PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

"เจ๊ปอง" ลุยนำขยะสุมหน้าตึกชิน -นำมวลชนกลับเวที หลังหุ้นชินฯทิ้งดิ่ง!!!

 "เจ๊ปอง" ลุยนำขยะสุมหน้าตึกชิน -นำมวลชนกลับเวที หลังหุ้นชินฯทิ้งดิ่ง!!!

"อัญชะลี" นำม็อบกลับเวที หลังหุ้นชินฯ ร่วงกราว โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์ดิ่ง 15 จุด พร้อมนำขยะสุมหน้าประตู ชี้คนสกปรก ควรอยู่กับสิ่งสกปรก ??

วันนี้ (20 ก.พ.) ที่อาคารชินวัตร 3 ถนนวิภาวดี คุณอัญชะลี ไพรีรัก แกนนำ กปปส.พร้อมมวลชนจากเวทีลุมพินี และเวทีปทุมวัน เคลื่อนขบวนด้วยรถยนต์ออกจากอาคารชินวัตร 3 ที่ทำการของบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หลังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส.ประกาศยกระดับตัดท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มบริษัทในเครือของตระกลูชินวัตร

โดยนางอัญชะลี กล่าวว่า หลังจากที่นำมวลชนเข้าปิดล้อมอาคารชินวัตร 3 ซึ่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงทางธุรกิจตระกูลชินวัตร ทำให้ตลาดหุ้นร่วงลงเกือบ 15 จุด จึงถือว่าประสบผลสำเร็จ และจากนี้จะนำมวลชนเคลื่อนขบวนรถยนต์กลับไปยังเวทีปทุมวัน และลุมพินี เพื่อเตรียมดำเนินการใหม่ในครั้งต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้เเยกย้ายกันขึ้นรถยนต์เพื่อกลับเวที ขณะเดียวกันยังมีมวลชนบางส่วนได้นำถึงขยะจำนวนมากมาทิ้งไว้หน้าประตู โดยให้เหตุผลว่าคนสกปรก ควรอยู่กับสิ่งสกปรก ส่วนการจราจรถนนวิภาวดีขาเข้าเส้นคู่ขนาน รถยนต์ยังไม่สามารถวิ่งได้ เนื่องจากมวลชนจอดรถปิดถนน

ศาลปค.รับ!ชาวนาฟ้อง'พาณิชย์'จำนำข้าว

ศาลปค.รับ!ชาวนาฟ้อง'พาณิชย์'จำนำข้าว
ศาลปกครองกลาง รับคำร้อง 'ชาวนา' ฟ้อง'พาณิชย์' ชดใช้เงินจำนำข้าว ให้พาณิชย์ - คลังแก้คำฟ้องภายใน 30 วัน 'สมชาย'จี้ชาติไทยพัฒนาปราม'ชาดา'
20ก.พ.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมาศาลปกครองกลาง มีคำสั่งรับคำฟ้องที่นางลำใย ศรีทอง ยื่นฟ้อง กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2557 เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้กระทรวงพาณิชย์ ชดใช้ค่าเสียหาย จากกรณี ได้เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือก นาปี พ.ศ. 2556/2557 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์ จนได้รับใบประทวนสินค้ามาแล้ว แต่เมื่อนำใบประทวนสินค้าไปรับเงิน จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กลับถูก ธกส.ปฏิเสธการจ่ายเงิน
เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งกำหนดให้กระทรวงการคลัง เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 2 , สำนักงบประมาณเป็นผู้ถูกฟ้อง ที่ 3 , สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 4 , ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นผู้ถูกฟ้องที่ 5 ร่วมเป็นผู้ถูกฟ้องกับกระทรวงพาณิชย์ ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ซึ่งศาลมีคำสั่งแจ้งให้ผู้ถูกฟ้องทั้งห้า ทำคำให้การและแก้คำฟ้องพร้อมด้วยพยานหลักฐาน ยื่นต่อศาลภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีนี้ นางลำใย ผู้ฟ้อง ได้ยื่นขอท้ายฟ้องให้ชดใช้ค่าเสียหายเท่านั้น โดยไม่ได้ยื่นขอให้ศาลกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาด้วย แต่อย่างใด


จักรภพ เพ็ญแข:รัฐบาลคนกลาง กลางใจใคร ? :

รัฐบาลคนกลาง กลางใจใคร ? :
ไม่มีรัฐบาลไหนที่ดีที่สุดครับ ,แต่ปัญหาที่แท้จริง อยู่ที่คุณไปถามใครต่างหาก รัฐบาลที่ดีของชนชั้นสูงก็อาจเป็นอย่างหนึ่ง ของชนชั้นกลาง-ล่างก็อาจเป็นอย่างหนึ่ง แต่ถ้าคุณถามคนทั้งประเทศ นั่นก็คือรัฐบาลแห่งประชาธิปไตย รัฐบาลแท้จริง ที่มาอย่างชอบธรรม และรัฐบาลนั้นได้ทำบางอย่างที่สำคัญต่อคนทั้งชาติ บางอย่างที่ทำให้ประชาชนเลือกรัฐบาลนั้นกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะพี่น้องร่วมชาติที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างลำบาก ยากเข็น พวกเขาอาจไม่มีความหมายในสายตาคุณ อาจเป็นคนนอกสายตาคุณ คนที่ถูกลืม แต่ผลการเลือกตั้งจะบอกเองว่าพวกเขามีอยู่มากแค่ไหน และต้องการทางเลือกแบบใด อันเป็นสิ่งที่พกคุณไม่สามารถปฏิเสธได้

บางอย่างที่รัฐบาลประชาธิปไตยทำนั้น อาจเป็นนโยบายที่ยกระดับชีวิตคนจำนวนมาก อาจเป็นระบบเศรษฐกิจที่กระจายรายได้มากขึ้นอาจเป็นมาตรการที่ทำให้ปัญหาสังคมน้อยลง หรืออาจเป็น การเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนพวกเขาถึงทางเลือกที่พวกเขาเลือกได้ ย้ำเตือนถึงสิทธิ์และเสรีภาพทางการเมือง ที่มีอยู่จริงบนโลก , สิ่งเหล่านี้ คุณอาจไม่ได้รู้สึกถึงมัน คุณอาจไม่ได้ชื่นชอบ อาจไม่คิดว่ามันเป็นประโยชน์ แต่พวกคุณจงยอมรับความจริงว่าแผ่นดินนี้ ไม่ได้เป็นของพวกคุณเท่านั้น , ดินแดนนี้ถูกปูลาดด้วยสิ่งใด ถ้าไม่ใช่แรงงานของประชาชนไม่ว่าทรัพยากรที่เรามี ผลผลิตที่เราทำ เลือดที่บรรพบุรุษเราหลั่งในการสู้รบ พวกเขาไม่ได้ทำมันเพื่อคนกลุ่มเดียว แต่มันคือการทำเพื่อสร้างอนาคตค้ำจุนประชารัฐทั้งหมด

คุณอาจไม่จำเป็นต้องเข้าใจเลย ว่าทำไมประชาชนส่วนใหญ่จึงยังคงเลือกรัฐบาลนั้นๆ คุณไม่ต้องเข้าใจว่าทำไมประชาชนยีงเลือก พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร แต่พวกคุณไม่สามารถขัดขวางทางเลือกของประชาชนด้วยวิธีการอันนอกเหนือระบอบประชาธิปไตย เช่นที่พวกคุณกำลังทำอยู่ อย่างไม่ละอาย

สุดท้ายขอเตือนว่า ระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีการหวนกลับครับ ในที่สุดมันจะชนะ และเมื่อนั้นประวัติศาสตร์จะไล่ล่าคุณ ผู้ที่ทำลายระบอบประชาธิปไตย ด้วยการจารึกว่าพวกคุณเป็นผู้ที่ฉุดรั้งการพัฒนาของชาติ เป็นผู้ขัดขวางสิทธิเสรีภาพของประชารัฐ พวกคุณทั้งหมดจะอยู่ในนรกแห่งประวัติศาสตร์ไปชั่วนิรันดร์ ให้คนรุ่นหลังสาปแช่ง และจะไม่มีอะไรช่วยพวกคุณได้เลย , ชีวิตเกิดมาต้องมีความหมาย แต่หากความหมายนั้นคือการกระทำอันโฉดเขลาต่อคนทั้งชาติ มันก็น่าเสียใจที่เกิดมา


ศาลให้ประกันตัว 'หมอระวี' แกนนำ กคป.พร้อมพวก



ศาลอาญาให้ประกันตัว หมอระวี แกนนำ กคป. บุกรุก ก.พลังงาน และฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามยุยง ปลุกปั่น ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง

(20/2/57)ศาลอาญา อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล นายทศพล แก้วทิมา แกนนำกลุ่มกองทัพประชาชน และเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย หรือ กคป. พร้อมพวกอีก 6 คน ผู้ต้องหา ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน กรณีบุกรุกกระทรวงพลังงาน

ภายหลังพนักงานสอบสวน ควบคุมตัวไปยื่นคำร้องขอฝากขังผลัดแรก และทนายความ ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 8 คน โดยศาลได้ตีราคาหลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 100,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามยุยง ปลุกปั่น ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง

ผู้พันสู้ ตัวจริง :ธนนาคารกรุงเทพ


คนไทยเชื้อสายจีนสอนลูกหลานกันมาให้มีความกตัญญู รู้คุณคน

พรรคไทยรักไทยมีนายกรัฐมนตรีชื่อ ทักษิณ ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชื่อ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ์
กำลังจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจกับธนาคารกรุงเทพอีกระลอกหนึ่ง เนื่องจากปล่อยสินเชื่อเงินกู้ให้กับโรงกลั่น TPI ซึ่งมีมากกว่า 40,000 ล้านบาท TPI ไม่สามารถชำระดอกเบี้ยและเงินต้นต้องล้มละลาย เจ้าหนี้รายใหญ่ไม่ใช่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด เป็นต่างชาติ
มันเกิดวิกฤตกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด โรงกลั่นที่มีขนาดใหญ่แห่งเดียวในประเทศต้องเป็นของต่างชาติ

ในการขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของนายชาตรี โสภณพานิช เผอิญผมได้มีโอกาสฟังสนทนาระหว่างรัฐมนตรีคลังกับท่านชาตรี ยอมที่จะแปลงหนี้เป็นทุน ราคา par 10 ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ขณะนั้นประมาณ 5 บาท ผมยังจำได้คุณชาตรีกล่าวว่าโรงกลั่นแห่งนี้มี potential สูงกว่าที่สิงคโปร์ ธนาคารกรุงเทพต้องขาดทุนทันที 20,000 กว่าล้านบาทธนาคารจะขาดความน่าเชื่อถือทันที อาจเกิดวิกฤตกับสถาบันการเงินของประเทศอีกครั้งก็ได้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรายงานท่านนายกฯ ทักษิณ เลยเกิดแผนที่จะให้กระทรวงการคลังเป็นผู้เข้าไปทำแผนรวบรวมเงินจาก ปตท. ไทยออยล์ ฯลฯ เข้าไปซื้อหุ้น ตามที่ทราบ
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด รอดวิกฤต โรงกลั่นเป็นของไทย รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยก็คือไทยรักไทยในสมัยนั้นช่วยธนาคารกรุงเทพ จำกัดให้พ้นวิกฤต

แต่ธนาคารกรุงเทพจำกัด ไม่เคยสำนึกในบุญคุณ ซ้ำเติมชาวนา เป็นธนาคารแรกที่ออกมาปฏิเสธ แทนที่เป็นธนาคารใหญ่จะต้องเป็นหัวเรือบอกให้ทุกธนาคารร่วมด้วยช่วยกันกอบกู้ ปล่อยกู้ให้รัฐ ให้ชาวนา เงินที่ชาวนาได้รับไปมันก็จะกลับคืนเข้ามาในระบบธนาคาร สภาพคล่องธนาคารก็จะคงเดิม
สภาพคล่องปัจจุบันเกินกว่า 1 ล้านล้านบาท เงินที่จะปล่อยกู้ให้รัฐ ให้ชาวนาเพียงหนึ่งแสนล้าน ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นของสภาพคล่องในระบบการเงิน
ธนาคารกรุงเทพเนรคุณใช่หรือไม่

ถ้าชิน โสภณพานิช ยังมีชีวิตอยู่คงออกมาด่าแล้ว ไอ้พวกลูกหลานจัญไร ไม่รู้คุณคน ไอ้อกตัญญู
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ก็เป็นอีกธนาคารหนึ่งที่ได้รับการช่วยเหลือจากพรรคไทยรักไทยให้รอดพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ ยังเป็นธนาคารของคนไทย ไม่เหมือนธนาคารอื่นซึ่งผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นของต่างชาติ แต่เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าหุ้นใหญ่เป็นของหน่วยงานใด ในขณะนั้นหุ้นของธนาคารจะต้องลดลงเหลือเพียง 0.25 บาท

รัฐบาลของนายกฯ ทักษิณได้ตัดสินใจช่วยโดยให้กระทรวงการคลังเข้าดำเนินการจนรอดพ้นจากการล้มละลาย แต่วันนี้ธนาคารได้ตอบแทนรัฐบาลอย่างสาสมโดยไม่ยอมจ่ายเงินกู้ช่วยชาวนาทั้งๆ ที่รัฐเป็นประกัน

การขายหุ้นให้หน่วยงานนั้นถือเป็นความลับซึ่งต่ำมาก ธนาคารกลับทำร้ายรัฐ ทำร้ายชาวนา
เป็นธนาคารเพียง 2 แห่งที่ออกมาต่อต้าน สภาพคล่องในระบบการเงินเมื่อชาวนาได้รับเงินก็ทำให้ระบบเศรษฐกิจของสินค้าตัวอื่นหมุนเวียนไปหลายรอบกลับมาเป็นเงินฝากในระบบธนาคารเหมือนเดิม

ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งฝากมา

เกมชิงอำนาจ สนองตัณหานักการเมือง



นักการเมืองเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจ เมื่อมีวาสนาได้เป็นฝ่ายบริหาร มักหน้ามืดตามัว กอดอำนาจไว้ ส่วนคนเคยเสวยสุข ลิ้มลองอำนาจแล้วติดใจ วันใดไม่มีอำนาจ กิเลสตัณหามันเรียกร้อง ใจเร่าร้อนฝันใฝ่อยากกลับไปมีอำนาจใหม่อีกครั้ง

ผมเฝ้าดูผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งจากประชาชนผู้ชุมนุมที่หวังดี ปรารถนาเห็นบ้านเมืองก้าวหน้า ไร้ปัญหาคอรัปชั่น ขณะเดียวกัน ตำรวจชั้นผู้น้อยต้องทำหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา สองฝ่ายเผชิญหน้าห้ำหั่นราวกับเป็นศัตรูคู่อาฆาตแต่ชาติปางก่อน

ถือเป็นคราวเคราะห์ร้ายของประเทศไทย จังหวะเวลาที่นักการเมืองฝ่ายหนึ่งต้องการคงอำนาจไว้ ส่วนอีกฝ่ายแสวงอำนาจกลับคืนมา ไม่มีใครสนใจว่าอีกกี่ชีวิตที่ต้องสูญเสีย เป็นเครื่องสังเวย สนองกิเลสตัณหาในเกมแย่งชิงอำนาจ

ร่างของประชาชนและตำรวจต่างล้มทับถมกันบนผืนแผ่นดินไทย เพื่อให้นักการเมืองเสวยสุขบนกองอำนาจประชาธิปไตย

เมื่อวันเวลาผ่านพ้นไป พวกเขาจะได้เป็นวีรบุรุษ มีอนุสาวรีย์จารึกชื่อบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

คงมีแต่ครอบครัวผู้สูญเสีย ที่ไม่มีวันเข้าใจเลยว่า "ทำไมประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ถึงต้องแลกด้วยชีวิตของคนในครอบครัวของเขา?”


ไทกร พลสุวรรณ:ค่าคุ้มกัน 1,000 ล้าน.!!!

ค่าคุ้มกัน 1,000 ล้าน.!!!
หน่วยข่าวกรองผู้รักชาติยืนยันแล้วว่า ทักษิณได้จ่ายเงินเป็นค่าจ้างให้กับอดีตตำรวจคนหนึ่ง ชื่อประชา เป็นจำนวนเงิน 1,000 ล้านบาท ให้อดีตตำรวจคนนี้จัดหากองกำลังตำรวจมาคุ้มครองและคุ้มกันยิ่งลักษณ์ในช่วงนี้ หลังได้รับคำสั่งและเงินงวดแรกอดีตตำรวจผู้นี้ได้ไปกราบพระรูปหนึ่ง(หลวงปู่ท่านหนึ่งเป็นเกจิอาจารย์มีชื่อ)ที่ภาคอีสาน เพื่อขอพรเอาฤกษ์เอาชัยให้ปฏิบัติภารกิจนี้สำเร็จ อดีตตำรวจผู้นี้ได้ตั้งทีมอารักขายิ่งลักษณ์ขึ้น คัดเลือกตำรวจฝีมือดีมาร่วมทำงานหลายคน และได้จัดหาแหล่งกบดานให้กับยิ่งลักษณ์ไว้หลายแห่ง ในเวลานี้ โดยมีจูดี้อดีตหน้าห้องเก่าเป็นผู้ประสานงานให้
สาเหตุที่ทักษิณไม่ใช้ตำรวจสายเฉลิม หรือ สายแจ๊ด เพราะทักษิณกลัวถูกหักหลัง เดียวถูกพวกนี้ยึดเอายิ่งลักษณ์เป็นตัวประกันเสียเอง

"ชาดา" ย่องคุย "ยรรยง-ชัชชาติ" !!! ห่วงชาวนาทวงหนี้ข้าว พลัดหลงในกปปส.

"ชาดา" แกนนำชาวนาอุทัยธานี เคลื่อนพลเข้ากรุง เรียกร้องจำนำข้าว พบปะ "ยรรยง-ชัชชาติ" มั่นใจไม่กระทบภาพลักษณ์พรรคร่วมรบ. ย้ำ ห่วงชาวนาร่วมกปปส. ทำให้เสียหายได้ ??

วันนี้ ( 20 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายชาดา ไทยเศรษฐ อดีต ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะแกนนำชาวนากล่าวถึงการเคลื่อนขบวนของกลุ่มเกษตรกรชาวนา จ.อุทัยธานี เคลื่อนขบวนเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลชำระเงินจากโครงการรับจำนำข้าว ว่า การนำกลุ่มชาวนามาครั้งนี้เนื่องจากทางรัฐบาลเคยให้ตนเป็นคนเจรจากับกลุ่มเกษตรกรชาวนา ที่ชุมนุมประท้วงเมื่อเดือน พ.ย. 56 ที่ผ่านมา ในเรื่องการจ่ายเงินรับจำนำข้าว ต่อมาวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา ตนได้ทวงถามไปทางรัฐบาล ถึงการแก้ปัญหาการจ่ายเงิน แต่ทางรัฐบาลยังนิ่งเฉย

และวันที่ 14 ก.พ. ก็สอบถามไปอีก 1 ครั้ง แต่ก็ยังไม่มีการตอบสนองหรือการแก้ไข อีกทั้งรัฐบาลไม่มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ชาวนาจึงมาขอร้องให้ตนเอง เป็นผู้นำกลุ่มชาวนาไปเรียกร้องทวงถามเงินรับจำนำข้าว โดยหลังจากที่แวะพักที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วจะเดินทางมุ่งหน้าเข้า กทม. เพื่อไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยยืนยันจะไม่มีการปิดสนามบินโดยเด็ดขาด และยังพูดติดตลกด้วยว่า อยากพาชาวนาไปดูเครื่องบิน เนื่องจากชาวนาไม่เคยเห็นเครื่องบินใกล้ๆ และยืนยันว่าหากไม่ได้รับเงินจะไม่เดินทางกลับ

สำหรับสถานการณ์การเคลื่อนขบวนของกลุ่มเกษตรกรชาวนา จ.อุทัยธานี ที่ประกาศเคลื่อนขบวนเข้าสู่กรุงเทพฯตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลชำระเงินจากโครงการรับจำนำข้าว โดยขณะนี้ขบวนรถอีแต๊ก อีแต๋น กว่า 800 คันของกลุ่มเกษตรกรชาวนา จ.อุทัยธานี กว่า 400 หมู่บ้านใน 8 อำเภอได้เดินทางถึง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเบื้องต้นจะปักหลักพักค้างตรงจุดดังกล่าว เพื่อรอดูท่าทีของรัฐบาลก่อนที่จะตัดสินใจเคลื่อนเข้ากรุงเทพฯ หรือไม่

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามชาวนาที่ร่วมขบวนดังกล่าวมา ได้รับข้อมูลว่า สาเหตุที่ต้องรวมตัวกันเดินทางเข้ากรุงเทพ เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับความเดือดร้อนที่ไม่ได้รับเงินจำนำข้าว ทั้งที่มีการนำส่งข้าวเข้าโครงการไปแล้วตามหลักเกณฑ์ โดยตั้งข้อสังเกตว่า ตั้งแต่ชาวนา จ.อุทัยธานี เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ก็มักมีการชำระเงินจำนำข้าวล่าช้ามาโดยตลอด เนื่องจากทราบมาว่า รัฐบาลจะพิจารณาจ่ายเงินใหักับพื้นที่ฐานเสียงของตัวเองก่อน โดยไมืได้พิจารณาลำดับก่อนหลังของผู้ที่เข้าร่วมโครงการ จึงทำให้พื้นที่ จ.อุทัยธานี ซึ่งไม่ใช่ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย มักได้รับเงินล่าช้า

ตัวแทนชาวนา จ.อุทัยธานี เปิดเผยด้วยว่า เกษตรกรชาวนา จ.อุทัยธานี ที่ประสบปัญหามีอยู่ราว 17,600 ราย รวมมูลหนี้ที่รัฐบาลต้องชำระราว 3,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินไม่มากหากเทียบกับตัวเลขมูลหนี้ทั้งหมดของโครงการ

ตัวแทนชาวนา กล่าวยืนยันด้วยว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ เพียงเพื่อต้องการกดดันให้รัฐบาลเร่งดำเนินการชำระหนี้ให้แก่ชาวนา เพราะที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีที่ นายวราเทพ รัตนากร รักษาการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรฯได้เคยระบุว่า จะมีการจ่ายเงินให้ชาวนาภายในวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ได้รับเงินแม้แต่รายเดียว ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ไม่ใช่ความเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยจะไม่ร่วมเวทีกับทาง กปปส. หรือเวทีที่กระรวงพาณิชย์แต่อย่างใด

ส่วนแนวทางการเคลื่อนไหว ต้องการเพียงเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อขอให้เร่งพิจารณาการจ่ายเงินค่าจำนำข้าวที่ติดค้างอยู่ โดยขณะนี้ได้ประสานเพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีเดโอกาสให้เข้าพบเพื่อชี้แจงปัญหา และทวงถามถึงระยะเวลาในการชำระหนี้ โดยยืนยันว่าหากได้รับเงินหรือมีความชัดเจนจากรัฐบาลก็จะเดินทางกลับภูมิลำเนาทันที แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการประสานงานจากทางนายกรัฐมนตรีแต่ประการใด โดยจะขอรอดูท่าทีของนายกรัฐมนตรีภายในวันนี้ก่อนที่จะพิจารณายกระดับการชุมนุมต่อไป ซึ่งหากนายกรัฐมนตรียังไม่ตอบกลับหรือไม่มีความชัดเจนใดๆ ออกมา ชาวนา จ.อุทัยธานี ก็กำลังหารือว่าจะเคลื่อนขบวนไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อแสดงสัญลักษณ์กดดันรัฐบาล และประจานให้ชาวต่างประเทศเห็นว่าชาวนาไทยได้รับความเดือดร้อนจากนโยบายของรัฐบาล รวมไปถึงประจานว่ารัฐบาลไทยโกงเงินเกษตรกรชาวนาด้วย

อนึ่ง มีรายงานว่า เมื่อเวลา 17.40 น. นายยรรยง พวงราช ปฏิบัติหน้าที่ รมช.พาณิชย์ พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ปฏิบัติหน้าที่ รมว.คมนาคม เดินทางมาพูดคุยกับนายชาดาที่บริเวณจุดบริการประชาชน หมวดการทางบางปะอิน ถนนสายเอเชีย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนที่จะนำตัวนายชาดาขึ้นรถเพื่อหารือ

อีกด้านหนึ่งที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ได้มีการพูดคยุกับนายชาดา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายชาดาได้บอกถึงแนวทางว่าการนำชาวนาเข้ามาครั้งนี้ เพื่อยื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้เร่งพิจารณาการจ่ายเงินค่าจำนำข้าวที่ติดค้างอยู่ หลังจากที่มีการรับปากโดยผ่านทางนายวราเทพ รัตนากร รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าจะมีการจ่ายเงินให้ชาวนาภายในวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ได้รับเงิน

ทั้งนี้ เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ อย่างที่หลายฝ่ายวิตก และจะไม่กระทบความสัมพันธ์ในฐานะที่ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เชื่อว่าจะมีผู้เข้าใจถึงบทบาทการทำหน้าที่ของอดีต ส.ส. ในพื้นที่ว่าเมื่อประชาชนเดือดร้อน ก็ต้องมีการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา หลังจากที่ชาวนาไม่ได้รับเงินจากการจำนำข้าว จึงมีการเดินทางเข้ามาพื้นที่ กทม. ซึ่งนายชาดาเป็นห่วงว่าหากปล่อยให้ชาวนาเข้ามายังพื้นที่ กทม. เองอาจจะไปรวมกลุ่มกับ กปปส. และอาจจะเกิดความเสียหายขึ้น จึงอาสาเป็นตัวแทนนำชาวนาเข้ามาในพื้นที่ และได้รับการยืนยันจากนายชาดา ว่าจะมาแค่ยื่นหนังสือเพื่อทวงเงินจำนำข้าวเท่านั้น

ภาพจาก "@Weerid Hooncharoen"

‪#‎ทีนิวส์‬


หลวงปู่พุทธอิสระำนำมวลชนบุกSC Park

วันนี้ รับแจ้งว่า หลวงปู่พุทธอิสระนำมวลชน ไปจองห้องพักที่SC Park 10 ห้อง เพื่อขอเข้าพัก พร้อมเงินจองห้อง 4,200บาท โดยยืนยันว่าต้องการพักค้างเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยนายเอกวิทย์ ออกเวหา ผู้จัดการโรงแรมฯ ได้เจรจาว่า ไม่สามารถที่จะให้จองห้องพักได้ เพราะแขกรายอื่นของโรงแรมมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย โรงแรม
จึงขอปิดการให้บริการ 1 วัน
แต่หลวงปู่พุทธอิสระ
ได้เรียกค่าเสียหายและค่าเสียเวลาเป็นเงิน 120,000 บาท เพื่อนำไปเป็นค่าน้ำมันรถ 40 คัน เป็นเงิน 40,000บ.รถบัสอีก 8 คัน เป็นเงิน 80,000บ.เนื่องจากโรงแรมไม่มีสิทธิ์ปฎิเสธการเข้าพักของลูกค้า ผจก.โรงแรมตัดปัญหา จะขอจ่ายเป็นเช็คแต่
หลวงปู่ฯขอเป็นเงินสดเท่านั้น ทำให้ผู้จัดการโรงแรมต้อง
นำเงินสดมาจ่ายจนครบ จากนั้นหลวงปู่ฯได้ทวงเงินจองห้องพัก 4,200 บาท ที่จ่ายไปก่อนหน้านี้ ทำให้ พ.ต.อ.สรรคห์กิจ บำรุงสุขสวัสดิ์ ผกก.สน.วังทองหลาง ยุติปัญหาด้วย การควักเงินจ่ายให้เป็นเงิน 4,000 บาท////
เพิ่งเคยเห็น ว่านี่เป็นกิจของสงฆ์ด้วยเหรอ จะปล่อยให้เป็นแบบนี้อีกนานเท่าไหร่

///////////////
ขอเชิญมวลมหาประชาชนผู้ศรัทธาไปกราบพุทธอิสระกันให้เต็มที่ เพราะสิ่งที่ทำวันนี้คือ

ส่งสาวกทำทีเป็นลูกค้ามาติดต่อที่ SC PARK ตอนสาย อยากได้ห้องพัก ๔ ห้อง ห้องประชุม ๓๐๐ คน ๑ ห้อง วางมัดจำไว้ ๔,๒๐๐ บาท

โรงแรมบอกว่าห้องประชุมเตรียมไม่ทันจัดให้ได้แต่ห้องพัก ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงขบวนพุทธอิสระก็มาถึง ทางโรงแรมบอกลูกค้าตกใจจัดให้พักไม่ได้ พุทธอิสระโวยวายเรียกร้องค่าเสียหาย กำหนดยอดมาเองเสร็จ

ค่ารถบัส ๘ คัน คันละ ๑๐,๐๐๐ บาท รวม ๘๐,๐๐๐ บาท

ค่ารถเก๋ง ๔๐ คัน คันละ ๑,๐๐๐ บาท รวม ๔๐,๐๐๐ บาท

รวมโรงแรมต้องจ่าย ๑๒๐,๐๐๐ บาท

เขาเป็นเอกชนทำธุรกิจเหมือนผู้ประกอบการทั่วไป คุณตั้งใจไปหาเรื่องแล้วยังไถเงินเขาอีก มีที่ไหนจองโรงแรมมัดจำ ๔,๒๐๐ เรียกค่าเสียหาย ๑๒๐,๐๐๐ คนดีเขาทำกันแบบนี้หรือ?

ห่มผ้าเหลืองไปทำแบบนี้ น่าบูชามากใช่ไหม?

เอ้า... กราบกันเข้าไป

สภาทนายความออกแถลงการณ์..

สภาทนายความออกแถลงการณ์..>>

ภายหลังศาลแพ่งมีคำสั่งห้ามมิให้ ศรส.กระทำการ 9 กรณี โดยในคำสั่งนั้นห้ามใช้อาวุธ ห้ามรื้อถอน ห้ามอายัดทรัพย์สิน ห้ามค้าขาย ห้ามปิดการจราจร ห้ามสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาโดยนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ แถลงถึงกรณีดังกล่าวว่า สภาทนายความมีความเห็นในเรื่องดังกล่าว คือ..

1.กรณีรัฐบาลประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน นั้น ไม่มีบทมาตรการใดที่จะให้รัฐบาลใช้อาวุธสงคราม เช่น เอ็ม16 หรือ เอ็ม79 และระเบิดในการขอคืนพื้นที่ การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่ต้น

2.เมื่อมีการใช้อาวุธรุนแรงทำให้ประชาชนต้องเสียชีวิต ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ผู้ที่ออกคำสั่ง จึงมีความผิดร่วมกันทั้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาและทำร้ายร่างกายให้บาดเจ็บสาหัสและทำให้เสียทรัพย์ ต้องร่วมกันรับผิดทั้งทางอาญาและความผิดทางแพ่ง

3.การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่อุกอาจ ละเมิดกฎหมายอย่างชัดเจน สมควรที่ผู้รับผิดชอบทั้งหมด ทั้งผู้สั่งการ ผู้ดำเนินการ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ญาติผู้ที่เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ สามารถขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมายจากสภาทนายความได้รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันดังกล่าว สามารถเข้ามาขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความได้เช่นกัน หากพบว่าได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาที่เป็นคำสั่งโดยมิชอบ ซึ่งทางสภาทนายความจะตรวจสอบเกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าว ถ้าพบว่าเป็นคำสั่งโดยมิชอบก็จะช่วยเหลือในเรื่องการดำเนินคดีต่อไป

20 กุมภาพันธ์ 2557 11:01
/..ที่มา http://www.newsplus.co.th/27136


เบื้องลึกแผนลับเหลว ประชาชน-ชาวนา หลั่งไหลทวงหนี้เลือดหนี้ชีวิตและหนี้สินทั่วแผ่นดิน!!!


1. แผนลับวางลึกตัดหน้าศาล ระดมกำลังตำรวจ ๒๕,๐๐๐ คนพร้อมอาวุธสงครามร้ายแรงนานาชนิด สลายการชุมนุมและจับแกนนำที่จะมากันที่บริเวณทำเนียบและราชดำเนินให้หมดภายใน ๑๙ กุมภาพันธ์ โดยตั้งกองบัญชาการหลักที่ บชน.และเพื่อประกาศชัยล่วงหน้า จัดให้น้องปู แถลงทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ถล่มแหลก กปปส และประกาศต่อสู้ถึงที่สุดเพื่อพิทักษ์ประชาธิปไตย ใครไม่มีคลิปตอนนี้ต้องรีบหามาเก็บไว้จะได้เห็นใบหน้าแท้ของน้องปูว่าเป็นคนหรือเป็นยักษ์

2. แบ่งกำลังตำรวจหลายสายยึดพื้นที่และปิดล้อมแกนนำ กปปส ไว้ที่ราชดำเนินและรอบทำเนียบ ใช้กลยุทธระลอกคลื่นกระชับพื้นที่ กันและแยกมวลชนให้กระจายออก แล้วระดมกำลังที่สำรองอีก ๑๒,๐๐๐ คนเข้าหนุนปฏิบัติการอย่างต่อเนื้อง

3. เพื่อหลอกลวงสร้างความชอบธรรม ใช้กำลังที่มีโลห์ออกหน้าเพื่อแสดงว่าไม่มีอาวุธ มีแถวกระบองตามหลัง หน่วยอาวุธแอบหลังตามมาติดๆ

4. การเข้าสลายและยึดพื้นที่ใช้ท่วงทำนองฆ้อนตีทั่ง โดยมีมวลชน กปปส อยู่กลาง กำลังส่วนทั่งคอยปิดทางถอยของ กปปส กองกำลังส่วนฆ้อนทุบมาจากราชดำเนินด้านผ่านฟ้าตรงกองทัพธรรมเพราะมีแต่พระ ผู้ทรงศีลและคนแก่คนเฒ่า สบายมือ

5. ขณะฆ้อนกำลังตี ต้องเผชิญกับพลังอิติโสและพลังจิตที่ีมีศานติเป็นกำแพงต้าน ฆ้อนก็ตีอย่างย่ามใจ บังอาจล่วงเกินพระอริยะ สมณะที่ประกาศธรรมฯ ที่นั่น ในขณะฆ้อนที่ทุบห่างพระสมณะโพธิรักษ์ไม่กี่ก้าว พลันเกิดเสียงตูมใหญ่ และมีเสียงเปรียงปร้าง ดังไม่ขาดสาย ฆ้อนกระเด็นกระดอน กระจัดกระจาย ล่าถอยกระเจิงไปทางสนามหลวง ในส่วนทั่งล่าไปทางสภา แล้วสลายไปในที่สุด

6. ในขณะทีมบัญชาการสถานการณ์ประชุมที่ บชน มีการเปิดเสียงจากทางไกลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ แต่ช่วงที่มีเสียงดังสนั่นนั้นได้ยินว่ามีเสียงมาเหมือนกันว่าถ้าไม่เลิกจะมีเสียงดังกว่าที่ บชน และจะดังกว่าที่ราชดำเนิน และอาจดังไปถึงบางบอนด้วย

แผนลึกแผนลับจึงพังพาบ และตั้งแต่บ่ายวันนั้นทุกอย่างจึงเงียบสงัด แต่ซัดกันวุ่นว่าใครทำพังๆๆๆๆ ในที่สุดก็ให้ปากเน่าโบ๊ยผิดแก่ตำรวจควบคุมฝูงชนว่าทำโดยพลการ ทั้งๆที่มีนโยบายประกาศแล้วว่าไม่ใช้อาวุธ ไม่ใช้ความรุนแรง ให้ทำโดยละม่อม ทำให้ตำรวจผู้น้อยต้องออกแถลงการณ์ประจานทั่วเมือง

อ้าวโน่น!! กองทัพชาวนาส่วนหน้าทั้งรถอีโก้ง อีแต๊ก อีแต๋น ไหลหลังถั่งโถมเข้ากรุง และหนุนเนื่องมาจากทุกสารทิศ ในขณะ กปปส ก็ไล่ล่ามากระชชั้นเข้าทุกที แล้วจะหนีไปทางไหนดีละเนี่ย 5555555

เสธน้ำเงิน : เอาแล้ว..เปิดตัว กปปส.ชายชุดดำแปรพักตร์..อินทิราคานทีโมเดล

20 ก.พ.57 

ด้วยหวังโชว์ออฟการสลายการชุมนุม เชิญสื่อไทยและเทศมาทำข่าว แต่กุนซือโง่ไม่ปรึกษาโลก พลาดลืมไปว่าเปาบุ้นจิ้นแพ่งได้มีคำพิพากษาคุ้มครองผู้ชุมนุมไว้ตั้งแต่ 31 ม.ค.57 ว่าห้ามปูเน่า เป็ดเหลิม อับดุล และบรรดาชายชุดดำ เข้าใช้กำลังรุนแรงกับผู้ชุมนุม ทำให้เกิดหลักฐานภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เผยแพร่ไปทั่วโลก เพราะชายชุดดำไม่ทำตามขั้นตอนการสลายการชุม ใช้อาวุธสงครามอย่าง “บ้าระห่ำ” ยิงประชาชนตาย 4 คน และเจ็บจำนวนมากเกือบ 70 คน ไม่เว้นแม้กระทั่งคนแก่ๆ

จนทำให้ต่อมาเปาบุ้นจิ้นแพ่ง กระหน่ำซ้ำอีกกร๊วบ โดยตัดสินให้ รัฐอั้งยี่แดง ปูเน่า ปึ้งเหม่ง เป็ดเหลิม ริดสีดวง อับดุล ผบ.หน่วย และชายชุดดำผู้ปฏิบัติ ต้องยกเลิกประกาศห้ามสารพัดที่เกิดจาก พรก.ฉุกเฉินฯ ทันที เช่น ห้ามสลาย , ห้ามรื้อสิ่งกีดขวาง , ห้ามอายัด , ห้ามปิดการเข้าออกที่ชุม ฯลฯ และอีกสารพัดห้ามจน ศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) ตกอยู่ในสภาพเป็ดง่อยถูกเด็ดปีก ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง เพราะแค่หายใจก็ยังถูกห้าม ส่งผลให้มวลชนกำนันเป็นต่อทันที

การข่าวที่ได้รับในเวลานี้

1. เนื่องด้วยชายดูไบไม่เคยไว้ใจใคร และพร้อมจะฆ่าหักหลังลูกน้องทุกคนตลอดเวลา ช่วงหลังเขาเริ่มเพี้ยนและบ้าคลั่งขึ้นไปทุกที ดังนั้นเขาจึงสั่งส่งตรงไล่เรียงกับบรรดาแกนนำอันธพาลแดงแต่ละตัวเองอีกด้วย แบบชนิดเรียงลูกระนาดตรง

- การข่าวส่วนหนึ่งจากขุนพลข่าวกรองอีสาน คือ ตอนนี้ชายดูไบโกรธ และคลุ้มคลั่ง..อย่างหนัก!!! ที่เป็ดเหลิมทำงานล้มเหลวไม่เป็นท่านับครั้งไม่ถ้วน ในการลุยประชาชนผู้ชุมนุมให้สิ้นซาก แล้วเอาปูเน่าเหยียบทำเนียบ ทาสีแดงที่พรหม ที่หลังคาเหนือทำเนียบฯ (เพราะตามฤกษ์หมอดูพม่าให้ทำภายใน 19 ก.พ.เวลา 24.00 น.) ให้ได้ ชายดูไบจึงสั่งการตรงให้แกนนำขอนแก่น ขนอเวจีอสูรกายแดงสายฮาร์ดคอร์เข้ากรุงเทพ จำนวน 10,000 คน

- คัดเอาแต่พวกใจถึงๆ ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยให้ ส.ส.แดง แต่ละคนในพื้นที่ แต่ละจังหวัด เช่น นครพนม-หัวหนัง , ชัยภูมิ-เอี่ยน , ขอนแก่น-ลูกเต๋า , อุบล-เกียง ,สุรินทร์-ตี๋กับจ่า ,ร้อยเอ็ด-นิ , อุดร-พนม และสุ (เพราะขวัญควายอัมพฤกษ์กิน จากฤทธิ์ข้าวโพดคั่ว ) ,โคราชให้แรมโบ้ ( ผู้ด่านายว่า ถ้าปูเน่าคิดอะไร 1 คืน จะเหมือนถอดวิญญาณไปมารอบโลก หงายเงิบทั้งวงการณ์ทุกครั้ง )

- โดยให้อสูรหลุดนรกแดงเหล่านี้ ทยอยไปพักที่เมืองเก่าก่อนเข้า กทม.โดยมี เชษฐ์ และวิทยา อำนวยความสะดวก สนับสนุนอาวุธร้ายแรงก่อเหตุวินาศกรรม แกนนำขอนแก่นได้ประสานกับคางคกตู่ นกแสก เต้นไว้แล้ว ให้พร้อมปฏิบัติการในวันที่ 22 ก.พ.57

- วันที่ 22 ก.พ. แก๊งค์อันธพาลแดงตัวเอ้ จะซ่องสุมหัวจัดงาน “ มวลมหาประชาชนตาสว่าง" ราว 80 คน เช่น โกตี๋ ปทุม ดาบชิต เชียงใหม่ ผู้พันสู้ ยิ้ม ทอม ดาชัย ฯลฯ และบรรดาการ์ดพร้อมอาวุธ ที่ห้องอาหารแห่งหนึ่งที่จองไว้ การเข้างานต้องมีชื่อและสติ๊กเกอร์..( ข่าวว่าอาจมีเชพกระทะเหล็ก ไปยืนรอขายฝักข้าวโพด และข้าวโพดคั่วร้อนๆ กลิ่นหอมฉุยจนใส้แตก..น่าจะได้รับการอุดหนุนด้วยดีจากลูกค้ากลุ่มนี้ )

** เฮ้อ พวกขี้โม้อันธพาลแดงพวกนี้รีบ ๆ มาเหอะ พ่อค้าข้าวโพดเขาเพิ่งได้กระทะคั่วรุ่นใหม่ล่าสุดมาแล้ว ระยะหวังผล 1.2 - 2.4 กม. เขาบริการลูกค้าแบบไร้เสียงได้อย่างสบายๆ..ฮา

2. ชายดูไบสั่งสมุนชั่วให้ลอบสังหารบุคคลสำคัญ เพื่อสร้างสถานการณ์รุนแรง เช่น เปาบุ้นจิ้น และครอบครัว ที่เกี่ยวกับคดีของปูเน่าและแก๊งค์อั้งยี่แดง , บิ๊กชายชุดเขียว ที่เคยพลาดที่หวังล่อไปสังหารที่ไต้ เพราะรู้ทัน ครานี้จึงเปลี่ยนแผนมาลอบกัดใน กทม.แทน , แกนนำ กปปส.ช่วงจังหวะเคลื่อนรถไปนอกสถานที่ ( ให้ระวังเพิ่มอีกหลายเท่าและจัดกำลังดูแลระยะไกลให้มากขึ้น เน้นอาคารสูง ทางด่วน และ รถที่จะชนประกบ )

3. หลังเหตุการณ์ชายชุดดำโดนเชพกระทะเหล็กโยนลูกเปตองฝักข้าวโพดใส่ แล้วคั่วข้าวโพดหอมฉุยใส่ จนกระเจิดกระเจิง มีชายชุดดำใช้เท้าเตะฝักข้าวโพดจนแผลเหวอะว่ะ ส่งผลให้ชุดส่งควบคุมฝูงชน (คฝ.) จากชุดควบคมฝูงชนทั่งประเทศ สำนักงานแห่งชาติ เดือดปุด ๆ แถลงการณ์ด่าทอ ศรส.ที่เอาตัวรอดดื้อๆ และลอยแพพวกเขาให้รับโทษทางคดีอย่างเดียวดาย

- ชายชุดดำถามนายตัวเองว่า จะต้องสูญเสียอีกกี่ชีวิต พวกเขาได้ยินวิทยุชัดเจนว่าโดน Sniper ลึกลับซุ่มคั่วข้าวโพดใส่ (จริง ๆ เป็นนกบินไปคาบเม็ดข้าวโพดมา และโปรยใส่ ^_^) แต่พวกเขาก็ยังโดน นายไม่มีข่าวกรอง ไม่ได้คุ้มกันเขา การวางแผนก็ไร้คุณภาพ พาชีวิตลูกน้องไปบาดเจ็บ และตาย เป็นจำนวนมาก การปฏิบัติแต่ละครั้งก็มีแต่ความสูญเสีย..ทำเพืออะไร (นี่ยังไม่รู้ตัวอีกว่านายหลอกใช้นานแล้ว )

- เขาด่า ศรส.ว่าไม่ต้องแถลงข่าวว่าไม่ใช้ความรุนแรง ไม่มีการสลายการชุมนุม เพราะคำพูดดังกล่าว “ เป็นการเอาตัวรอดของผู้มีอำนาจใน ศรส. เท่านั้น” ( เออ อันนี้มันรู้จริง ) พอเกิดความรุนแรง ชายชุดดำผู้ปฏิบัติก็จะต้องรับผิดชอบทางอาญาตามลำพัง ( เออ อันนี้ก็จริงอีก ) และที่ผ่านมาที่มีชายชุดดำและประชาชนเสียชีวิต ชายชุดดำผู้ปฏิบัติจะต้องรับผิดชอบถูกการดำเนินคดี (อ้าว เพิ่งนึกออก ) เพราะ ศรส. สามารถอ้างได้ตลอดเวลาว่า ศรส. ไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรง และไม่มีนโยบายสลายการชุมนุม รับผิดชอบการปฏิบัติหน้าที่ของชายชุดดำ ( เออ โดนอั้งยี่แดงหลอกไปแล้วคิดได้ทีหลัง ไม่ทันแล้ว )

- มีการพูดคุยกันต่อว่า หน้าที่หลักของชายชุดดำ คือ รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนให้ปลอดภัยจากโจรผู้ร้ายทั่วไป และให้บริการประชาชนด้านการจราจร และงานด้านต่างๆ ชายชุดดำทั้งประเทศเหนื่อยมามากแล้วในการปฏิบัติหน้าที่ ( โดนเป็ดเหลิม สั่งคุมขังคุกแบร์ริเออร์เล่น ๆ ซะหลายเดือน )

- ชายชุดดำได้ทำหน้าที่ “ต่ออายุ”ของรัฐอั้งยี่แดงนี้ ”มานานพอสมควรแล้ว” ให้ใช้หน่วยงานอื่นบ้าง ( ซี๊ดๆ ) รัฐแดงใช้งานชายชุดดำ เกินกว่าเงินเดือน และมีบางส่วนเสียชีวิตและบาดเจ็บ !! พวกเขามีวินัย แต่เหลืออดแล้ว ( ฮา..นี่ถ้าไม่โดนมือที่ 4 คั่วข้าวโพดใส่คงคิดไม่ออก ) หลายพื้นที่เดินทางกลับต่างจังหวัด เพราะรู้แล้วว่าขืนค้ำบัลลังค์แก๊งค์อั้งยี่แดง มีแต่เดือดร้อนติดคุก ถูกไล่ออก พิการ หรือตาย

- ผู้การแต้มมือปราบหูดำ ได้รวบรวมกำลังอดีตชายชุดดำจำนวนมาก และพี่น้องชายชุดดำที่ยังทำหน้าที่อยู่ จัดตั้ง ” กปปส ชายชุดดำฝ่ายดี “ แล้ว เพื่อประสานงานกับพี่น้องชายชุดดำทั่วประเทศให้กลับมามีความรัก เอื้ออาทรกับพี่น่้องประชาชนเหมือนแต่ก่อน และทำให้ประชาชนเลิกเกลียดชายชุดดำ เพราะถ้าชายชุดดำเกลียดประชาชน และประชาชนเกลียดชายชุดดำ บ้านเมืองจะไม่มีทางเป็นสุข

- ทุกคนไม่สามารถทนเห็นศักดิ์ศรีเกียรติชายชุดดำถูกนายหางแดงชั่วๆ ทรยศชาติ ทรยศสถาบัน หาประโยชน์ส่วนตัว และขณะนี้ กำลังประสานขึ้นเวที กปปส.เพื่อแสดงตัว และขอร้องพี่น้องประชาชนให้โอกาส กปปส. ชายชุดดำฝ่ายดี ด้วย และขอเชิญพี่น้องชายชุดดำทั่วประเทศติดต่อผู้การแต้มได้โดยตรง หรือจะติดต่อผ่านผู้ที่เคยร่วมงานกับผู้การแต้มก็ได้

- เสธ หนุนมือปราบหูดำ เพราะที่ผ่านมาการข่าว และปฏิบัติบางอย่าง ก็ได้จากสันติบาลชายชุดดำ และ รปภ.ปูเน่า นี่แหละมานานแล้ว..ฮา..

พวกเขารอจังหวะเวลาจะแจกข้าวโพดคั่วใส่ปูเน่า และตระกูล เสร็จแน่ๆ เหมือนอินทิรา โมเดล ของอินเดีย..ไม่ว่าจะเปลี่ยนอีกสักกี่ชุด ไว้ใจได้แค่ไหน จะหนีไปไหนก็จะมี กปปส.ชายชุดดำฝ่ายดีหญิงและชาย แทรกลอบเข้าไปใกล้ตัวปูเน่าได้ตลอดเวลา..เพราะฝ่ายดีตอนนี้มีเพียบ

ส่วนบิ๊กแปะปลัดขิกชาย 3 สีหลังโพส LINE ว่าอยากให้มวลชน กปปส.ตายสัก 5,000 คนนั้น..ตอนนี้ขอเผ่นไปปลูกต้นไม้ ที่ ภูกระดึง ดีกว่า..ฮา

วันนี้อากาศ ดีโปร่งสบาย แกนนำ กปปส.น่าจะส่งคนไปทำธุรกิจ 2 ที่นี่นะ คือ เพนเฮาส์ของโอ๊คที่ตึกชิน 3 ชั้น 33-34 และบ้านของเจ๊ ด.แดกข้าว ที่หมู่บ้าน เบเวอร์รี่ฮิลล์ ที่ถนนแจ้งวัฒนะ..ถ้าเจอเชพกระทะเหล็ก ชวนกันไปขายฝักข้าวโพด และคั่วข้าวไปขายด้วยนะ

War room จิบกาแฟรอบรรดาน้องๆ กปปส.ชายชุดดำฝ่ายดี ส่ง LINE มาบอกความเคลื่อนไหวปูเน่า และสมุนอยู่นะ..ฮา

เรื่องเดิม..แฉแก๊งค์อั้งยี่แดง ลอยแพแล้วบอกไม่ได้สั่ง.ชายชุดดำต้องรับผิดเอง ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.215379665318735.1073741921.187529244770444&type=1

@เสธ น้ำเงิน
ที่มา https://www.facebook.com/topsecretthai

เบื้องหลังผ่านฟ้าเลือด-หน่วยลับ-ปะทะตำรวจ"

โดย...กองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์

ผมบอกแล้วให้ถอนออกมา เอาแค่เปิดการจราจรจากถนนหลานหลวงให้รถสามารถตรงมาที่ราชดำเนินกลางได้พอแล้ว แล้วให้เจรจากดดันกลุ่มผู้ชุมนุมไปเรื่อยๆ"

บิ๊กสีกากี" ในวอร์รูม ศรส. พูดก่อนที่จะเกิดเหตุระเบิดที่สะพานผ่านฟ้า จนเป็นเหตุให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายนาย

การระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2.5 หมื่นนาย เข้าขอคืนพื้นที่เพื่อเปิดการจราจรตามแผนคืนความสงบสุขให้กับคนกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ของ ศรส. ที่ได้มีวางแผนไว้อย่างรัดกุมแล้ว แต่กลับมีช่อง
โหว่ในขั้นตอนการปฏิบัติการ

เริ่มจากงานการข่าวสืบทราบมาว่ามี "กองกำลังติดอาวุธไม่ทราบฝ่าย" แฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม โดยมีการลำเลียงอาวุธหนักมาทางรถไฟแล้วนำมาพักไว้ที่บ้านพักในชุมชนแห่งหนึ่งติดทางรถไฟ
ด้านหลังกระทรวงพลังงาน

อีกสายหนึ่งมีข้อมูลว่า กองกำลังไม่ทราบฝ่ายได้ ลำเลียงอาวุธหนักมาทางเรือ  ก่อนจะนำพักไว้ที่มหาชัย จากนั้นได้นำอาวุธเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมผ่านทาง คลองผดุงกรุงเกษมโดยลำเลียง
ออกมาทางซอยวัดปรินายก ก่อนจะกระจายให้กับกองกำลังไม่ทราบฝ่าย

ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ 5 จุด ตามแผนของ ศรส. เปิดฉากขึ้นที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานใหญ่ ปตท. ถนนวิภาวดีรังสิตและพื้นที่ใกล้เคียง ตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อเข้ายึดอาวุธหนักตามข้อมูลของสายข่าว แต่กลับต้องจั่วลมเพราะกองกำลังไม่ทราบฝ่ายได้ลำเลียงอาวุธออกไปตั้งแต่เวลา 03.00 น.ของวันที่ 18 ก.พ.

เมื่อมีความชัดเจนว่า อาวุธหนักได้ถูกลำเลียงเข้าพื้นที่แล้ว ศรส.จึงได้จัดกำลังตำรวจออกเป็น 2 ชุดหลักๆ ชุดแรกคือ ตำรวจปราบจลาจล (ปจ.) ทำหน้าเจรจาและผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อเปิดการจราจร กำลังตำรวจชุดนี้จะมีโล่ กระบองและปืนยิงกระสุนยาง ห้ามพกอาวุธอื่น

ชุดที่ 2 คือ ชุดปฏิบัติการพิเศษ(ปพ.) มีทั้ง อรินทราช 26 สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ นเรศวร 261  สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อคุ้มกันชุดปราบจลาจล และ ตอบโต้
กองกำลังไม่ทราบฝ่าย

เมื่อถึงเวลานัดหมายชุดปราบจลาจลจากตำรวจภูธร ภาค 2 เข้าประจำการ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ภายใต้การนำของ "พล.ต.ท.กวี สุภานันท์" ผบช.ภ.2 ได้เริ่มปฏิบัติการขอคืนพื้นที่บริเวณ
ถนนราชดำเนินกลาง และผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมจนถอยร่นไปถึงสะพานผ่านฟ้าฯ

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นชุดปฏิบัติการพิเศษก็สามารถ"ดักฟังการสั่งการ"ผ่านระบบวิทยุสื่อสารของกองกำลังไม่ทราบฝ่ายได้ โดยเสียงที่ดักฟังได้นั้นมีคุณภาพของเสียงที่คมชัด นั่นก็หมายความว่าต้องเป็นการส่งผ่านเครื่องส่งวิทยุขนาดใหญ่ ไม่ใช่วิทยุสื่อสารแบบพกติดตัว

ที่น่าสังเกตก็คือ "ผู้สั่งการปริศนา" รู้ความเคลื่อนไหวและจุดวางกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดที่ตรึงกำลังอยู่ในพื้นที่ ตั้งแต่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ และตลอดแนวโดยรอบพื้นที่การชุมนุมเรื่อยไปจนถึงบริเวณหน้าวังสราญรมย์ ไปจนถึงบริเวณด้านข้างกระทรวงกลาโหม

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อตำรวจมีการปรับกำลังหรือเคลื่อนย้ายกำลัง  ผู้สั่งการปริศนา  ก็จะแจ้งผ่านวิทยุสื่อสารให้กองกำลังไม่ทราบฝ่าย ที่แฝงตัวอยู่ในทุกพื้นที่รับทราบความเคลื่อนไหวของตำรวจแบบนาทีต่อนาที

ย้อนกลับไปในห้วงเวลาการเผชิญหน้าระหว่าง ชุดปราบจลาจลของตำรวจภูธร ภาค 2 กับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เริ่มลุยรื้อบังเกอร์และเต็นท์ของกองทัพธรรม

ช่วงเวลาเดียวกันนั้น "ผู้สั่งการปริศนา" ก็ได้สั่งให้ "ชุดปืนเล็ก" และ"ชุดปืนยาว"เข้าประจำจุด เพื่อคุ้มครองกองทัพธรรมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ

หลังประเมินสถานการณ์แล้ว  บิ๊กสีกากี เห็นท่าไม่ดีจึงสั่งให้ ชุดปราบจลาจลของตำรวจภูธรภาค 2 ถอนออกจากบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ แต่ไม่ทันการณ์

"ส.ต.ต.ศราวุธ ชัยปัญหา"สภ.บางละมุง ถูกยิงเข้าที่หน้าผากกระสุนทะลุกะโหลก ล่าสุดยังมีชีวิตอยู่ แต่อาการอยู่ในขั้นวิกฤต โดยทิศทางของกระสุนพุ่งตรงมาจากฝั่งกลุ่มผู้ชุมนุม

จากนั้น ระเบิดลึกลับ ก็ได้ตกเข้าใส่ตำรวจจนล้มระเนระนาด แตกกระเจิงไปกันคนละทิศคนละทาง ตามมาด้วย  กระสุนปริศนา ที่ถูกยิงเข้ามาบริเวณรถควบคุมผู้ต้องขัง จนตำรวจที่เฝ้ารถอยู่ต้องหาที่หลบกันจ้าละหวั่น ก่อนจะมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายเข้ามาชิงตัว"สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์"แกนนำ กปท. ออกไป

ชุดปราบจลาจลต้องถอยร่นอย่างไม่เป็นกระบวนมาจนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพราะมีการระดมยิงเข้าใส่ตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตรงจุดนี้" ด.ต.เพียรชัย ภารวัตร" ผบ.หมู่ ป. สภ.บางละมุง ได้กระโดดหนีขึ้นรถกระบะ ก่อนจะถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ระดมยิงเข้าใส่กระสุนเจาะเข้าที่ใต้ราวนมซ้าย เสียชีวิตอยู่บนกระบะหลัง

"พล.ต.ท.กวี" ในฐานะ ผบ.เหตุการณ์ ได้พยายามติดต่อ ขอกำลังเสริม แต่เนื่องจากชุดปฏิบัติการพิเศษ อรินทราช 26 ปักหลักอยู่ที่ บชน. กว่าจะเดินทางมาถึงก็ร่วม 10 นาที ช่วงเวลานั้นจึงได้เกิดการยิงตอบโต้กันไปมา

ในช่วงที่ชุดปฏิบัติการพิเศษเคลื่อนมาจาก บช.น. เพื่อมาช่วยชุดปราบจลาจลที่ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณสะพานผ่านฟ้านั้น"ผู้สั่งการปริศนา"ก็ได้รายงานผ่านวิทยุสื่อสารให้ กองกำลังไม่ทราบฝ่าย รู้การเคลื่อนไหวตลอด

พร้อมกับสั่งให้กองกำลังไม่ทราบฝ่ายอีกชุดหนึ่ง เข้าประจำการบริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์บริเวณหัวมุมสนามหลวง

เมื่อหน่วยอรินทราช 26 เข้ามาถึงพื้นที่ ก็ได้เริ่มปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือชุดปราบจลาจลออกมา โดยในระหว่างปฏิบัติการได้มีการ  ปะทะกันอย่างดุเดือด  ระหว่าง หน่วยอรินทราช 26 กับ กองกำลังไม่ทราบฝ่าย

เหตุการณ์ชุลมุนในช่วงนี้เอง ที่ทำให้ผู้ชุมนุมเสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 50 ราย

จากนั้นหน่วยอรินทราช 26 ก็ได้เข้าควบคุมพื้นที่และลำเลียงตำรวจปราบจลาจลที่ได้รับบาดเจ็บออกมาตามถนนราชดำเนินกลาง จนกระทั่งมาถึงบริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ก็ได้ยิงปะทะกับ กองกำลังไม่ทราบฝ่าย  ที่ดักรออยู่  ระหว่างนั้นชุดปฏิบัติการพิเศษอีกชุดหนึ่ง ก็ได้เคลื่อนกำลังเข้ามาจากเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า เพื่อช่วยเหลือหน่วยอรินทราช 26 ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นผู้สั่งการปริศนา ก็ได้วิทยุแจ้งกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่ซุ่มอยู่บริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์ ให้ถอนกำลังออกมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดจึงหนีรอดออกมาได้อย่างทุลักทุเล

หลังสถานการณ์คลี่คลาย  ศรส.ก็ได้มีคำสั่งเด็ดขาด ให้ยุติปฏิบัติการทั้ง 5 จุดทันที  และสั่งให้ถอนกำลังตำรวจทั้งหมดออกจากพื้นที่ เพราะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วว่า กองกำลังไม่ทราบฝ่าย มีประสิทธิภาพเหนือกว่าตำรวจมาก หากยังดึงดันปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ต่อไป ก็จะเกิดการสูญเสียมากกว่านี้หลายเท่า

ที่สำคัญหลังมีการเปิดฉากปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่าง ตำรวจ กับกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ท่ามกลางมวลชนจำนวนมาก ก็ได้มีสายตรงจาก" บิ๊กสีเข้ม"ยกหูมาถึง"บิ๊กสีกากี" พร้อมกับให้คำแนะนำว่า"คุณไม่มีทางเอาชนะม็อบที่มีประชาชนอยู่แถวหน้า โดยมีกองกำลังติดอาวุธแฝงตัวอยู่ได้หรอก นอกจากจะทำเหมือนปฏิบัติการกระชับพื้นที่ในปี 2553 ซึ่งในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็จะต้องตกเป็นจำเลย"

ข้อความดังกล่าวได้ถูกสื่อสารไปถึงบิ๊ก ศรส. และยิ่งลักษณ์ ชินวัตรทั้งสองเห็นตรงกันว่าควร ยุติปฏิบัติการขอคืนพื้นที่อย่างถาวร .

พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์:ขัดแย้งก่อนกลียุคขั้นสุดท้าย?

นี่คือความขัดแย้งกลียุคขั้นสุดท้าย ทุกสถาบัน ทุกองค์กรของระบอบเก่า ได้เปิดโปงตัวเองจนล่อนจ้อน เห็นทั้งแผลเป็นและแผลเน่าเฟะไปทุกขุมขน เมื่อเผด็จการใช้ทั้งมวลชนอันธพาลเถื่อน โจร อาวุธ ทหาร ศาล ตุลาการ องค์กรจากรัฐธรรมนูญ ฯลฯ ใช้ทั้งสัญลักษณ์ธงชาติ มีด ปืน ระเบิด ไปจนถึงอำนาจอธรรมที่สวมเสื้อคลุมของ "กฎหมาย" รุมกันสกรัมและจ้วงแทงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างชอบธรรม

นายกฯยิ่งลักษณ์และรัฐบาลนี้เหลือเวลาอีกไม่มาก ก็คงร่วงหล่นดังเช่นผลไม้เน่าที่ปลดลงจากต้นไม้ ขอให้ประชาชนเตรียมตัวให้พร้อม ในที่สุด เราจะได้ระบอบเผด็จการที่มาในรูป "รัฐบาลคนกลาง" และสภาทาสในรูป "สภาปรองดองแห่งชาติ" ตามมาด้วยการกดขี่ปราบปรามครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาตั้งแต่ 6 ตุลาคม 2519

แต่พวกเผด็จการคิดผิดถนัด เขาล้มนายกฯและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ เขาจัดการกับพรรคเพื่อไทยและแกนนำเสื้อแดงทั่วประเทศได้ แต่เขาจะปกครองไม่ได้ เพราะจิตใจของประชาชนหลายสิบล้านคนทั่วประเทศ "ไม่ได้เป็นของเขา" อีกต่อไปแล้ว

เมื่อเขาล้มรัฐบาลทักษิณปี 2549 "ความเสื่อม" ก็เริ่มมาเยือนเขา พอเขาล้มรัฐบาลสมัคร-สมชายปี 2551 "ความเสื่อมหนัก" ของเขาก็แพร่กระจายดุจโรคระบาด มาวันนี้ ปี 2557 พอเขาล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ "ความเสื่อมสุดขีด" ของเขาก็มาถึงในที่สุด เป็นความเสื่อมของทั้งสัญลักษณ์และทุกองคาพยพของระบอบเก่า

เมื่อประชาชน "ไม่มีใจ" ให้เขาอีกแล้ว เมื่อเขาไม่สามารถ "ปกครองใจ" ของประชาชนได้อีกต่อไป เมื่อ "อำนาจทางใจ" ของเขาหมดไปแล้ว เขาก็มีทางเดียวที่จะปกครองประชาชนต่อไปได้ ก็คือ "ใช้ปืนและอำนาจทางกฎหมายกดหัวและกดขี่ประชาชน" เท่านั้น

แต่การปกครองใดที่ใช้แต่ "ปืนกับกฎหมาย" มากดขี่ประชาชน โดยปราศจาก "การปกครองด้วยใจ" แล้ว การปกครองนั้นย่อมอยู่ได้ไม่นาน ประชาชนจะต่อต้านทุกรูปแบบ ทุกวิธีการ แล้วจะคอยดูกันว่า ระบอบเก่าที่ลอกคราบใหม่นี้จะอยู่ได้สักกี่วัน!!!ก่อน

ขบวนทัพชาวนาออกจากสิงห์บุรีวิ่งถนนสายเอเซียมุ่งหน้าเข้ากรุงแล้ว

New post (Update 20/02/2557 11:04 ข้อมูลกลุ่มเกษตรกร ถนนสายเอเชีย(ขาเข้า กทม.) กลุ่มเกษตรชาวนาผู้เดือดร้อนฯออกเดินทางเข้า กทม.เวลา นี้ ตรวจสอบรถในขบวนได้ดังนี้.

1)รถอีแต๊กประมาณ 400คัน.
2)รถสิบล้อ10คัน.
3)รถหกล้อ12คัน.
4)รถเก๋งปิคอัพ50คัน.
5)รถจยยประมาณ150คัน.
รวมทั้งหมดประมาณ622คัน.ยอดปชช.ร่วมเดินทาง.ทั้งหมด.ประมาณ1000คน.ขบวนยาวประมาณ2-3กม.ปิดช่องการจราจร4ช่องทางรถอื่นไม่สามารถแล่นผ่านได้..ครับ

แนะนำเส้นทางเลี่ยง เข้า จากถนนสายเอเชีย ช่วง จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง จะมีทางเข้าถนนคู่ขนาน สายเอเชีย ทล.309 เป็นเส้นทางมุ่งตรงมา ทล.347 มาเข้าวงแหวนตะวันตกเพื่อขึ้น ทางด่วนหรือมาทางบางบัวทองก็สะดวกมากครับ ) has been published o

ขอระบายหน่อยครับ คฝ.รำพัน

จากบ้านราฎร
ขอระบายหน่อยครับ คฝ.รำพัน
จากหน้าแนว 
หลังจากชลบุรีถอยออกมา ร้อยเอ็ดถูกสั่งให้เข้าไปประจำแนว ขณะที่กำลังจะถอย 
มีกระสุนปืนออกมาจากทางตึก การบินxxxทำให้พวกเราต้องวิ่งถอยหนีตายกัน
ผมกับพี่อีก1คนเราวิ่งขึ้นรถไม่ทัน:: เรื่องมันเริ่มหลังจากนี้
ผมกับพี่หนีออกมาเราเริ่มวิ่งออกไปตามซอยเพื่อหนีกลุ่มการ์ดที่ตามมาเก็บตกตำรวจที่
ขึ้นรถไม่ทันซึ่งตามซอมเค้าก็ออกตามล่่าพวกผมเป็นกลุ่ม ผมมาหลบที่ซอยอะไร ผมจำไม่ใด้
เราเจอการ์ด4คนโดยบังเอิญ มันก็ตกใจเหมือนกันพี่ที่มากับผม แกรีบล้วงเข้ากระเป๋วสะพายข้าง ทำให้การ์ดตกใจแล้ว1คนก็ออกไปสงสัยไปตามการ์ดมาเพิ่มซึ่งความจริงในกระเป๋าพี่เค้าไม่มีอะไร เพราะคำสั่งห้ามพกปืนมา จากนั้นเราก็เจอวัดเราก็เข้าไปหลบในวัด ยืมโทรศัพย์พระโทรมาหา นายที่คุมกำลังเรามาเพื่อบอกให้แจ้งว่าเราอยู่ที่นี่หลบอยู่ในวัดตรงนี้ แล้วคำตอบที่ผมใด้รับคือ มีตังค์ป่าว นั่งแท็กซี่กลับมานะออกไปรับไม่ได้ นี่เหรอคือคำตอบจากหัวหน้าผม จากนั้นผมจึงโทรหาเพื่อนที่อยู่ สน.ใกล้เคียงบอกว่่ให้ส่งคนมารับผมออกไปด้วย ผมถึงได้ออกมากันได้ไม่งั้นคงโดนมันเผาคาวัดแล้ว
ผมอยากถามว่า
1 ตร.มีแผนการช่วยเหลือ จนท.อย่างไรถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก
2.ขอได้หรือไม่ให้เจ้าหน้าที่พกอาวุธเพื่อป้องกันชีวิตตนเอง
3.เลิกพูดได่แล้วว่าจะนั่นนู่นนี่ พวกผมเจ็บ ตายหลายคนแล้ว
พวกเราปกป้องท่านมากแล้ว ขอร้องพวกท่านปกป้องพวกเราด้วยทีครับ
จากใจ คฝ

เปิดขุมทรัพย์ 9.5แสนล้าน ตระกูลชินวัตรในตลาดหุ้นไทย

เปิดขุมทรัพย์ 9.5 แสนล้าน!! "ตระกูลชินวัตร"ในตลาดหุ้นไทย

ASTVผู้จัดการ -เปิดขุมข่ายธุรกิจตระกูลชินวัตร ล่าสุดมีมูลค่ารวมกันกว่า 9.5 แสนล้านบาท จับตาผลกระทบหลัง กปปส. ประกาศยกระดับการต่อสู้มุ่งเล่นงาน “ธุรกิจตระกูลชินวัตร” เอาคืนภายหลังถูก ศรส. ตัดท่อน้้ำเลี้ยง

หลังจากล่าสุด นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ได้ประกาศยกระดับการต่อสู้มุ่งเล่นงาน “ธุรกิจตระกูลชินวัตร” โดยเป็นการเอาคืนภายหลังถูก ศรส. ตัดท่อน้้ำเลี้ยงของ กปปส.

“วันนี้เป็นวันที่ 121 แล้ว เพราะฉะนั้น เราจำเป็นต้องยกระดับการต่อสู้ต่อไป ถ้ายิ่งลักษณ์ยังดื้อด้านอยู่ เราจะพุ่งเป้าโจมตีธุรกิจของตระกูลชินวัตรทั้งหมด วันนี้ขอส่งเสียงเตือนไปถึงบรรดานักลงทุนทั้งหลายที่ซื้อหุ้นบริษัทในเครือตระกูลชินวัตรเอาไว้รีบขายออกซะก่อน เพราะ เรามวลมหาประชาชนจำเป็นต้องยกระดับการต่อสู้ และ มุ่งเล่นงานธุรกิจตระกูลชินวัตร ตัดท่อน้้ำเลี้ยงของมันบ้าง ไม่เจ๊งก็ให้มันรู้ไป ขอประกาศบรรดานักลงทุนที่ซื้อหุ้นบ.ในเครือชินวัตร ยังมีเวลาขายหุ้น ถ้าเมื่อไรเราดำเนินการจนกิจการในธุรกิจชินวัตรเจ๊ง อย่าโกรธเราที่เราไม่เตือน เพราะเราเตือนล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้” นายสุเทพ กล่าวปราศรัย

ทั้งนี้ ASTVผู้จัดการได้รวบรวมธุรกิจในเครือข่ายตระกูลชินวัตร ประกอบด้วย

1.บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น หรือ INTUCH บริษัทแม่ เจ้าของธุรกิจโทรคมนาคมในเครือคือ ADVANC, THCOM, CSL ณ วันนี้(19ก.พ.)ปิดตลาดหุ้น ราคาหุ้นลงมาปิดที่ 73.75 บาท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 239,679.92 ล้านบาท

2.บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ ADVANC ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในชื่อแบรนด์ AIS ในย่านความถี่ 800 900 1800 1900 และระบบ 3G 2100 โดยมีบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จำนวน 1,202,712,000 หุ้น คิดเป็น 40.45% โดยมีนายวิทิต ลีนุตพงษ์ เป็นประธานกรรมการบริษัท แต่ขณะเดียวกัน ยังเป็นคณะกรรมการอิสระ และ คณะกรรมการตรวจสอบให้แก่ บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น อีกด้วย

ปัจจุบัน AIS มีลูกค้าอยู่ราว 40 ล้านเลขหมาย คิดเป็นระบบ 3 G 16 ล้านเลขหมายและระบบ 2 G 24 ล้านเลขหมาย หรือ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดราว 40%

ณ วันนี้(19ก.พ.) ราคาหุ้นอยู่ที่ 217.00 บาทต่อหุ้น มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 651,107.88 ล้านบาท

3.บมจ.ไทยคม หรือ THCOM บริษัทให้บริการเช่าช่องสัญญาณผ่านดาวเทียม ไทยคม 1-6 และดาวเทียม ipStar โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นประธานกรรมการบริหาร ซึ่งมี บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จำนวน 450,870,934 หรือคิดเป็น 41.14%

ราคาหุ้นล่าสุดปิดที่ 40.00 บาท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 43,563.52 ล้านบาท

4.บมจ. ซีเอส ล็อกซอินโฟ หรือ CSL บริษัททำธุรกิจสมุดหน้าเหลืองให้บริการสืบค้นเบอร์โทรศัพท์ ไทยแลนด์ เยลโล่ เพจเจส (Thailand Yellow Pages) และ ข้อมูลธุรกิจ ตลอดจนให้บริการขายชั่วโมงอินเทอร์เน็ต โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นประธานกรรมการบริหาร ซึ่งมีบริษัท ดีทีวี เซอร์วิส จำกัด ผู้ให้บริการจานดาวเทียม DTV เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จำนวน 250,099,990 หุ้น หรือคิดเป็น 42.07%

ราคาหุ้นอยู่ที่ 10.50 บาท คิดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 6,242.41 ล้านบาท

5.บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น หรือ SC ASSET บริษัท อสังหาริมทรัพย์โครงการบ้านหรู ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ราคาตั้งแต่ 9-150 ล้านบาท ซึ่งมีอดีต น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธานกรรมการบริษัท โดยปัจจุบันมีนางบุษบา ดามาพงศ์ เป็นประธานกรรมการบริหาร ซึ่งมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จำนวน 960,908,540 หุ้น คิดเป็น 29.13%

ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ ที่ 3.24 บาทต่อหุ้น มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 12,474.41 ล้านบาท

6.บมจ.เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่นหรือ M LINK บริษัทดำเนินธุรกิจนำเข้า และจัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่แบรนด์ต่างๆ โดยมี น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งมีบริษัท เอ็ม แคปปิตอล โฮลดิ้ง จำกัดเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จำนวน 152,456,900 หุ้นคิดเป็น 28.23%

ราคาหุ้นอยู่ที่ 3.32 บาท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 1,846.80 ล้านบาท

7.บมจ.สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ หรือ SGP บริษัทจัดจำหน่ายเชื้อเพลิงเพื่อการพลังงานในรูปแก๊สธรรมชาติ ปั๊มบรรจุแก๊ส LPG เพื่อยานพาหนะ และเพื่อการหุงต้มในครัวเรือนโดยมี พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร เป็นประธานกรรมการบริษัท

8.ตึกไซเบอร์เวิร์ลด ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง มีนางพจมาน ดามาพงศ์ เป็นเจ้าของ

นับรวมมูลค่าทรัพย์สินของตระกูลชินวัตรและเครือญาติในตลาดหลักทรัพย์ฯไม่นับธุรกิจอื่นจะคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 954,914.94 ล้านบาท มากกว่าจำนวนเงินที่รัฐบาลติดหนี้ค้างชำระค่าข้าวให้ชาวนา 130,000 ล้านบาทอย่างหลายเท่าตัว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 กุมภาพันธ์ 2557 18:27 น