี-ปทุมวัน พื้นที่ท่องเที่ยว จัด Count down

(16/12/58)

ทหาร พล.ม.2 รอ.คุมเข้ม ปีใหม่ เข้มเขตราชเทวี-ปทุมวัน พื้นที่ท่องเที่ยว จัด Count down วอนประชาชน ช่วยเป็นหูตา โดยเฉพาะ เจ้าของสถานที่ สังเกตุชาวต่างชาตืด้วย อย่าปกปิด/ บิ๊กแก้ว ขอให้มั่นใจมาตรการดูแล เที่ยวปีใหม่ให้มีความสุข
บิ๊กแก้ว พลตรี เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ม.2รอ.) ได้ประชุม ส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการวางมาตรการ ดูแลรักษาความสงบ ในพื้นที่โซนเศรษฐกิจใจกลางเมืองช่วงเทศกาลปีใหม่ รวมทั้งการจัดระเบียบรถตู้ รถโดยสารสาธารณะ ต่างๆ โดยมี นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร ผอ.สำนักการขนส่งผู้โดยสาร
กรมการขนส่งทางบก ร่วมด้วย
พลตรีเฉลิมพล กล่าวว่า พื้นที่รับชอบของ พล.ม.2รอ.มีอยู่ 12 จุด โดยพื้นหลักคือ เขตราชเทวี กับเขตปทุมวัน ซึ่งตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเน้นการดูแลในสองลักษณะ คือ 1.ดูแลความปลอดภัย 2.อำนวยความสะดวกให้ประชาชน
สำหรับการดูแลความปลอดภัย นั้น ทางทหารจะพิจารณาจุดที่มีประชาชนอยู่เป็นจำนวนมาก ในจุดนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจตราอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่รปภ.ของอาคารสถานที่นั้นๆ และปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พร้อมทั้งมีการติดตั้งกล้อง CCTV ติดป้ายประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนเป็นหูเป็นตาถ้าพบสิ่งผิดปกติก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ ดังนั้น มาตรการต่างๆ เหล่านี้สามารถช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ได้
ส่วนการดำเนินการช่วงปีใหม่ นั้น เราได้กำหนดความเร่งด่วนตามความหน่าแน่นของพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะ
"เรามั่นใจในมาตรการที่วางไว้ และสามารถดูแลควบคุมสถานการณ์ได้ "พลตรี เฉลิมพล กล่าว
ขณะเดียวกันพื้นที่เขตราชเทวี กับเขตปทุมวันนั้น ถือเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง เราจึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพื่อรักษาความปลอดภัย
เมื่อถามถึง ในพื้นที่ต่างชาติอาศัย เช่น เขตสาธร จะมีมาตรการอย่างไร พล.ต.เฉลิมพล กล่าวว่า เราจะพิจารณาจากที่พักของชาวต่าชาติ ซึ่งเราลงพื้นที่ร่วมกับตำรวจ โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ซึ่งทาง ตม.จะมีข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่เสี่ยง เช่น จากข่าวว่าประเทศใดมีความขัดแย้งระหว่างประเทศ แล้วมีชาวต่างชาตินั้นอยู่ หรืออาจเป็นพื้นที่เสี่ยงในการก่อเหตุ
ดังนั้น ทางเจ้าหน้าที่เราก็จะมีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ทำนองเดียวกันทางทหาร ได้ประสานงานกับ ตม.อีกด้วย โดยมีการประสานงานข้อมูลกันตลอด เพราะจะมีข้อมูลชัดเจน เช่น เข้าเมืองวันใด พักกี่วัน
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าชาวต่างชาติเข้ามาแล้วไม่กลับ ทาง ตม.ก็มีข้อมูล
พลตรี เฉลิมพล กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราไม่ทราบข้อมูลก็เพราะทางสถานประกอบการไม่ยอมให้ข้อมูลชาวต่างชาติที่เข้ามาพักพิง แต่ช่วงหลังก็ได้รับความร่วมมือมาก แถมผู้ประกอบการยังโทรมาบอกข้อมูลว่ามีชาวต่างชาติมาพักอาศัย เพราะฉะนั้นเราจะสามารถคัดกรองสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้
อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องพัฒนามาตรการต่างๆไปตามสถานการณ์ เนื่องจากภัยคุกคามที่ไม่ปรากฎ แต่ปัจจุบันมีความชัดเจน และคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม จนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
เมื่อถามว่า มาตรการต่างๆ ที่วางไว้ ประชาชนจะมั่นใจว่าจะฉลองปีใหม่ได้อย่างมีความสุข ผบ.พล.ม.2รอ.กล่าวว่า ตนมั่นใจ ในสภาพที่เป็นอยู่โดยการดำเนินการของสถานประกอบการ การเดินทางต่างๆ รวมไปถึงการจัดงานต่างๆ ก็สามารถจัดการได้ตามปกติ เพราะแต่ละสถานที่ทางผู้จัดงานก็จะหารือกับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง เช่น จัดงานเคาท์ดาวน์ฉลองปีใหม่ในพื้นที่ใด ทางเจ้าของสถานที่จะรู้ว่ามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด เพราะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของตนเอง และก็ยังประสานงานร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อีกด้วย
สำหรับพื้นที่สาธารณะ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะเข้าไปดูแลดังนั้น และขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยเป็นหูเป็นตาช่วยเหลือเจ้าหน้าที่อีกแรงหนึ่ง ถ้าเห็นสิ่งใดผิดปกติต้องแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พร้อมปฏิบัติงานเสมอ" พล.ต.เฉลิมพล กล่าว

เตรียมแถลงผลสอบเสร็จ ราชภักดิ์ สัปดาห์หน้า

เตรียมแถลงผลสอบเสร็จ ราชภักดิ์ สัปดาห์หน้า บิ๊กช้าง อุบ แนวโน้มผลสอบ พบใครผิดหรือไม่ รอนำเรียน บิ๊กป้อม ก่อน เผย จบไม่จบ แล้วแต่สื่อ
บิ๊กช้าง พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกลาโหม ในฐานะ ปธ.กรรมการสอบข้อเท็จจริง "อุทยานราชภักดิ์"เผย สรุปผลสอบสัปดาห์หน้า นำเสนอ รมว.กห.แล้วจะแถลงข่าว ยังไม่สามารถบอกแนวโน้มได้ว่า มีใครผิดหรือไม่ หรือระดับใด ส่วนผลออกมา จะจบหรือไม่ ตนตอบไม่ได้ บอก แล้วแต่สื่อ
ทั้งนี้ พลเอกชัยชาญ ร่วมคณะ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เยือนลาว 17-18ธค. ประชุมคณะกรรมการชายแดนGBC พร้อม ปลัดกห. ผบ.สส. เลขาฯสมช. เสธ.ทหาร ด้วย แต่ พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ไม่ได้ร่วมคณะ

บิ๊กป้อม พลเอกประวิตร พี่ใหญ่ คสช. ปฏิเสธข่าว คสช.ตั้งพรรคการเมือง



พรรค คสช. !!!
บิ๊กป้อม พลเอกประวิตร พี่ใหญ่ คสช. ปฏิเสธข่าว คสช.ตั้งพรรคการเมือง โอย ไม่มีหรอก ไม่ใครในคสช. หรอก ทั้งผม และพลเอกประยุทธ์ นายกฯ ไม่เคยคิด ไม่เอา ไม่ไหวแล้ว พอแล้ว นี่ทำให้ประเทศชาติ ก็เหนิ่อยแย่แล้ว เราไม่ต้องการอำนาจ
ส่วนใครอยากตั้งพรรคเชิญเลย ตามอุดมการณ์อะไร ใครจะตั้งเชิญ แต่ไม่มีผม เอาเลยใครจะตั้งให้ประชาชนเลือก
"ไม่เคยมีในสมอง เรื่องตั้งพรรคคสช.ด่าพวกมโน คิดไปเองทั้งนั้น ด่าพวกมโน คิดไปเองทั้งนั้น แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว"
ยืนยันว่า ไม่มีคนใกล้ชิด ไปตั้ง และไม่มีใครเคยมา เสนอแนวคิดตั้งพรรค เพราะรู้ว่า เราไม่เอา ยันว่าไม่มี แม้แต่การสนับสนุนแบบเงียบๆ เพราะนี่ขนาดทำเปิดเผยก็ยังถูกซัดโน่นนี่ตลอดเลย
บอกนักการเมืองไม่ต้องมาหวาดเกรง ไม่อยากมีอำนาจ แค่นี้ก็ไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแล้ว แค่นี้เหนิ่อยแล้ว การเมืองคงไม่หวาดเกรง เขาอยากจะเล่นกันแล้ว แต่ขอทำพื้นฐานให้มันดีก่อน ทำปชต.ให้เป็น ปชต.ที่ชัดเจน ก่อน ทำรัฐธรรมนูญให้ดี แล้วเดินตามโรดแมพ เลือกตั้ง ยึดตามรธน. เพราะต้องมีกติกา
ส่วนการให้พรรคการเมืองประชุมพรรคนั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า คงไม่ได้หรอก เพราะเดี๋ยวก็ไปประชุมที่นั่นที่นี่ ใครจะไปดูแลไหว แต่ก็แล้วแต่ หัวหน้า คสช.

"พลเอกประวิตร" เผย หากผลสอบ"ราชภักดิ์" ของกห.ไม่เคลียร์ ก็ให้ สตง.-ปปช. สอบต่อ


"พลเอกประวิตร" เผย หากผลสอบ"ราชภักดิ์" ของกห.ไม่เคลียร์ ก็ให้ สตง.-ปปช. สอบต่อ ยันไม่หนักใจ สั่งให้แถลงผลสอบฯ /ด้าน บิ๊กช้าง "พลเอกชัยชาญ" ร่วมคณะบิ๊กปัอม เยือนลาว เผย เตรียมแถลงผลสอบเสร็จ "ราชภักดิ์"สัปดาห์หน้า บิ๊กช้าง อุบ แนวโน้ม พบใครผิดหรือไม่ รอนำเรียน บิ๊กป้อม ก่อน เผย จบไม่จบ แล้วแต่สื่อ
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ/รมว.กห. กล่าวว่า ยังไม่ได้รับทราบผลสอบ อุทยานราชภักดิ์ ยังไม่เสร็จ ต้องให้เวลาเขา
แต่หากสรุปผลแล้ว ผมจะให้ พลเอกชัยชาญ ปธ.สอบ"ราชภักดิ์"แถลงผล เมื่อเสร็จ ตอนนี้ให้เวลา กก.หน่อย
เมิ้อถามว่า หากผลสรุปไม่เคลียร์ ตอบคำถามประชาชนไม่ได้นั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า ให้สตง.ปปช.สอบต่อ เลย ไม่มีอะไรน่าติดขัด ก็สอบกันไป นายกฯ ท่านให้นโยบายไว้แล้ว จึงไม่ต้องหนักใจ
พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกลาโหม ในฐานะ ปธ.กรรมการสอบข้อเท็จจริง "อุทยานราชภักดิ์"เผยว่า จะ สรุปผลสอบสัปดาห์หน้า นำเสนอ รมว.กห.แล้วจะแถลงข่าว ยังไม่สามารถบอกแนวโน้มได้ว่า มีใครผิดหรือไม่ หรือระดับใด ส่วนผลออกมา จะจบหรือไม่ ตนตอบไม่ได้ บอก แล้วแต่สื่อ
ทั้งนี้ พลเอกชัยชาญ ร่วมคณะ พลเอกประวิตรรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เยือนลาว 17-18ธค. ประชุมคณะกรรมการชายแดนGBC พร้อม ปลัดกห. ผบ.สส. เลขาฯสมช.เสธ.ทหาร ด้วย แต่ พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ไม่ได้ร่วมคณะ

นายกฯรับฮุนเซน

นายกฯ ถกต้อนรับ “ฮุน เซน” พร้อมคุยครอบคลุมทุกมิติ ลงนามเอกสาร 4 ฉบับ

“ประยุทธ์” ประชุมเตรียมต้อนรับ “ฮุน เซน” เยือนไทย “วีรชน” แจงหารือส่งเสริมความร่วมมือสองชาติทุกมิติ นายกฯ มอบนโยบายไทยเป็นพันธมิตรทุกประเทศ แสวงหาความเป็นหุ้นส่วน ร่วมมือทำอาเซียนมั่นคง ถกทวิภาคีและพหุภาคี ครอบคลุมทั้งด้านมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม พร้อมร่วมลงนามเอกสาร 4 ฉบับ
       
       วันนี้ (16 ธ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเตรียมการต้อนรับ สมเด็จ อัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล (Official Visit) ในวันที่ 18 ธันวาคม 2558 และเข้าร่วมการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีไทย-กัมพูชาอย่างไม่เป็นทางการ ครั้งที่ 2 (2nd Thailand-Cambodia Joint Cabinet Retreat) ในวันที่ 19 ธันวาคม 2558 โดยมีผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลเข้าร่วมประชุม อาทิ นายสมคิด จตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นต้น โดยการเยือนไทยในครั้งนี้ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองการครบรอบ 65 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-กัมพูชาด้วย
       
       พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญของการประชุม ดังนี้
       รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการหารือทวิภาคีและการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ ระหว่างไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 2 นี้ว่า สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดียิ่งระหว่างไทยและกัมพูชาในทุกระดับ ทั้งในระดับผู้นำ รัฐบาลและประชาชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะมีส่วนอย่างสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยและกัมพูชาในทุกมิติ ยิ่งไปกว่านั้นเป็นการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดยการเยือนอย่างเป็นทางการในครั้งหลังสุดเมื่อปี 2548 (Working Visit) นายกรัฐมนตรีทั้งสองยังจะได้เร่งรัดประเด็นความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย
       
       นายกรัฐมนตรีได้กล่าวมอบนโยบายและแนวทางดำเนินนโยบายต่างประเทศว่า ไทยเป็นพันมิตรกับทุกประเทศ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ แสวงหาความเป็นหุ้นส่วน (partnership) พร้อมที่จะขับเคลื่อนการเติบโตและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศและภูมิภาคไปพร้อมๆ กัน ทั้งนี้ ไทยและกัมพูชาต่างจะต้องร่วมมือกันเพื่อช่วยกันทำให้ประชาคมอาเซียนเป็นภูมิภาคที่มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน
       
       สำหรับการหารือเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระดับทวิภาคีและพหุภาคี ครอบคลุมทั้งด้านมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลด้านความมั่นคง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรีด้านสังคม วัฒนธรรมและการศึกษาร่วมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่าย ร่วมหารือในประเด็นความร่วมมือ เช่น การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษและการเชื่อมโยงระหว่างเขตเศรษฐกิจพิเศษ ความร่วมมือด้านแรงงาน ความร่วมมือด้านพลังงาน การบริหารจัดการภัยพิบัติ การส่งเสริมการค้าและการลงทุนความร่วมมือด้านสินค้าเกษตร การเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางคมนาคมและการขนส่งผ่านแดน รวมทั้งการหารือความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียนและความท้าทายในระดับภูมิภาค เป็นต้น
       
       โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายจะร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสาร 4 ฉบับ ได้แก่ (1) แถลงการณ์ร่วมสำหรับการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ ไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 2 เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ทางการเมืองที่จะขยายความร่วมมือระหว่างกันให้มากขึ้นในด้านสำคัญต่างๆ (2) บันทึกความเข้าใจเพื่อการพัฒนาจุดผ่านแดนแห่งใหม่ที่บ้านหนองเอี่ยน จ.สระแก้ว และสตึงบท จ.บันเตียเมียนเจย ของกัมพูชา (3) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือทางวิชาการ ความร่วมมือด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน และความร่วมมือด้านการจ้างงาน และ (4) ข้อตกลงว่าด้วยการจ้างงาน ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้การจ้างงานมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ขจัดปัญหาการจ้างงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์
       
       โดยมีกำหนดการโดยย่อดังนี้ วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม 2558 ช่วงเช้า เวลา 09.00 น. สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เดินทางถึงไทย ณ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนรัฐบาล รอให้การต้อนรับ เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบรัฐบาล หลังจากนั้น เวลา 10.30 น.การหารือข้อราชการกลุ่มเล็กระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ณ ห้องสีงาช้าง และการหารือทวิภาคีแบบเต็มคณะ ณ ห้องสีเขียว เสร็จสิ้นการหารือนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปยังโรงแรมที่พัก เวลา 15.00 น.นายกรัฐมนตรีกัมพูชาพบปะกับคณะนักธุรกิจไทย-กัมพูชา ณ ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี ช่วงเย็นเวลา 19.00 น.นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีกัมพูชา รวมทั้งเพื่อเป็นการฉลองการครบรอบ 65 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-กัมพูชา ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก
       
       วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2558 ช่วงเช้า เวลา 09.00 น.การประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีไทย-กัมพูชาอย่างไม่เป็นทางการ ครั้งที่ 2 ณ ตึกสันติไมตรีหลังใน เมื่อเสร็จสิ้นการหารือนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจและแถลงการณ์ร่วม ณ โถงกลางตึกสันติไมตรี หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาและคณะ ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ก่อนที่สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 6 เพื่อเดินทางกลับกัมพูชา

สหรัฐถอนกำลังจากตุรกี

โอ๊ะโอ ตุรกีถูกตัดหางปล่อยวัดซะแล้ว... สหรัฐฯเตรียมถอนเครื่องบินรบ 12 ลำออกจากตุรกี! อกอีแป้นจะร้าว บั๊บบายนะ Erdogan
---------

ไม่รู้ว่าเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายนะนี่ลองอ่านดูนะครับ วันที่ 16 ธ.ค.58 Sputnik news พาดหัวข่าวว่า "อะไรอยู่เบื้องหลังกรุงวอชิงตันถอนเครื่องบินรบจำนวน 12 ลำออกจากฐานทัพตุรกี?" (What’s Behind Washington Pulling 12 Fighter Jets From Turkish Base?) ส่วนรอยเตอร์สพาดหัวข่าวว่า "กองทัพสหรัฐฯกล่าวว่าจะถอนเครื่องบินรบ 12 ลำออกจากฐานทัพในตุรกี" (US military says pulls 12 fighter jets from base in Turkey)

ในสัญญาณครั้งล่าสุดของการโดดเดี่ยวตุรกีที่เพิ่มขึ้น สหรัฐฯได้ประกาศแผนการที่จะนำเครื่องบินรบจำนวน 12 ลำออกไปจากฐานทัพอากาศ Incirlik ของตุรกี

สำนักข่าว Sputnik news ของรัสเซียอ้างข่าวจาก Reuters ของแคนาดาว่า โฆษกกองบัญชาการยุโรปจากกองทัพสหรัฐฯได้ยืนยันว่าสหรัฐฯจะถอนเครื่องบินรบ F-15 Eagles และเครื่องบินรบ F-15E Strike Eagle จำนวน 12 ลำออกไปจากตุรกี โฆษกกล่าวว่า อากาศยานได้ปฏิบัติภารกิจชั่วคราวเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าจะได้มีการย้ายเข้าไปประจำการในฐานทัพอากาศ Incirlik เมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมาก็ตาม

ตามรายงานข่าวที่มีการเปิดเผยออกมาบอกว่า เครื่องบินรบจะกลับไปที่ฐานทัพอากาศ Lakenheath ของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักรในอังกฤษซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 16 ธันวาคมนี้

เมื่อต้นปีนี้ ทั้งสหรัฐฯและเยอรมันนีได้ถอนกองพันขีปนาวุธจากภาคพื้น-สู่-อากาศ (surface-to-air missile batteries) ซึ่งได้ประจำการอยู่ตามแนวชายแดนของตุรกี-ซีเรียออกไปแล้ว (Patriot Missiles) [เหลือแต่สเปนเท่านั้นที่ล่าสุดบอกว่าจะคงระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot Missiles ของตนเองไว้ในตุรกีต่อไป Sputnik รายงาน - ผู้แปล]

การถอนกำลังอย่างกระทันหันสร้างความประหลาดใจขึ้นมาว่า ก่อนหน้านี้เพนตากอนได้กระตุ้นให้เหล่าพันธมิตรยุโรปใช้ฐานทัพอากาศ Incirlik เป็นฐานปฏิบัติการสำหรับแคมเปญจ์ต่อต้านขบวนการก่อการร้าย

"พวกเรากำลังอยู่ในช่วงการสนทนากันกับเหล่าพันธมิตรยุโรปของพวกเราเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของพวกเขาที่จะย้ายสถานที่ประจำการและร่วมมือกับพวกเราบนภาคพื้นดินในฐานทัพอากาศ Incirlik" พล.อ. John Allen ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในวุฒิสภาของสหรัฐฯเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

คำประกาศนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ตุรกีกำลังเผชิญหน้ากับการประนามจากนานาชาติต่อกรณียิงเครื่องบินทิ้งระเบิดของรัสเซียตกเหนือน่านฟ้าของซีเรียเมื่อเดือนที่ผ่านมา (24 พฤศจิกายน 2558) เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทหารของรัสเซียเสียชีวิตสองนาย [คนหนึ่งเป็นนักบินเสียชีวิตจากการถูกยิงกลางอากาศในขณะที่กำลังโดดร่มลงมา ส่วนอีกคนหนึ่งเสียชีวิตเนื่องจากเข้าไปกู้ภัยให้ความช่วยเหลือนักบินที่โดดร่มลงมาจาก Su-24 โดยฝีมือของกลุ่มก่อการร้ายที่เรียกตัวเองว่าเป็นพวก FSA - ผู้แปล]

"ผมรู้สึกเป็นกังวลใจอย่างกระทันหันว่านาโตอาจจะเห็นด้วยความบ้าระห่ำที่แสดงออกโดยตุรกี" Larry Johnson อดีตเจ้าหน้าที่ CIA และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯกล่าวกับสำนักข่าว Sputnik "โชคดีที่มีรายงานออกมาจากที่ประชุมของนาโต้ซึ่งระบุว่ามีรัฐมนตรีของนาโต้หลายคนได้ถามตุรกีว่า: ในนามของพระเจ้า คุณกำลังคิดอะไรของคุณอยู่กันแน่? (What in God’s name were you thinking?)"

[ไม่อ่ะ ผมไม่เชื่อทั้งสหรัฐฯ นาโต้ และตุรกีนั่นและ พวกคุณกำลังเล่นเกมอะไรกันอยู่? ก่อนหน้านี้นาโต้ออกมาประกาศทันทีว่าอยู่ข้างตุรกี และไม่ประนามตุรกีแม้แต่น้อย พอรัสเซียบอกว่าจอกล่องดำแล้ว และจะให้นานาชาติร่วมกันพิสูจน์ด้วย งานนี้สหรัฐฯเหมือนกับนกรู้ซะงั้น และที่สำคัญเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่จอห์น แคร์รี่ และคณะเดินทางมาเยือนกรุงมอสโคว์เพียงแค่วันเดียวเอง - ผู้แปล]

รายงานข่าวกล่าวต่อไปอีกว่า ตุรกีกำลังตกที่นั่งลำบาก (Turkey is also under fire…) เนื่องจากการตัดสินใจของตนเองที่ส่งกองทัพหลายร้อยนายและรถถังเข้าไปในพื้นที่ทางภาคเหนือของอิรัค การเคลื่อนไหวที่รัฐบาลอิรัคมองว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของอิรัค

รอยเตอร์สรายงานว่า สหรัฐฯยังมีเครื่องบินโจมตี A-10 จำนวน 12 ลำและโดรนอีกจำนวนหนึ่งประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศ Incirlik ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯประจำยุโรปกล่าวในแถลงการณ์ว่า "คาดว่าจะมีอากาศยานของพันธมิตรที่จะปฏิบัติการจากฐานทัพอากาศ Incirlik เพิ่มมากขึ้น และจะยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้"

[ยังไงหละนี่? สหรัฐฯยุให้อียู ซึ่งประกอบด้วย ฝรั่งเศส อังกฤษ และเยอรมันเข้าร่วมในปฏิบัติการชิงซีเรีย ฝรั่งเศสไม่เดือดร้อนเรื่องฐานทัพอากาศเพราะว่ามีเรือบรรทุกเครื่องบินของตัวเองมาเองเลย ส่วนอังกฤษก็มีฐานทัพอากาศอยู่บนเกาะ Cyprus ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียอยู่แล้ว บินแป๊บเดียวเข้าน่านฟ้าของตุรีกเพื่อหลบเรด้า S-400 ของรัสเซียก็ไปโผลทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรียได้ 

ส่วนเยอรมันอ้างว่าจะมาคุ้มกันให้กับเรือบรรทุกเครื่องบินของฝรั่งเศส และส่งเครื่องบินสอดแนมถ่ายภาพทางอากาศมาช่วย ก็ไปประจำการอยู่ในฐานทัพอากาศ Incirlik ของตุรกี สหรัฐฯ ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ของกลุ่มพันธมิตรตะวันตกกลับถอนเครื่องบินรบของตนเองออกซะงั้น ประหยัดค่าใช้จ่ายดี แล้วอย่างนี้อียูจะกล้างัดกับรัสเซียในซีเรียได้รึ? ที่ซวยหนักก็คือเครื่องบินรับของตุรกีไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้รัศมีของ S-400 ของรัสเซียในน่านฟ้าซีเรียเลยนะสิ - ผู้แปล]

เพจ: ปอกเปลือก ทรราช 
https://www.facebook.com/fisont
https://vk.com/theeyesproject
--------------
http://sputniknews.com/military/20151216/1031862104/us-jets-leave-turkey.html
http://sputniknews.com/middleeast/20151216/1031802657/spain-turkey-sam-batteries.html
http://www.reuters.com/article/us-mideast-crisis-usa-turkey-idUSKBN0TZ2CU20151216

วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2558

โปรดเกล้าฯ ถอดยศทหาร-ยึดเครื่องราชฯ"บุญสิทธิ์ ศรีพงษ์" | เดลินิวส์

โปรดเกล้าฯ ถอดยศทหาร-ยึดเครื่องราชอิสริยาภรณ์"บุญสิทธิ์ ศรีพงษ์" เหตุทำผิดวินัยทหาร-เป็นภัยต่อความมั่นคงสถาบัน 
วันพุธที่ 16 ธันวาคม 2558 

เวลา 18:31 น. เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศทหารและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โดยระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอด พ.อ.บุญสิทธิ์ ศรีพงษ์ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค.2558 เนื่องจากกระทําผิดวินัยทหาร ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เป็นภัยต่อความมั่นคงสถาบัน ทั้งนี้ ตามข้อ 2 ของระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดํารงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ.2507 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือกและจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย ที่บุคคลดังกล่าวได้รับพระราชทาน ตามข้อ 6 และข้อ 7(4) ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 ประกาศ ณ วันที่ 16 ธ.ค.2558 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี.“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/politics/367463

19 ข้อเสนอ กมธ.ปราบโกง ชง กรธ.อุดช่องทุจริต-ป้องกันนักการเมืองหัวใส?

เปิด 19 ข้อเสนอ กมธ.ปราบปรามการทุจริต ชง กรธ. อุดช่องการทุจริต ให้ผู้สมัครนักการเมือง-องค์กรอิสระ โชว์ภาษีย้อนหลัง 3 ปี ห้าม ส.ส.แปรญัตติงบ ส.ส.-ส.ว.ไม่มีเอกสิทธิคุ้มครอง ถูกจับได้หากพันคดีทุจริต ถ้า รบ. ใช้งบรัฐเสียหาย ป.ป.ช.-สตง. ฟ้องศาลปกครองได้ ลดวาระ กก.ป.ป.ช. เหลือ 6 ปี ห้าม จนท.กระบวนการยุติธรรมนั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ-ที่ปรึกษานักการเมือง
PIC krttt 16 12 58 1
เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว สำหรับข้อเสนอในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายปัญหาสำคัญที่กัดกินประเทศไทยมาอย่างยาวนาน
โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ อดีตประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นประธานฯ ได้ทำข้อเสนอ 19 ข้อ เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ส่งให้กับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานฯ 
เพื่อแก้ไขปัญหา-อุดช่องโหว่ในกฎหมาย ป้องกันไม่ให้มีการทุจริต และจะส่งข้อเสนออย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ธ.ค. 2558 
ข้อเสนอดังกล่าวมีอะไรบ้าง ? สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รวบรวมไว้ ดังนี้
1.ประชาชนชาวไทยมีหน้าที่ในการป้องกัน ปฏิเสธ และต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมทั้งเป็นผู้เสียหายในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบอันส่งผลกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
2.ประชาชนมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ติดตามและร้องขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้การจำกัดสิทธิดังกล่าวไม่อาจกระทำได้เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจบทบัญญัติแห่งกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น
3.รัฐต้องจัดระบบการบริหารราชการแผ่นดินและการบริหารราชการแผ่นดินและการบริหารงานของรัฐ ให้มีกลไกป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบที่มีประสิทธิภาพ การบริหารราชการแผ่นดินต้องเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อประโยชน์สาธารณะ
4.กำหนดให้องค์กรที่ใช้อำนาจรัฐหรืองบประมาณแผ่นดินต้องเปิดเผยแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ ผลการดำเนินงาน การจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงรายการงบการเงินและสถานะทางการคลังให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปโดยไม่รอช้า
5.ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกประเภทและทุกระดับ รวมทั้งผู้เข้ารับการสรรหาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ต้องแสดงสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ย้อนหลังเป็นเวลา 3 ปี หากไม่แสดงหรือแสดงอันเป็นเท็จ ให้สมาชิกภาพหรือความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ทั้งนี้ให้เปิดเผยเอกสารดังกล่าว รวมถึงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณชนโดยเร็ว
6.ห้ามมิให้ผู้เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบหรือกระทำการให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม หรือให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะเหตุร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ รวมถึงบุคคลซึ่งเคยถูกปลดออก ไล่ออก หรือให้ออกจากราชการ เนื่องจากกระทำการทุจริต กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือร่ำรวยผิดปกติ มีสิทธิรับสมัครรับเลือกตั้งหรือเข้าสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมือง 
7.ห้ามมิให้ ส.ส. นำงบประมาณที่ลดหรือตัดทอนจากการแปรญัตติไปจัดสรรเป็นงบ ส.ส.
8.กำหนดให้สามารถจับกุม คุมขัง หรือออกหมายเรียกตัว ส.ส. หรือ ส.ว. ในระหว่างสมัยประชุมได้ ในกรณีเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาอันเกี่ยวด้วยการทุจริตหรือประพฤติมิชอบหรือคดีความผิดเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งหรือการสรรหา (เอกสิทธิคุ้มครองสมาชิกรัฐสภาในระหว่างสมัยประชุม ไม่รวมถึงกรณีความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่)
9.ให้สมาชิกฝ่ายค้านเป็นประธานกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และทำหน้าที่กำกับติดตามเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ
10.ให้มีศาลชำนัญพิเศษคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นการเฉพาะ โดยให้เป็นระบบไต่สวนสามารถอุทธรณ์ได้ และมีเขตอำนาจในกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง
11.ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใด ก่อให้เกิดการใช้จ่ายเงินแผ่นดินอันวิญญูชนพึงเห็นได้ว่า ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐอย่างร้ายแรง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสำนวนยื่นฟ้องต่อศาลปกครองแผนกคดีวินัยการคลังและการงบประมาณและให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า
12.กระบวนการสรรหากรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพในการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ รวมทั้งคุณธรรมและจริยธรรมอย่างแท้จริง 
13.กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีองค์ประกอบที่หลากหลาย มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี มีอำนาจการไต่สวนและวินิจฉัยคดีทุจริตต่อหน้าที่หรือร่ำรวยผิดปกติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการระดับบริหาร (ระดับสิบขึ้นไป) และให้กำหนดระยะเวลาในการไต่สวนข้อเท็จจริงไม่ให้ล่าช้า สามารถมอบหมายให้กรรมการ ป.ป.ช. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. หรือผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องทำการไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานแทนได้
14.กำหนดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นอิสระ และทำงานร่วมกับ ป.ป.ช. อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เนื่องจากคดีทุจริตมีความเกี่ยวพันกับข้าราชการหลายระดับ
15.กำหนดให้มีกลไกหรือระบบบูรณาการการทำงานขององค์กรที่มีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และองค์กรตรวจสอบอำนาจรัฐ รวมถึงหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้สามารถนำคนผิดมาลงโทษโดยเร็ว
16.การสอบสวนคดีทุจริตคอร์รัปชั่นและประพฤติมิชอบที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจรัฐ และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องมีการกำหนดระยะเวลาในการไต่สวนข้อเท็จจริงและฟ้องดำเนินคดีโดยเร็ว และผู้เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบหากเกิดความเสียหายในกรณีที่ล่าช้า และหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องรายงานความคืบหน้าต่อสาธารณะอย่างเป็นเปิดเผยเป็นระยะ
17.ให้มีเนื้อหาว่าด้วยการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ในรัฐธรรมนูญตามแนวทางในหมวดที่สอง ส่วนที่สอง ของร่างรัฐธรรมนูญปี 2558
18.เจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรมต้องไม่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นของรัฐในทำนองเดียวกัน รวมทั้งไม่เป็นที่ปรึกษาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือตำแหน่งในลักษณะเดียวกัน
19.ให้มีการปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล สร้างจิตสำนึกแก่ประชาชน และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และให้กลไกในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมีประสิทธิภาพ ตามแนวทางในมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ
ทั้งหมดคือข้อเสนอ-แนวทางของ กมธ.ปราบปรามการทุจริต ที่เสนอต่อ กรธ. เพื่อต้องการอุดช่องโหว่การคอร์รัปชั่น ป้องกันนักการเมืองหัวใส เข้ามาหากินอีก !
PIC กมธปราบโกง 1
PIC กมธปราบโกง 2

หมายเหตุ : ภาพประกอบ กรธ. จาก ASTVmanager