PR

@@ในความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ที่ปรากฎเป็น"ข่าว"และ"ไม่เป็นข่าว"พยายามสแกนย่นย่อมานำเสนอและเป็นไว้เป็นฐานข้อมูลสังเคราะห์สถานการณ์ ที่นี่ "ข่าวที่ไม่เป็นข่าว"

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ประธานสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจำนำข้าว ชี้ “ยิ่งลักษณ์” ผิดพฤติการณ์

ประธานสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจำนำข้าว ชี้ “ยิ่งลักษณ์” ผิดพฤติการณ์ ปัดบอกตัวเลขฟ้องแพ่ง โยนถามรมว.คลัง
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยถึงกรณีส่งข้อสรุปความเห็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว ว่า การดำเนินการของคณะกรรมการที่ทำงานมาตั้งแต่เมษายน 2558 ซึ่งได้เชิญ 3 กลุ่มมาให้ถ้อยคำ ได้แก่ กลุ่มข้าราชการจำนวน 15 หน่วยงาน กลุ่มผู้กล่าวหา 8 ราย อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ (ปชป.) กลุ่มผู้ถูกกล่าวหา 15 ราย อาทิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพยานที่กล่าวอ้าง และส่งมาเพิ่มอีก 20 ราย เมื่อเดือน ธ.ค.58 ซึ่งกรรมการได้ขอให้ส่งถ้อยคำเพิ่มเติมเป็นรายลักษณ์อักษรมาภายในวันที่ 20 มกราคม 2559 แต่ไม่มีใครส่งข้อมูลมาแต่อย่างใด
นายจิรชัยกล่าวว่า กรรมการได้พิจารณา 2 ลักษณะ คือ พฤติการณ์ดำเนินการในการกำกับดูแลติดตาม ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. ว่ามีการติดตามรัดกุม กำกับชัดเจนหรือไม่ และเรื่องความเสียหาย ซึ่งถือวันปิดบัญชี 22 พฤษภาคม 2557 เพื่อนำตัวเลขปิดบัญชีมาพิจารณาวิเคราะห์ โดยให้ความเป็นธรรม อาทิ ตัวเลขที่ประชาชนจะได้รับในส่วนต่าง เช่น ราคาท้องตลาดเกวียนละ 9,000 บาท แต่รับจำนำ 15,000 บาท ส่วนต่างตรงนี้ถือเป็นประโยชน์ประชาชน กรรมการก็ไม่ได้คิดเป็นความเสียหาย การดำเนินการของส่วนราชการถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายเป็นข้าราชการดำเนินการก็ไม่ถือว่าเป็นความเสียหาย ในส่วนเรื่องดอกเบี้ย ที่ทางคณะกรรมการปิดบัญชีคิดดอกเบี้ยด้วยนั้น แต่กรรมการเราคิดว่าไม่ใช่การค้า แต่เป็นการดำเนินงานราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์สุขประชาชนก็ไม่คิดเป็นความเสียหาย
เมื่อถามถึงจำนวนตัวเลขที่ประเมินเพื่อฟ้องเรียกความเสียหาย นายจิรชัยกล่าวว่า เรื่องตัวเลขตนขอยังไม่เปิดเผย เนื่องจากเรื่องยังไม่จบยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของ รมว.คลังและนายกรัฐมนตรี และยังต้องให้คณะกรรมการพิจารณาเรียกร้องทางแพ่ง กรมบัญชีกลางดำเนินการพิจารณาต่อ จึงยังไม่นิ่ง แต่ยืนยันว่าในนามกรรมการชุดของตนนั้นไม่มีการถูกกดดันใดๆ ทั้งสิ้น ทำงานด้วยความอิสระ ให้ความเป็นธรรม ให้โอกาสมากที่สุด ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ได้มอบไว้
เมื่อถามว่า ผลจากการพิจารณาของกรรมการถือว่าพฤติการณ์สอดคล้องกับที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดมาหรือไม่ นายจิรชัยกล่าวว่า ก็สอดคล้องกัน ตามพฤติการณ์ก็มีความผิด แต่เรื่องความเสียหายนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อถามย้ำว่า ตัวเลขความเสียหายโครงการรับจำนำข้าวที่เกิดขึ้นนั้นสูงถึงหลักแสนล้านบาท ตามที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลหรือไม่ นายจิรชัยกล่าวว่า ต้องขอสงวนไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความเสียหายนั้นทางอนุกรรมการปิดบัญชีนั้นได้สรุปไว้แล้ว และนำตัวเลขนั้นมาวิเคราะห์ โดยไม่ได้เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเขาคิดละเอียดแบบนักบัญชี แต่เราเป็นนักบริหารต้องดูความเหมาะสม ดูความเป็นธรรม ดูประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ

วีระ ถาม ทำไม่มีใครทักงบรถไฟแพง 3 ล้าน

Veera Somkwamkid

รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง(ยิ่งลักษณ์-ชัชชาติ) กำลังผลักดันให้เกิดโครงการรถไฟความเร็วสูงรางคู่ 4 สาย รวมถึงรถไฟแถบชานเมืองอีก 9 สาย ในราคา 2.2 ล้านล้านบาท ปรากฎว่าถูกต่อต้านจากสังคมไทยอย่างหนัก เนื่องจากเห็นว่ามีราคาแพงเกินไป แต่ในขณะนี้รัฐบาลเผด็จการทหาร คสช.กำลังผลักดันให้เกิดโครงการรถไฟความเร็วปานกลางแต่ทำได้แค่รางเดี่ยวจำนวนเพียงแค่ 1 สายเท่านั้น แต่ราคาค่าก่อสร้างกลับมีราคาถึง 3 ล้านล้านบาท(ไม่รู้จริงหรือไม่?) กรณีนี้ทำไมไม่เห็นคนสังคมออกมาต่อต้านกันบ้าง หรือกลัวถูกทหารอุ้ม

สหรัฐฯชี้ เกาหลีเหนือกลับมาเปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แล้ว

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายเจมส์ แคลปเปอร์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯเผยว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) ได้ขยายการผลิตพลูโตเนียมและกลับมาเปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกครั้งหนึ่งแล้ว
นายแคลปเปอร์กล่าวว่า “เราคาดว่าเกาหลีเหนือได้เปิดเครื่องปฏิกรณ์มาระยะหนึ่งแล้ว จึงสามารถนำแร่พลูโตเนียมจากเชื้อเพลิงที่ใช้แล้วของเตาปฏิกรณ์กลับมาใช้ได้อีกภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน
เขายังกล่าวถึงการที่เกาหลีเหนือประกาศความตั้งใจในการเริ่มดำเนินการด้านนิวเคลียร์เมื่อปี 2013 ที่รวมไปถึงการเสริมแร่ยูเรเนียมในเมืองยงบอนและเตาปฎิกรณ์ถ่านแกรไฟต์ที่ถูกปิดไปเมื่อปี 2007
ทั้งนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ปล่อยดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลกที่มีชื่อว่า กวางเมียงซอง-4 เข้าสู่วงโคจรได้สำเร็จแล้ว ซึ่งเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนหลังจากที่เกาหลีเหนืออ้างว่ามีการทดสอบระเบิดไฮโดรเจนได้สำเร็จเป็นครั้งแรก
ทางสหรัฐฯได้กล่าวประณามเกาหลีเหนือว่าเป็นการกระทำที่ “ปลุกปั่นและบั่นทอนความมั่นคง” พร้อมให้คำมั่นสัญญาที่จะ “ดำเนินทุกขั้นตอนเพื่อปกป้องตัวเราและพันธมิตรของเรา”
นายแคลปเปอร์ยังกล่าวอีกว่า อาวุธนิวเคลียร์และโครงการขีปนาวุธของเกาหลีเหนือนั้นจะเป็นการคุกคามผลประโยชน์ของสหรัฐฯอย่างร้ายแรง รวมถึงความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมของเอเชียตะวันออกอีกด้วย

การขัดแย้งทางความคิดรอบใหม่

ไทยรัฐ10/2/59

วันนี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ได้สร้าง ความขัดแย้งทางความคิดรอบใหม่ขึ้นอีกครั้งในสังคมไทย ก็ยังไม่รู้จะลงเอยอย่างไร เพราะ ความขัดแย้งทางความคิดในสังคมครั้งที่แล้ว ที่นำไปสู่ความรุนแรง นำไปสู่การปฏิวัติ 22 พฤษภาคม 2557 คณะปฏิวัติ หรือ คสช. ก็จัดให้มีการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปทุกด้าน ทั้งการเมือง ประชาธิปไตย เศรษฐกิจ สังคม เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเดิม

แต่ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก ก็แท้งกลาง สภาปฏิรูปแห่งชาติเสียก่อน จากความขัดแย้งทางความคิดในกลุ่มแม่น้ำ 5 สาย

จนมาถึง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 ที่มี คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ก็ยังนำไป สู่ความขัดแย้งทางความคิด เหมือนเดิม เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัยที่คลอดออกมา ไม่เป็นประชาธิปไตยจริง แต่เป็นประชาธิปไตยอะไรก็ไม่รู้ สามารถขโมยคะแนนเสียงประชาชนที่เลือกพรรคการเมืองหนึ่ง เอาไปให้อีกพรรคการเมืองหนึ่งที่ประชาชน ไม่ได้เลือก เพื่อช่วยให้พรรคนั้นได้จำนวน ส.ส.เพิ่มขึ้น แม้แต่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็ยังยำใหญ่ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย เช่นเดียวกับ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่โหวตคว่ำ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์

5 ประเด็นใหญ่ที่ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไม่เห็นด้วยใน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ผมได้ลงรายละเอียดไปแล้วเมื่อวานนี้

ที่น่าสนใจตามมาก็คือ หลังจากที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้แถลง คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ใน 5 ประเด็นไปแล้ว พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกสำนักนายกฯ ก็ได้เสนอบทความเรื่อง “ประชาธิปไตย จิตสำนึกของสังคม” เผยแพร่สู่สาธารณะ

พล.ต.วีรชน ได้อ้างอิงบทความเรื่อง “ปรากฏการณ์ประชาธิปไตยไร้เสรี” (The Rise of llliberal Democracy) ของ Fareed Zakaria ที่ตีพิมพ์ในวารสารต่างประเทศเมื่อ 20 ปีก่อนว่า ได้กระตุ้นให้ขบคิดว่า การพัฒนาประชาธิปไตยและเสรีนิยมภายใต้รัฐธรรมนูญที่มีรูปแบบประชาธิปไตยแบบตะวันตก อาจเป็นเพียงหนึ่งในหลายหลักการประชาธิปไตย เพราะ ประชาธิปไตยคือจิตสำนึกหนึ่งของสังคม แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ดังนั้น อาจจะผิดพลาดได้ หากตีความว่า ประชาธิปไตยคือธรรมาภิบาล พล.ต.วีรชน ระบุว่า ข้อคิดเห็นของนาย Zakaria อาจตรงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

ก็ไม่รู้ว่าบทความนี้เป็น ความคิดเห็นส่วนตัว ของ พล.ต.วีรชน หรือ เป็นนโยบาย

ช่วงหนึ่ง พล.ต.วีรชน ได้ยกคำพูดของ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่อ้างถึงคำพูดของ นายวิล ดูแรนต์ นักเขียนรางวัลพูลิตเซอร์ว่า “ในวัยหนุ่มของฉัน ฉันให้ความสำคัญต่ออิสรภาพ และเมื่อวัยชรา ฉันให้ความสำคัญต่อกฎระเบียบ สิ่งที่ฉันค้นพบที่ยิ่งใหญ่คือ เสรีภาพเป็นผลิตผลหนึ่งของการคงไว้ซึ่งกฎระเบียบ”

ผมไม่แน่ใจว่าท่านรองโฆษกเข้าใจคำพูดประโยคนี้ว่าอย่างไร เพราะไม่ได้เขียนไว้

แต่ผมอ่านแล้วเข้าใจว่า คำพูดของ นายวิล ดูแรนต์ ในประโยคที่ว่า “เสรีภาพเป็นผลิตผลหนึ่งของการคงไว้ซึ่งกฎระเบียบ” คือ “หัวใจประชาธิปไตยที่แท้จริง” เลยทีเดียว สิทธิเสรีภาพของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยจะมีได้ ก็ต่อเมื่อมีกฎระเบียบที่เข้มงวด คอยควบคุมป้องกันและลงโทษผู้ฝ่าฝืน ไม่ให้มีการใช้ “อิสรภาพ” ในการไป คุกคามหรือละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น ดังนั้น สิทธิและเสรีภาพ จึงเป็น “หัวใจสำคัญ” ของ ระบอบประชาธิปไตยในประเทศที่เจริญแล้ว เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ

หลักการของ สิทธิเสรีภาพ นี่แหละที่จะนำไปสู่ การสร้างกลไกประชาธิปไตยที่ถูกต้องขึ้นในสังคม ไม่ใช่การให้อำนาจแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือหน่วยงานหนึ่งหน่วยงานใด

“เสรีภาพเป็นผลิตผลหนึ่งของการคงไว้ซึ่งกฎระเบียบ” อย่างที่ นายวิล ดูแรนต์ พูดไว้นั้นถูกต้องแล้ว เพราะนั่นคือ หลักการในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง และไม่ผิดพลาดแน่นอน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

เปลวอัดเสวนาจุฬาอวสานโลกสวยรธน.

'อิสระคิด' จาก 'รัฐศาสตร์ จุฬาฯ'
เปลว สีเงิน Wednesday, February 10, 2016 
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด 

ดูภาพ-ข่าว จากมติชนออนไลน์ เมื่อวาน (๙ ก.พ.๕๙) ก็เกิดคำถามร่วมสมัยขึ้นในใจว่า.......

ระดับมหาวิทยาลัย "อันดับ ๑" ของประเทศ

"มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?"

เรื่องก็มีอยู่ว่า คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการเมืองและการจัดการปกครอง ภาควิชาการปกครอง

ได้จัดให้มีการเสวนาขึ้นที่คณะวานซืน ในหัวข้อ “อวสานโลกสวย: วิเคราะห์ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๙“

ผู้ร่วมเสวนาก็มี นายศุภชัย ยาวะประภาษ กรธ.และอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ.และอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

น.ส.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี นายพรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย นายประภาส ปิ่นตบแต่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ

สถานที่น่าเลื่อมใส.........

ผู้เสวนาล้วนอาจารย์ระดับดอกเตอร์สั่งสอนคนเป็นมหาบัณฑิต ซ้ำหัวข้อเสวนาสะท้อนตัวตนแห่งคณาจารย์และคณะชัดเจน

ในความเป็นสาธารณชนคนคอการบ้าน-การเมือง เห็นหัวข้อเสวนา ก็พอรู้แนวผู้จัดได้ว่า

ต้องการสื่อถึงว่า....

เมื่อบ้านเมืองสิ้นยุค "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" สู่ยุค "รัฐบาล คสช." เมื่อมองผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว

โลกที่เคยสวย-สดใส ของคณาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ

........อนธการ-อวสานแล้ว!?

ในทัศนคติผม ถ้ามองทางการตลาด ชัดเจนว่า คณะผู้จัด ตั้งหัวข้อ เจาะกลุ่มเป้าหมายประเภท "คนคอเดียวกัน"

สิ้นยุค "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-สิ้นโลกสวย" ประมาณนั้น!

แต่คน ถ้าไม่มีอิสรภาพทางความคิด ก็ไม่ใช่คน ....

ดังนั้น ไม่ว่าคณะผู้จัด จะตั้งหัวข้อแบบไหน-อย่างไร ผมไม่มีความคิดเห็นเป็นอื่น นอกจากชื่นชมตามหลักการ "เป็นคน" ต้องเชิดคิดอิสระ

ด้วยความคิดต่าง-เห็นต่างนี่แหละ.........

ทำให้โลกใบนี้ หมุนนำสิ่งที่เรียกว่า UNSEEN ให้ค้นหาไม่รู้จักจบ มานานนับชั่วกัปชั่วกัลป์แล้ว!

ก็ถือว่า การจัดเสวนาต่อ "ร่างรัฐธรรมนูญ" ฉบับนี้ อยู่ในกาลอันควร คือเป็นช่วงที่ กรธ.เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆ ช่วยกัน ติ-ชม-เสนอแนะ

หลัง ๑๕ กุมภานี้.....

คณะกรรมการร่างฯ เขาจะได้นำข้อดี-ข้อด้อย จากที่ฟังแต่ละฝ่ายติ-ชมแล้วนั้น เข้าสู่กระบวนการ "ปรับปรุง-แก้ไข" ร่างฯ ทั้งฉบับเป็นครั้งสุดท้าย

ก่อนเป็นร่างฯ สมบูรณ์ ........

ส่งให้นายกฯ ประยุทธ์ ภายในวันที่ ๒๙ มี.ค.!

เพื่อมอบ กกต.ไปจัดให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งกว่า ๔๐ ล้านคนลง "ประชามติ"

ว่าจะรับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้?

ผมไม่ลงรายละเอียด ที่แต่ละกูรูด้านรัฐศาสตร์ จุฬาฯ วิเคราะห์ร่างฯ ภายใต้ทัศนคติ "อวสานโลกสวย"

เพราะเป้าหมายที่นำมาพูดคุยวันนี้ ไม่ได้อยากรู้เท่าไหร่ว่า ตรงจุดไหน ของร่างฯ นำไปสู่โลกที่สวยของอาจารย์จุฬาฯ กลุ่มนี้ ถึงขั้นต้องอวสาน

หากแต่อยู่ตรงท้ายข่าวที่ มติชนออนไลน์ รายงานไว้ว่า....

ในช่วงท้าย ผู้ดำเนินรายการ ได้ให้นิสิต-นักศึกษาและประชาชน ที่เข้าร่วมฟังการเสวนา

เลือก โหวต Yes หรือ NO ให้กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ซึ่งทั้งหมดของห้องเสวนาต่างชูคำว่า “NO”

ตรงนี้แหละที่เป็นเหตุให้ผมต้องหยิบมาพูดคุย ถ้าท่านผ่านตาภาพ-ข่าวนี้ จะเห็นว่า ผู้ร่วมฟังเสวนาในห้องมีอยู่จำนวนหนึ่ง

ส่วนนอกห้อง จะล้นไปถึงสนามจุ๊บหรือไม่นั้น ไม่ทราบ?

ผู้ดำเนินรายการ ที่ให้นิสิต-นักศึกษา-ประชาชน ที่ร่วมฟัง เลือกโหวตเยส-โน นั้น ก็คือ

"ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์"!

ถ้าใครนึกไม่ออก ก็จะบอกลักษณะให้ คนตัวอ้วน หัวโล้นหลิม เคราแพะ หน้าตาเหมือนนักแสดงบทคุณชายปัญญาอ่อนในหนังตลกเรื่อง "วงษ์คำเหลา" ของหม่ำ จ๊กมก

หรือใครเป็นแฟนวอยซ์ ทีวีของคุณพานทองแท้ ชินวัตร จะเห็นอาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ท่านนี้ เป็น "ขาประจำ" อยู่ที่นี่ ร่วมแก๊งคนคอเดียวกัน

ในความเห็นผม "การฟังดีย่อมเกิดปัญญา"!

การจัดเสวนา ให้คณาจารย์แต่ละคนระดับดอกเตอร์ ซึ่งถ้าไม่ดีจริง มีหรือที่ "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" จะยอมให้เป็นครูบาอาจารย์ อบรมสั่งสอนคนให้ออกมาเป็นบัณฑิต-มหาบัณฑิตได้

ดังนั้น จะเสวนากันด้วยทัศนคติไหน แง่มุมไหน โลกจะอวสาน หรือคนจะฟุ้งซ่าน ในแต่ละมุมมองที่คณาจารย์สะท้อนออกมา

นิสิต-นักศึกษา-ประชาชน ที่ฟัง ใช้ "สัมมาสติ" เป็นตะแกรงร่อนเอาเองได้!

ก็อย่างที่บอก เป็นคน ต้องคิดอิสระ ซึ่งต่างจากสัตว์ เช่น วัว-ควาย ที่ต้องเจาะจมูก สนตะพาย ให้เขาลากจูง!

กับภาพที่มติชนออนไลน์ นำมาเผยแพร่ เป็นภาพเมื่อ ดร.พิชญ์ให้คนฟังในห้อง โหวตเยส-โหวตโน ให้ร่างรัฐธรรมนูญ

โหวต NO พรึ่บ....

ผู้ดำเนินรายการอาจสมประสงค์ แต่ผม สมเพช!

คือแผ่นกระดาษ NO นั้น ทั้งหมดเป็นกระดาษขาวขนาด A4 พิมพ์คำว่า NO ด้วยตัวอักษรแบบเดียวกันหมด

แสดงว่า พิมพ์หรือปรินต์คำว่า NO มาจากที่เดียวกัน แล้วแจกจ่ายให้ "คนคอเดียวกัน" ที่ร่วมฟังในห้อง

เมื่อผู้ดำเนินรายการ หรือ "ผู้จัดฉาก" บอกให้โหวต YES โหวต NO ผู้ร่วมเข้าฉากก็ยกแผ่นกระดาษ NO ที่จัดเตรียมไว้ให้

ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว สมองเป็นกองบัญชาการรับคำสั่งไปปฏิบัติ ระดับ ดร.รัฐศาสตร์ ผู้เจนจบด้านอุบายชักจูงคนเพื่อควบคุม

ไหงตื้นจัง...?

มันผิดธรรมชาติไปหน่อยมั้ย ที่ร้อยทั้งร้อย ไม่มี "คิดอิสระ" ยก YES เลยแม้แต่คนเดียว?

ซักคน-สองคนก็ยังดี จะได้ไม่ยี่เกแก้บน!

ดังนั้น ภาพที่ถ่ายออกเผยแพร่ ลักษณะ "ตัวนำ-ตัวสร้างกระแส" แง่ว่า.....

ปัญญาชน คนระดับอาจารย์รัฐศาสตร์ สถาบันจุฬาฯ ซึ่งชื่อเสียงเป็นที่เชื่อถือของสังคม ส่งสัญญาณนำให้ "คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ" นั้น

แทนที่สังคมจะเชื่อ .......

กลับเห็นเป็นตลก ยิ่งกว่า "หม่ำ-เท่ง-โหน่ง" แห่งสถาบันชิงร้อย-ชิงล้าน!

รัฐ-ศาสตร์ ศาสตร์คือเล่ห์หรืออุบายในการหลอกล่อเพื่อครอบงำคน ที่เรียกหรูๆ ว่า "การปกครอง"

ถามว่า...มีนิสิต-นักศึกษา-ประชาชน คนไหนในห้องเสวนา.....

ที่ต่างคน-ต่างพก "ความไม่รู้" ในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ มาก็เพื่อหวังพึ่ง "ความรู้" จากอาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ให้ช่วยไข

การต่างคน-ต่างออกจากบ้านมานั้น........

จะพิมพ์คำว่า NO พับใส่กระเป๋ามาเหมือนกัน-พร้อมกัน เพื่อโหวตพร้อมกัน-เหมือนกันหมด โดยมิได้นัดหมายเช่นนี้?

ทำอย่างนี้ เท่ากับ ดูถูกความเป็นอาจารย์ของตัวเอง ดูถูกคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

ไม่ให้ค่า-หยามเกียรติสถาบัน นามว่า "จุฬาฯ" มากไปหรือเปล่า?

"อวสานโลกสวย" น่ะ....

ไม่ใช่เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรอก!

แต่เพราะจุฬาฯ เพราะสังคมไทย มีอาจารย์ที่ช่ำชองในศาสตร์ คืออุบายลวงคน "มากเกินไป" มากกว่า

"คิดอิสระ" ระดับอาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ จึงมีภาพสะท้อนออกมา

เป็นคิด "อิสระลวง" ที่....

ถูกครอบอยู่ใต้ระบอบ "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์"!?

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

คสช.รายงานผลการช่วยเหลือประชาชน ซื้อยางพารา แล้วกว่า 1 ล้านตัน




คสช.รายงานผลการช่วยเหลือประชาชน ซื้อยางพารา แล้วกว่า 1 ล้านตัน ทำลายผักตบชวา กว่า3แสน ลูกบาศก์เมตร ใน42 จังหวัด เร่งปราบ การลักลอบนำพืชผลทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามา และเดินหน้า ปราบผู้มีอิทธิพล
พลเอก ธีรชัย นาควานิช เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมสำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. เผยว่า พลเอกธีรชัย สั่งการให้ กำลังพล ไปช่วยในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างยั่งยืน โดยร่วมกับส่วนราชการและประชาชน เข้ากำจัดผักตบชวาใน ๔๒ จังหวัด กำจัดผักตบชวาได้ถึง ๓๑๔,๘๔๘ ลูกบาศก์เมตร, การขุดลอกแก้มลิงใน ๕ จังหวัดภาคอีสานเพื่อกักเก็บน้ำก่อนไหลเข้าสู่แม่น้ำระหว่างประเทศ จำนวน ๑๑ โครงการ มีความคืบหน้าร้อยละ ๖๕, การแก้ปัญหาภัยแล้งระยะเร่งด่วน โดยขุดบ่อน้ำขนาดเล็กใน ๕ จังหวัดภาคกลาง จำนวน ๕๒ แผนงาน ขณะนี้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว, โครงการหยุดภัยแล้งด้วยแสงอาทิตย์ใน ๒๓ พื้นที่เป้าหมายของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะนี้ดำเนินการเสร็จแล้ว ๑๕ พื้นที่
การประชุมวันนี้มีความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คสช. เพื่อสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในหลายด้าน เช่นสนับสนุนการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกร
รายย่อย ซึ่งรับซื้อยางไปแล้วทั้งสิ้น ๑.๑๙ ล้านกิโลกรัม
ล่าสุดการบริหารจัดการสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำน้ำสาธารณะ (คลองลาดพร้าว) ซึ่งจากการลงพื้นที่ของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อสร้างความการรับรู้ให้กับประชาชน โดยได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้มีความคืบหน้าของแผนงานอย่างต่อเนื่อง
ในวันที่ ๑๐ ก.พ.๕๙ จะมีพิธีเปิดงานตอกเสาเข็มปฐมฤกษ์โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. และประตูระบายน้ำคลองลาดพร้าว เป็นระยะแรก ระยะทาง ๘ กิโลเมตร
พลเอกธีรชัย ได้กำชับให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย บูรณาการร่วมกับตำรวจ เพิ่มความเข้มข้นในมาตรการป้องปรามและขจัดปัญหาผู้มีอิทธิพล ของผิดกฎหมาย อาวุธสงคราม โดยใช้ทุกมาตรการทั้งด้านการข่าว และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างให้สังคมมีความปลอดภัย
การประชุมในวันนี้ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีความเป็นห่วงในเรื่องพืชผลทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่บางส่วนได้ถูกลักลอบเข้ามาสู่พื้นที่ตอนใน ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพืชผลของเกษตรกรไทย ได้กำชับให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยเข้มงวดในมาตรการป้องกันกำกับดูแลมิให้มีการลักลอบนำเอาพืชผลทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านออกนอกพื้นที่ชายแดน หรือนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต
หากตรวจพบให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมทั้งมอบให้ส่วนที่เกี่ยวข้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ และร่วมกันกำหนดมาตรการป้องกันให้มีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อเป็นการดูแลและช่วยเหลือเกษตรกรไทยอีกทางหนึ่ง
///

"พลเอกธีรชัย" สั่ง คสช.เร่งสร้างการรับรู้ร่าง รธน



"พลเอกธีรชัย" สั่ง คสช.เร่งสร้างการรับรู้ร่าง รธน. และรับฟังทุกข้อสงสัยเพื่อส่งต่อให้ กรธ.ชี้แจง ขณะเดียวกันเดินหน้าจัดระเบียบสังคม เผยซื้อยาง แล้ว กว่า 1 ล้านตัน/โฆษก คสช.แถลง ขอความร่วมมือบางฝ่ายเสนอความเห็นต่างในมุมที่เหมาะสม ขอแสดงความคิดเห็นต่อร่าง รธน. อย่างสร้างสรรค์ ะฃพร้อม เชิญชวนประชาชนศึกษาเนื้อหาร่าง รธน.
พันเอก วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวขอบคุณ ที่หลายฝ่ายมีการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญในมุมต่างๆ อย่างสร้างสรรค์ ภายใต้วิธีการอย่างเหมาะสม สอดคล้องแนวทางสนับสนุนให้เกิดบรรยากาศของการเดินหน้าประเทศอย่างแท้จริง
และอยากเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ศึกษาในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ได้มาทำการศึกษาร่วมกัน ซึ่งในทุกๆ ความเห็น ที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญทางคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ คงจะได้เก็บเป็นข้อมูลนำเพื่อนำไปพิจารณาต่อไป
พันเอกวินธัย กล่าวว่า อยากขอความร่วมมือในบางบุคคลมบางความเห็นได้ปรับรูปแบบ และวิธีการนำเสนอ ให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้กรอบ หรือภายใต้สมมุติฐานที่เหมาะสม อีกทั้งไม่นำบางเรื่องบางความเห็นที่แตกต่างต่างกัน มาบิดเบือนขยายผลในมุมที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม และเชื่อว่าสุดท้ายหลักสำคัญในการพิจารณาของสังคม ทุกคนคงจะมองไปที่ประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ และประชาชนส่วนรวมเป็นหลัก
นอกจากนี้ ในเรื่องการสร้างการรับรู้ต่อร่างรัฐธรรมนูญนั้น คสช. ได้สนับสนุนให้ประชาชนมีความเข้าใจในสาระของร่างรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่องด้วยการใช้กลไกที่มีอยู่ เช่น กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ศูนย์ปรองดอง ศูนย์ดำรงธรรม รวมทั้ง รด.จิตอาสา มุ่งหวังให้ประชาชนมีความรู้ มีข้อมูลพื้นฐาน เพื่อนำไปสู่การลงประชามติ
ในขณะเดียวกันในระหว่างนี้หากพบว่ามีประเด็นใดที่เป็นข้อสงสัยของประชาชน คสช. จะรวบรวมส่งต่อไปยังรัฐบาลและกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อชี้แจงไขข้อข้องใจผ่านช่องทางสาธารณะ โดยเฉพาะใน “รายการแกะกล่อง...รัฐธรรมนูญใหม่” เพื่อสร้างความเข้าใจให้ประชาชนยิ่งขึ้น และป้องกันการนำไปบิดเบือนให้เกิดความเข้าใจผิด
ขณะที่ ที่ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก ธีรชัย นาควานิช เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมสำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.
เผยว่า พลเอกธีรชัย ได้กล่าวชื่นชมการทำงานร่วมกันของพลเรือน ตำรวจ ทหาร ตามนโยบายของรัฐบาลในทุกเรื่อง และมีผลงานปรากฏเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ทำให้ประชาชนสัมผัสได้ว่าข้าราชการและรัฐบาลมีความตั้งใจอย่างเต็มที่ในการดูแลและช่วยเหลือ รวมทั้งแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยให้ดำรงความทุ่มเทเหล่านี้เพื่อประชาชนต่อไป
พร้อมกับให้ทุกส่วนช่วยกันนำเสนอความเดือดร้อนของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ทุกพื้นที่ ให้สาธารณะได้รับทราบ แล้วนำไปสู่การแก้ไขปัญหานั้นอย่างยั่งยืนตามกลไกของภาครัฐ หรือการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
การประชุมวันนี้มีความคืบหน้าในการดำเนินงานของ คสช. เพื่อสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในหลายด้าน เช่นสนับสนุนการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกร
รายย่อย ซึ่งรับซื้อยางไปแล้วทั้งสิ้น ๑.๑๙ ล้านกิโลกรัม

ทูตสหรัฐฯ ย้ำสัญญา บิ๊กตู่ ที่จะนำประเทศไทยจะกลับสู่การปกครองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง




ทูตสหรัฐฯ ย้ำสัญญา บิ๊กตู่ ที่จะนำประเทศไทยจะกลับสู่การปกครองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง
ทูตสหรัฐฯ เปิดฝึกCobra Gold2016 ยันฝึกCGปีนี้ยังscale down อีกปี เพราะยังเป็นรัฐบาลรัฐประหาร ระบุคำว่าheavy year หรทอ light year ไม่ได้สะท้อนว่า ระดับการฝึก แค่ว่าโฟกัสไปที่อะไร อย่าติดยึดคำ ระบุ Cobra Gold สะท้อนความสัมพันธ์เข้มแข็ง มั่นคง แต่ความร่วมมือนี้จะยังเติบโตเข้มแข็งขึ้นไปอีก เมื่อ นายกฯบิ๊กตู่ ได้ยืนยันแล้วที่จะนำประเทศไทยจะกลับสู่การปกครองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ด้วยระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน ยันร่วมต่อสู้ภัยคุกคามทุกรูปแแ และการก่อการร้าย เพื่อนำมาสงบมาสู่ภูมิภาค จึงต้องมีการฝึกCobra Gold
เอกอัครราชทูต สหรัฐอเมรืกา Glyn Davies กล่าว สุนทรพจน์ในพิธีเปิดการฝึกร่วมCobra Gold2016 ที่ บก.นาวิกโยธืน สัตหีบ ชลบุรี ร่วมด้วย พลเอกสมหมาย เกาฏีระ ผบสส.
ออท.สหรัฐฯ กล่าวว่า ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมพิธีเปิดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ 2559 กับทุกท่านในวันนี้
คอบร้าโกลด์เป็นการฝึกซ้อมทางทหารระดับพหุภาคีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นสัญลักษณ์แห่งพันธสัญญาของกว่า 20 ประเทศที่จะทำงานร่วมกันเพื่อดำรงซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพของหนึ่งในภูมิภาคที่เต็มไปด้วยพลังและมีความสำคัญที่สุดในโลก
ขอขอบคุณพลเอกสมหมาย เกาฏีระ ที่เป็นผู้นำวางแผนการจัดงานที่ซับซ้อนนี้ และขอบคุณที่ต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น อีกทั้งขอขอบคุณหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินของไทยที่เป็นเจ้าภาพจัดพิธีเปิดงานครั้งนี้ และขอบคุณ พลโท Crutchfield ที่เดินทางจากฮาวายมาอยู่กับเราวันนี้
ขอต้อนรับนายทหารและเจ้าหน้าที่ชายหญิงจากห้าประเทศที่เข้าร่วมการฝึกซ้อมอย่างเต็มรูปแบบในครั้งนี้ ซึ่งได้แก่ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และสาธารณรัฐเกาหลี
ในนามของรัฐบาลสหรัฐฯ ผมขอต้อนรับทุกท่านที่มาจากประเทศที่เข้าร่วมคณะทำงานช่วยการวางแผนผสมหลายชาติ (Multinational Planning Augmentation Team) คณะผู้แทนประเทศผู้สังเกตการณ์ รวมทั้งขอต้อนรับจีนและอินเดียที่จะมาร่วมงานในโครงการช่วยเหลือประชาชนกับเราด้วย และขอขอบคุณทุกท่านที่มาในวันนี้ ผมขออวยพรให้การฝึกคอบร้าโกลด์ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ
ปีนี้เป็นปีที่ 35 ที่ราชอาณาจักรไทยและสหรัฐอเมริการ่วมเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ แต่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสมาร่วมงาน ทุกคนที่ตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงและพัฒนาการในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะรู้จักคอบร้าโกลด์และชื่อเสียงอันยอดเยี่ยมของคอบร้าโกลด์ในฐานะการฝึกซ้อมทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ครอบคลุมหลากหลายที่สุด และทรงคุณค่าที่สุดในภูมิภาคที่สำคัญยิ่งของโลกเรานี้
เป็นที่ทราบกันทั่วโลกว่า คอบบร้าโกลด์คือมาตรฐานสูงยิ่งของการฝึกซ้อมทางทหารระดับพหุภาคี
การที่วันนี้เราได้เห็นเครื่องแบบของแต่ละประเทศทั้ง 27 ประเทศมารวมกันเป็นทีมหนึ่งเดียวนั้นเน้นย้ำถึงประเด็นนี้ เรามาชุมนุมกันเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ด้านมั่นคงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและเสถียรภาพตลอดทั่วภูมิภาคนี้
เราล้วนเผชิญความท้าทายเดียวกัน เราจะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยการร่วมมือกันเท่านั้น นั่นคือเหตุผลที่เรามาอยู่ที่นี่
ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเชื่อมต่อถึงกันมากขึ้นทุกวัน การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเมื่อปลายปีที่แล้วเพิ่มปริมาณการค้า ส่งเสริมการลงทุน และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ อีกทั้ง ยังสานสายสัมพันธ์ระดับประชาชนให้เฟื่องฟูยิ่งขึ้น และลดความขัดแย้งด้วยการเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกันและการพึ่งพาซึ่งกันและกัน
ทว่า ในฐานะบุคลากรด้านความมั่นคงของประเทศ หน้าที่ของเราคือ ต้องตื่นตัวระแวดระวังและเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากโลกที่เชื่อมถึงกันมากขึ้น อันเป็นภัยที่เราต้องพิจารณาและปฏิบัติการตอบสนองอย่างจริงจังเช่นเดียวกับประเด็นความมั่นคงในรูปแบบเดิม
ความท้าทายใหม่ๆ เหล่านี้มีมากมายจนน่าหวั่นใจ ตั้งแต่โรคภัยไข้เจ็บไปจนถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ ตั้งแต่การก่อการร้ายไปจนถึงการลักลอบการค้าผิดกฎหมาย และตั้งแต่การต่อต้านการกระทำที่เป็นโจรสลัดไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บางท่านที่อยู่ที่นี่ในวันนี้อาจเคยร่วมกิจกรรมคอบร้าโกลด์มาหลายสิบปีแล้ว และได้เห็นการฝึกซ้อมทางทหารชุดนี้มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัย โดยมีการปรับเปลี่ยนทั้งสาระและขอบเขตเพื่อให้เหมาะกับกาลเวลาและตามความจำเป็นเพื่อจะได้สามารถรับใช้ประชาชนในภูมิภาคนี้ได้อย่างดีที่สุด
คุณค่าของคอบร้าโกลด์นั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้ ด้วยความพยายามร่วมกันของประเทศต่างๆ ที่ส่งตัวแทนมาในวันนี้ เราจึงสามารถดำเนินการปฏิบัติการตอบสนองระดับพหุภาคีได้อย่างราบรื่นในการช่วยชีวิตผู้ประสบภัย บรรเทาทุกข์ ช่วยบูรณะซ่อมแซมและให้ความหวังเมื่อเกิดมหันตภัย เช่น มหันตภัยสึนามิเมื่อปี พ.ศ. 2547 เหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงในญี่ปุ่น และวาตภัยไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน
เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวร้ายแรงยิ่งในเนปาลเมื่อเดือนเมษายน ประเทศของพวกเราได้นำประโยชน์จากความสัมพันธ์ บทเรียนและประสบการณ์ที่ได้จากการฝึกคอบร้าโกลด์มาใช้ในปฏิบัติการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ไม่ไกลจากจุดที่เราอยู่กันนี้ คือสนามบินอู่ตะเภาของราชนาวีไทยที่สหรัฐอเมริกาและไทยร่วมกันจัดตั้งกองกำลังผสมเพื่อนำเสบียงบรรเทาทุกข์ที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดในการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยส่งไปยังกรุงกาฐมาณฑุ
ผมจึงมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาอยู่ที่นี่กับทุกท่านในการเปิดการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ 2559 เพื่อแสดงถึงพันธสัญญาอันยาวนานไม่คลอนแคลนของสหรัฐฯ ที่มีต่อภูมิภาคนี้ พันธสัญญานี้เข้มแข็งและยืนยง อันรวมถึงพันธสัญญาที่มีต่อประเทศไทยซึ่งสามารถข้ามผ่านอุปสรรคท้าทายชั่วคราวที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของเรา
แม้ว่าความสัมพันธ์ของเราในวันนี้จะเข้มแข็งมั่นคงและครอบคลุม แต่ความร่วมมือนี้จะยังเติบโตเข้มแข็งขึ้นไปอีกเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันแล้วว่า ประเทศไทยจะกลับสู่การปกครองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ด้วยระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งและยั่งยืน บทบาทของไทยในฐานะผู้นำในภูมิภาคนี้ และความเป็นพันธมิตรของประเทศเราทั้งสองจะสามารถบรรลุซึ่งศักยภาพสูงสุดได้
ไทยและสหรัฐอเมริกาเป็นพันธมิตรสนธิสัญญาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2497 เราได้เสียสละและต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันในหลายสนามรบ และจากนั้น ก็ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความร่วมมือของเรามีอดีตที่รุ่งโรจน์และอยู่บนพื้นฐานที่แข็งแรง
พื้นฐานนั้นทำให้เราสามารถมองอนาคตได้ด้วยความเชื่อมั่น เพราะอนาคตคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทย สำหรับสหรัฐอเมริกา และสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คอบร้าโกลด์เป็นศูนย์กลางของความพยายามเหล่านั้นอย่างแท้จริง ด้วยการฝึกซ้อมทางทหารชุดนี้สร้างความมั่นคงให้แก่อนาคตโดยการเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค ส่งเสริมการทำงานร่วมกันและความพร้อม ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจที่มีประสิทธิผลทั้งในด้านการรักษาสันติภาพ ปฏิบัติการความมั่นคงทางทะเล และการดำเนินงานให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการรับมือกับภัยพิบัติ
นี่คือเป้าหมายที่ห้าวหาญของคอบร้าโกลด์ มีกิจกรรมต่างๆ มากมายที่ต้องทำในสิบวันข้างหน้า ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ทุ่มเททำงาน ซึ่งจะทำให้การฝึกคอบร้าโกลด์ 2559 ประสบความสำเร็จด้วยดี และจะเป็นแบบอย่างที่โดดเด่นของความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ
ออท.สหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ ในเวลาต่อมายืนยันว่า ฝึกCGปีนี้ยังscale down อีกปี เพราะเป็นรัฐบาลรัฐประหาร ระบุคำว่าheavy year หริอ light year ไม่ได้สะท้อนว่า ระดับการฝึก แค่ว่าโฟกัสไปที่อะไร อย่าไปติดยึดคำ 2 คำนี้ ยันสหรัฐไม่เคยคิดยกเลิกการฝึก เพราะเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และยาวนาน
U.S. Ambassador Glyn T. Davies’ Remarks for Cobra Gold Opening Ceremony
I’m honored to join you here today to open Cobra Gold 2016.
Cobra Gold is Southeast Asia’s largest multilateral military exercise, and a symbol of the commitment of over two dozen nations to work together to preserve peace and stability in one of the world’s most important and dynamic regions.
Thank you, General Sommai, for your leadership in planning this complex event, and for your hospitality in welcoming us to the Kingdom. Thanks also to the Royal Thai Marine Corps for hosting this opening ceremony and to LT General Crutchfield for coming out from Hawaii to be with us today.
I welcome the fine officers and men and women of the other five full participating nations Indonesia, Japan, Malaysia, Singapore, and the Republic of Korea.
I welcome on behalf of my government all of those countries joining the Multinational Planning Augmentation Team; the many observer nation delegations; and I welcome China and India, who will join us in conducting Humanitarian Civic Action projects. To all of you gathered here, thank you, and I wish you a successful Cobra Gold.
This is the 35th year the Kingdom of Thailand and the United States of America have co-hosted Cobra Gold, but it’s my first time to attend. Everyone who values the security and development of the Asia-Pacific region knows about Cobra Gold and its excellent reputation as the largest, the most wide-ranging, and frankly the most valuable military exercise in this vital part of our planet.
It is known around the world, quite simply, as the gold standard for multilateral military exercises.
Looking out today at the uniforms of 27 countries, gathered as one team, underscores that point. We come together to address emerging regional and global security challenges and to promote international cooperation and stability across the wider region.
We all face the same challenges. We can only solve them by working together. That’s why we’re all here.
The Asia-Pacific is becoming more interconnected. The launch late last year of the ASEAN Economic Community, increases trade, promotes investment, and spurs economic growth. It allows our people-to-people ties to flourish. And it reduces conflict by fostering mutual understanding and interdependence.
But as national security professionals, our duty is to be vigilant and prepared to address new threats that potentially also arise from a more connected world, threats which we must consider – and respond to – as seriously as to traditional security issues.
These new challenges make for a daunting list, ranging from diseases to natural disasters, from terrorism to trafficking, from piracy to climate change.
Some of you here today have worked on this exercise for decades, and have seen Cobra Gold’s constant evolution to keep up with the times, shifting both focus and scope to fit the times and as needed to best serve the people of this region.
The value of Cobra Gold is indisputable. Thanks to the combined efforts of the countries represented today, we’ve been able to offer a well-coordinated international response to major events. Events such as the devastating 2004 Indian Ocean tsunami, the Great East Japan earthquake, and Super Typhoon Haiyan – saving lives, alleviating suffering, helping to rebuild, giving hope.
When a killer earthquake struck Nepal last April, our nations drew on the relationships, lessons, and experience of Cobra Gold to put together a life-saving response. Not far from this room, just up the road at the Royal Thai Navy’s Utapao Airfield, the United States and Thailand set up a joint task force to airlift desperately needed life-saving supplies to Kathmandu.
That’s why I’m so proud to be here with all of you to open Cobra Gold 2016 – to state and to demonstrate America’s unshakeable, longstanding commitment to this region. That commitment is strong and enduring, including here in Thailand, where it transcends any temporary challenges that arise in our partnership.
"As deep and broad as our partnership is today, it will grow stronger still when, as the Prime Minister has affirmed, Thailand returns to elected governance. With a strengthened, sustainable democratic system, Thailand’s regional leadership role, and our alliance, can reach its full potential."
Thailand and the United States have been treaty allies since 1954. We fought and sacrificed side-by-side on many battlefields. And then we worked together to build the peace in Southeast Asia. Our partnership has a glorious past and sits on a strong foundation.
That foundation allows us to look to the future with confidence. Because it is the future that matters most, for Thailand, for the United Sates, and for Southeast Asia. Cobra Gold is squarely at the center of those efforts. It secures the future by supporting regional stability, promoting interoperability and readiness, and fostering effective peacekeeping missions, maritime security operations, and humanitarian assistance and disaster response.
It’s an ambitious agenda for Cobra Gold. There’s a lot to get done in the ten days ahead. Thank you all for your hard work, which I know will make Cobra Gold 2016 a great success, and a shining example of international security cooperation.

นายกฯบิ๊กตู่ มาแนวใหม่ เผย จะมอบรองนายกฯหรือรมต.แถลงหลังครม.แทน ตัวเองจะพูดแค่สั้นๆ


"นิว บิ๊กตู่"......
นายกฯบิ๊กตู่ มาแนวใหม่ เผย จะมอบรองนายกฯหรือรมต.แถลงหลังครม.แทน ตัวเองจะพูดแค่สั้นๆ วันนี้พูดแค่40วิ ก่อนบ้ายบายสื่อ.....ขอสื่อตั้งคำถามในเรื่องที่สร้างสรรค์ สร้างการรับรู้ให้ประชาชน เพราะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการขับเคลื่อน-ปฏิรูป ประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ยันไม่เคยขัดแย้งกับใคร แต่ไม่อยากให้ทุกอย่างมาขัดแย้งกันเพราะจะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไม่ได้
ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินขึ้นโพเดี้ยม ตามปกติ พร้อมกล่าวว่า ในที่ประชุมวันนี้มีวาระที่พิจารณาสำคัญหลายวาระ ซึ่งจะมอบหมายให้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงรายละเอียด
นอกจากนี้ตนเองจะปรับเปลี่ยนแนวทางการให้สัมภาษณ์ใหม่ โดยหลังการประชุม ครม. จะมอบให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละด้าน รวมถึงรัฐมนตรีมาชี้แจงเพิ่มเติม
พร้อมขอให้สื่อมวลชน ในการตั้งคำถามในเรื่องที่สร้างสรรค์ ที่ต้องการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฎิรูปต่างๆ ซึ่งไม่อยากให้ทุกอย่างมาขัดแย้งกันเพราะจะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไม่ได้ แต่ยืนยันว่า ตนไม่เคยขัดแย้งกับใคร
"อย่าให้ทุกอย่างมาขัดแย้งกัน ตอนนี้มันลำบาก บ้านเมืองจะไปไม่ได้ ผมไม่เคยโกรธใครอยู่แล้ว โอเคนะครับ สวัสดีครับ"นายกฯ กล่าว
ก่อนที่จะเดินจากไป โดยไม่ตองคำถามใดๆ พร้อม บ้ายบาย โดยพบว่า ใช่เวลาแถลงแค่ 40 วินาที เท่านั้น

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

คสช.แจง ทบ.ส่ง นศ.รด.ลงพื้นที่ มีข้อตกลงกับ กกต.แล้ว มีหน้าที่5 อย่าง ไม่ผิดกม.ยันไม่ใช่การชี้นำ

คสช.แจง ทบ.ส่ง นศ.รด.ลงพื้นที่ มีข้อตกลงกับ กกต.แล้ว มีหน้าที่5 อย่าง ไม่ผิดกม.ยันไม่ใช่การชี้นำ แค่สร้างการรับรู้ มีข้อตกลงกับ กกต.ยันไม่ทำผิดกม. เลยลงพื้นที่ ตั้งแต่ตค.58 จนปัจจุบัน และจนถึง วันลงประชามติ ไม่ชี้นำ แต่ให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ เอง หวังรด.ช่วยกระจายข่าว ทำความเข้าใจผ่สน โซเชี่ยล/....ติง"ทักษิณ"เป็นผู้ต้องโทษ แต่ไม่มารับโทษ แต่มาวิจารณ์ร่างรธน.เชื่อคนไทยมีวิจารณญาณ จะฟังหรือไม่ ยันสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ ต้องการปรองดอง สมานฉันท์ ไม่ใช่ยุแหย่ให้แตกแยก แตกความสามัคคี

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ รอง หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนรักษาความสงบฯ สำนักเลขาธิการคสช. และทีมโฆษก คสช. ชี้แจง กรณี อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร วิจารณ์ ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับถอยหลัง20 ว่า ต้องดูว่าสถานะของ คุณ"ทักษิณ"เป็นผู้ต้องโทษ แต่ไม่มารับโทษ แต่มาวิจารณ์ร่างรธน.เชื่อคนไทยมีวิจารณญาณ จะฟังหรือไม่ ยันสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ ต้องการปรองดอง สมานฉันท์ ไม่ใช่ยุแหย่ให้แตกแยก แตกความสามัคคี ขอประชาขนใช้วิจารณญาณ และให้ดูที่การทำงานของแต่ละฝ่าย
"รธน.ฉบับนี้เป็นสากล เหมาะใช้ในการปกครองประเทศ แต่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย เพิ่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมา":พ.อ.ปิยพงศ์ คสช.

พันเอกปิยพงศ์ ยังชี้แจง เรื่อง นักศึกษาวิชาทหารท(นศ.รด.)จิตอาสา ลงพื้นที่ชี้แจง ร่างรธน.ด้วยว่า นศ.รด.เหล่านี้ มี5หน้าที่ คือเทิดทูนสถาบันฯ ข่วยเหลือประชาชน ตามขีดความสามารถ การบรรเทาสาธารณภัย การสร้างการรับรู้ และ เสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์
โดยเฉพาะ เรื่องการสร้างการรับรู้ให้ปชช.เรื่องโรดแมพคสช.-ผลงานรัฐบาล/คสช.-ให้ความรู้ความเข้าใจร่างรธน. โดยทั้งหมด จะได้รับการอบรม มีการติดตามผล ประเมินผล

โดยยืนยันว่า การไป ชี้แจงร่างรธน.ไม่ใช่ไปชี้นำให้ผ่านประชามติร่างรธน.ใช้ปชช.ใช้วิจารณญาณเอง ไม่ใช่ไปชี้นำหน้าหน่วยเลือกตั้ง เข่นที่เข้าใจผิดกัน โดยมีเรา ข้อตกลงกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการส่งจนท.มาอบรม ให้ความรู้ ติดตาม ประเมินผล แม้แต่ในภาคสนาม
เผย รด.จิตอาสา 8หมื่น-แสนคน สมัครใจ และได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง และมีการประสาน ขออนุญาต และข้อตกลงกับ กกต. ในการไม่ทำอะไรที่ผิดกม. โดยรด.จิตอาสา ไปช่วยกกต.อำนวยความสะดวกวันลงประชามติ แต่ยันไม่ทำผิดกม. เผยมีข้อตกลงกับกกต.แล้ว ไม่ชี้นำใดๆ เผย ทบ.ส่ง รด.จิตอาสา ลงพื้นที่ตั้งแต่ตค.แล้ว ไม่ใช่เพื่งมาทำ จะทำเป็นระยะๆจนถึงวันลงประชามติ โดยรด.จิตอาสา เหล่านี้ จะมี อาร์มติดที่เครื่องแบบว่า เป็น รด.จิตอาสา และบางส่วน อาจสวมเสื้อยืดแขนยาว มีข้อความ รด.จิตอาสา
นศ.รด. ตามข้อตกลงกับ กกต. นั่นโดยจะพูดได้ในเรื่อง สาระร่างรธน. กรรมวิธีในการลงประชามติ บทบาทขอฃ รด.จิตอาสา ทำอะไรได้ ไม่ได้ เชิญชวน แต่ไม่ได้ชี้นำ
พันเอกปิยพงศ์ กล่าวว่า นศ.รด.จิตอาสา ทำประโยชน์เพิ่อชาติบ้านเมืองได้มาก ทั้งการชี้แจงกับพ่อแม่ และเพื่อนในวัยเดียวกัน รวมทั้ง มีความถนัดในการใช้โลกออนไลน์ โซเชี่ยลฯ ในการสื่อสาร ให้คนในวัยเดียวกันคระหนักว่าประเทศมีปัญหา ต่องการ การปฏิรูป ต่องช่วยกันออกมาลงประชามติ เชื่อว่า จะกระจายข้อมูลข่าวสารได้ดี

คสช.ติง"ทักษิณ"เป็นผู้ต้องโทษ แต่ไม่มารับโทษ แต่มาวิจารณ์ร่างรธน.เชื่อคนไทยมีวิจารณญาณ

คสช.ติง"ทักษิณ"เป็นผู้ต้องโทษ แต่ไม่มารับโทษ แต่มาวิจารณ์ร่างรธน.เชื่อคนไทยมีวิจารณญาณ จะฟังหรือไม่ ยันสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ ต้องการปรองดอง สมานฉันท์ ไม่ใช่ยุแหย่ให้แตกแยก แตกความสามัคคี แจง ทบ.ส่ง นศ.รด.ลงพื้นที่ ไม่ใช่การชี้นำ แค่สร้างการรับรู้ มีข้อตกลงกับ กกต.ยันไม่ทำผิดกม. เลยลงพื้นที่ ตั้งแต่ตค.58 จนปัจจุบัน และจนถึง วันลงประชามติ ไม่ชี้นำ แต่ให้ประชาชนใช้วิจารณญาณ เอง

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ รอง หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนรักษาความสงบฯ สำนักเลขาธิการคสช. และทีมโฆษก คสช. ชี้แจง กรณี อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร วิจารณ์ ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับถอยหลัง20
ว่า ต้องดูว่าสถานะของ คุณ"ทักษิณ"เป็นผู้ต้องโทษ แต่ไม่มารับโทษ แต่มาวิจารณ์ร่างรธน.เชื่อคนไทยมีวิจารณญาณ จะฟังหรือไม่ ยันสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ ต้องการปรองดอง สมานฉันท์ ไม่ใช่ยุแหย่ให้แตกแยก แตกความสามัคคี ขอประชาขนใช้วิจารณญาณ และให้ดูที่การทำงานของแต่ละฝ่าย

พันเอกปิยพงศ์ ยังชี้แจง เรื่อง นักศึกษาวิชาทหารท(นศ.รด.)จิตอาสา ลงพื้นที่ชี้แจง ร่างรธน.ด้วยว่า นศ.รด.เหล่านี้ มี5หน้าที่ คือเทิดทูนสถาบันฯ ข่วยเหลือประชาชน ตามขีดความสามารถ การบรรเทาสาธารณภัย การสร้างการรับรู้ และ เสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยเฉพาะการสร้างการรับรู้ให้ปชช.เรื่องโรดแมพคสช.-ผลงานรัฐบาล/คสช.-ให้ความรู้ความเข้าใจร่างรธน. โดยทั้งหมด จะได้รับการอบรม มีการติดตามผล ประเมินผล

โดยยืนยันว่า การไป ชี้แจงร่างรธน.ไม่ใช่ไปชี้นำให้ผ่านประชามติร่างรธน.ใช้ปชช.ใช้วิจารณญาณเอง
เผย รด.จิตอาสา 8หมื่น-แสนคน สมัครใจ และได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง และมีการประสาน ขออนุญาต และข้อตกลงกับ กกต. ในการไม่ทำอะไรที่ผิดกม. โดยรด.จิตอาสา ไปช่วยกกต.อำนวยความสะดวกวันลงประชามติ แต่ยันไม่ทำผิดกม. เผยมีข้อตกลงกับกกต.แล้ว ไม่ชี้นำใดๆ เผย ทบ.ส่ง รด.จิตอาสา ลงพื้นที่ตั้งแต่ตค.แล้ว ไม่ใช่เพื่งมาทำ จะทำเป็นระยะๆจนถึงวันลงประชามติ โดยรด.จิตอาสา เหล่านี้ จะมี อาร์มติดทีาเครื่องแบบว่า เป็น รด.จิตอาสา และบางส่วน อาจสวมเสื้อยืดแขนยาว มีข้อความ รด.จิตอาสา

"พลเอกประวิตร"เผย อ่านร่างรธน.แล้ว พอรับได้ แต่เนื้อหาบางอย่างต้องเพิ่มเติม



"พลเอกประวิตร"เผย อ่านร่างรธน.แล้ว พอรับได้ แต่เนื้อหาบางอย่างต้องเพิ่มเติม เผยได้รับข้อเสนอเหล่าทัพแล้ว แนะเรื่องการทำงาน นโยบายหลักด้านทหาร เตรียมนำข้อเสนอเหล่าทัพส่งครม.พรุ่งนี้9กพ.แต่ส่วนตัวจะเสนออะไรนั้นขอไม่บอก ถ้าบอกไป อาจมีคนไม่เห็นด้วยกับ ผมก็จะออกมาตีอีก เชื่อ"ทักษิณ"ปลุกระดมไม่ได้เพราะประชาชนรู้ว่าตอนนี้อะไรเป็นอะไร ท่านนายกทำงานเพื่อส่วนรวมสร้างความเข้มแข็งของประเทศให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคตท่านจะทำอะไรก็เรื่องของท่านถ้ามีโอกาสที่จะกลับมา .... แจง ส่งทหารแจงร่างรธน.ไม่ใช่แทรกแซงการเมือง ยันคสช.มีอำนาจอยู่ ไม่เสียหายเพราะทำให้ประชาชนออกมาลงประชามติ ไม่ใช่การชี้นำ
ที่กระทรวงมหาดไทย 

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ องนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ผมได้อ่านแล้ว ภาพโดยรวมยอมรับได้ แต่ยังมีเนื้อหาบางอย่าง ที่ต้องเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ใน ส่วนของกระทรวงกลาโหม ได้รับข้อเสนอจากกองทัพแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการทำงาน และนโยบายหลักด้านทหาร แต่ในเรื่องของความมั่นคงไม่มีอะไรต้องปรับแก้

โดยจะรวบรวมส่งครม.ในวันที่ 9 กพ.นี้ แต่ ส่วนตัวจะเสนออะไรนั้นขอไม่บอก ถ้าบอกไปมีคนไม่เห็นด้วยกับ ผมก็จะออกมาตีอีก

ส่วนกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐธรรมนูญถอยหลังไป 20 ปี นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของท่าน ทุกคนคิดได้หมด หากมีอะไรเสนอก็ส่งมาได้ตามช่องทางที่ท่านมี ท่านจะพูดไปทำไม ผมยังไม่รู้เลย ส่วนในอนาคตท่านจะทำอะไรก็เรื่องของท่านถ้ามีโอกาสที่จะกลับมา

เมื่อถามว่า การพูดลักษณะนี้จะเป็นการปลุกระดมหรือไม่นั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า คงไม่มี เพราะประชาชน รู้ว่าตอนนี้อะไรเป็นอะไร ท่านนายกทำงานเพื่อส่วนรวมสร้างความเข้มแข็งของประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป

เมื่อถามถึงกรณีที่ให้ทหารชี้แจงลงพื้นที่ทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและรณรงค์ให้ประชาชนออกมาทำประชามติ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราจะให้ทหารชักชวนประชาชนออกมาให้มาก ที่เราไม่ได้บอกให้ประชาชนออกมารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ กระบวนการสร้างความเข้าใจมีอยู่แล้วในแต่ละพื้นที่ ซึ่งนำโดยกระทรวงมหาดไทย

เมื่อถามว่า การให้ทหารออกมาเชิญชวนจะถูกมองว่า กองทัพเข้าแทรกแซงทางการเมืองหรือไม่เพราะน่าจะเป็นหน้าที่ของกกต.และพลเรือนมากกว่าในการรณรงค์ นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ให้เขาออกมา จะการเมืองอะไร กกต.ยังมีอำนาจอยู่หรือไม่ ขณะนี้คณะรักความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีอำนาจอยู่ คงไม่เสียหายเพราะให้ประชาชนออกมาลงประชามติไม่ใช่เรื่องการเมือง ไม่ใช่การชี้นำ

บิ๊กป้อม ยัน นายกฯไม่ได้โกรธนักข่าว แค่นักข่าวไปถามในสิ่งที่อธิบายไปแล้ว





บิ๊กป้อม ยัน นายกฯไม่ได้โกรธนักข่าว แค่นักข่าวไปถามในสิ่งที่อธิบายไปแล้ว ท่านก็เครียดว่าอธิบายไปแล้ว ทำไมไม่เข้าใจ ไม่ได้โกรธนักข่าว ยันนายกไม่ได้เครียด ท่านตั้งใจทำงานเพื่อให้ประเทศเดินไปได้ ท่านดูทุกอย่าง คิดจนหัวจะแตกแล้วอ่านหนังสือทุกวัน....เผยให้กำลังใจนายกฯทุกวันอยู่แล้ว "แต่ความจริงนายกฯควรให้กำลังใจผม มากกว่า เพราะมีกำลังใจน้อย"..ด้าน บิ๊กป้อก บอก บิ๊กตู่ เป็นแบบนึ้ มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวตอบคำถามนักข่าวที่ว่า ทำไมช่วงนี้นายกรัฐมนตรีดูเครียดว่า นายกไม่ได้เครียดอะไร ท่านตั้งใจทำงานเพื่อให้ประเทศเดินไปได้ ท่านดูทุกอย่างคิดจนหัวจะแตกแล้ว อ่านหนังสือทุกวัน พอนักข่าวไปถามในสิ่งที่ท่านอธิบายไปแล้ว ท่านก็เครียดว่าอธิบายไปแล้วทำไมไม่เข้าใจ ไม่ได้โกรธนักข่าว ยืนยันว่าท่านนายกไม่ได้โมโห ซึ่งส่วนตัวให้กำลังใจนายกฯทุกวันอยู่แล้ว แต่ความจริงนายกฯควรให้กำลังใจ ผมมากกว่า เพราะมีกำลังใจน้อย
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า การที่นายกฯ เป็นแบบนี้ อาจเกิดจากการที่นายกฯ พยายามอธิบายให้สื่อมวลชนเข้าใจ ขณะที่สื่อมวลชน ฟังแล้ว นำไปอนุมานและถามซ้ำ
ส่วนตัวสนิทกับนายกฯมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งลักษณะการพูดคุยเรื่องงานของนายกฯ เป็นแบบนี้อยู่แล้ว

โฆษก ทบ.แจง ทบ.ยังไม่มีแผน ซื้อรถถังรัสเซียT-90

โฆษก ทบ.แจง ทบ.ยังไม่มีแผน ซื้อรถถังรัสเซียT-90 อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ยันยึดหลักโปร่งใส ประหยัด คุ้มค่า/"พลเอกประวิตร" เตรียมเยือน รัสเซีย ปลายกพ.นึ้ ยอมรับ แค่ไปดู แต่ไม่ได้ซื้อ/ ด้าน ผบทบ. สนใจ รถถังจีน

พันเอกวินธัย สุวารี โฆษก ทบ. ชี้แจงกรณี มีบางสื่อบางฉบับนำเสนอว่า กองทัพบกเตรียมจัดซื้อรถถังล๊อตใหม่รุ่น T-90 A จากประเทศรัสเซีย ว่า เป็นความคลาดเคลื่อน เพราะการจะเลือกแบบไหนจากประเทศไหนนั้น ทางคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์ (กมย.) จะเป็นผู้พิจารณาภายใต้หลักการ ความโปร่งใส ประหยัดคุ้มค่า

โฆษก ทบ. กล่าวว่า ด้วยตระหนักเสมอว่างบประมาณที่ได้มาจากภาษีของประชาชน และเมื่อกระบวนการต่างๆ ได้ข้อสรุปหรือข้อยุติแล้วจะได้มานำเสนอให้สังคมได้รับทราบต่อไป

ทั้งนี้ มีรายงานก่อนหน้านึ้ ว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม จะเดินทางไป รัวเซีย ปลายเดือน กพ.นึ้ โดยมีกำหนด ที่จะไปดูรถถัง รุ่นนี้ ของ รัสเซีย ด้วย

โดยก่อนหน้านึ้ พลเอกประวิตร ปฏิเสธว่า ยังไม่มีแผนจัดซื้อ อีกทั้ง ทบ. ก็ไม่ได้เสนอมา แต่ยอมรับว่า จะไปดู รถถัง ตามคำเชิญ ที่เมื่อไปเยือนประเทศ ใด เขาก็มักจะเชิญให้ไปดูอาวุธยุทโธปกรณ์ ด้วย แต่ไม่ได้หมายถึงว่าจะซื้อ

ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดจะเดืนทางไปเยือนรัสเซีย มิย.นี้

โดยก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวจาก ทบ.เผยว่า เนิ่องจาก ปัญหา การส่งมอบรถถัง T-84 Oplot ที่ ทบ. สั่งซื้อจาก ยูเครน มา 2 ปีแล้ว จำนวน 1 กองพัน ราว50 คัน แต่เพิ่ง ส่งมอบ ได้10 คัน เท่านั้น โดยทบ. มีแผนซื้อรถถังอีก หลายกองพัน มาทดแทนรถถังเก่า จึงต้องทบทวน

จึงมีรายงานข่าวว่า มีการพิจารณา รถถัง T90 ของ รัสเซีย และ MBT-3000 และ VT-4 ของจีน มาทดแทน รถถัง oplot จากยูเครน

โดยเมื่อปลายมค. ที่ผ่านมา พลเอกธีรชัย เดินทางไปเยือนจีน และไปดูรถถัง ด้วย และให้คณะกรรมการของทบ. ไปศึกษา และประสานในรายละเอียดกับจีน ด้วย เพื่อประกอบการพิจารณา หลายๆแบบ หลายประเทศ

นายกฯประชุมไม่ได้ให้สัมฯสื่อ

หลัง "ตรุษจีน"...!!!
นายกฯบิ๊กตู่ สวมชุดข้าราชการ ประชุมกก.เตรียมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อม "รองฯ สมคิด" บนตึกไทยคู่ฟ้า ไม่ลงมาประชุม ที่ตึกสันติไมตรี คาดหลบสื่อ โดยเย็น จะไปรับเสด็จฯ"สมเด็จพระเทพฯ"งานตรุษจีนเยาวราช....ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวในที่ประชุม หน.ส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง ที่ก.ท่องเที่ยว เมื่อวันศุกร์ว่า จะให้สัมภาษณ์หลัง ตรุษจีน
จึงคาดว่า วันนี้ สื่อคงไม่มีโอกาสเจอ นายกฯ ส่วนเย็น ก็เป็นงาน รับเสด็จฯ งานตรุษจีน ที่เยาวราช คาดว่า นายกฯจะให้สัมภาษณ์ วันอังคาร วันประชุม ครม.เลย
ทั้งนี้ หลังจากที่ นายกฯ ไม่พอใจสื่อ และไม่ให้สัมภาษณ์ มาตั้งแต่วันพุธที่แล้ว หลังจากที่ นายกฯอารมณ์เสีย เมื่อ วันประชุม ครม. เมื่ออังคาร 2 กพ. ที่ผ่านมา จนที่สุด นายกฯ ฝาก พลตรี สรรเสริญ ขอโทษสื่อ และประชาชน แต่ นายกฯ ก็ยัง บ่นๆ เรื่อง การเสนอข่าว บทความ ของสื่อ และคำถาม ซ้ำๆ เรื่องเลือกตั้ง เมื้อไหร่ ของนักข่าว มาตลอด

เสียงจาก"นักข่าว"วาสนา


(6/2/59)อนิจจา......
สังคมไทย คิดจะด่าใคร ให้เสียหาย ก็ทำกันตามใจ ไม่รู้ "วาสนา" ไปทำอะไรให้ใคร โกรธ เกลียด นักหนา สวย ก็ไม่สวย ชีวิตส่วนตัว ก็ล้มเหลว สถานภาพการงาน ณ เวลานี้ ก็ไม่ได้จะเลิศเลอ มีแต่เหนื่อย ไม่ได้อยากจะเป็น คนดัง อะไรเลย ปกติเป็นคนชอบอยู่เงียบๆ แต่ก็ยังมีคนหมั่นไส้ แม้แต่ในวงการ แม้จะเป็น พี่ ที่เคารพมาตลอด ก็ยัง เหยียบเราได้ โดยไม่ถาม ....
เพราะคิดว่า เราเป็น อีกพวกหนึ่ง ส่วนคนอีกกลุ่ม ก็คิดว่าเราเป็นอีกฝ่าย เพราะในยุคนี้ เค้าชอบให้นักข่าว เลือกข้าง แต่ วาสนา ไม่ทำ แต่ทุกวันนี้ ก็โดนด่าว่า เป็นพวก อวยทหาร เอาใจทหาร โปรทหาร
ประเทศไทยไม่ได้มีนักข่าวแค่ "เจ๊ยุ"กับ"วาสนา" ลงใครไม่ได้ ก็โยนมาตลอด
จะรัก นายกฯบิ๊กตู่ ก็ไม่มีใครว่าอะไร แต่ไม่จำเป็นต้องทำร้าย" วาสนา "เพื่อปกป้อง พลเอกประยุทธ์

ทุกวันนี้ นักข่าวต้องอดทน จากการเป็นจำเลยสังคม เมื่อนายกฯอารมณ์ เสีย ก็โทษนักข่าว แม้ว่า ในบางครั้ง นักข่าว ยังไม่ทันถามเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้านักข่าว แสดงปฏิกิริยาใดออกไป ก็จะไม่เป็นผลดีกับ ท่านนายกฯ นักข่าว จึงอดทน ให้ นายกฯด่า หรือโยนของใส่ เพราะ เราเข้าใจว่า นายกฯเครียดหลายเรื่อง และ อ่านสื่อมากไป ทุกฉบับ ทุกคอลัมน์ แม้แต่โซเชี่ยลมีเดีย จึงทำให้อารมณ์เสีย แถม พวกฝ่ายนักการเมือง ก็ออกมาวิจารณ์ รัฐธรรมนูญ ออกมาเคลื่อนไหว นายกฯ ก็ยิ่ง อารมณ์ไม่ดี

อีกทั้ง เมื่อเช้านี้ แกนนำ นักข่าวทำเนียบรัฐบาล 2 คน ทั้ง พี่เด้ง "บุญระดม จิตรดอน "และ ดัช "ญาดา เพิ่มลาภ" ได้ออกมาชี้แจง ในรายการ "ก็อสซิพ การเมือง" จาก98.5 แล้วว่า ไม่มี นักข่าวสตรีสายทำเนียบฯ 2 คน ที่มาคอย"แจกหมาก" นัดแนะ ให้นักข่าวคนอื่นๆ ถามให้ นายกฯ ปริ๊ด อารมณ์เสีย และสั่งให้ ช่างภาพ คอยถ่ายภาพ นายกฯ ตอนอารมณ์เสีย เพราะ ไม่มีใครมาสั่ง นักข่าวทำเนียบฯได้ ทุกคนมีคำถาม มีแนวคิดของตนเอง พร้อมชี้แจง กสรทำงานของนักข่าวทำเนียบฯ

ส่วนกรณี "เจ๊ยุ ยุวดี " ที่ถูกพาดพืง นั้น เท่าที่ วาสนา เห็น เจ๊ก็ไม่เคยมา บอกหริอสั่งนักข่าวคนไหน ให้ถาม อย่างมาก เจ๊ยุ ก็บ่นๆ วิพากษ์ วิจารณ์ ตามประสาคนแก่ มากประสบการณ์ ที่อยู่มาหลายรัฐบาล แต่ไม่ได้มีผลกับ น้องๆ หลานๆนักข่าว

ส่วน วาสนา ก็ยิ่งไม่มี พลังใดๆ จะไปสั่งให้ นักข่าวคนไหนถามได้ ตรงกันข้าม ที่จะ มีแต่ น้องๆ นักข่าวจะมาฝาก พี่เล็ก วาสนา ให้ช่วยถามให้แทน เพราะไม่กล้าถามนายกฯ หรือน้องบางคนก็ฝาก นักข่าวรุ่นพี่ระดับอาวุโส ของทำเนียบฯ ที่เป็น" มือถาม" ที่มีอยู่ ราว 6-7 คน ถามให้แทน เพราะ รู้ว่า คุ้นเคยกับนายกฯ จะไม่โดนด่าอะไรรุนแรง

จนบางที วาสนา ก็บอกว่า น้องถามเองเลย ไม่ต้องกลัว จะได้มีนักข่าวหน้าใหม่ ถามนายกฯบ้าง มีแต่ หน้าเดิมๆ6-7 คน เท่านั้น คำถาม ที่ถามนายกฯ ก็มาคุยกันสดๆ ตอนรอนายกฯเลย ไม่มีใครมาบัญชาการนักข่าวได้

ความจริงเหล่านี้ สามารถถามจาก นักข่าวทำเนียบฯทุกคนได้ว่า ไม่มี นักข่าวสตรี 2 คน ที่มีพฤติกรรม แบบนั้น ในทำเนียบฯ

ส่วนการที่ มีคนวิจารณ์ว่า วาสนา โดน นายกฯด่า มาหลายครั้ง เลยคิดว่า การที่ นายกฯ อารมณ์เสีย ครั้งนี้ เพราะ วาสนา ซึ่งวาสนา ยืนยันว่า วาสนา ไม่ค่อยได้ถามนายกฯ มาสักพักแล้ว ยิ่งวันเกิดเหตุ 2 กพ.59 วาสนา ไม่ได้ถามเลยด้วยซ้ำ ตอนเช้า ไม่มี นักข่าวคนไหนถาม ให้นายกฯ อารมณ์เสีย แต่ท่านนายกฯ อารมณ์ไม่ดี มาอยู่ ก่อนแล้ว มาเจอ นักข่าว ตอบคำถามของท่านนายกฯเอง ไม่ตรงใจ เลยอารมณ์เสีย

ปกติ พวกคนเสิ้อแดง จะด่า วาสนา ว่า เป็น กระบอกเสียง นายกฯ อวยประยุทธ์ ด่าเอาๆ แต่พอมา ครั้งนี้ พวก เสื้อเหลือง พวก แฟนคลับ นายกฯลุงตู่ ก็มากล่าวหา ใส่ร้าย วาสนา แบบ คิดเอาเอง ไม่ตรวจสอบ และใช้ความรู้สึก แม้แต่สื่อ บางคนเอง ทั้งๆที่อยู่ในวงการ สามารถที่จะสอบถาม หรือตรวจสอบเองได้ กลับไม่ทำ แต่กลับยิ่งกระพือข่าวลือนั้น แต่ไม่เป็นไร วาสนา เป็นสื่อ ย่อมเข้าใจสื่อ ด้วยกันได้ดี ว่า เป็นเหยื่ออันโอชะ

แค่รู้สึก ท้อแท้ ......ผิดหวัง เท่านั้น

เลยคิดว่า จากนึ้ จะ "เลิกถาม" นายกฯ แล้ว ให้ถามกันเองนะ จะลองดูสิว่า จะมีคนหาเรื่อง วาสนา ได้อีกมั้ย เวลานายกฯ อารมณ์เสีย ก็ไปหา "แพะ" คนอื่นแทนแล้วกัน

ทั้งๆที่ ล่าสุด วาสนา ก็ไม่ได้ถาม อะไรเลย แต่ก็ไม่ใช่หน้าที่ วาสนา ที่จะต้อง มาบอกว่า ใคร นักข่าว คนไหน ที่ตอบโต้กับ นายกฯ ล่าสุด ที่ทำให้ นายกฯ อารมณ์เสีย หลังประชุม ครม.

เอาเป็นว่า ลงที่ใครไม่ได้ ก็มาลงที่ วาสนา ราวกับว่า ทั้งทำเนียบฯ มี นักข่าว คือ วาสนา คนเดียว ยังงั่นแหล่ะ นักข่าวคนอื่น ก็มีจุดยืน มีคำถาม ของตนเอง แต่เพียงแต่ ยังไม่มีใครรู้จักเท่านั้น แล้ว วาสนา ก็เป็นแค่นักข่าวเสริม ทำเนียบฯเท่านั้น ปกติ ยังเป็นนักข่าวสายทหาร

ขนาด บางเริ่อง วาสนา ไม่ได้ถาม นายกฯ ให้อารมณ์ มีเสียงคนถามชัดเจน บางที เป็นเสียงนักข่าวผู้ชาย แต่ก็ยังมีคนอุตส่าห์ บอกว่า เป็นวาสนา ถามอีก....เฮ้อ!!!!

ท้ายสุด วาสนา บอกไว้เลยว่า จะเลิกถาม นายกฯ ไม่ใช่เพราะ กลัวนายกฯ แต่เพราะ จะได้รู้กันว่า ถ้า ไม่มี วาสนา ถาม นายกฯ จะอารมณ์ เสีย ได้มั้ย ไว้รอดู กันแล้วกัน ค่ะ

ด้วยความเคารพ ค่ะ

ที่มา เพจ :วาสนา นาน่วม

"วินธัย"โต้รายวัน "นปช."ยัน ไม่มีแผนส่ง นักศึกษารด. ไปหน้าคูหา


"วินธัย"โต้รายวัน "นปช."ยัน ไม่มีแผนส่ง นักศึกษารด. ไปหน้าคูหา บอกให้คนโหวตผ่านประชามติ ร่างรธน. ยัน รด.จิตอาสา แค่ช่วยสร้างการรับรู้ ติง นปช.อย่าบิดเบือน เนื้อหาร่างรธน. หรือสร้างสมมุติฐานเชิงหวาดระแวง แบบขาดข้อพิสูจน์

จากกรณี แกนนำ นปช. ให้ข้อมูลว่ารัฐบาลใช้ทุกกลไก กระทั่งนักศึกษารักษาดินแดนที่ต้องไปยืน
โฆษณาหน้าหน่วยในวันลงคะแนนเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ นั้น พันเอก วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ชี้แจงว่า เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนมาก ด้วยทบ. มีนโยบายสนับสนุน ให้. นศท.ซึ่งอยู่ในวัยการศึกษา ได้เข้ามามีส่วนช่วยเหลือสังคมในลักษณะจิตอาสาในกิจกรรมต่างๆ มาก่อนหน้าแล้ว ทั้งงานช่วยสังคม และงานสร้างความเข้าใจ ให้กับกลุ่มเพื่อนเยาวชนด้วยกันเอง หรือในกลุ่มครอบครัวและสังคมรอบข้าง เพราะเป็นเรื่องของ รธน.ก็ควรเป็นสิ่งที่ ปชช.ทุกคนควรรู้และทำเข้าใจ

ส่วนการขยายผลการสร้างการรับรู้ ก็สามารถที่จะเป็นงานจิตอาสาที่กลุ่มเยาวชนจะเป็น นศท.หรือไม่ใช่ นศท.ก็ตาม ก็น่าจะพึงกระทำได้. ภายใต้กรอบการดำเนินชีวิตส่วนตัวของบุคคลคนนั้นๆ ไม่ใช่การไปเฝ้าหน้าคูหาแล้วคอยบอกใครให้เลือกอย่างนั้นอย่างนี้

ส่วนการแสดงความเห็นภายใต้กรอบก็ไม่ได้มีสัญญาณที่จะไปปิดกั้นอะไร นอกจากการทำความเข้าใจ โต้ความเห็นที่บิดเบือน หรือมีเจตนาแอบแฝง

"มั่นใจว่า ยังไม่มีเรื่องไหนที่จะดูไปขัดกับหลักการพื้นฐานของการทำประชามติ และประชาชนยังคงได้รับโอกาสร่วมและตัดสินใจได้โดยอิสระภายใต้กรอบและวิธีการที่เหมาะสม"

สำหรับที่กล่าวว่ามีการบรรจุเนื้อหาทุกเรื่องที่ต้องการไว้ใน รธน.นั้น ขณะนี้ เข้าใจว่า กรธ.อยู่ระหว่างการรับฟัง เพื่อที่จะอธิบายตอบให้ด้วยเหตุด้วยผล มีในหลายๆประเด็น สามารถสร้างความกระจ่างสังคมได้เป็นอย่างดี

ส่วนข้อสังเกตจากสังคมในสมมุติฐาน และความกังวลของกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม ที่มีต่อ ร่าง รธน.เหมือนจะเน้นเฉพาะการเข้าสู่อำนาจและการรักษาหรืออยู่ในอำนาจ เป็นหลัก จึงเป็นไปได้ที่พยายามไม่เห็นด้วยในแนวคิดการสร้างความเข็มแข็งให้องค์กรอิสระอื่นๆ ทั้งๆที่องค์กรอิสระนั่นๆ เป็นกลไกที่มีประชาชนมีส่วนร่วมได้โดยตรง และเสมือนเป็นคนร่วมขับเคลื่อนด้วย
เช่นบางกรณีประชาชนอาจสงสัยก็สามารถขอยื่นเรื่องให้ตรวจสอบในเรื่องทุจริตหรือเรื่องที่ผิดปกติเองได้ด้วย

สำหรับที่กล่าวว่าหากร่างรัฐธรรมนูญนี้บังคับใช้ ผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดคือเครือข่ายอำนาจของ คสช.เชื่อว่ายังเป็นเพียงสมมุติฐานเชิงหวาดระแวง แบบขาดข้อพิสูจน์ ที่สามารถจับต้องได้

และที่กล่าวว่าปัญหาที่ผ่านมาคือความไม่เป็นประชาธิปไตย นั้นก็คงไม่ใช่ เพราะอีกส่วนของสังคมเริ่มมองเห็นตรงกันว่า ปัญหาเกิดจากมีบางกลุ่มพยายามดึงเอาคำว่าประชาธิปไตยไปอ้างใช้ในมุมตนเองและพวกพ้องจะได้ประโยชน์เท่านั้นโดยเฉพาะการอ้างไว้เพื่อเป็นเกราะกำบังในการจะทำอะไรในเรื่องที่บางสถานการณ์อาจไม่เหมาะกับประเทศ หรืออ้างใช้กรณีคิดเห็นไม่ตรงกับกลุ่มคนที่เหลืออื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่คิดว่าอาจขัดขวางผลประโยชน์

สำหรับที่พูดถึงกรณีรัฐบาลกำลังร่างกติกาที่เห็นชัดว่า อำนาจสูงสุดไม่ได้อยู่ในมือประชาชนนั้น ก็ค่อนข้างบิดเบือนอีกเช่นกัน เพราะเท่าที่ได้รับข้อมูลมาในร่าง รธน.นี้ ได้เขียนเพิ่มเพื่อให้อำนาจ ปชช.ไว้มากกว่าเดิม ยืนยันว่าไม่ใช่แค่อำนาจสูงสุดจะอยู่กับประชาชนที่ได้รับเลือกเท่านั้น แต่ยังจะอยู่กับประชาชนในส่วนที่เหลืออีกด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการใช้เพื่อการตรวจสอบถ่วงดุล และการรักษาผลประโยชน์ประเทศ

ฟังเสียง.....บิ๊กหมู ป้อง "เด็กๆ รด.เค้าไปช่วย ชี้แจงร่างรธน.ฉบับปราบทุจริต..หึ่ม !! "ใครไม่เดือดร้อน ก็อย่าใส่ร้าย ร.ด."


ฟังเสียง.....บิ๊กหมู ป้อง "เด็กๆ รด.เค้าไปช่วย ชี้แจงร่างรธน.ฉบับปราบทุจริต..หึ่ม !! "ใครไม่เดือดร้อน ก็อย่าใส่ร้าย ร.ด."
บิ๊กหมู หึ่ม!! นปช.ใส่ร้ายเด็ก นศ.รด. ทำลายกำลังใจเด็ก ป้อง นักศึกษา รด. มีจิตอาสา ช่วยแจงร่างรธน. ตำหนิใส่ร้ายเด็ก ทำเสียกำลังใจ เด็กๆรด.ตั้งใจไปช่วย ชี้แจงร่างรธน.ฉบับปราบโกง ใครไม่เดือดร้อน ก็อย่าใส่ร้ายเด็ก เมินตอบ "ทักษิณ"วิจารณ์ ร่างรธน.ห่วย ถอยหลังเข้าคลอง

พลเอกธีรชัย นาควานิช ผบทบ./เลขาธิการ คสช.กล่าวถึงกรณี แกนนำ นปช. ออกมาวิจารณ์ ที่ ทบ.ส่งนศ.วิชาทหาร (นศ.รด.) ไปชี้แจงร่างรธน.ว่า นศ.รด.เขาจิตอาสา ทำประโยชน์ให้แก่สังคม การไปพูดแบบนั้น ทำให้เด็กๆ เยาวชนเสียกำลังใจ เป็นการ ทำลายกำลังใจเด็ก ที่เขาตั้งใจ ที่จะไปช่วยชี้แจง ร่างรธน.ให้พี่น้องประชาชน พ่อแม่ และ วัยรุ่น ด้วยกันได้เข้าใจเนื้อหาสำคัญ ของ ร่าง รธน.ว่า มีอะไรบ้าง โดยเฉพาะ การปราบทุจริต เป็นส่วนใหญ่ นี้ ถ้าใครไม่เดือดร้อน ก็อย่าไปใส่ร้ายเด็ก เขาจิตอาสามา
"เด็กๆตั้งใจ อย่างมาก จิตอาสามาช่วย ชี้แจง รธน.ปราบทุจริต ใครไม่เดือดร้อน อย่าใส่ร้ายรด. ทำให้เด็กๆเสียกำลังใจ เด็กๆรด.จิตอาสา มา" พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้ชี้นำว่า จะต้องโหวตให้ ผ่านตอนลงประชามติ

พร้อม เมินตอบคำถามสื่อ เรื่อง"ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ วิจารณ์ร่างรธน ถอยหลังเข้าคลอง ห่วยแตก เดินหันหลังออกจากวง เลิกให้สัมภาษณ์ แล้วเดินทางขึ้นเครื่องบิน ไปเลย
ทั้งนี้ เมิ่อช่วงสุดสัปดาห์ ทาง ทบ. ได้แจ้ง นักข่าวสายทหารว่า เช้านี้ พลเอกธีรชัย จะแถลงข่าว แต่ไม่ได้แจ้งว่า จะแถลงเรื่องอะไร แต่สื่อคาดกันว่า จะเป็นเรื่อง ร่างรธน. แต่ถึงเวลา พลเอกธีรชัย ไม่ได้แถลง แต่ให้สื่อรุมล้อมสัมภาษณ์ ชี้แจง เรื่องที่แกนนำ นปช. ระบุว่า นำ นศรด. ไปเฝ้าคูหาเลือกตั้ง วันลงประชามติ เพื่อชี้นำให้ลงเสียง ผ่านประชามติ

แต่เมื่อถูกถาม ถึงการที่ อดีตนายกฯ"ทักษิณ ชินวัตร" วิจารณ์ร่างรธน ถอยหลังเข้าคลอง พลเอกธีรชัย ก็ เดินหันหลังออกจากวง เลิกให้สัมภาษณ์ แล้วเดินทางขึ้นเครื่องบิน ไปงานวันสถาปนา กองทัพภาค 4 ที่ นครศรีธรรมราช ทันที