PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

โฆษก กอ.รมน. โต้ รายงานการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมในชายแดนภาคใต้ เป็นข้อมูลเก่า

โฆษก กอ.รมน. โต้ รายงานการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมในชายแดนภาคใต้ เป็นข้อมูลเก่า คำบอกเล่าฝ่ายเดียว ทำให้ตปท.เข้าใจคาดเคลื่อน ยันทหารมีการปรับแก้การทำงานมานานแล้ว ถาม"มูลนิธิผสานวัฒนธรรม" เป็น องค์กรที่มีสถานะตามข้อกฎหมายภายในประเทศฉบับใด เตือนอาจเข้าข่ายหมิ่นประมาท
พล.ต.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น
หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ตระหนักและระมัดระวังป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในมุมมองด้านสิทธิมนุษยชนเสมอมา
ปัจจุบันสภาพแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่องค์กรภาคประชาสังคมบางองค์กรยังคงใช้ลักษณะการขับเคลื่อนองค์กรแบบเดิมๆ โดยไม่มีท่าทีในการปรับบทบาท
พร้อมกันนี้ได้ตั้งข้อสังเกต 4 ประการ ต่อรายงานสถานการณ์ทรมานฯ
ตามที่ปรากฏข่าวท"มูลนิธิผสานวัฒนธรรม"และองค์กรเครือข่าย ได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2557-2558 เมื่อวันที่ 10 ก.พ.59 โดยอ้างการใช้กฎหมายพิเศษทำให้เกิดอุปสรรคในการตรวจสอบจากองค์กรภายนอกที่เป็นอิสระ และนำข้อมูลจากคำบอกเล่าฝ่ายเดียวของผู้ร้องเรียนระหว่างปี 2547 จนถึงปัจจุบัน รวมจำนวน 54 ราย ประกอบด้วยการกระทำทรมานทางจิตใจและทางร่างกาย พร้อมนำนิยามศัพท์ตามกฎหมายระหว่างประเทศที่จำกัดเฉพาะเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลที่ใช้อำนาจรัฐมาอ้างอิงในรายงานนั้น
พลตรีบรรพต ชี้แจงว่า การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ห้วงระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา ภายใต้นโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ อันเป็นผลทำให้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบันมีแนวโน้มคลี่คลายไปสู่การแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งร่วมกันตามแนวทางสันติวิธี โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน
สังเกตได้จากเหตุการณ์ความรุนแรงเริ่มบรรเทาเบาบางลงไปอย่างเห็นได้ชัด จนอาจกล่าวได้ว่า สภาพแวดล้อมในพื้นที่ได้เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว ทุกภาคส่วนได้ตระหนักรู้ถึงสัญญาณการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเครือข่ายภาคประชาสังคมส่วนใหญ่ตื่นตัวจัดการระดมความคิดเห็นเตรียมการรองรับในหลากหลายรูปแบบ
แต่ขณะเดียวกันองค์กรภาคประชาสังคมบางองค์กรยังคงใช้ลักษณะการขับเคลื่อนองค์กรด้วยวิธีการแบบเดิมๆ โดยไม่มีท่าทีในการปรับบทบาทตามเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่
แม้แต่การกำหนดชื่อองค์กรหรือวัตถุประสงค์ที่ยังขัดแย้งกันในตัวเอง ในรายงานข้างต้นนี้อาจเข้าใจได้ว่า องค์กรฯ เขียนโครงการไปขอรับการสนับสนุนเงินทุนจากต่างประเทศ แต่เมื่อเหตุรุนแรงลดลงจึงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเก่านำมารายงานใหม่ให้สมกับเงินทุนที่ได้รับมา
ที่น่ากังวลคือ รายงานฉบับดังกล่าวเมื่อถูกเผยแพร่ออกไปต่างประเทศอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงได้ สอดคล้องกับข้อสั่งการของ พลเอกประยุทธ์ นายกฯ/ผอ.รมน. เมื่อวันที่ 10 ก.พ.59 ถึงรายงานข้อมูลเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่องค์กรระหว่างประเทศได้รับ ไม่ตรงตามสถานการณ์ที่เป็นจริง และขอให้ช่วยกันชี้แจงแก้ไข
โดยเฉพาะการจัดอันดับประเทศที่มีภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ด้วยการนำสถิติเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปเหมารวมเป็นความเสี่ยงของภัยคุกคามจากการก่อการร้ายในภาพรวมของประเทศ
การปฏิบัติงานที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงได้จัดการอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ตระหนักรู้และสร้างความเข้าใจ
รวมทั้งความพยายามทั้งปวงในการระมัดระวังป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในมุมมองด้านสิทธิมนุษยชนเสมอมา
ทั้งนี้ ได้อาศัยความร่วมมือของผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน เครือญาติ และหน่วยงานภายนอกต่างๆ ที่ได้รับการยอมรับ มาร่วมกันเป็นสักขีพยานในทุกขั้นตอนของการบังคับใช้กฎหมาย หรือในภายหลังหากมีข้อสงสัยประการใดหน่วยงานในพื้นที่ก็พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน
กอ.รมน. มีข้อสังเกต 4 ประการ ประการแรกคือ บรรดาองค์กรที่จัดทำรายงานฉบับนี้มีสถานะเป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ และถ้าหากมีอำนาจหน้าที่แล้ว องค์กรมีสถานะตามข้อกฎหมายภายในประเทศฉบับใด
ประการที่สองคือ การจัดทำรายงานห้วงระหว่างปี 2557-2558 ปรากฏมีเจ้าหน้าที่รัฐกระทำทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือไม่
ประการที่สามคือ ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยเป็นเรื่องเก่าจากคำบอกเล่าเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงใช่หรือไม่
ประการที่สี่คือ เหตุใดจึงอ้างข้อกฎหมายระหว่างประเทศโดยละเลยต่อการพิสูจน์ข้อเท็จจริงโดยกลไกตามกฎหมายพื้นฐานภายในประเทศ จึงอาจสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทต่อหน่วยงานของรัฐได้

นายกฯ บิ๊กตู่ โชว์ โรดแมพ แผนผังทำงานแม่น้ำ5สาย



นายกฯ บิ๊กตู่ โชว์ โรดแมพ แผนผังทำงานแม่น้ำ5สาย "นี่เขาทำงานกันแบบนึ้ ไม่ใช่ถามคำตอบคำ ประเทศเดินแบบนี้"เผยเตรียมแจกจ่ายพรุ่งนี้..เหน็บสื่อตัด ไม่สนใจหรอก สนใจแต่ว่า จะเลือกตั้ง เมื่อไหร่ ประชามติเมื่อไหร่ /นายกฯ เริ่มกลับมาให้สัมภาษณ์ แม้จะพูดสั้น แค่ 4นาที เศษ
ที่ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ นายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อ สั้นๆ หลังการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาลิขสิทธิ์ โดยยืนยันว่า จะปราบปราม และหนุน ทำสินค้าOtop ให้เทียมเท่า แบรนด์เนม เชื่อเราทำได้ และ ปลุกจิตสำนึกคนไทย อย่าใช้ของปลอม
จากนั้น สื่อถาม เรื่อง วันประชามติ31 กค.2559 นี้ว่า รับทราบแล้ว แต่ปฏิเสธ ที่จะให้สัมภาษณ์ต่อ แต่ได้หยิบ แผนผัง การทำงานของแม่น้ำ5 สายจาก นายทหารฝ่ายเสธ. มาโชว์สื่อ พร้อมระบุว่า นี่เขาทำงานกับแบบนี้ ไม่ใช่ถามคำตอบคำ ประเทศเขาเดินกันแบบนี้
เมื่อสื่อ ร้องขอ แผนผังนี้ พลเอกประยุทธ์ กล่างว่า จะแจกจ่ายพรุ่งนี้ ก่อนตัดพ้อสื่อว่า พวกเธอคงไม่สนใจหรอก สนใจแต่ว่า จะเลือกตั้ง เมื่อไหร่ ประชามตื เมื่อไหร่ แค่นั้น ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ไป

ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์สื่อนอกจำนำข้าว


อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สำนักข่าววอลสตรีท เจอร์นัล เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ในช่วงเวลาเดียวกันกับหัวหน้าทีมสอบสวนข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว สรุปผลการสอบสวนว่า โครงการนี้จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย แต่อดีตนายกรัฐมนตรีมีความผิดในการกำกับดูแล 
.
สำนักข่าววอลสตรีท เจอร์นัล รายงานบทสัมภาษณ์นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ (10 ก.พ.59) เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวที่กำลังถูกตรวจสอบในขณะนี้ 
.
นางสาวยิ่งลักษณ์ระบุว่า ผู้มีอำนาจคิดว่าเธอคือต้นเหตุแห่งความขัดแย้ง เธอจึงพยายามใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา และยืนยันว่าโครงการการรับจำนำข้าว เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมา แต่เธอกลับกำลังถูกดำเนินคดีจากนโยบายที่ได้มีการหาเสียงเอาไว้ และผ่านการนำเสนอกับสภาผู้แทนราษฎรตามกฎหมาย
.
การให้สัมภาษณ์นี้ เกิดขึ้นในวันเดียวกันกับที่ นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมสอบสวนข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว สรุปผลการสอบสวนว่า แม้โครงการจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย แต่อดีตนายกรัฐมนตรีมีความผิดในการกำกับดูแล
.
นางสาวยิ่งลักษณ์ ย้ำกับสำนักข่าววอลสตรีท เจอร์นัล ว่าการกระทำแบบนี้ถือเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่เธอยืนยันไม่เคยคิดจะหนี ตั้งแต่การรัฐประหารก็ตาม แต่เห็นว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา เธออยู่อย่างเงียบ ๆ มานานเกินพอแล้ว จึงถึงเวลาที่จะลุกขึ้นพูดบ้าง
.
สำนักข่าววอลสตรีท เจอร์นัล ยังสัมภาษณ์อาจารย์ปวิน ชัชวาลพงพันธ์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร ด้วย โดยอาจารย์ปวินให้ความเห็นว่า รัฐบาลและคสช .ต้องหาเหตุผลเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการรัฐประหาร แต่เขามองว่า จากกรณีนี้ รัฐบาลและคสช.อาจจะโดนกระแสต่อต้านจากผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี และการดำเนินคดี อาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองระลอกใหม่
.

แล้วทักษิณก็กลับมายึดประเทศอีก

โดย สุรวิชช์ วีรวรรณ  
11 กุมภาพันธ์ 2559 14:24 น.
        ทักษิณประกาศชัดเจนว่าไม่ว่ารัฐธรรมนูญออกมาแบบไหนพรรคของเขาจะชนะอีก กลับมาบริหารประเทศอีก ซึ่งเราคงต้องยอมรับว่าสิ่งที่ทักษิณพูดนั้นมีโอกาสเป็นความจริงสูงยิ่ง
       
       แม้ว่าทักษิณจะหนีคุกเป็นนักโทษร่อนเร่อยู่ในต่างประเทศ แต่เขาเป็นคนหนีคุกคนเดียวที่อยู่อย่างเปิดเผยเปิดตัว มีเสรีภาพยังมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์สังคมและการเมืองไทยได้ มีโอกาสพบตัวแทนของรัฐ เช่น เอกอัครราชทูตในต่างประเทศ และบางครั้งก็ใช้ศาลที่เขาไม่ยอมรับคำพิพากษานั่นแหละฟ้องร้องใครต่อใครได้อีก แถมศาลไทยก็ยอมให้เขาทำแบบนั้นได้
       
       ทักษิณยังควบคุมพรรคการเมืองที่ชอบด้วยกฎหมายผ่านนอมินี เขาสร้างคนมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทนเขาแล้ว 3 คน แม้กระทั่งส่งคนโง่มาเป็นตัวแทนก็ได้รับเลือกจากคนส่วนใหญ่ให้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศ ใครจะเป็นนายกฯ ไม่สำคัญคนบริหารก็คือทักษิณ
       
       หลังทักษิณออกมาพูดตัวแทนของทหารออกมาบอกว่า “นายทักษิณ อยู่ในสถานะของนักโทษ แต่ยังไม่ได้เดินทางมารับโทษ การแสดงความคิดเห็นใดๆ ผมเชื่อว่าประชาชนมีความรู้วิจารณญาณว่าควรรับฟังหรือไม่ ในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้ เราต้องการความร่วมมือปรองดองไม่ต้องการการมายุแหย่ การแตกความสามัคคี การแบ่งแยก ฉะนั้นอยากให้พิจารณาถึงสถานะของนายทักษิณ กับสถานะผู้ที่กำลังบริหารราชการแผ่นดิน”
       
       แล้วที่พูดนั้นจริงไหมมีกี่คนที่มีวิจารณญาณรู้ว่าสิ่งที่ทักษิณพูดไม่ควรฟัง แล้วคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ที่มีสิทธิไปเลือกตั้งเขาฟังและเชื่อทักษิณหรือไม่
       
       ถามว่า คสช.นี้ได้ทำอะไรที่บั่นทอนสถานะของทักษิณหรือยัง คำตอบก็คือยังมองไม่เห็น สถานะของทักษิณก็คือเขายังอยู่ในหัวใจของมวลชนระดับล่างในภาคเหนือและอีสานซึ่งรวมแล้วเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ระบอบประชาธิปไตยแบบวันแมนวันโหวตนั่นแหละที่ทำให้ทักษิณยังมั่นใจว่าอย่างไรเสียพรรคของเขาก็จะกลับมาบริหารประเทศอีก เพราะคนเหล่านั้นยังรักทักษิณและเชื่อว่าทักษิณไม่ผิดแต่ถูกกลั่นแกล้ง เพราะทักษิณทำให้คนยากจนอยู่ดีกินดีขึ้น
       
       ตั้งแต่ คสช.เข้ามาเคยออกไปบอกมวลชนรากหญ้าที่รักทักษิณหรือไม่ว่า ทักษิณมีอำนาจแล้วฉ้อฉลอย่างไร ทำไมทักษิณติดคุก ทำไมต้องยึดทรัพย์ทักษิณสี่หมื่นกว่าล้าน แล้วทักษิณเอาเงินจากไหนไปแจกคนจน
       
       วันก่อนได้ยินพล.อ.ประยุทธ์พูดว่า “กลับมาสู้ในกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่เป็นธรรมไม่ถูกต้องกลับมาสิครับ ไม่ใช่ต่อสู้อยู่ข้างนอกแบบนี้ บ้านเมืองก็เสียหาย แล้วผมถามท่านนับถือคนแบบนี้อีกหรือ ผมไปผมอายเขานะ ผมอายเขาที่มีคนระดับใครก็แล้วแต่ที่หนีไปต่างประเทศแล้วประจานประเทศตัวเองแบบนี้”
       
       แม้จะไม่เอ่ยชื่อตรงๆ พล.อ.ประยุทธ์ก็หมายถึงทักษิณนั่นแหละ แล้วถามว่า ท่านมีคนมีเครื่องมือสื่อสารเคยบอกประชาชนไหมว่า ทักษิณและระบอบทักษิณชั่วร้ายอย่างไร พูดแต่ว่าเข้ามาเพราะคนสองฝ่ายทะเลาะกัน เครื่องมือสื่อสารที่มีอยู่ท่านทำอะไร วันนี้พอนายกฯ บอกชอบฟังเพลงคนดีไม่มีวันตาย ก็ใช้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ 6 โมงเย็นเปิดเพลงนี้ให้คนไทยฟังทุกวัน
       
       โลกก็ติเตียนว่า รัฐบาลประยุทธ์เป็นรัฐบาลที่ใช้ปืนมายึดอำนาจ ทำลายระบอบประชาธิปไตย เพราะรัฐบาลไม่กล้าพูดอะไรที่กระทบกระเทือนทักษิณ ไม่กล้าพูดว่าทักษิณถึงมาจากการเลือกตั้ง แต่ใช้อำนาจอย่างมิชอบอย่างไร
       
       เขาว่ากันว่า ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับมีชัยที่กำลังร่างอยู่นั้น ก็เพื่อให้พรรคของทักษิณแพ้เลือกตั้ง ลองไปดูนะครับว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เลือกตั้งอย่างไรแล้วจะทำให้พรรคของทักษิณแพ้เลือกตั้งได้จริงหรือ
       
       ผมลองคิดให้ดูนะครับ การลงคะแนนครั้งนี้จะใช้บัตรใบเดียวคือบัตรที่เลือก ส.ส.เขต ส.ส.เขตทุกพรรคจะได้รับเลือกตั้งในเขตหรือไม่ก็ตาม จะเอาคะแนนที่ได้รับทุกเขตมารวมกันแล้วรวมเป็นคะแนนพรรค
       
       ผมไม่มีคะแนนครั้งที่แล้ว (เลือกตั้ง 2554) ว่า 2 พรรคได้คะแนน ส.ส.เขตรวมกันเท่าไหร่ เลยสมมติเอาคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่ 2 พรรคได้รับมาแทนคะแนนเขตของทั้งสองพรรค
       
       ครั้งนั้นพรรคเพื่อไทยได้ 15,744,190 คะแนน และรองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ได้ 11,433,501 คะแนน สมมติว่านี่เป็นคะแนนเขตรวมก็แล้วกัน ครั้งนั้นผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิทั้งสิ้น 75.03% จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 46,921,682 คน
       
       เท่ากับพรรคเพื่อไทยได้ 48.41% ประชาธิปัตย์ได้ 35.15% ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 เพื่อไทยได้ผู้แทน 2 ระบบรวม 264 คนคือ จากระบบเขต 203 คน ปาร์ตี้ลิสต์ 61 คน ประชาธิปัตย์ได้ ส.ส. 2 ระบบรวมกัน 161 คน ได้ ส.ส.เขต 117 คน ปาร์ตี้ลิสต์ 44 คน
       
       แต่ถ้าคำนวณตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่มาตรา 86 เพื่อไทยมีสิทธิได้ ส.ส.2ระบบรวม 242 คน ประชาธิปัตย์มีสิทธิ คสช.เองได้ผู้แทน 2 ระบบรวม 177 คน เกินจากนี้ไม่ได้
       
       เช่นสมมติว่าถ้า 2 พรรคได้ ส.ส.เขตเท่าเดิมคือ เพื่อไทยได้ 203 คน คิดแบบใหม่เพื่อไทยจะได้ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มอีก 39 คน รวมเป็น 242 คน ประชาธิปัตย์ถ้าได้ ส.ส.เขตเท่าเดิมคือ 117 คน ประชาธิปัตย์จะได้ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มอีก 60 คน รวมเป็น 177 คน
       
       คือร่างรัฐธรรมนูญใหม่ออกแบบให้พรรคที่ได้ ส.ส.เขตมากจะได้ปาร์ตี้ลิสต์น้อยลง แต่จะทำให้พรรคของทักษิณแพ้เลือกตั้งไหม ก็ยังไม่เห็นหนทางนะ เพราะอย่างไรก็ยังกวาด ส.ส.เขตแบบถล่มทลายในภาคเหนือและอีสานซึ่งมีปริมาณมากกว่าทุกภาค ตราบเท่าที่คนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าทักษิณเป็นคนดี
       
       ดังนั้น เปลี่ยนวิธีเลือกตั้งก็ชนะพรรคของทักษิณไม่ได้
       
       แล้วเลือกตั้งแบบนี้อะไรเกิดขึ้นทราบไหมครับ ก็คือ ทุกพรรคจะต้องส่งผู้สมัครลงให้ได้ทุกเขต ต้องลงหาเสียงทุกเขต ต่างกับเมื่อก่อนเขตไหนไม่มีโอกาสก็ไม่ค่อยทุ่มคนและเงินลงไป แต่คราวนี้ต้องทุ่มเงินและคนลงไปทุกเขต สิ่งที่ตามมาก็คือ จะต้องใช้เงินในการเลือกตั้งที่สูงขึ้น
       
       ยิ่งใช้เงินมากใครได้ประโยชน์ละครับ ผมว่าพรรคที่รวยยิ่งได้เปรียบนะ แล้วใครมีเงินเยอะก็พรรคของทักษิณใช่ไหม แล้วระบบนี้จะสกัดพรรคของทักษิณได้ไหม คำตอบคือไม่มีทางเลย เพราะเมื่อทุกคนมีหนึ่งเสียงเท่ากันแบบวันแมนวันโหวตยังไงพรรคของทักษิณก็ต้องได้เสียงข้างมากอีก
       
       บางคนบอกว่าโอกาสที่จะได้คะแนนเกินครึ่งน้อยลง แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้ และถึงไม่ได้เกินครึ่ง เมื่อได้เสียงข้างมาก ก็ไม่ยากอะไรที่จะดึงพรรคเล็กเข้าร่วม ไม่ว่าพรรคของบรรหารหรือพรรคของสุวัจน์ พวกนี้พร้อมจะเป็นพันธมิตรกับทักษิณอยู่แล้ว หรือทักษิณจะสร้างพรรคขึ้นมาสำรองสัก 2-3 พรรคก็ได้
       
       ผมคิดว่าคนที่ไม่เอาทักษิณก็เชื่อที่ทักษิณพูดว่า พรรคของเขาจะกลับมาบริหารประเทศอีก คนพวกนี้จึงกลัวเลือกตั้งคิดอยากให้ประยุทธ์อยู่ไปนานๆ ซึ่งรู้ๆ กันอยู่ว่าเป็นไปไม่ได้ ประยุทธ์เองก็รู้ว่าวันหนึ่งต้องไป
       
       เชื่อเถอะว่า สุดท้ายแล้วพรรคของทักษิณกลับมาบริหารประเทศแบบที่ทักษิณพูดอีกแน่ๆ สิ่งที่ประยุทธ์ทำมาทั้งหมดก็สูญเปล่า เพราะสิ่งที่ควรทำคือให้ชาวบ้านรู้ความชั่วช้าของทักษิณ ประยุทธ์ยังไม่ได้ทำอะไรเลย 

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บิ๊กหมูจำใจแถลง

จำใจ......
ปกติ จะไม่ค่อยให้สัมภาษณ์นักข่าวสายทหาร แต่วันนี้ บิ๊กหมู พลเอกธีรชัย ผบทบ./รองผอ.รมน./เลขาฯคสช./ ผบ.กกล.รส จำเป็นต้องมายืนจุดที่ นายกฯเคยยืนให้สัมภาษณ์ นักข่าวทำเนียบฯ เพราะ พลเอกประยุทธ์ นายกฯและผอ.รมน. มอบหมายให้ แถลงข่าวแทน บิ๊กหมู เลยจำเป็นต้องมาแถลงกับสื่อทำเนียบฯ เลยปล่อยมุข บ่นขำๆ เลยว่า นี่เพราะ นายกฯสั่ง นะเนี่ย เลยต้องแถลงข่าวแทน จำใจเข้าจุดสัมภาษณ์ พูดออกไมค์ แจงงาน กอ.รมน.-คสช.แจงร่างรธน. โดยเฉพาะ บทบาทหน้าที่ ของนักศึกษา วิชาทหาร (นศ.รด.)....งานนี้ เป็นการสั่งให้แถลงแทน ด่วน ทีม รปภ. ต้อง แจ้งระงับขบวนรถ ผบทบ. ที่กำลังรับ บิ๊กหมู ขึ้นรถแล้ว ให้เดืนมาที่จุดแถลงข่าว อย่าเร่งด่วน

นายกฯตู่ยังไม่พูดกับนักข่าว

พูด น้อย มาก......
นายกฯ บิ๊กตู่ เดินเข้าจุดสัมภาษณ์ คว้าไมค์พูด แต่ไม่ตอบคำถามใดๆ สื่อ แต่บอกว่า มอบผบทบ.แถลงข่าว การทำงานของกอ.รมน.แทน หลังจบประชุมการแถลงแผนปฏิบัติงานของ กอ.รมน.ปี2559 ด้าน บิ๊กหมู ผบทบ. กำลังจะขึ้นรถกลับ ทีมรปภ.นายกฯ รีบมาแจ้ง พร้อม สกัด ขอยกเลิกขบวนรถผบทบ. พร้อมเชิญ มาแถลงข่าว

นายกฯ สั่งหน่วยความมั่นคง อย่าประมาท ภัยก่อการร้าย ลั่น ไม่มีที่ไหนในโลก ปลอดภัย


นายกฯ สั่งหน่วยความมั่นคง อย่าประมาท ภัยก่อการร้าย ลั่น ไม่มีที่ไหนในโลก ปลอดภัย เตือน ระวังพวกสุดโต่ง ไม่อยากให้ประเทศไทยเป็นคู่ขัดแย้งและทำตัวเป็นประเทศทางเลือก สั่งทุกหน่วย แก้ไข การรับรู้ของ ตปท. ที่ว่า ไทยใช้อาวุธสงคราม เผย มีแต่ 3 จ.ใต้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมฟังการแถลงแผรปฏิบัติงาน กอ.รมน. ที่มี ผบ.เหล่าทัพ มาร่วมฟัง ที่ ทำเนียบฯ ว่า เรื่องก่อการร้ายนั้น วันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในด้านความมั่งคง
"อย่าคิดว่าบ้านเราปลอดภัย เพราะไม่มีประเทศใดในโลกที่ปลอดภัย ดังนั้นรัฐบาลกำลังจัดเตรียมเทคโนโลยีและกล้องจับใบหน้าให้พอเพียงเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
"อยากให้ระวังพวกสุดโต่งเพราะไม่อยากให้ประเทศไทยเป็นคู่ขัดแย้ง และทำตัวเป็นประเทศมีทางเลือก มีอิสระแต่ต้องทำตามพันธสัญญาโลก"
นายกฯ เผยว่า เคยไปดูงานทีาสหรัฐฯ มีการพูดว่า ในความรับรู้ของต่างประเทศมีคนบอกว่าในไทยมีผู้ก่อการร้ายในประเทศและอันตรายที่สุดในอาเซียน เพราะ มีการใช้อาวุธสงคราม เพราะนำแต่เรื่องปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตัดสิน แต่ความจริงแล้วประเทศไทยมี ถึง 77 จังหวัด จะไปพูดแบบนั้นไม่ได้และฝ่ายความมั่งคงต้องไปชี้แจงปล่อยไว้ได้
นายกฯเผยว่า ตอนนั้นตนได้ชี้แจงไปแล้วกับชาวต่างชาติบางส่วนว่า บ้านเมืองเราเป็นแบบนี้จะให้ทำอย่างไร ซึ่งต่างชาติบอกว่าคิดไม่ออก ให้เวลา 10 ปีก็คิดไม่ออก เพราะคนไทยไม่เหมือนใคร อยากปลอดภัยแต่ไม่อยากให้บังคับใช้กฎหมาย
นายกฯ กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันชี้แจง ว่า ไม่ใช่แบบนั้น จนบัดนี้ ก็ยังไม่มีใครทำ ควรจะทำกันได้แล้ว

บิ๊กตู่ เสนอให้มี"ระยะเปลี่ยนผ่าน"จะนานแค่ไหนไปหามา ต้องหาทางแก้ไขก่อน


บิ๊กตู่ เสนอให้มี"ระยะเปลี่ยนผ่าน"จะนานแค่ไหนไปหามา ต้องหาทางแก้ไขก่อน ต้องมีบทเฉพาะกาลมั้ย เอาอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ระบุคุยการเมือง ไม่มีวันปรองดองได้ ยันเลือกตั้ง ตามโรดแมพวอน ช่วยทำความเข้าใจต่างชาติ เผยมีคนชั่วคนเลว ไปบิดเบือน ทั้งในและต่างประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ กล่าวว่า ต่างชาติบอกให้ไทยกลับมาสู่ประชาธิปไตยและเลือกตั้งโดยเร็ว ซึ่งตนจะเร่งให้ตามโรดแมพ แต่ต่างชาติอาจคงไม่เจ้าใจแต่ทุกคนต้องสร้างความเข้าใจในทุกมิติ
ยืนยันว่า เราจะไม่ฝืนประชาธิปไตย แต่ยังมีคนชั่วคนเลว ไปบิดเบือน ทั้งในและต่างประเทศ
ส่วนรัฐธรรมนูญมีปัญหาอย่างไร หรือจะอยู่ในบทเฉพาะกาลหรือไม่ให้ไปคิดมา ซึ่งอย่าดูว่าสากลหรือสิทธิมนุษยชนหรือไม่ เพราะต้องเป็นสากลอยู่แล้ว อีกทั้งการปรองดองต้องเริ่มด้วยตัวเอง ถ้าไม่พูดเรื่องการเมืองก็ปรองดองได้หมด เพราะการเมืองเป็นเรื่องของความเห็นต่าง ถ้าร่วมมือกันไม่ได้ 10 ชาติก็ปรองดองไม่ได้ จะร่างกฏหมายก็มีการปรองดองก็ไม่ได้
"ระยะเปลี่ยนผ่าน"จะนานแค่ไหนไปหามา ต้องหาทางแก้ไขก่อน ต้องมีบทเฉพาะกาลมั้ยเอาอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้"
นายกฯ ขอบคุณ สปท. สนช. กรธ. ที่ตนได้ตั้งขึ้นมาเพื่อให้เกิดการปฏิรูปที่จะต้องเริ่มจากทุกวันนี้ ซึ่งระยะที่ 1ที่ผ่านมาทุกฝ่ายก็รวมกันทำมาตลอด และระยะต่อไปก็ต้องกำหนดแผนเรื่องการปฏิรูป ให้สอดคล้องให้นำไปใส่ไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20ปี
ในเรื่อง รธน. อยากให้ดูเรื่องเจตนาการร่างขึ้นมาว่าเพื่ออะไร ไม่ใช่คิดว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจ
นอกจากนี้ยังได้ถามผู้เข้าร่วมประชุมว่าได้ฟังเพลงคนดีไม่ได้วันตนแล้วหรือไม่ พร้อมระบุว่า ไม่ใช่แปลว่าเป็นคนดีแล้วจะไม่ตาย แต่คนดีจะไม่ตายไปจากความทรงจำ คนจะจดจำในความดีของเรา

นายกฯ บิ๊กตู่ ยอมรับ ทหารโมโหง่ายแต่พร้อมแก้ไขตัวเอง จะไม่พูดมาก เพราะจะยิ่งถูกโจมตี



นายกฯ บิ๊กตู่ ยอมรับ ทหารโมโหง่ายแต่พร้อมแก้ไขตัวเอง จะไม่พูดมาก เพราะจะยิ่งถูกโจมตี ขอบคุณ ทุกคน ช่วยรัฐ คสช ทำงาน ขอ ตร. ทำงานร่วมมวลชน เป็นที่รักของประชาชน
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.)เป็นประธานการจัดงานสรุปผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2558 และ แถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2559 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยมี ผบสส. ผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตร.ร่วมด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขอบคุณข้าราชการทุกคน ที่ร่วมมือการทำงานมาตลอดปีที่ผ่านมา ขอให้ข้าราชการ สลายสีรวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ลดอัตตา แล้วจึงนำประชาชนมาร่วมมือ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง และบูรณาการร่วมกับกลุ่มงานอื่นแก้ไขปัญหาประเทศอย่างยั่งยืน และการทำงานจะต้องไม่ให้เกิดปัญหาการทุจริต และขอยืนยันว่าส่วนตัวเชื่อมั่นในข้าราชการทุกคน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงอารมณ์ของตนเองว่า ยอมรับว่ามีทั้งคนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ ส่วนตัวก็ได้พยายามปรับปรุงแก้ไขตัวเองแล้ว เพราะ ท่านรองนายกฯ(พลเอกประวิตร) ก็คอยเติอนผมตลอด
"ก็ ต้องเข้าใจว่าทหาร โมโหง่ายแต่ก็พร้อมปรับปรุงแก้ไข" นายกฯกล่าว
นายกฯกล่าวว่า ที่ผ่านมาตนพูดมาก เพราะอยากจะอธิบาย พอพูดมาก เพราะจะยิ่งถูกโจมตี ผมก็ต้องอดทน และแก้ไข
นายกฯ ชื่นชมการจับกุมขบวนการลักลอบปลอมแปลงพาสปอร์ตที่ทำในไทยมากกว่า 25 ปี ว่ามีการปล่อยปละละเลย ให้มีการกระทำเช่นนี้ได้อย่างไร ดังนั้นในระหว่างที่รัฐบาลนี้ ทำหน้าที่อยู่ จะต้องเคลียร์ประเทศให้ได้
ส่วนตำรวจก็ต้องทำตนเองให้เป็นที่รักของประชาชนให้ได้ ต้องทำงานด้านมวลชน ควบคู่กับงานประจำที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย

อานันท์ ปันยารชุน ชี้ปรองดองเกิดได้ ไม่ใช่มาจากรัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่จิตสำนึก



          อานันท์ ปันยารชุน ชี้ปรองดองเกิดได้ ไม่ใช่มาจากรัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่จิตสำนึก ขออย่าด่วนตัดสินคว่ำร่าง เชื่อ กรธ. ต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขอีก ชมประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งใจทำงาน
          วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้เห็นร่างรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ยังศึกษาไม่ละเอียด ซึ่งส่วนตัวไม่อยากให้คิดถึงเรื่องคว่ำหรือไม่ แต่ขอให้จับสาระสำคัญ ศึกษาเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ และเสนอข้อคิดเห็นไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อพิจารณาแก้ไข เพราะเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญยังต้องนำกลับไปปรับปรุงอีกครั้ง จึงไม่อยากฟันธงว่าจะผ่านประชามติหรือไม่ ส่วนเรื่องที่มาของนายกรัฐมนตรีคนนอก มองว่า เร็วเกินไปที่จะพูดถึง เพราะสิ่งสำคัญต้องเป็นไปตามหลักประชาธิปไตยคือ นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้มาจากคนนอกได้ ขณะที่ปฏิเสธแสดงความเห็นเรื่องระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบใช้บัตรใบเดียว

          อย่างไรก็ตาม นายอานันท์ ยังระบุว่า ความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ อยู่ที่จิตใจ ไม่ใช่เกิดจากรัฐธรรมนูญ พร้อมกันนี้ยังให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี เพราะเห็นว่าเป็นผู้ตั้งใจทำงาน

ประธานสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจำนำข้าว ชี้ “ยิ่งลักษณ์” ผิดพฤติการณ์

ประธานสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจำนำข้าว ชี้ “ยิ่งลักษณ์” ผิดพฤติการณ์ ปัดบอกตัวเลขฟ้องแพ่ง โยนถามรมว.คลัง
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยถึงกรณีส่งข้อสรุปความเห็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว ว่า การดำเนินการของคณะกรรมการที่ทำงานมาตั้งแต่เมษายน 2558 ซึ่งได้เชิญ 3 กลุ่มมาให้ถ้อยคำ ได้แก่ กลุ่มข้าราชการจำนวน 15 หน่วยงาน กลุ่มผู้กล่าวหา 8 ราย อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ (ปชป.) กลุ่มผู้ถูกกล่าวหา 15 ราย อาทิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพยานที่กล่าวอ้าง และส่งมาเพิ่มอีก 20 ราย เมื่อเดือน ธ.ค.58 ซึ่งกรรมการได้ขอให้ส่งถ้อยคำเพิ่มเติมเป็นรายลักษณ์อักษรมาภายในวันที่ 20 มกราคม 2559 แต่ไม่มีใครส่งข้อมูลมาแต่อย่างใด
นายจิรชัยกล่าวว่า กรรมการได้พิจารณา 2 ลักษณะ คือ พฤติการณ์ดำเนินการในการกำกับดูแลติดตาม ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. ว่ามีการติดตามรัดกุม กำกับชัดเจนหรือไม่ และเรื่องความเสียหาย ซึ่งถือวันปิดบัญชี 22 พฤษภาคม 2557 เพื่อนำตัวเลขปิดบัญชีมาพิจารณาวิเคราะห์ โดยให้ความเป็นธรรม อาทิ ตัวเลขที่ประชาชนจะได้รับในส่วนต่าง เช่น ราคาท้องตลาดเกวียนละ 9,000 บาท แต่รับจำนำ 15,000 บาท ส่วนต่างตรงนี้ถือเป็นประโยชน์ประชาชน กรรมการก็ไม่ได้คิดเป็นความเสียหาย การดำเนินการของส่วนราชการถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายเป็นข้าราชการดำเนินการก็ไม่ถือว่าเป็นความเสียหาย ในส่วนเรื่องดอกเบี้ย ที่ทางคณะกรรมการปิดบัญชีคิดดอกเบี้ยด้วยนั้น แต่กรรมการเราคิดว่าไม่ใช่การค้า แต่เป็นการดำเนินงานราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์สุขประชาชนก็ไม่คิดเป็นความเสียหาย
เมื่อถามถึงจำนวนตัวเลขที่ประเมินเพื่อฟ้องเรียกความเสียหาย นายจิรชัยกล่าวว่า เรื่องตัวเลขตนขอยังไม่เปิดเผย เนื่องจากเรื่องยังไม่จบยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของ รมว.คลังและนายกรัฐมนตรี และยังต้องให้คณะกรรมการพิจารณาเรียกร้องทางแพ่ง กรมบัญชีกลางดำเนินการพิจารณาต่อ จึงยังไม่นิ่ง แต่ยืนยันว่าในนามกรรมการชุดของตนนั้นไม่มีการถูกกดดันใดๆ ทั้งสิ้น ทำงานด้วยความอิสระ ให้ความเป็นธรรม ให้โอกาสมากที่สุด ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ได้มอบไว้
เมื่อถามว่า ผลจากการพิจารณาของกรรมการถือว่าพฤติการณ์สอดคล้องกับที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดมาหรือไม่ นายจิรชัยกล่าวว่า ก็สอดคล้องกัน ตามพฤติการณ์ก็มีความผิด แต่เรื่องความเสียหายนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อถามย้ำว่า ตัวเลขความเสียหายโครงการรับจำนำข้าวที่เกิดขึ้นนั้นสูงถึงหลักแสนล้านบาท ตามที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลหรือไม่ นายจิรชัยกล่าวว่า ต้องขอสงวนไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความเสียหายนั้นทางอนุกรรมการปิดบัญชีนั้นได้สรุปไว้แล้ว และนำตัวเลขนั้นมาวิเคราะห์ โดยไม่ได้เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเขาคิดละเอียดแบบนักบัญชี แต่เราเป็นนักบริหารต้องดูความเหมาะสม ดูความเป็นธรรม ดูประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ

วีระ ถาม ทำไม่มีใครทักงบรถไฟแพง 3 ล้าน

Veera Somkwamkid

รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง(ยิ่งลักษณ์-ชัชชาติ) กำลังผลักดันให้เกิดโครงการรถไฟความเร็วสูงรางคู่ 4 สาย รวมถึงรถไฟแถบชานเมืองอีก 9 สาย ในราคา 2.2 ล้านล้านบาท ปรากฎว่าถูกต่อต้านจากสังคมไทยอย่างหนัก เนื่องจากเห็นว่ามีราคาแพงเกินไป แต่ในขณะนี้รัฐบาลเผด็จการทหาร คสช.กำลังผลักดันให้เกิดโครงการรถไฟความเร็วปานกลางแต่ทำได้แค่รางเดี่ยวจำนวนเพียงแค่ 1 สายเท่านั้น แต่ราคาค่าก่อสร้างกลับมีราคาถึง 3 ล้านล้านบาท(ไม่รู้จริงหรือไม่?) กรณีนี้ทำไมไม่เห็นคนสังคมออกมาต่อต้านกันบ้าง หรือกลัวถูกทหารอุ้ม

สหรัฐฯชี้ เกาหลีเหนือกลับมาเปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แล้ว

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายเจมส์ แคลปเปอร์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯเผยว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) ได้ขยายการผลิตพลูโตเนียมและกลับมาเปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกครั้งหนึ่งแล้ว
นายแคลปเปอร์กล่าวว่า “เราคาดว่าเกาหลีเหนือได้เปิดเครื่องปฏิกรณ์มาระยะหนึ่งแล้ว จึงสามารถนำแร่พลูโตเนียมจากเชื้อเพลิงที่ใช้แล้วของเตาปฏิกรณ์กลับมาใช้ได้อีกภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน
เขายังกล่าวถึงการที่เกาหลีเหนือประกาศความตั้งใจในการเริ่มดำเนินการด้านนิวเคลียร์เมื่อปี 2013 ที่รวมไปถึงการเสริมแร่ยูเรเนียมในเมืองยงบอนและเตาปฎิกรณ์ถ่านแกรไฟต์ที่ถูกปิดไปเมื่อปี 2007
ทั้งนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ปล่อยดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลกที่มีชื่อว่า กวางเมียงซอง-4 เข้าสู่วงโคจรได้สำเร็จแล้ว ซึ่งเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนหลังจากที่เกาหลีเหนืออ้างว่ามีการทดสอบระเบิดไฮโดรเจนได้สำเร็จเป็นครั้งแรก
ทางสหรัฐฯได้กล่าวประณามเกาหลีเหนือว่าเป็นการกระทำที่ “ปลุกปั่นและบั่นทอนความมั่นคง” พร้อมให้คำมั่นสัญญาที่จะ “ดำเนินทุกขั้นตอนเพื่อปกป้องตัวเราและพันธมิตรของเรา”
นายแคลปเปอร์ยังกล่าวอีกว่า อาวุธนิวเคลียร์และโครงการขีปนาวุธของเกาหลีเหนือนั้นจะเป็นการคุกคามผลประโยชน์ของสหรัฐฯอย่างร้ายแรง รวมถึงความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมของเอเชียตะวันออกอีกด้วย

การขัดแย้งทางความคิดรอบใหม่

ไทยรัฐ10/2/59

วันนี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ได้สร้าง ความขัดแย้งทางความคิดรอบใหม่ขึ้นอีกครั้งในสังคมไทย ก็ยังไม่รู้จะลงเอยอย่างไร เพราะ ความขัดแย้งทางความคิดในสังคมครั้งที่แล้ว ที่นำไปสู่ความรุนแรง นำไปสู่การปฏิวัติ 22 พฤษภาคม 2557 คณะปฏิวัติ หรือ คสช. ก็จัดให้มีการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปทุกด้าน ทั้งการเมือง ประชาธิปไตย เศรษฐกิจ สังคม เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเดิม

แต่ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก ก็แท้งกลาง สภาปฏิรูปแห่งชาติเสียก่อน จากความขัดแย้งทางความคิดในกลุ่มแม่น้ำ 5 สาย

จนมาถึง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 ที่มี คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ก็ยังนำไป สู่ความขัดแย้งทางความคิด เหมือนเดิม เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัยที่คลอดออกมา ไม่เป็นประชาธิปไตยจริง แต่เป็นประชาธิปไตยอะไรก็ไม่รู้ สามารถขโมยคะแนนเสียงประชาชนที่เลือกพรรคการเมืองหนึ่ง เอาไปให้อีกพรรคการเมืองหนึ่งที่ประชาชน ไม่ได้เลือก เพื่อช่วยให้พรรคนั้นได้จำนวน ส.ส.เพิ่มขึ้น แม้แต่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็ยังยำใหญ่ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย เช่นเดียวกับ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่โหวตคว่ำ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์

5 ประเด็นใหญ่ที่ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไม่เห็นด้วยใน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ผมได้ลงรายละเอียดไปแล้วเมื่อวานนี้

ที่น่าสนใจตามมาก็คือ หลังจากที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้แถลง คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ใน 5 ประเด็นไปแล้ว พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกสำนักนายกฯ ก็ได้เสนอบทความเรื่อง “ประชาธิปไตย จิตสำนึกของสังคม” เผยแพร่สู่สาธารณะ

พล.ต.วีรชน ได้อ้างอิงบทความเรื่อง “ปรากฏการณ์ประชาธิปไตยไร้เสรี” (The Rise of llliberal Democracy) ของ Fareed Zakaria ที่ตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศเมื่อ 20 ปีก่อนว่า ได้กระตุ้นให้ขบคิดว่า การพัฒนาประชาธิปไตยและเสรีนิยมภายใต้รัฐธรรมนูญที่มีรูปแบบประชาธิปไตยแบบตะวันตก อาจเป็นเพียงหนึ่งในหลายหลักการประชาธิปไตย เพราะ ประชาธิปไตยคือจิตสำนึกหนึ่งของสังคม แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ดังนั้น อาจจะผิดพลาดได้ หากตีความว่า ประชาธิปไตยคือธรรมาภิบาล พล.ต.วีรชน ระบุว่า ข้อคิดเห็นของนาย Zakaria อาจตรงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

ก็ไม่รู้ว่าบทความนี้เป็น ความคิดเห็นส่วนตัว ของ พล.ต.วีรชน หรือ เป็นนโยบาย

ช่วงหนึ่ง พล.ต.วีรชน ได้ยกคำพูดของ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่อ้างถึงคำพูดของ นายวิล ดูแรนต์ นักเขียนรางวัลพูลิตเซอร์ว่า “ในวัยหนุ่มของฉัน ฉันให้ความสำคัญต่ออิสรภาพ และเมื่อวัยชรา ฉันให้ความสำคัญต่อกฎระเบียบ สิ่งที่ฉันค้นพบที่ยิ่งใหญ่คือ เสรีภาพเป็นผลิตผลหนึ่งของการคงไว้ซึ่งกฎระเบียบ”

ผมไม่แน่ใจว่าท่านรองโฆษกเข้าใจคำพูดประโยคนี้ว่าอย่างไร เพราะไม่ได้เขียนไว้

แต่ผมอ่านแล้วเข้าใจว่า คำพูดของ นายวิล ดูแรนต์ ในประโยคที่ว่า “เสรีภาพเป็นผลิตผลหนึ่งของการคงไว้ซึ่งกฎระเบียบ” คือ “หัวใจประชาธิปไตยที่แท้จริง” เลยทีเดียว สิทธิเสรีภาพของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยจะมีได้ ก็ต่อเมื่อมีกฎระเบียบที่เข้มงวด คอยควบคุมป้องกันและลงโทษผู้ฝ่าฝืน ไม่ให้มีการใช้ “อิสรภาพ” ในการไป คุกคามหรือละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น ดังนั้น สิทธิและเสรีภาพ จึงเป็น “หัวใจสำคัญ” ของ ระบอบประชาธิปไตยในประเทศที่เจริญแล้ว เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ

หลักการของ สิทธิเสรีภาพ นี่แหละที่จะนำไปสู่ การสร้างกลไกประชาธิปไตยที่ถูกต้องขึ้นในสังคม ไม่ใช่การให้อำนาจแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใด

“เสรีภาพเป็นผลิตผลหนึ่งของการคงไว้ซึ่งกฎระเบียบ” อย่างที่ นายวิล ดูแรนต์ พูดไว้นั้นถูกต้องแล้ว เพราะนั่นคือ หลักการในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง และไม่ผิดพลาดแน่นอน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

เปลวอัดเสวนาจุฬาอวสานโลกสวยรธน.

'อิสระคิด' จาก 'รัฐศาสตร์ จุฬาฯ'
เปลว สีเงิน Wednesday, February 10, 2016 
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด 

ดูภาพ-ข่าว จากมติชนออนไลน์ เมื่อวาน (๙ ก.พ.๕๙) ก็เกิดคำถามร่วมสมัยขึ้นในใจว่า.......

ระดับมหาวิทยาลัย "อันดับ ๑" ของประเทศ

"มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?"

เรื่องก็มีอยู่ว่า คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการเมืองและการจัดการปกครอง ภาควิชาการปกครอง

ได้จัดให้มีการเสวนาขึ้นที่คณะวานซืน ในหัวข้อ “อวสานโลกสวย: วิเคราะห์ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๙“

ผู้ร่วมเสวนาก็มี นายศุภชัย ยาวะประภาษ กรธ.และอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ.และอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

น.ส.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี นายพรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย นายประภาส ปิ่นตบแต่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ

สถานที่น่าเลื่อมใส.........

ผู้เสวนาล้วนอาจารย์ระดับดอกเตอร์สั่งสอนคนเป็นมหาบัณฑิต ซ้ำหัวข้อเสวนาสะท้อนตัวตนแห่งคณาจารย์และคณะชัดเจน

ในความเป็นสาธารณชนคนคอการบ้าน-การเมือง เห็นหัวข้อเสวนา ก็พอรู้แนวผู้จัดได้ว่า

ต้องการสื่อถึงว่า....

เมื่อบ้านเมืองสิ้นยุค "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" สู่ยุค "รัฐบาล คสช." เมื่อมองผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว

โลกที่เคยสวย-สดใส ของคณาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ

........อนธการ-อวสานแล้ว!?

ในทัศนคติผม ถ้ามองทางการตลาด ชัดเจนว่า คณะผู้จัด ตั้งหัวข้อ เจาะกลุ่มเป้าหมายประเภท "คนคอเดียวกัน"

สิ้นยุค "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-สิ้นโลกสวย" ประมาณนั้น!

แต่คน ถ้าไม่มีอิสรภาพทางความคิด ก็ไม่ใช่คน ....

ดังนั้น ไม่ว่าคณะผู้จัด จะตั้งหัวข้อแบบไหน-อย่างไร ผมไม่มีความคิดเห็นเป็นอื่น นอกจากชื่นชมตามหลักการ "เป็นคน" ต้องเชิดคิดอิสระ

ด้วยความคิดต่าง-เห็นต่างนี่แหละ.........

ทำให้โลกใบนี้ หมุนนำสิ่งที่เรียกว่า UNSEEN ให้ค้นหาไม่รู้จักจบ มานานนับชั่วกัปชั่วกัลป์แล้ว!

ก็ถือว่า การจัดเสวนาต่อ "ร่างรัฐธรรมนูญ" ฉบับนี้ อยู่ในกาลอันควร คือเป็นช่วงที่ กรธ.เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆ ช่วยกัน ติ-ชม-เสนอแนะ

หลัง ๑๕ กุมภานี้.....

คณะกรรมการร่างฯ เขาจะได้นำข้อดี-ข้อด้อย จากที่ฟังแต่ละฝ่ายติ-ชมแล้วนั้น เข้าสู่กระบวนการ "ปรับปรุง-แก้ไข" ร่างฯ ทั้งฉบับเป็นครั้งสุดท้าย

ก่อนเป็นร่างฯ สมบูรณ์ ........

ส่งให้นายกฯ ประยุทธ์ ภายในวันที่ ๒๙ มี.ค.!

เพื่อมอบ กกต.ไปจัดให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งกว่า ๔๐ ล้านคนลง "ประชามติ"

ว่าจะรับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้?

ผมไม่ลงรายละเอียด ที่แต่ละกูรูด้านรัฐศาสตร์ จุฬาฯ วิเคราะห์ร่างฯ ภายใต้ทัศนคติ "อวสานโลกสวย"

เพราะเป้าหมายที่นำมาพูดคุยวันนี้ ไม่ได้อยากรู้เท่าไหร่ว่า ตรงจุดไหน ของร่างฯ นำไปสู่โลกที่สวยของอาจารย์จุฬาฯ กลุ่มนี้ ถึงขั้นต้องอวสาน

หากแต่อยู่ตรงท้ายข่าวที่ มติชนออนไลน์ รายงานไว้ว่า....

ในช่วงท้าย ผู้ดำเนินรายการ ได้ให้นิสิต-นักศึกษาและประชาชน ที่เข้าร่วมฟังการเสวนา

เลือก โหวต Yes หรือ NO ให้กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ซึ่งทั้งหมดของห้องเสวนาต่างชูคำว่า “NO”

ตรงนี้แหละที่เป็นเหตุให้ผมต้องหยิบมาพูดคุย ถ้าท่านผ่านตาภาพ-ข่าวนี้ จะเห็นว่า ผู้ร่วมฟังเสวนาในห้องมีอยู่จำนวนหนึ่ง

ส่วนนอกห้อง จะล้นไปถึงสนามจุ๊บหรือไม่นั้น ไม่ทราบ?

ผู้ดำเนินรายการ ที่ให้นิสิต-นักศึกษา-ประชาชน ที่ร่วมฟัง เลือกโหวตเยส-โน นั้น ก็คือ

"ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์"!

ถ้าใครนึกไม่ออก ก็จะบอกลักษณะให้ คนตัวอ้วน หัวโล้นหลิม เคราแพะ หน้าตาเหมือนนักแสดงบทคุณชายปัญญาอ่อนในหนังตลกเรื่อง "วงษ์คำเหลา" ของหม่ำ จ๊กมก

หรือใครเป็นแฟนวอยซ์ ทีวีของคุณพานทองแท้ ชินวัตร จะเห็นอาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ท่านนี้ เป็น "ขาประจำ" อยู่ที่นี่ ร่วมแก๊งคนคอเดียวกัน

ในความเห็นผม "การฟังดีย่อมเกิดปัญญา"!

การจัดเสวนา ให้คณาจารย์แต่ละคนระดับดอกเตอร์ ซึ่งถ้าไม่ดีจริง มีหรือที่ "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" จะยอมให้เป็นครูบาอาจารย์ อบรมสั่งสอนคนให้ออกมาเป็นบัณฑิต-มหาบัณฑิตได้

ดังนั้น จะเสวนากันด้วยทัศนคติไหน แง่มุมไหน โลกจะอวสาน หรือคนจะฟุ้งซ่าน ในแต่ละมุมมองที่คณาจารย์สะท้อนออกมา

นิสิต-นักศึกษา-ประชาชน ที่ฟัง ใช้ "สัมมาสติ" เป็นตะแกรงร่อนเอาเองได้!

ก็อย่างที่บอก เป็นคน ต้องคิดอิสระ ซึ่งต่างจากสัตว์ เช่น วัว-ควาย ที่ต้องเจาะจมูก สนตะพาย ให้เขาลากจูง!

กับภาพที่มติชนออนไลน์ นำมาเผยแพร่ เป็นภาพเมื่อ ดร.พิชญ์ให้คนฟังในห้อง โหวตเยส-โหวตโน ให้ร่างรัฐธรรมนูญ

โหวต NO พรึ่บ....

ผู้ดำเนินรายการอาจสมประสงค์ แต่ผม สมเพช!

คือแผ่นกระดาษ NO นั้น ทั้งหมดเป็นกระดาษขาวขนาด A4 พิมพ์คำว่า NO ด้วยตัวอักษรแบบเดียวกันหมด

แสดงว่า พิมพ์หรือปรินต์คำว่า NO มาจากที่เดียวกัน แล้วแจกจ่ายให้ "คนคอเดียวกัน" ที่ร่วมฟังในห้อง

เมื่อผู้ดำเนินรายการ หรือ "ผู้จัดฉาก" บอกให้โหวต YES โหวต NO ผู้ร่วมเข้าฉากก็ยกแผ่นกระดาษ NO ที่จัดเตรียมไว้ให้

ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว สมองเป็นกองบัญชาการรับคำสั่งไปปฏิบัติ ระดับ ดร.รัฐศาสตร์ ผู้เจนจบด้านอุบายชักจูงคนเพื่อควบคุม

ไหงตื้นจัง...?

มันผิดธรรมชาติไปหน่อยมั้ย ที่ร้อยทั้งร้อย ไม่มี "คิดอิสระ" ยก YES เลยแม้แต่คนเดียว?

ซักคน-สองคนก็ยังดี จะได้ไม่ยี่เกแก้บน!

ดังนั้น ภาพที่ถ่ายออกเผยแพร่ ลักษณะ "ตัวนำ-ตัวสร้างกระแส" แง่ว่า.....

ปัญญาชน คนระดับอาจารย์รัฐศาสตร์ สถาบันจุฬาฯ ซึ่งชื่อเสียงเป็นที่เชื่อถือของสังคม ส่งสัญญาณนำให้ "คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ" นั้น

แทนที่สังคมจะเชื่อ .......

กลับเห็นเป็นตลก ยิ่งกว่า "หม่ำ-เท่ง-โหน่ง" แห่งสถาบันชิงร้อย-ชิงล้าน!

รัฐ-ศาสตร์ ศาสตร์คือเล่ห์หรืออุบายในการหลอกล่อเพื่อครอบงำคน ที่เรียกหรูๆ ว่า "การปกครอง"

ถามว่า...มีนิสิต-นักศึกษา-ประชาชน คนไหนในห้องเสวนา.....

ที่ต่างคน-ต่างพก "ความไม่รู้" ในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ มาก็เพื่อหวังพึ่ง "ความรู้" จากอาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ให้ช่วยไข

การต่างคน-ต่างออกจากบ้านมานั้น........

จะพิมพ์คำว่า NO พับใส่กระเป๋ามาเหมือนกัน-พร้อมกัน เพื่อโหวตพร้อมกัน-เหมือนกันหมด โดยมิได้นัดหมายเช่นนี้?

ทำอย่างนี้ เท่ากับ ดูถูกความเป็นอาจารย์ของตัวเอง ดูถูกคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

ไม่ให้ค่า-หยามเกียรติสถาบัน นามว่า "จุฬาฯ" มากไปหรือเปล่า?

"อวสานโลกสวย" น่ะ....

ไม่ใช่เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรอก!

แต่เพราะจุฬาฯ เพราะสังคมไทย มีอาจารย์ที่ช่ำชองในศาสตร์ คืออุบายลวงคน "มากเกินไป" มากกว่า

"คิดอิสระ" ระดับอาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ จึงมีภาพสะท้อนออกมา

เป็นคิด "อิสระลวง" ที่....

ถูกครอบอยู่ใต้ระบอบ "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์"!?

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

คสช.รายงานผลการช่วยเหลือประชาชน ซื้อยางพารา แล้วกว่า 1 ล้านตัน




คสช.รายงานผลการช่วยเหลือประชาชน ซื้อยางพารา แล้วกว่า 1 ล้านตัน ทำลายผักตบชวา กว่า3แสน ลูกบาศก์เมตร ใน42 จังหวัด เร่งปราบ การลักลอบนำพืชผลทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามา และเดินหน้า ปราบผู้มีอิทธิพล
พลเอก ธีรชัย นาควานิช เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมสำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. เผยว่า พลเอกธีรชัย สั่งการให้ กำลังพล ไปช่วยในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างยั่งยืน โดยร่วมกับส่วนราชการและประชาชน เข้ากำจัดผักตบชวาใน ๔๒ จังหวัด กำจัดผักตบชวาได้ถึง ๓๑๔,๘๔๘ ลูกบาศก์เมตร, การขุดลอกแก้มลิงใน ๕ จังหวัดภาคอีสานเพื่อกักเก็บน้ำก่อนไหลเข้าสู่แม่น้ำระหว่างประเทศ จำนวน ๑๑ โครงการ มีความคืบหน้าร้อยละ ๖๕, การแก้ปัญหาภัยแล้งระยะเร่งด่วน โดยขุดบ่อน้ำขนาดเล็กใน ๕ จังหวัดภาคกลาง จำนวน ๕๒ แผนงาน ขณะนี้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว, โครงการหยุดภัยแล้งด้วยแสงอาทิตย์ใน ๒๓ พื้นที่เป้าหมายของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะนี้ดำเนินการเสร็จแล้ว ๑๕ พื้นที่
การประชุมวันนี้มีความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คสช. เพื่อสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในหลายด้าน เช่นสนับสนุนการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกร
รายย่อย ซึ่งรับซื้อยางไปแล้วทั้งสิ้น ๑.๑๙ ล้านกิโลกรัม
ล่าสุดการบริหารจัดการสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำน้ำสาธารณะ (คลองลาดพร้าว) ซึ่งจากการลงพื้นที่ของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อสร้างความการรับรู้ให้กับประชาชน โดยได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้มีความคืบหน้าของแผนงานอย่างต่อเนื่อง
ในวันที่ ๑๐ ก.พ.๕๙ จะมีพิธีเปิดงานตอกเสาเข็มปฐมฤกษ์โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. และประตูระบายน้ำคลองลาดพร้าว เป็นระยะแรก ระยะทาง ๘ กิโลเมตร
พลเอกธีรชัย ได้กำชับให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย บูรณาการร่วมกับตำรวจ เพิ่มความเข้มข้นในมาตรการป้องปรามและขจัดปัญหาผู้มีอิทธิพล ของผิดกฎหมาย อาวุธสงคราม โดยใช้ทุกมาตรการทั้งด้านการข่าว และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างให้สังคมมีความปลอดภัย
การประชุมในวันนี้ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีความเป็นห่วงในเรื่องพืชผลทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่บางส่วนได้ถูกลักลอบเข้ามาสู่พื้นที่ตอนใน ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพืชผลของเกษตรกรไทย ได้กำชับให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยเข้มงวดในมาตรการป้องกันกำกับดูแลมิให้มีการลักลอบนำเอาพืชผลทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านออกนอกพื้นที่ชายแดน หรือนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต
หากตรวจพบให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมทั้งมอบให้ส่วนที่เกี่ยวข้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ และร่วมกันกำหนดมาตรการป้องกันให้มีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อเป็นการดูแลและช่วยเหลือเกษตรกรไทยอีกทางหนึ่ง
///

"พลเอกธีรชัย" สั่ง คสช.เร่งสร้างการรับรู้ร่าง รธน



"พลเอกธีรชัย" สั่ง คสช.เร่งสร้างการรับรู้ร่าง รธน. และรับฟังทุกข้อสงสัยเพื่อส่งต่อให้ กรธ.ชี้แจง ขณะเดียวกันเดินหน้าจัดระเบียบสังคม เผยซื้อยาง แล้ว กว่า 1 ล้านตัน/โฆษก คสช.แถลง ขอความร่วมมือบางฝ่ายเสนอความเห็นต่างในมุมที่เหมาะสม ขอแสดงความคิดเห็นต่อร่าง รธน. อย่างสร้างสรรค์ ะฃพร้อม เชิญชวนประชาชนศึกษาเนื้อหาร่าง รธน.
พันเอก วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวขอบคุณ ที่หลายฝ่ายมีการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญในมุมต่างๆ อย่างสร้างสรรค์ ภายใต้วิธีการอย่างเหมาะสม สอดคล้องแนวทางสนับสนุนให้เกิดบรรยากาศของการเดินหน้าประเทศอย่างแท้จริง
และอยากเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ศึกษาในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ได้มาทำการศึกษาร่วมกัน ซึ่งในทุกๆ ความเห็น ที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญทางคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ คงจะได้เก็บเป็นข้อมูลนำเพื่อนำไปพิจารณาต่อไป
พันเอกวินธัย กล่าวว่า อยากขอความร่วมมือในบางบุคคลมบางความเห็นได้ปรับรูปแบบ และวิธีการนำเสนอ ให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้กรอบ หรือภายใต้สมมุติฐานที่เหมาะสม อีกทั้งไม่นำบางเรื่องบางความเห็นที่แตกต่างต่างกัน มาบิดเบือนขยายผลในมุมที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม และเชื่อว่าสุดท้ายหลักสำคัญในการพิจารณาของสังคม ทุกคนคงจะมองไปที่ประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ และประชาชนส่วนรวมเป็นหลัก
นอกจากนี้ ในเรื่องการสร้างการรับรู้ต่อร่างรัฐธรรมนูญนั้น คสช. ได้สนับสนุนให้ประชาชนมีความเข้าใจในสาระของร่างรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่องด้วยการใช้กลไกที่มีอยู่ เช่น กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ศูนย์ปรองดอง ศูนย์ดำรงธรรม รวมทั้ง รด.จิตอาสา มุ่งหวังให้ประชาชนมีความรู้ มีข้อมูลพื้นฐาน เพื่อนำไปสู่การลงประชามติ
ในขณะเดียวกันในระหว่างนี้หากพบว่ามีประเด็นใดที่เป็นข้อสงสัยของประชาชน คสช. จะรวบรวมส่งต่อไปยังรัฐบาลและกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อชี้แจงไขข้อข้องใจผ่านช่องทางสาธารณะ โดยเฉพาะใน “รายการแกะกล่อง...รัฐธรรมนูญใหม่” เพื่อสร้างความเข้าใจให้ประชาชนยิ่งขึ้น และป้องกันการนำไปบิดเบือนให้เกิดความเข้าใจผิด
ขณะที่ ที่ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก ธีรชัย นาควานิช เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมสำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.
เผยว่า พลเอกธีรชัย ได้กล่าวชื่นชมการทำงานร่วมกันของพลเรือน ตำรวจ ทหาร ตามนโยบายของรัฐบาลในทุกเรื่อง และมีผลงานปรากฏเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ทำให้ประชาชนสัมผัสได้ว่าข้าราชการและรัฐบาลมีความตั้งใจอย่างเต็มที่ในการดูแลและช่วยเหลือ รวมทั้งแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยให้ดำรงความทุ่มเทเหล่านี้เพื่อประชาชนต่อไป
พร้อมกับให้ทุกส่วนช่วยกันนำเสนอความเดือดร้อนของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ทุกพื้นที่ ให้สาธารณะได้รับทราบ แล้วนำไปสู่การแก้ไขปัญหานั้นอย่างยั่งยืนตามกลไกของภาครัฐ หรือการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
การประชุมวันนี้มีความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คสช. เพื่อสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในหลายด้าน เช่นสนับสนุนการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกร
รายย่อย ซึ่งรับซื้อยางไปแล้วทั้งสิ้น ๑.๑๙ ล้านกิโลกรัม

ทูตสหรัฐฯ ย้ำสัญญา บิ๊กตู่ ที่จะนำประเทศไทยจะกลับสู่การปกครองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง




ทูตสหรัฐฯ ย้ำสัญญา บิ๊กตู่ ที่จะนำประเทศไทยจะกลับสู่การปกครองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง
ทูตสหรัฐฯ เปิดฝึกCobra Gold2016 ยันฝึกCGปีนี้ยังscale down อีกปี เพราะยังเป็นรัฐบาลรัฐประหาร ระบุคำว่าheavy year หรทอ light year ไม่ได้สะท้อนว่า ระดับการฝึก แค่ว่าโฟกัสไปที่อะไร อย่าติดยึดคำ ระบุ Cobra Gold สะท้อนความสัมพันธ์เข้มแข็ง มั่นคง แต่ความร่วมมือนี้จะยังเติบโตเข้มแข็งขึ้นไปอีก เมื่อ นายกฯบิ๊กตู่ ได้ยืนยันแล้วที่จะนำประเทศไทยจะกลับสู่การปกครองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ด้วยระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน ยันร่วมต่อสู้ภัยคุกคามทุกรูปแแ และการก่อการร้าย เพื่อนำมาสงบมาสู่ภูมิภาค จึงต้องมีการฝึกCobra Gold
เอกอัครราชทูต สหรัฐอเมรืกา Glyn Davies กล่าว สุนทรพจน์ในพิธีเปิดการฝึกร่วมCobra Gold2016 ที่ บก.นาวิกโยธืน สัตหีบ ชลบุรี ร่วมด้วย พลเอกสมหมาย เกาฏีระ ผบสส.
ออท.สหรัฐฯ กล่าวว่า ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมพิธีเปิดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ 2559 กับทุกท่านในวันนี้
คอบร้าโกลด์เป็นการฝึกซ้อมทางทหารระดับพหุภาคีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นสัญลักษณ์แห่งพันธสัญญาของกว่า 20 ประเทศที่จะทำงานร่วมกันเพื่อดำรงซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพของหนึ่งในภูมิภาคที่เต็มไปด้วยพลังและมีความสำคัญที่สุดในโลก
ขอขอบคุณพลเอกสมหมาย เกาฏีระ ที่เป็นผู้นำวางแผนการจัดงานที่ซับซ้อนนี้ และขอบคุณที่ต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น อีกทั้งขอขอบคุณหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินของไทยที่เป็นเจ้าภาพจัดพิธีเปิดงานครั้งนี้ และขอบคุณ พลโท Crutchfield ที่เดินทางจากฮาวายมาอยู่กับเราวันนี้
ขอต้อนรับนายทหารและเจ้าหน้าที่ชายหญิงจากห้าประเทศที่เข้าร่วมการฝึกซ้อมอย่างเต็มรูปแบบในครั้งนี้ ซึ่งได้แก่ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และสาธารณรัฐเกาหลี
ในนามของรัฐบาลสหรัฐฯ ผมขอต้อนรับทุกท่านที่มาจากประเทศที่เข้าร่วมคณะทำงานช่วยการวางแผนผสมหลายชาติ (Multinational Planning Augmentation Team) คณะผู้แทนประเทศผู้สังเกตการณ์ รวมทั้งขอต้อนรับจีนและอินเดียที่จะมาร่วมงานในโครงการช่วยเหลือประชาชนกับเราด้วย และขอขอบคุณทุกท่านที่มาในวันนี้ ผมขออวยพรให้การฝึกคอบร้าโกลด์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ
ปีนี้เป็นปีที่ 35 ที่ราชอาณาจักรไทยและสหรัฐอเมริการ่วมเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ แต่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสมาร่วมงาน ทุกคนที่ตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงและพัฒนาการในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะรู้จักคอบร้าโกลด์และชื่อเสียงอันยอดเยี่ยมของคอบร้าโกลด์ในฐานะการฝึกซ้อมทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ครอบคลุมหลากหลายที่สุด และทรงคุณค่าที่สุดในภูมิภาคที่สำคัญยิ่งของโลกเรานี้
เป็นที่ทราบกันทั่วโลกว่า คอบบร้าโกลด์คือมาตรฐานสูงยิ่งของการฝึกซ้อมทางทหารระดับพหุภาคี
การที่วันนี้เราได้เห็นเครื่องแบบของแต่ละประเทศทั้ง 27 ประเทศมารวมกันเป็นทีมหนึ่งเดียวนั้นเน้นย้ำถึงประเด็นนี้ เรามาชุมนุมกันเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ด้านมั่นคงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและเสถียรภาพตลอดทั่วภูมิภาคนี้
เราล้วนเผชิญความท้าทายเดียวกัน เราจะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยการร่วมมือกันเท่านั้น นั่นคือเหตุผลที่เรามาอยู่ที่นี่
ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเชื่อมต่อถึงกันมากขึ้นทุกวัน การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเมื่อปลายปีที่แล้วเพิ่มปริมาณการค้า ส่งเสริมการลงทุน และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ อีกทั้ง ยังสานสายสัมพันธ์ระดับประชาชนให้เฟื่องฟูยิ่งขึ้น และลดความขัดแย้งด้วยการเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกันและการพึ่งพาซึ่งกันและกัน
ทว่า ในฐานะบุคลากรด้านความมั่นคงของประเทศ หน้าที่ของเราคือ ต้องตื่นตัวระแวดระวังและเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากโลกที่เชื่อมถึงกันมากขึ้น อันเป็นภัยที่เราต้องพิจารณาและปฏิบัติการตอบสนองอย่างจริงจังเช่นเดียวกับประเด็นความมั่นคงในรูปแบบเดิม
ความท้าทายใหม่ๆ เหล่านี้มีมากมายจนน่าหวั่นใจ ตั้งแต่โรคภัยไข้เจ็บไปจนถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ ตั้งแต่การก่อการร้ายไปจนถึงการลักลอบการค้าผิดกฎหมาย และตั้งแต่การต่อต้านการกระทำที่เป็นโจรสลัดไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บางท่านที่อยู่ที่นี่ในวันนี้อาจเคยร่วมกิจกรรมคอบร้าโกลด์มาหลายสิบปีแล้ว และได้เห็นการฝึกซ้อมทางทหารชุดนี้มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัย โดยมีการปรับเปลี่ยนทั้งสาระและขอบเขตเพื่อให้เหมาะกับกาลเวลาและตามความจำเป็นเพื่อจะได้สามารถรับใช้ประชาชนในภูมิภาคนี้ได้อย่างดีที่สุด
คุณค่าของคอบร้าโกลด์นั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้ ด้วยความพยายามร่วมกันของประเทศต่างๆ ที่ส่งตัวแทนมาในวันนี้ เราจึงสามารถดำเนินการปฏิบัติการตอบสนองระดับพหุภาคีได้อย่างราบรื่นในการช่วยชีวิตผู้ประสบภัย บรรเทาทุกข์ ช่วยบูรณะซ่อมแซมและให้ความหวังเมื่อเกิดมหันตภัย เช่น มหันตภัยสึนามิเมื่อปี พ.ศ. 2547 เหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงในญี่ปุ่น และวาตภัยไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน
เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวร้ายแรงยิ่งในเนปาลเมื่อเดือนเมษายน ประเทศของพวกเราได้นำประโยชน์จากความสัมพันธ์ บทเรียนและประสบการณ์ที่ได้จากการฝึกคอบร้าโกลด์มาใช้ในปฏิบัติการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ไม่ไกลจากจุดที่เราอยู่กันนี้ คือสนามบินอู่ตะเภาของราชนาวีไทยที่สหรัฐอเมริกาและไทยร่วมกันจัดตั้งกองกำลังผสมเพื่อนำเสบียงบรรเทาทุกข์ที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดในการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยส่งไปยังกรุงกาฐมาณฑุ
ผมจึงมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาอยู่ที่นี่กับทุกท่านในการเปิดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ 2559 เพื่อแสดงถึงพันธสัญญาอันยาวนานไม่คลอนแคลนของสหรัฐฯ ที่มีต่อภูมิภาคนี้ พันธสัญญานี้เข้มแข็งและยืนยง อันรวมถึงพันธสัญญาที่มีต่อประเทศไทยซึ่งสามารถข้ามผ่านอุปสรรคท้าทายชั่วคราวที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของเรา
แม้ว่าความสัมพันธ์ของเราในวันนี้จะเข้มแข็งมั่นคงและครอบคลุม แต่ความร่วมมือนี้จะยังเติบโตเข้มแข็งขึ้นไปอีกเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันแล้วว่า ประเทศไทยจะกลับสู่การปกครองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ด้วยระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน บทบาทของไทยในฐานะผู้นำในภูมิภาคนี้ และความเป็นพันธมิตรของประเทศเราทั้งสองจะสามารถบรรลุซึ่งศักยภาพสูงสุดได้
ไทยและสหรัฐอเมริกาเป็นพันธมิตรสนธิสัญญาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2497 เราได้เสียสละและต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันในหลายสนามรบ และจากนั้น ก็ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความร่วมมือของเรามีอดีตที่รุ่งโรจน์และอยู่บนพื้นฐานที่แข็งแรง
พื้นฐานนั้นทำให้เราสามารถมองอนาคตได้ด้วยความเชื่อมั่น เพราะอนาคตคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทย สำหรับสหรัฐอเมริกา และสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คอบร้าโกลด์เป็นศูนย์กลางของความพยายามเหล่านั้นอย่างแท้จริง ด้วยการฝึกซ้อมทางทหารชุดนี้สร้างความมั่นคงให้แก่อนาคตโดยการเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค ส่งเสริมการทำงานร่วมกันและความพร้อม ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจที่มีประสิทธิผลทั้งในด้านการรักษาสันติภาพ ปฏิบัติการความมั่นคงทางทะเล และการดำเนินงานให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการรับมือกับภัยพิบัติ
นี่คือเป้าหมายที่ห้าวหาญของคอบร้าโกลด์ มีกิจกรรมต่างๆ มากมายที่ต้องทำในสิบวันข้างหน้า ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ทุ่มเททำงาน ซึ่งจะทำให้การฝึกคอบร้าโกลด์ 2559 ประสบความสำเร็จด้วยดี และจะเป็นแบบอย่างที่โดดเด่นของความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ
ออท.สหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ ในเวลาต่อมายืนยันว่า ฝึกCGปีนี้ยังscale down อีกปี เพราะเป็นรัฐบาลรัฐประหาร ระบุคำว่าheavy year หริอ light year ไม่ได้สะท้อนว่า ระดับการฝึก แค่ว่าโฟกัสไปที่อะไร อย่าไปติดยึดคำ 2 คำนี้ ยันสหรัฐไม่เคยคิดยกเลิกการฝึก เพราะเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และยาวนาน
U.S. Ambassador Glyn T. Davies’ Remarks for Cobra Gold Opening Ceremony
I’m honored to join you here today to open Cobra Gold 2016.
Cobra Gold is Southeast Asia’s largest multilateral military exercise, and a symbol of the commitment of over two dozen nations to work together to preserve peace and stability in one of the world’s most important and dynamic regions.
Thank you, General Sommai, for your leadership in planning this complex event, and for your hospitality in welcoming us to the Kingdom. Thanks also to the Royal Thai Marine Corps for hosting this opening ceremony and to LT General Crutchfield for coming out from Hawaii to be with us today.
I welcome the fine officers and men and women of the other five full participating nations Indonesia, Japan, Malaysia, Singapore, and the Republic of Korea.
I welcome on behalf of my government all of those countries joining the Multinational Planning Augmentation Team; the many observer nation delegations; and I welcome China and India, who will join us in conducting Humanitarian Civic Action projects. To all of you gathered here, thank you, and I wish you a successful Cobra Gold.
This is the 35th year the Kingdom of Thailand and the United States of America have co-hosted Cobra Gold, but it’s my first time to attend. Everyone who values the security and development of the Asia-Pacific region knows about Cobra Gold and its excellent reputation as the largest, the most wide-ranging, and frankly the most valuable military exercise in this vital part of our planet.
It is known around the world, quite simply, as the gold standard for multilateral military exercises.
Looking out today at the uniforms of 27 countries, gathered as one team, underscores that point. We come together to address emerging regional and global security challenges and to promote international cooperation and stability across the wider region.
We all face the same challenges. We can only solve them by working together. That’s why we’re all here.
The Asia-Pacific is becoming more interconnected. The launch late last year of the ASEAN Economic Community, increases trade, promotes investment, and spurs economic growth. It allows our people-to-people ties to flourish. And it reduces conflict by fostering mutual understanding and interdependence.
But as national security professionals, our duty is to be vigilant and prepared to address new threats that potentially also arise from a more connected world, threats which we must consider – and respond to – as seriously as to traditional security issues.
These new challenges make for a daunting list, ranging from diseases to natural disasters, from terrorism to trafficking, from piracy to climate change.
Some of you here today have worked on this exercise for decades, and have seen Cobra Gold’s constant evolution to keep up with the times, shifting both focus and scope to fit the times and as needed to best serve the people of this region.
The value of Cobra Gold is indisputable. Thanks to the combined efforts of the countries represented today, we’ve been able to offer a well-coordinated international response to major events. Events such as the devastating 2004 Indian Ocean tsunami, the Great East Japan earthquake, and Super Typhoon Haiyan – saving lives, alleviating suffering, helping to rebuild, giving hope.
When a killer earthquake struck Nepal last April, our nations drew on the relationships, lessons, and experience of Cobra Gold to put together a life-saving response. Not far from this room, just up the road at the Royal Thai Navy’s Utapao Airfield, the United States and Thailand set up a joint task force to airlift desperately needed life-saving supplies to Kathmandu.
That’s why I’m so proud to be here with all of you to open Cobra Gold 2016 – to state and to demonstrate America’s unshakeable, longstanding commitment to this region. That commitment is strong and enduring, including here in Thailand, where it transcends any temporary challenges that arise in our partnership.
"As deep and broad as our partnership is today, it will grow stronger still when, as the Prime Minister has affirmed, Thailand returns to elected governance. With a strengthened, sustainable democratic system, Thailand’s regional leadership role, and our alliance, can reach its full potential."
Thailand and the United States have been treaty allies since 1954. We fought and sacrificed side-by-side on many battlefields. And then we worked together to build the peace in Southeast Asia. Our partnership has a glorious past and sits on a strong foundation.
That foundation allows us to look to the future with confidence. Because it is the future that matters most, for Thailand, for the United Sates, and for Southeast Asia. Cobra Gold is squarely at the center of those efforts. It secures the future by supporting regional stability, promoting interoperability and readiness, and fostering effective peacekeeping missions, maritime security operations, and humanitarian assistance and disaster response.
It’s an ambitious agenda for Cobra Gold. There’s a lot to get done in the ten days ahead. Thank you all for your hard work, which I know will make Cobra Gold 2016 a great success, and a shining example of international security cooperation.

นายกฯบิ๊กตู่ มาแนวใหม่ เผย จะมอบรองนายกฯหรือรมต.แถลงหลังครม.แทน ตัวเองจะพูดแค่สั้นๆ


"นิว บิ๊กตู่"......
นายกฯบิ๊กตู่ มาแนวใหม่ เผย จะมอบรองนายกฯหรือรมต.แถลงหลังครม.แทน ตัวเองจะพูดแค่สั้นๆ วันนี้พูดแค่40วิ ก่อนบ้ายบายสื่อ.....ขอสื่อตั้งคำถามในเรื่องที่สร้างสรรค์ สร้างการรับรู้ให้ประชาชน เพราะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการขับเคลื่อน-ปฏิรูป ประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ยันไม่เคยขัดแย้งกับใคร แต่ไม่อยากให้ทุกอย่างมาขัดแย้งกันเพราะจะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไม่ได้
ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินขึ้นโพเดี้ยม ตามปกติ พร้อมกล่าวว่า ในที่ประชุมวันนี้มีวาระที่พิจารณาสำคัญหลายวาระ ซึ่งจะมอบหมายให้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงรายละเอียด
นอกจากนี้ตนเองจะปรับเปลี่ยนแนวทางการให้สัมภาษณ์ใหม่ โดยหลังการประชุม ครม. จะมอบให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละด้าน รวมถึงรัฐมนตรีมาชี้แจงเพิ่มเติม
พร้อมขอให้สื่อมวลชน ในการตั้งคำถามในเรื่องที่สร้างสรรค์ ที่ต้องการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฎิรูปต่างๆ ซึ่งไม่อยากให้ทุกอย่างมาขัดแย้งกันเพราะจะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไม่ได้ แต่ยืนยันว่า ตนไม่เคยขัดแย้งกับใคร
"อย่าให้ทุกอย่างมาขัดแย้งกัน ตอนนี้มันลำบาก บ้านเมืองจะไปไม่ได้ ผมไม่เคยโกรธใครอยู่แล้ว โอเคนะครับ สวัสดีครับ"นายกฯ กล่าว
ก่อนที่จะเดินจากไป โดยไม่ตองคำถามใดๆ พร้อม บ้ายบาย โดยพบว่า ใช่เวลาแถลงแค่ 40 วินาที เท่านั้น